- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างสายสตรีม: ไลฟ์สดยิงจริง ผมมีคนดูหลักล้าน
- บทที่ 23 ผ่าไตคุณหนู ต้องใช้ยาชาด้วยเหรอ?
บทที่ 23 ผ่าไตคุณหนู ต้องใช้ยาชาด้วยเหรอ?
บทที่ 23 ผ่าไตคุณหนู ต้องใช้ยาชาด้วยเหรอ?
บทที่ 23 ผ่าไตคุณหนู ต้องใช้ยาชาด้วยเหรอ?
ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง
ณ ประเทศทางเหนือ คณะศิลปะวอลลี
ภายในโกดังขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
แสงไฟสลัวริบหรี่
พัดลมระบายอากาศสภาพเก่าคร่ำคร่าหมุนส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดไม่หยุดหย่อน ราวกับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
บนพื้นและผนังโดยรอบ ปูด้วยแผ่นพลาสติกหนาเตอะ
มีคราบเลือดที่แห้งกรังเกาะติดอยู่ทุกหนทุกแห่ง
น่าสยดสยองยิ่งนัก!
ทางทิศตะวันตกของโกดัง มีชั้นวางของเหล็กยาวประมาณเจ็ดแปดเมตร สูงราวสองสามเมตรตั้งอยู่
บนชั้นวางมีเครื่องมือสารพัดชนิดวางระเกะระกะ
ทั้งคีม คีมหนีบ ค้อน เลื่อย มีดผ่าตัด และอื่น ๆ อีกมากมาย.....
เครื่องมือเหล่านี้ ไม่ได้มีสีเหล็กแวววาวเหมือนปกติ แต่ถูกย้อมด้วยสีเลือดจนกลายเป็นสีแดงอมดำ
คล้ายกับสีของมีดเชือดหมูที่พ่อค้าเนื้อใช้เป็นประจำ
และทางทิศเหนือของโกดัง ยังมีเครื่องจักรขนาดใหญ่ตั้งอยู่อีกสามเครื่อง
รูปร่างของเครื่องจักรดูประหลาด ด้านหน้าเป็นช่องกรวย ภายในช่องนั้นมีใบมีดโลหะแหลมคมเรียงซ้อนกันอยู่ ดูคล้ายกับเครื่องบดเนื้อไม่มีผิด
ด้านหลังช่องกรวย เป็นกล่องเหล็กสี่เหลี่ยม ส่วนด้านบนสุดมีถังเหล็กใบใหญ่วางอยู่
สิ่งที่ไม่เหมือนจุดอื่นคือ ภายในช่องกรวยและบนใบมีดนั้น เหมือนถูกทาด้วยสีแดงเข้ม
หากสังเกตดี ๆ จะพบว่ามีเศษซากอะไรบางอย่างติดอยู่บนนั้นด้วย
และยังส่งกลิ่นเหม็นเน่าลอยโชยมาเตะจมูก
คล้ายกับกลิ่นของ.... เศษเนื้อที่เน่าเปื่อย
เครื่องจักรขนาดใหญ่เหล่านี้ มีชื่อเรียกว่า เครื่องบดไม้!
แต่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่า
ในสถานที่แห่งนี้ เครื่องจักรตรงหน้า ไม่ได้เอาไว้ใช้บดไม้แน่ ๆ
...........
แกร๊ก.....
เสียงเปิดประตูดังขึ้น
ทหารในชุดเครื่องแบบสีเขียวสิบกว่านาย ถือปืนไรเฟิล AK เดินคุ้มกันถาวจิ่วฝู หัวหน้าคณะศิลปะวอลลีเข้ามา
ในเวลานี้ ถาวจิ่วฝูหวีผมเรียบแปล้ แสกข้าง 3 ต่อ 7 และสวมชุดสูทสีแดงเข้มที่ดูแปลกตา
เขาเดินมาหยุดที่กลางโกดัง นั่งลงบนเก้าอี้ข้างกองไฟ แล้วออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พาตัวพวกมันเข้ามา”
“ครับ” ผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รับคำ หยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา แล้วสั่งการ “หัวหน้ามาถึงแล้ว พาตัวพวกมันเข้ามาให้หมด”
เวลาผ่านไปราวห้านาที
เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นที่หน้าโกดัง
กลุ่มคนในชุดทหารสีเขียวเหมือนกัน กำลังคุมตัวชายหญิงชาวประเทศมังกรสิบกว่าคนที่มีท่าทีหวาดกลัวสุดขีดเดินเข้ามา
คนเหล่านี้ ล้วนแต่มีหน้าตาแบบชาวประเทศมังกรทั้งสิ้น
ไม่นานนัก
หลี่ซ่ายเกา เสี่ยวลิ่ว เจียรุ่น โจวเซอร์ และเน็ตไอดอลประเทศทางเหนือคนอื่น ๆ อีกราวเจ็ดแปดคน ก็เดินตามเข้ามาด้วย
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
“พี่ชาย... พี่ชาย... ฉันไม่มีเงินจริง ๆ”
“ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะ... ให้ฉันกลับบ้านนะ... ฉันจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น.... ขอร้องล่ะ...”
ท่ามกลางกลุ่มชาวประเทศมังกรที่ตื่นตระหนก มีหญิงสาวอายุประมาณ 20 ปีคนหนึ่ง ทรุดลงคุกเข่ากับพื้น ร้องไห้อ้อนวอนพลางโขกศีรษะไม่หยุด
คนอื่น ๆ เห็นดังนั้น ก็รีบคุกเข่าลงและร้องขอความเมตตาเช่นกัน
ผิวพรรณที่โผล่พ้นเสื้อผ้าของพวกเขา ล้วนเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและบาดแผลจากการถูกทำร้าย
“คุณถาว... ฉันก็พยายามแล้วนะ... อีกแค่นิดเดียวก็จะทำยอดได้แล้ว... ขอเวลาฉันอีกหนึ่งอาทิตย์ หนึ่งอาทิตย์ ไม่สิ... วันเดียว!”
“คุณถาว.... มีลูกค้าสนใจฉันแล้ว เขาบอกว่าจะให้เงินฉัน จริง ๆ นะ!”
“ฉันก็เหมือนกัน... คุณถาว มีคนกำลังจะหลงกลแล้ว ฉันจะหลอกเขามาที่นี่ให้ได้เลย!”
ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน
คนเหล่านี้ คือชาวประเทศมังกรที่ถูกหลอกมายังประเทศทางเหนือ และเป็นพนักงานที่ไม่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้าในเดือนนี้
บางคนรับแขกไม่ครบตามจำนวน
บางคนหาเงินมาไม่ได้ตามเป้า
และบางคนก็หลอกคนมาไม่ได้ตามจำนวนที่กำหนด
“หึหึ”
ถาวจิ่วฝูลุกขึ้นยืน จัดแจงชุดสูทให้เข้าที่ รับท่อเหล็กจากลูกน้องมาถือไว้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “พวกแกก็น่าจะรู้ดี ว่าการทำงานไม่สำเร็จ จะต้องเจอกับอะไร”
เขาเดินไปหยุดอยู่หน้าหญิงสาวชาวประเทศมังกรวัย 20 ปี ก้มลงมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม แล้วถามว่า “จริงไหมจ๊ะ องค์หญิงน้อยผู้หยิ่งยโสของฉัน?”
หญิงสาวหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
เธอถูกหลอกมาด้วยคำพูดนี้แหละ!
ตอนแรกเธอคิดว่าประเทศทางเหนือคือดินแดนสวรรค์ แต่พอมาถึง โทรศัพท์ พาสปอร์ต และบัตรประชาชนก็ถูกยึดไปหมด แถมยังถูกขังอยู่ในห้องแคบ ๆ
ครึ่งเดือนต่อมา เธอก็ถูกปล่อยตัว และถูกพาไปทำงานที่ร้านคาราโอเกะ
ทุกวันเธอต้องรับแขก 20 คน แม้แต่ช่วงวันนั้นของเดือน ก็ห้ามลดจำนวนเด็ดขาด
แต่เดือนนี้ เนื่องจาก ‘อุปกรณ์ทำมาหากิน’ ของเธอมีปัญหา เธอจึงรับแขกไม่ได้ตามเป้า 600 คน
“คุณถาว... ฉัน... ฉันรู้ตัวแล้วว่าทำผิด...”
“เดือนหน้าฉันจะพยายามให้มากกว่านี้... 700 คน ไม่สิ 800 คน ฉันจะรับแขกให้ครบแน่นอน”
หญิงสาวร้องไห้อ้อนวอนไม่หยุด
เธอจัดว่าเป็นคนหน้าตาดีพอสมควร
ตอนอยู่ที่ประเทศมังกร ถึงเธอจะไม่มีเงิน แต่ก็มักจะมีพวกผู้ชายที่พร้อมจะเปย์ให้เธอเสมอ
นานวันเข้า เธอก็หลงคิดไปว่า ขอแค่เป็นผู้หญิง ก็จะมีผู้ชายยอมสยบแทบเท้า
เธอเบื่อผู้ชายประเทศมังกรแล้ว เลยอยากลองมาหาผู้ชายประเทศทางเหนือดูบ้าง
นึกว่าที่นี่คือสวรรค์ แต่ใครจะไปคิดว่ามันคือนรกขุมต่างหาก
ปั้ก!
ถาวจิ่วฝูไม่พูดพร่ำทำเพลง ฟาดท่อเหล็กเข้าที่ศีรษะของเธออย่างจัง
เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่ว ราวกับดอกท้อที่เบ่งบาน
หญิงสาวล้มหงายหลังลงไปกองกับพื้น เลือดไหลนองลงบนแผ่นพลาสติก สิ้นใจตายคาที่
เมื่อคนอื่น ๆ เห็นภาพนั้น ก็พากันตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ความหวาดกลัว
ความหวาดกลัวขั้นสุด!
พวกเขาราวกับเป็นวิญญาณเร่ร่อนที่เพิ่งมาถึงปรโลก หวาดผวาจนถึงขีดสุด
ถาวจิ่วฝูเช็ดมือ แล้วออกคำสั่งเสียงเย็น “ลากมันออกไป ส่วนยอดที่ขาดไป เอาไตมาชดใช้ก็แล้วกัน”
“ครับ ผมจะจัดการเดี๋ยวนี้” ผู้ช่วยรีบรับคำ แล้วถามต่อ “หัวหน้าครับ ยาชาของเราหมดแล้ว วันนี้จะผ่าเลยไหมครับ?”
ยาชาหมดแล้วงั้นเหรอ?
ถาวจิ่วฝูยิ้ม ยิ้มอย่างอารมณ์ดี
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “องค์หญิงน้อยที่รักของฉัน เธอยังจะกลัวความเจ็บปวดจากยาชาอยู่อีกเหรอ?”
“ไม่ต้องใช้ยาชา ผ่าสดเลย!”
“คนอื่น ๆ ก็พาตัวไปจัดการตามกฎให้หมด!”
อะไรนะ?!
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชาวประเทศมังกรทุกคนในที่นั้น ก็ถึงกับช็อกไปตาม ๆ กัน
ไม่ใช้ยาชา?
ผ่าสด ๆ เลยเนี่ยนะ?
แบบนั้นไม่เจ็บจนตายเลยเหรอ?!
พวกเขาพยายามจะดิ้นรนขัดขืน แต่กลับถูกพวกทหารชุดเขียวรุมทุบตีอย่างทารุณ
ในประเทศมังกร สีเขียวคือสีแห่งความหวัง
ทหารในเครื่องแบบสีเขียว คือผู้พิทักษ์ประชาชน
แต่เสียใจด้วยนะ
ที่ประเทศทางเหนือแห่งนี้ เงินคือพระเจ้า
ถ้าหาเงินมาไม่ได้ตามเป้า ทหารพวกนี้ก็คือยมทูตที่จะมาพรากชีวิตคุณไป!
ไม่นานนัก
ชาวประเทศมังกรกว่าสิบคนก็ถูกลากออกไป ภายในโกดังเหลือเพียงเน็ตไอดอลประเทศทางเหนือไม่กี่คนเท่านั้น
ถาวจิ่วฝูเดินเข้ามาหาพวกเขา สายตาอันน่าสะพรึงกลัวกวาดมองใบหน้าของแต่ละคน ก่อนจะหยุดลงที่หลี่ซ่ายเกา
เขาถามเสียงเรียบ “เรื่องไลฟ์คู่กับชูร่าวันนี้ มันเกิดอะไรขึ้น?”
ตุ้บ
พอพูดถึงเรื่องนี้ หลี่ซ่ายเกาก็ตัวสั่นเป็นลูกนก ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ใบหน้าซีดเผือดด้วยความกลัว