- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างสายสตรีม: ไลฟ์สดยิงจริง ผมมีคนดูหลักล้าน
- บทที่ 95 แผนโต้กลับสุดบ้าคลั่งของเสิ่นเฟย
บทที่ 95 แผนโต้กลับสุดบ้าคลั่งของเสิ่นเฟย
บทที่ 95 แผนโต้กลับสุดบ้าคลั่งของเสิ่นเฟย
บทที่ 95 แผนโต้กลับสุดบ้าคลั่งของเสิ่นเฟย
“ใหญ่พอไหม?”
“ใหญ่!”
“แข็งพอไหม?”
“แข็ง!”
“แล้วตอนนี้ล่ะ?”
“เอ่อ..... ก็พอรับได้......”
ภายในห้องแต่งตัวสลัว ๆ เสิ่นเฟยกำลังตั้งใจจัดทรงเสื้อผ้าให้นกกระจอกเทศ
นกกระจอกเทศที่เพิ่งผ่านการแปลงโฉมมาหมาด ๆ สวมวิกผมยาว สวมขนตาปลอม และใส่ชุดเดรสสีชมพูสุดเซ็กซี่
ถ้าไม่ปริปากพูด ก็แทบจะดูไม่ออกเลยว่าเป็นผู้ชาย
ส่วนเพื่อนร่วมทีมอีกสามคนอย่างโอเฒ่า ทิวลิป และคิงลูเธอร์ ต่างก็กลั้นขำกันสุดฤทธิ์เมื่อเห็นภาพนี้
พวกเขาเป็นทหารอาชีพ รู้ดีว่าในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ห้ามหลุดหัวเราะออกมาเด็ดขาด
แต่มันก็อดไม่ได้จริง ๆ!
ก็ลองคิดดูสิ อดีตทหารรับจ้างหนุ่มสุดแมน กลับกลายร่างเป็น ‘สาวสวย’ หุ่นสะบึมสุดเซ็กซี่ไปซะแล้ว
มันจะไปทนกลั้นขำไหวได้ยังไง......
“เสร็จแล้ว!”
เสิ่นเฟยจัดทรงชุดชั้นในเป็นครั้งสุดท้าย แล้วย้ำว่า “จำไว้นะ ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ห้ามพูดเด็ดขาด”
นกกระจอกเทศมองเงาตัวเองในกระจก แล้วพยักหน้ารับ
หลังจากทำใจยอมรับสภาพแต่งหญิงได้แล้ว จู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่า
ตัวเองในลุคนี้.... ก็ดูสวยดีเหมือนกันนะ!
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฝีมือแต่งหน้าของกัปตันขั้นเทพ
หรือเป็นเพราะเขาสวยแต่เกิดกันแน่
ในตอนนั้นเอง คิงลูเธอร์ก็เดินเข้ามาแซว “นกกระจอกเทศ นาน ๆ จะได้แต่งหญิงทั้งที ขอดูหน่อยสิว่า....”
นกกระจอกเทศถลึงตาใส่ สบถด่าเสียงต่ำ “ไสหัวไป!”
บรรยากาศเริ่มดูพิลึกพิลั่นขึ้นมาทันที
เสิ่นเฟยชะโงกหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง ทหารรับจ้างเริ่มออกค้นหาพวกเขามากขึ้นเรื่อย ๆ
อีกไม่นาน ก็คงค้นมาถึงร้านที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่แน่ ๆ
“เลิกเล่นกันได้แล้ว ฟังให้ดีว่าพวกนายต้องทำยังไงต่อไป”
เสียงของเสิ่นเฟยดังขึ้น ทุกคนหันมาตั้งใจฟัง เขาหันไปถามโอเฒ่ากับคิงลูเธอร์ “ร่างกายพวกนายไหวไหม? ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืนนะ!”
พวกเขาเป็นทหารรับจ้างก็จริง แต่ก็เป็นคนธรรมดาเหมือนกัน
บาดแผลย่อมทำให้เจ็บปวด และส่งผลต่อการเคลื่อนไหวรวมถึงปฏิกิริยาตอบสนอง
เสิ่นเฟยไม่อยากให้ภารกิจแรก ต้องแลกมากับการสูญเสียเพื่อนร่วมทีมไปตลอดกาล
คิงลูเธอร์ตบหน้าท้องตัวเอง หัวเราะร่า “ฝีมือเย็บแผลของคุณหนูนกกระจอกเทศเนี่ยสุดยอดไปเลย นอกจากจะตึง ๆ หน่อย ก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก”
นกกระจอกเทศ: “.........”
ชีวิตคนเรา มันช่างแสนสั้นจริง ๆ สินะ....
โอเฒ่าทำหน้าเคร่งเครียด ตอบเสียงเข้ม “แขนข้างนี้คงใช้การไม่ได้ชั่วคราว เอาไว้จัดการพวกทหารรับจ้างของวอลลีก็พอไหว”
“แต่ถ้าต้องไปปะทะกับพวกนั้น ฉันคงเป็นตัวถ่วงแน่ ๆ”
ถึงจะเคยเห็นฝีมือหน่วย 141 แค่แวบเดียว แต่โอเฒ่าก็สัมผัสได้ถึงความเก่งกาจของพวกเขา
เสิ่นเฟยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่งการ “งั้นเอาแบบนี้ คิงลูเธอร์ นายหาทางหนีออกจากวงล้อมไปก่อน”
“พอปลอดภัยแล้ว นายก็ไปตามสถานบันเทิงที่มีผู้หญิงประเทศมังกรอยู่ ลองสืบดูซิว่าพอจะหาข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มวอลลีได้ไหม”
“จำไว้ ต้องระวังตัวให้มาก ๆ นะ”
เดิมทีข้อมูลพวกนี้ สายลับอย่างตัวนิ่มควรจะเป็นคนเตรียมไว้ให้
แต่ตอนนี้ตัวนิ่มตายไปแล้ว ศพก็แหลกเหลวเป็นชิ้น ๆ
จะไปสืบจากใครได้อีกล่ะ นอกจากผู้กองโจว หรือไวโอเล็ต
แต่จากความน่าจะเป็น ข้อมูลที่ผู้กองโจวมี ก็คงมาจากตัวนิ่มนั่นแหละ
พูดง่าย ๆ ก็คือ เชื่อถือไม่ได้
สู้สืบหาเองยังจะดีกว่า
คิงลูเธอร์พยักหน้า ยิ้มรับอย่างอารมณ์ดี “ไม่มีปัญหา เรื่องตีสนิทกับสาว ๆ เนี่ย ฉันถนัดอยู่แล้ว”
บาดแผลที่หน้าท้องของเขาเป็นแค่แผลภายนอก
ตราบใดที่ไม่ได้ออกแรงหนัก ๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร
“นกกระจอกเทศ นายพาโอเฒ่าไปซ่อนตัวที่โกดังนะ อาวุธยุทโธปกรณ์ของเราจะไปส่งที่นั่นพรุ่งนี้เช้า”
เสิ่นเฟยส่งที่อยู่และรหัสผ่านโกดังให้นกกระจอกเทศไป
“รับทราบ!” นกกระจอกเทศรับคำอย่างแข็งขัน
หลังจากสั่งการเสร็จ ทั้งสามคนก็เดินลงบันไดร้าน หายเข้าไปในความมืดมิดของยามราตรี
เสิ่นเฟยมองตามหลังพวกเขาไป ในใจอดเป็นห่วงไม่ได้
ศัตรูอยู่ข้างนอกเต็มไปหมด ไม่รู้ว่าพวกเขาจะสามารถหนีออกไปได้อย่างปลอดภัยหรือเปล่า
ในสนามรบ มีตัวแปรที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ
ทิวลิปมายืนอยู่ข้าง ๆ เสิ่นเฟย กระซิบปลอบใจ “ตราบใดที่พวกเขาไม่โชคร้ายไปเจอทีมนั้นเข้า ก็คงไม่เป็นไรหรอก”
“อีกอย่าง ต่อให้เป็นห่วงไป ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา”
ใช่สิ
เป็นห่วงไปก็เปล่าประโยชน์!
ยิ่งไปกว่านั้น เขากับทิวลิปยังมีภารกิจสำคัญรออยู่อีก
ซึ่งมันอันตรายกว่าของอีกสามคนหลายเท่าตัวนัก
เสิ่นเฟยหยิบปืน AK47 ขึ้นมา ปลดแม็กกาซีนออกดู
เหลือกระสุนแค่ 7 นัด
เขาใส่แม็กกาซีนกลับเข้าไป แล้วส่งปืนให้ทิวลิป “เอาปืนนี่ไป แล้วตามฉันมา”
ทิวลิปรับปืนมาโดยไม่ได้ถามว่าจะไปไหน
ในตอนนั้นเอง แสงไฟจากกระบอกไฟฉายก็สาดเข้ามาจากข้างนอก
ทหารรับจ้างของกลุ่มวอลลีหลายคน มาเคาะประตูอยู่ชั้นล่างแล้ว
พวกมันมาถึงแล้ว!
เสิ่นเฟยไม่เลือกที่จะลงไปข้างล่าง แต่กลับปีนออกทางหน้าต่างชั้นสอง กระโดดข้ามไปยังหลังคาของบ้านอีกหลังที่อยู่ห่างออกไปเกือบสามเมตร
บริเวณนี้เป็นชุมชนแออัด บ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นบ้านชั้นเดียวปลูกติด ๆ กัน
บนหลังคามีข้าวของเครื่องใช้กองระเกะระกะ เป็นที่กำบังชั้นดี
ทิวลิปสะพายปืน AK47 ตามมาติด ๆ กระโดดข้ามมาได้ในจังหวะที่ประตูม้วนร้านเครื่องสำอางถูกเปิดออกพอดี
ทั้งสองคนเคลื่อนไหวอย่างว่องไวและเงียบเชียบราวกับแมวป่า กระโดดข้ามหลังคาบ้านแต่ละหลังไปอย่างคล่องแคล่ว
มีหลายครั้งที่เสิ่นเฟยสามารถหลบหนีออกจากวงล้อมได้
แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำ เขากลับพาทิวลิปวิ่งวนไปวนมาอยู่แถว ๆ นั้น
ทิวลิปดูออก
กัปตันไม่ได้กำลังหนี แต่เขากำลังมองหาอะไรบางอย่าง
หรืออาจจะหาใครสักคน!
แต่ทว่า
เขากำลังหาใครอยู่ล่ะ?
หรือว่า จะเป็นทหารรับจ้างฝีมือฉกาจพวกนั้น?
ยิ่งได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับเสิ่นเฟยมากขึ้นเท่าไหร่
ทิวลิปก็ยิ่งรู้สึกว่า กัปตันของเธอนั้น ลึกลับซับซ้อนเหลือเกิน
เขามักจะสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และสร้างปาฏิหาริย์ได้เสมอ
ผู้ชายแบบนี้ ช่างมีเสน่ห์ดึงดูดใจผู้หญิงเหลือเกิน!
แม้แต่เธอเองก็ไม่เว้น
และในที่สุด
เสิ่นเฟยก็เจอเป้าหมายที่เขาตามหาจนได้
เขาส่งสัญญาณมือให้ทิวลิปหมอบลง
ทิวลิปหมอบราบไปกับหลังคา อยู่ในท่าเตรียมพร้อมยิง
เมื่อมองตามสายตาของเสิ่นเฟยไป เธอก็เห็นทหารรับจ้างสองคนพร้อมอาวุธครบมือ
คนหนึ่งคาบซิการ์ที่กำลังติดไฟ
อีกคนไว้ผมทรงโมฮอว์ก
อย่างที่คิดไว้เลย
กัปตันกำลังตามหาคนพวกนี้จริง ๆ
ทิวลิปประทับปืน เล็งไปที่ทหารรับจ้างสองคนนั้น กระซิบถาม “กัปตัน จะให้เก็บพวกมันเลยไหม?”
“โอกาสยิงโดน 1 คน มีประมาณ 30%”
ในซอยที่ทั้งมืดทั้งแคบ แถมระยะทางก็ไกล บวกกับปืน AK47 ที่ไม่ค่อยแม่นยำนัก
โอกาสยิงโดน 30% ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
ก็อย่างว่าแหละ
ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีระบบช่วยเหลือซะหน่อย
“ไม่ต้อง”
เสิ่นเฟยส่ายหน้า กระซิบตอบ “เธอเฝ้าอยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวฉันจะลงไปทักทายพวกมันหน่อย”
ลงไปงั้นเหรอ?
มือเปล่าเนี่ยนะ?
จะไปสู้กับสองคนนั้น?
ทิวลิปค้านเสียงแข็ง “ไม่ได้ มันอันตรายเกินไป!”
เสิ่นเฟยหันมายิ้มอย่างอ่อนโยน พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ไม่ต้องห่วง พวกมันไม่ฆ่าฉันหรอก”
“เพราะ.... ฉันกุมความลับสำคัญที่พวกมันอยากรู้เอาไว้ยังไงล่ะ!”
พูดจบ
เสิ่นเฟยก็ย่อตัวลง เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ ค่อย ๆ ย่องเข้าไปใกล้กัปตันไพรซ์และโซป ที่อยู่ในซอยมืด ๆ.....