- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างสายสตรีม: ไลฟ์สดยิงจริง ผมมีคนดูหลักล้าน
- บทที่ 33 นี่คุณ กำลังขู่ผมงั้นเหรอ?
บทที่ 33 นี่คุณ กำลังขู่ผมงั้นเหรอ?
บทที่ 33 นี่คุณ กำลังขู่ผมงั้นเหรอ?
บทที่ 33 นี่คุณ กำลังขู่ผมงั้นเหรอ?
การทดสอบยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง
พวกเขาวิ่งมาราธอนกันมานานกว่า 2 ชั่วโมงแล้ว
“แฮ่ก... ฉันไม่ไหวแล้ว... ฉันไม่ไหวแล้วจริง ๆ....”
นกกระจอกเทศหอบแฮ่กจนแทบจะหมดสติ เสื้อผ้าบนตัวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ “แสนนึงก็แสนนึงสิวะ ฉันก้าวขาไม่ออกแล้วเว้ย!”
เขาทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนพื้น ดวงตาเหม่อลอยมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างไร้เรี่ยวแรง
“ฉันก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน... นึกว่าจะได้เงินแสนมาใช้ฟรี ๆ ที่ไหนได้ ดันโดนหัวหน้าต้มซะเปื่อยเลย”
โอเฒ่าถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง ทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ นกกระจอกเทศ
เงินตั้งหนึ่งแสนดอลลาร์เชียวนะ!
บางทีอาจจะต้องทำงานฟรีไปทั้งภารกิจเลยก็ได้!
ผ่านไปอีกสิบกว่านาที ทิวลิปก็ไปต่อไม่ไหวเช่นกัน
เธอเป็นผู้หญิง ต่อให้อุปกรณ์จะไม่หนักเท่าคนอื่น แต่การที่ทนมาได้ถึงตอนนี้ก็ถือว่าสุดยอดมากแล้ว
หลังจากล้มลง เธอก็เงยหน้าขึ้นพยายามมองหาเสิ่นเฟย แต่กลับไม่พบร่องรอยของเขาเลย
“ฉันกับเขา... ห่างชั้นกันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?”
ความมั่นใจของทิวลิปที่เคยสูงส่ง ถูกทำลายจนป่นปี้
แต่เธอก็ไม่ได้ท้อแท้
เธอกลับตั้งปณิธานในใจอย่างแน่วแน่ ว่าไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร เธอจะต้องพัฒนาตัวเองให้ตามทันหัวหน้าทีมให้ได้
.......
เวลาผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ทีมมังกรพิษก็ทนความเหนื่อยล้าไม่ไหว จนต้องหยุดพักเช่นกัน!
พวกเขานั่งรวมกลุ่มกัน จ้องมองแผ่นหลังของเสิ่นเฟยที่ค่อย ๆ ห่างออกไปทุกทีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
“หัวหน้า... ไอ้หมอนี่... มันโด๊ปยามาหรือเปล่าวะ?”
“เวรเอ๊ย มิน่าล่ะถึงกล้ามามีเรื่องกับกลุ่มวอลลีของเรา ดูท่าจะมีของจริงว่ะ”
“หึหึ ถ้ามันคิดว่าแค่ความอึดอย่างเดียว จะเอาชนะพวกเราได้ล่ะก็ มันคิดตื้นเกินไปแล้ว!”
ตลอดสามปีที่ผ่านมา พวกเขาฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อเตรียมตัวสำหรับการทดสอบทหารรับจ้างนี้โดยเฉพาะ เป้าหมายคือการก้าวขึ้นเป็นทีมทหารรับจ้างระดับ ‘A’ ให้ได้
แต่การปรากฏตัวของไอ้หมอนี่ กลับทำลายแผนการทั้งหมดของพวกเขาจนพังทลาย
โชคดีที่พรุ่งนี้คือการทดสอบภาคสนาม!
พละกำลังมันก็แค่พื้นฐานของทหารรับจ้าง ฝีมือในการต่อสู้จริงต่างหากล่ะคือของจริง!
เมื่อถึงพรุ่งนี้ พวกเขาจะได้งัดฝีมือทั้งหมดที่มีออกมา และฝังทีมสังหารทุกคนไว้ที่สวีเดนให้หมด!
คะแนนระดับ A จะต้องเป็นของทีมมังกรพิษเท่านั้น!
..........
คนที่ล้มลงเป็นรองคนสุดท้ายคือคิงลูเธอร์
เขาเจ็บใจสุด ๆ!
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยแพ้ใครเรื่องพละกำลังเลยสักครั้งเดียว
แต่ว่า....
ตอนนี้เขาหมดแรงข้าวต้มแล้วจริง ๆ
“ยิงปืนแม่น ฝีมือการต่อสู้เป็นปริศนา แถมยังอึดระดับปีศาจ”
“หัวหน้า.... นายยังซ่อนความลับอะไรไว้อีกบ้างเนี่ย!”
คิงลูเธอร์ถอนหายใจอย่างยอมแพ้ แล้วหลับตาลงด้วยความเจ็บใจ
.........
คนที่ยังคงยืนหยัดอยู่เป็นคนสุดท้ายในสนาม มีเพียงเสิ่นเฟยคนเดียวเท่านั้น
“ฟู่...”
เสิ่นเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พละกำลังของเขาก็ใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้วเหมือนกัน
เขาวิ่งมาได้ไกลถึง 30 กว่ากิโลเมตรแล้ว
ต่อให้เป็นร่างกายที่ผ่านการอัปเกรดจากระบบมาแล้ว ก็ยังแทบจะรับไม่ไหว
เหงื่อชุ่มเสื้อผ้าครั้งแล้วครั้งเล่า ใบหน้าแดงก่ำเพราะเลือดสูบฉีดอย่างหนัก
“ดูเหมือนว่า ขีดจำกัดของฉันในตอนนี้ จะอยู่ที่ 30 กิโลเมตรสินะ”
“ก็ถือว่าไม่เลว สำหรับภารกิจระดับ S ลงมา แค่นี้ก็เหลือเฟือแล้ว!”
“พอแค่นี้แหละ!”
เสิ่นเฟยไม่ได้ฝืนวิ่งต่อ เขาค่อย ๆ ชะลอความเร็วลงจนหยุดนิ่ง!
และเขาก็กลายเป็นทหารรับจ้างเพียงคนเดียวที่ยังคงยืนหยัดอยู่ได้
บรื้น....
ทันทีที่เขาหยุดวิ่ง รถออฟโรดคันหนึ่งก็มาจอดเทียบข้าง ๆ
ครูฝึกในรถต่างมองเขาด้วยสายตาที่เบิกกว้างราวกับเห็นผี
นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!
วิ่งมาราธอนตั้งสองชั่วโมงครึ่ง แถมยังยืนไหวอยู่อีก?
ความอึดระดับนี้ มันเหนือจินตนาการไปไกลมาก
และที่สำคัญกว่านั้นคือ พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่า
ทำไมเสิ่นเฟยที่ดูผอมบางขนาดนี้ ถึงได้มีความอึดที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ได้?
เม่ยหู หัวหน้าครูฝึกมองผ่านกระจกรถ สำรวจเสิ่นเฟยตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อว่า “ชูร่า นายเป็นคนเดียวที่วิ่งมาได้ถึงสองชั่วโมงครึ่งนะ”
“ตั้งแต่นี้ต่อไป สถิติใหม่ของการทดสอบความอึด จะเป็นชื่อของนาย”
“ขึ้นรถมาสิ นี่คืออภิสิทธิ์ของผู้ชนะ”
ทหารรับจ้างคนอื่น ๆ ต้องเดินเท้ากลับโรงแรมกันเอง
แต่ในฐานะผู้ชนะคนสุดท้าย เขาย่อมได้รับสิทธิ์ในการนั่งรถกลับ
นี่แหละคือโลกของทหารรับจ้าง โลกที่ทุกอย่างถูกตัดสินด้วยความแข็งแกร่ง
“ฟู่...”
เสิ่นเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แต่ยังไม่ยอมขึ้นรถ เขาถามกลับไปว่า “แล้วลูกทีมของผมล่ะ พวกเขาต้องเดินกลับด้วยเหรอ?”
เม่ยหูส่ายหน้าเบา ๆ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ไม่หรอก เดี๋ยวจะมีรถไปรับพวกเขากลับโรงแรมเอง”
“ในฐานะผู้ชนะ นายยังจะได้รับรางวัลพิเศษอีกอย่างนึงนะ ขึ้นมาสิ”
เมื่อได้ยินคำตอบที่แน่ชัด เสิ่นเฟยก็ไม่รอช้า ก้าวขึ้นรถออฟโรดไปทันที
ระยะทางตั้ง 30 กว่ากิโลเมตร แถมยังอยู่ในป่าลึกแบบนี้ ขืนต้องเดินกลับไปจริง ๆ มีหวังเดินกันขาลากแน่ ๆ
แล้วเสิ่นเฟยก็อยากรู้ด้วยว่า รางวัลที่เม่ยหูพูดถึง มันคืออะไรกันแน่
ครูฝึกคนขับรถกลับรถ แล้วมุ่งหน้ากลับไปทางโรงแรมของสมาคม
ตลอดทาง พวกเขาเห็นทหารรับจ้างหลายคนนอนพักเหนื่อยอยู่ตามพื้น
แต่ไม่มีรถคันไหนจอดรับพวกเขากลับโรงแรมเลย
ทหารรับจ้างที่ไม่ผ่านการทดสอบ พวกเขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะกลับไปพักที่โรงแรมด้วยซ้ำ
ความจริงมันโหดร้ายเสมอ
ถ้าไม่มีฝีมือ ก็ไม่มีใครเคารพหรอก
เสิ่นเฟยละสายตาจากภาพนอกหน้าต่าง หันมามองหัวหน้าครูฝึกเม่ยหู “เมื่อกี้คุณบอกว่า ผมยังมีรางวัลอีกอย่างนึงใช่ไหม?”
เม่ยหูหยิบขวดน้ำขวดหนึ่งส่งให้เขา พลางตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า “ใช่แล้ว น้ำขวดนี้ ฉันให้เป็นของขวัญส่วนตัวเลยนะ”
น้ำเสียงของเธอยั่วยวนมาก แถมยังรู้วิธีบริหารเสน่ห์ ไม่ว่าจะยิ้มหรือทำหน้าบึ้ง ก็ชวนให้คนมองคิดไปไกลได้เสมอ
แต่เสิ่นเฟยที่ผ่านโลกมาถึงสองชาติแล้ว จิตใจของเขาย่อมหนักแน่นกว่าคนทั่วไป จึงไม่ได้หวั่นไหวอะไรมากมายนัก
เขารับน้ำมา แล้วถามด้วยความสงสัย “แล้วรางวัลที่คุณบอกล่ะ มันคืออะไร?”
“ความลับอย่างนึงไง” เม่ยหูยกนิ้วเรียวสวยขึ้นชี้ไปทางทีมมังกรพิษที่อยู่ไม่ไกล พร้อมกับยิ้มหวาน “มีคนจ้องจะเอาชีวิตนายอยู่นะ”
เธอไม่ได้บอกชื่อตรง ๆ
แต่ก็ใบ้ให้ชัดเจนพอสมควรแล้ว
เสิ่นเฟยขมวดคิ้ว
เขารู้เรื่องที่ทีมมังกรพิษจะฆ่าเขาอยู่แล้ว เลยไม่ได้แปลกใจอะไร
แต่สิ่งที่ทำให้เสิ่นเฟยไม่เข้าใจจริง ๆ ก็คือ ในฐานะหัวหน้าครูฝึกอย่างเม่ยหู ทำไมเธอถึงเอาเรื่องนี้มาบอกเขา?
มันไม่เห็นจะจำเป็นเลยนี่นา!
เม่ยหูเองก็เป็นคนฉลาด เธออ่านความคิดของเสิ่นเฟยออกทะลุปรุโปร่ง จึงพูดตรง ๆ ไม่อ้อมค้อมว่า “ด้วยฝีมือของนาย นายสามารถเลือกอยู่ทีมที่ดีกว่านี้ได้ตั้งเยอะ”
“ลูกทีมนายถึงจะเก่ง แต่ก็ยังไม่คู่ควรกับนายหรอก”
“สนใจมาร่วมงานกับสมาคมทหารรับจ้างไหมล่ะ รับรองว่าไม่มีใครกล้าแตะต้องนายแน่”
สมาคมทหารรับจ้าง เป็นกลุ่มคนที่เป็นกลาง
ดูเหมือนจะไม่มีอิทธิพลอะไรมาก แต่เพราะพวกเขาสามารถเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยให้แต่ละฝ่ายได้ ใคร ๆ ก็เลยต้องเกรงใจอยู่บ้าง
เปรียบเทียบง่าย ๆ ก็เหมือนกับกรุงเยรูซาเลมในโลกตะวันตกนั่นแหละ
ที่แท้ก็กะจะดึงตัวไปนี่เอง
เสิ่นเฟยพยักหน้าในใจ ในที่สุดก็เข้าใจจุดประสงค์ของเม่ยหูแล้ว
แต่ว่า...
คนที่มีระบบสุดโกงอย่างเขา ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอิทธิพลของใครเพื่อคุ้มครองตัวเองหรอก
ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ เขาพอใจกับลูกทีมของตัวเองในตอนนี้มาก ๆ แล้ว
เสิ่นเฟยปฏิเสธคำชวนของเม่ยหูอย่างเด็ดขาด “เสียใจด้วยนะ ผมคงรับข้อเสนอของคุณไม่ได้หรอก”
เม่ยหูแอบแปลกใจเล็กน้อย
เพราะปกติแล้ว ทหารรับจ้างส่วนใหญ่ มักจะยอมทำทุกอย่างเพื่อจะได้เข้ามาอยู่ในสังกัดของสมาคม เพื่อแลกกับชีวิตที่มั่นคงปลอดภัย
แต่ผู้ชายคนนี้ กลับปฏิเสธอย่างไม่ลังเลเลยเนี่ยนะ?
สีหน้าของเม่ยหูไม่ได้เปลี่ยนไป แต่รอยยิ้มกลับจางลงเล็กน้อย “ฉันเคารพการตัดสินใจของนายนะ แต่ถ้าเป็นแบบนี้ สมาคมทหารรับจ้างคงไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยให้นายและลูกทีมได้หรอกนะ”
บรรยากาศในรถกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
แต่เสิ่นเฟยก็ไม่ได้เกรงกลัวอะไร เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาอันยั่วยวนของเม่ยหูตรง ๆ แล้วถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “นี่คุณ กำลังขู่ผมงั้นเหรอ?”