- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างสายสตรีม: ไลฟ์สดยิงจริง ผมมีคนดูหลักล้าน
- บทที่ 110 ตัวตนทั้งสามของเสิ่นเฟย ทำเอาทุกคนช็อก
บทที่ 110 ตัวตนทั้งสามของเสิ่นเฟย ทำเอาทุกคนช็อก
บทที่ 110 ตัวตนทั้งสามของเสิ่นเฟย ทำเอาทุกคนช็อก
บทที่ 110 ตัวตนทั้งสามของเสิ่นเฟย ทำเอาทุกคนช็อก
หืม?
เสิ่นเฟยคาดไม่ถึงเลยว่า กัปตันไพรซ์จะขอแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเขา
แปลกแฮะ
เวลาเพิ่งผ่านไปแค่วันเดียว ต่อให้กัปตันไพรซ์จะเก่งแค่ไหน ก็คงสืบไม่ได้หรอกว่าซาคาเยฟยังมีชีวิตอยู่จริงหรือเปล่า
ผลของการแลกเปลี่ยนข้อมูลครั้งก่อนยังไม่ทันรู้ผลเลย นี่จะขอแลกเปลี่ยนครั้งที่สองแล้วเหรอ?
กัปตันไพรซ์ใจร้อนไปหน่อยไหม?
หรือว่าสถานการณ์ของเขาตอนนี้มันบีบบังคับจนไม่มีเวลาให้รอแล้ว?
แม้จะรู้เรื่องราวทั้งหมดของหน่วย 141
แต่เสิ่นเฟยก็ไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่า ตอนนี้เหตุการณ์ดำเนินไปถึงไหนแล้ว
ก็อย่างที่รู้ ๆ กัน โลกแห่งความเป็นจริงมันเต็มไปด้วยตัวแปรมากมาย
แม้ในใจจะคิดฟุ้งซ่าน แต่เสิ่นเฟยกลับไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาเลย เขาตอบกลับอย่างสบาย ๆ “ในฐานะนักค้าข่าว ฉันย่อมไม่ปฏิเสธลูกค้าอยู่แล้ว”
“แต่ว่านะ... คุณน่าจะยังไม่มีเวลาตรวจสอบข้อมูลที่ฉันให้ไปคราวก่อนเลยใช่ไหมล่ะ?”
เสิ่นเฟยพยายามหยั่งเชิง เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหน่วย 141
น่าเสียดาย
ที่กัปตันไพรซ์ไม่หลงกล เขาพูดโพล่งออกมาเลยว่า “ฉันอยากรู้ว่า ตอนนี้นายพลเชพเพิร์ดกำลังวางแผนอะไรอยู่”
เพื่อให้เสิ่นเฟยสบายใจ กัปตันไพรซ์เสริมต่อ “ลูกทีมฉันทุกคนไว้ใจได้ นายไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก”
อ๋อ เรื่องนี้นี่เอง!
เสิ่นเฟยแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก พร้อมกับทึ่งในสัญชาตญาณอันเฉียบแหลมของกัปตันไพรซ์
ถ้าเขาไม่ได้ระแคะระคายอะไรบางอย่าง คงไม่ถามตรง ๆ แบบนี้แน่
การตั้งคำถามกับผู้บังคับบัญชา
มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลยนะ!
แต่สำหรับเขาแล้ว นี่มันโอกาสทองที่จะดึงตัวหน่วย 141 มาเป็นพวกเลยนะ!
เสิ่นเฟยยิ้มบาง ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “นายพลเชพเพิร์ดน่ะ ดูภายนอกเหมือนคนดีผดุงความยุติธรรม แต่ธาตุแท้แล้วก็คือจอมวางแผนที่ทั้งหลอกลวงและทะเยอทะยาน”
อะไรนะ?!
เมื่อได้ยินประโยคนี้ สมาชิกหน่วย 141 ทุกคนถึงกับหน้าเครียดขึ้นมาทันที
นายพลเชพเพิร์ดเป็นคนรวบรวมพวกเขามาตั้งเป็นหน่วยนี้
พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าไม่มีนายพลเชพเพิร์ด ก็ไม่มีหน่วย 141 ในวันนี้
แต่ทว่า
นักค้าข่าวข้ามชาติคนนี้กลับมาบอกพวกเขาว่า ผู้บังคับบัญชาของพวกเขาแท้จริงแล้วคือจอมวางแผนที่หลอกลวงและทะเยอทะยานงั้นเหรอ?
เสิ่นเฟยไม่สนใจปฏิกิริยาของสมาชิกหน่วย 141
“มีเรื่องนึงที่ฉันมั่นใจว่าพวกคุณคงรู้ดีกว่าฉัน”
“นายพลเชพเพิร์ดเคยเป็นผู้บัญชาการสูงสุดในภารกิจจับกุมคาเลด อัล-อาซาด”
“ในภารกิจนั้น เขาต้องทนดูทหารใต้บังคับบัญชาของตัวเองกว่า 3 หมื่นนาย ตายตกไปต่อหน้าต่อตาจากเหตุระเบิดนิวเคลียร์”
นั่นถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกองทัพอเมริกา
แทบทุกคนในแวดวงทหารต่างก็รู้เรื่องนี้ดี
และหน่วย 141 ก็ถูกตั้งขึ้นหลังจากเหตุการณ์นั้น พวกเขาจึงรู้เรื่องนี้ดีเช่นกัน
กัปตันไพรซ์และลูกทีมต่างพยักหน้ารับ จ้องมองเสิ่นเฟยโดยไม่พูดอะไร
เสิ่นเฟยหยุดคิดครู่หนึ่ง เรียบเรียงคำพูดแล้วพูดต่อ “เป้าหมายสูงสุดของนายพลเชพเพิร์ด คือการจุดชนวนสงครามระหว่างอเมริกากับรัสเซีย เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว”
“ส่วนหน่วย 141 ของพวกคุณ รวมถึงซาคาเยฟ ต่างก็เป็นแค่หมากตัวหนึ่งของเขาเท่านั้น”
สงครามระหว่างอเมริกากับรัสเซีย?
ซาคาเยฟ?
หมากตัวหนึ่งงั้นเหรอ?!
สีหน้าของสมาชิกหน่วย 141 เคร่งเครียดจนดูน่ากลัว
สัญชาตญาณบอกพวกเขาว่า ชายตรงหน้ากำลังพูดจาเหลวไหลไร้สาระ
แต่พอลองคิดทบทวนดูดี ๆ มันก็มีความเป็นไปได้อยู่เหมือนกัน
เมื่อหลายปีก่อน
กัปตันไพรซ์พร้อมกับลูกทีมอีกหลายคน ได้รับคำสั่งให้ไปลอบสังหารซาคาเยฟ
ภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แต่ตอนนี้กลับพบว่าซาคาเยฟยังรอดชีวิตอยู่
และตอนนี้ ชูร่าก็มาบอกพวกเขาอีกว่า เรื่องทั้งหมดนี้เป็นแผนการของนายพลเชพเพิร์ด?
นี่มัน....
มันจะเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
“ยังไม่ต้องรีบเชื่อฉันตอนนี้ก็ได้”
เสิ่นเฟยยักไหล่ ไม่เปิดโอกาสให้ใครในหน่วย 141 ได้พูดแทรก “ฉันจะบอกที่ซ่อนของซาคาเยฟให้พวกคุณรู้”
“พอไปถึงที่นั่น ความจริงทุกอย่างก็จะปรากฏเอง”
ของฟรีไม่มีในโลกหรอก
กัปตันไพรซ์ทำหน้าเคร่งขรึม ถามเสียงเข้ม “แล้วต้องแลกกับอะไรล่ะ?”
ไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ พวกเขาก็ต้องไปพิสูจน์ให้เห็นกับตา
เสิ่นเฟยครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะตอบ “ตอนไปล่าซาคาเยฟ พวกคุณต้องพาฉันไปด้วย แถมต้องเตรียมอาวุธให้ฉันด้วยนะ!”
“แล้วก็ ฉันกำลังจะไปตั้งฐานทัพที่สามเหลี่ยมทองคำ อาจจะต้องรบกวนให้พวกคุณช่วยยิงคุ้มกันให้หน่อย”
แม้หน่วย 141 จะเป็นแค่หมากของนายพลเชพเพิร์ด
แต่เสิ่นเฟยก็รู้ดีว่า ไอ้พวกนี้มันรวยล้นฟ้าเลยล่ะ
ถึงเขาจะไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทอง แต่โอเฒ่ากับลูกทีมของเขาจำเป็นต้องใช้
การจะตั้งกลุ่มทหารรับจ้างในอนาคต ก็ต้องใช้เงินทุนมหาศาล
การได้ปอกลอกเศรษฐี แถมยังได้สวมบทพ่อค้าอาวุธพาร์ทไทม์ มันก็เป็นไอเดียที่เข้าท่าไม่เลวเลย
มุมปากของกัปตันไพรซ์กระตุก ถามด้วยความประหลาดใจ “งั้นก็แปลว่า... นอกจากนายจะเป็นหัวหน้าทีมทหารรับจ้าง เป็นนักค้าข่าวแล้ว นายยังเป็นพ่อค้าอาวุธอีกด้วยเหรอ?”
เสิ่นเฟยพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น ยิ้มตอบ “ใช่เลย”
สมาชิกหน่วย 141 ทั้งหมด: “........”
คน ๆ เดียวจะรับบทบาทหลายอย่างพร้อมกันขนาดนี้ได้จริงดิ?
ไม่เหนื่อยตายหรือไง?
เสิ่นเฟยยิ้มแหย ๆ อย่างจนใจ “ช่วยไม่ได้นี่นา ประเทศพวกคุณคนน้อย คงไม่เข้าใจหรอกว่าการแข่งขันมันสูงแค่ไหน”
“ถ้าไม่ทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน ก็หาเงินเลี้ยงปากท้องไม่ได้หรอก”
เงียบ
เงียบกริบไปชั่วขณะ
กัปตันไพรซ์รู้ตัวดี
การตัดสินใจของเขาในวินาทีนี้ อาจส่งผลต่อชะตากรรมของลูกทีม 141 ทุกคน
“คุณไม่ต้องรีบร้อนหรอก ค่อย ๆ คิดดูก็ได้” เสิ่นเฟยไม่ได้พูดอะไรต่อ หันหลังเดินกลับไปทางสนามฝึกซ้อม
เขาไม่กังวลเลยสักนิดว่าหน่วย 141 จะปฏิเสธข้อเสนอ
ล้อเล่นน่า
สำหรับคนที่มีข้อมูลข่าวสารอยู่ในมือเพียบอย่างเสิ่นเฟย ไพ่เหนือกว่าเห็น ๆ!
เดินไปได้สองก้าว เสิ่นเฟยก็หยุดกึก
เขาไม่หันกลับไปมอง แต่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “อ้อ จริงสิ”
“คุณโกสต์ ถ้าคุณอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับที่กบดานของราชายาเสพติดโรบา ก็มาแลกเปลี่ยนข้อมูลกับฉันได้นะ”
ราชายาเสพติดโรบา!
เมื่อได้ยินชื่อนี้ รังสีอำมหิตในตัวโกสต์ก็แผ่ซ่านออกมาทันที
ราวกับว่าอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับสัตว์ป่า พริบตาเดียวก็มาโผล่ตรงหน้าเสิ่นเฟย ถามด้วยน้ำเสียงดุดัน “มัน.... อยู่ที่ไหน!!”
เมื่อเห็นฉากนั้น สมาชิกหน่วย 141 ทุกคนต่างก็ตกตะลึง
ถึงจะเป็นเพื่อนร่วมทีมกัน แต่พวกเขาแทบจะไม่รู้เรื่องราวในอดีตของโกสต์เลย
และที่สำคัญ
พวกเขาไม่เคยเห็นโกสต์อารมณ์เสียรุนแรงขนาดนี้มาก่อน
เสิ่นเฟยไม่ได้ตอบคำถาม
ไม่ใช่ว่าอยากจะเล่นตัวหรอกนะ แต่เป็นเพราะถ้าบอกไปตอนนี้ หมอนี่คงบุกไปลุยเดี่ยวแบบไม่คิดชีวิตแน่ ๆ
ถึงหมอนี่จะเก่งแค่ไหน แต่ก็ใช่ว่าจะเอาตัวรอดกลับมาได้
“โกสต์ ตอนนี้ฉันยังบอกนายไม่ได้หรอก แล้วนายก็ไม่มีสิ่งที่ฉันต้องการด้วย”
“ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่นายควรให้ความสำคัญที่สุดตอนนี้ คือเรื่องของนายพลเชพเพิร์ดต่างหาก”
“ไม่ต้องห่วงนะ ราชายาเสพติดโรบายังแข็งแรงดี อยู่ต่อได้อีกหลายปีสบาย ๆ!”
เสิ่นเฟยเดินเบี่ยงหลบโกสต์ที่ขวางหน้าอยู่ เดินตรงไปยังสนามฝึกซ้อมอย่างใจเย็น
ก็ต้องยอมรับเลยว่า ความรู้สึกที่ได้เป็นผู้กุมชะตาชีวิตคนอื่นนี่ มันช่างหอมหวานเสียจริง
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากจัดการเรื่องหน่วย 141 เสร็จ ก็ได้เวลาสะสางเรื่องสำคัญแล้ว!
ก้าวต่อไป
เสิ่นเฟยจะเปิดไลฟ์สด
กวาดล้างกลุ่มวอลลีให้สิ้นซาก!!!!