เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 โย่ คำขอวิดีโอคอลจากหลี่ซ่ายเกาหรือเนี่ย?

บทที่ 10 โย่ คำขอวิดีโอคอลจากหลี่ซ่ายเกาหรือเนี่ย?

บทที่ 10 โย่ คำขอวิดีโอคอลจากหลี่ซ่ายเกาหรือเนี่ย?


บทที่ 10 โย่ คำขอวิดีโอคอลจากหลี่ซ่ายเกาหรือเนี่ย?

เปิดไลฟ์แล้วเหรอ?

เมื่อถาวจิ่วฝูได้ยินข่าวนี้ รอยยิ้มเย็นชาและโหดเหี้ยมก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา

เขาพยักหน้าด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก แล้วโบกมือไล่ “รู้แล้ว ออกไปได้”

“ครับ!”

ทหารในชุดเครื่องแบบสีเขียวรีบยืดตัวตรง ทำความเคารพอย่างนอบน้อมอีกครั้ง ก่อนจะกล้าหันหลังเดินออกจากห้องไป

แม้ว่าในนามแล้ว ถาวจิ่วฝูจะเป็นเพียงหัวหน้าคณะศิลปะวอลลี แต่เขากลับมีชื่อเสียงในเรื่องความโหดเหี้ยมอำมหิต

หากทำภารกิจที่เขามอบหมายให้ไม่สำเร็จ ผลที่ตามมาจะร้ายแรงมาก!

ถาวจิ่วฝูไม่เพียงแค่ฆ่าคนเป็นผักปลา แต่เขายังชอบใช้วิธีทรมานลูกน้องที่ทำผิดพลาด หรือทำยอดไม่ได้ตามเป้าหมาย ให้เจ็บปวดทรมานจนแทบขาดใจ!

แม้แต่คนในคณะศิลปะวอลลีเอง ก็ยังหวาดกลัวเขาจับใจ

ปัง....

หลังจากทหารคนนั้นเดินออกไป ประตูห้องทำงานก็ถูกปิดลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดราวกับป่าช้าอีกครั้ง

ดวงตาอันเย็นเยียบของถาวจิ่วฝู กวาดมองใบหน้าของสตรีมเมอร์ทีละคนจากซ้ายไปขวา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “วันนี้ถือว่าพวกแกโชคดี”

“ถ้าเดือนหน้ายังทำยอดไม่ได้ตามเป้าอีก พวกแกรู้ใช่ไหมว่าจะโดนอะไร”

เสียงของเขาไม่ดังนัก

แต่มันกลับทำให้เน็ตไอดอลจากประเทศทางเหนือกว่าสิบชีวิตที่อยู่ในห้อง ตัวสั่นงันงก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

ถาวจิ่วฝูมองดูภาพนี้ด้วยความพึงพอใจ แล้วพูดเรียบ ๆ ว่า “หลี่ซ่ายเกาอยู่ต่อ ที่เหลือไสหัวกลับไปห้องของตัวเอง แล้วไลฟ์ต่อไปซะ”

เน็ตไอดอลโต่วอินจากประเทศทางเหนือกว่าสิบคนที่มีแฟนคลับนับล้าน ต่างพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก

พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับถาวจิ่วฝู รีบหันหลังเดินออกจากห้องไปทันที

ภายในห้อง จึงเหลือเพียงหลี่ซ่ายเกาที่กำลังตัวสั่นเทิ้มอยู่เล็กน้อย

ถาวจิ่วฝูสั่ง “จะกลัวอะไร? ยอดของแกก็ไม่ได้แย่นี่ ฉันไม่กินหัวแกหรอกน่า นั่งลงสิ”

คาแรกเตอร์ของหลี่ซ่ายเกาคือนักเรียนนายร้อย เขาใช้การร้องเพลงเพื่อดึงดูดแฟนคลับ

ในบรรดาเน็ตไอดอลประเทศทางเหนือทั้งหมด เขาเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด มีแฟนคลับเยอะที่สุด และยังเป็นคนที่ช่วยให้กลุ่มวอลลี หลอกคนมาที่ประเทศทางเหนือได้มากที่สุดอีกด้วย

หลี่ซ่ายเกาจะกล้าขัดคำสั่งของถาวจิ่วฝูได้อย่างไร เขารีบนั่งลงบนโซฟาด้านข้าง ก้มหน้าลง ไม่กล้าพูดอะไรสักคำ

“สถานการณ์ตอนนี้แกก็รู้ดี คนประเทศมังกรเริ่มระวังตัวเรื่องการหลอกลวงมากขึ้น ธุรกิจของเรากำลังทำยากขึ้นทุกที”

ถาวจิ่วฝูจุดซิการ์ สูบไปหนึ่งอึก แล้วพูดต่อ “ช่วงสองสามวันนี้ ฉันบังเอิญไปเจอเน็ตไอดอลคนหนึ่งในโต่วอิน กระแสกำลังมาแรงเลย หมอนั่นทำเป็นแกล้งปลอมตัวเป็นทหารรับจ้างอะไรสักอย่าง”

“เมื่อกี้เขาเพิ่งเปิดไลฟ์สตรีม เดี๋ยวฉันจะให้เลขห้องไป แกไปเปิดไลฟ์แล้วขอโคไลฟ์กับเขาก็แล้วกัน”

“เป้าหมายสูงสุดคือ หลอกให้มันมาที่ประเทศทางเหนือ ใช้กระแสของมัน ประกาศให้คนประเทศมังกรได้รับรู้ว่า ที่นี่ปลอดภัย สาว ๆ ใสซื่อ รายได้ก็ดีงาม แถมพวกเรายังเป็นลูกหลานของคนประเทศมังกร และชอบคนประเทศมังกรมาก”

“ถ้ามาเที่ยวหรือมาทำงานที่นี่ จะได้รับการปรนนิบัติดุจจักรพรรดิ”

การดึงดูดสตรีมเมอร์ที่มีกระแสแรง ๆ ให้มาที่ประเทศทางเหนือ เพื่อใช้ชื่อเสียงของพวกเขาในการสร้างกระแส

นี่คือวิธีการก่ออาชญากรรมที่กลุ่มวอลลีใช้เป็นประจำ

แล้วถ้าสตรีมเมอร์มาถึงแล้วไม่ยอมเชื่อฟังล่ะ?

หึหึ

นั่นเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วมาก มีสารพัดวิธีที่จะทำให้พวกมันต้องยอมสยบ!

ถ้ากลับไปแล้วจะหักหลังงั้นเหรอ?

ไม่เป็นไร สัญญาที่ถูกบังคับให้เซ็นภายใต้การข่มขู่และหลอกล่อสารพัดรูปแบบ ก็เพียงพอที่จะทำให้สตรีมเมอร์พวกนั้นไม่กล้าปริปากพูดอะไรเมื่อกลับไปถึงประเทศมังกรแล้ว

ส่วนพวกที่ปากแข็งนักล่ะก็ ฆ่าทิ้งซะก็สิ้นเรื่อง!

ในประเทศทางเหนือ การฆ่าคนสักคน มันก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าหมูสักตัวหรอก

หลี่ซ่ายเกาไม่ได้ทำเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรก เขาชำนาญการเป็นอย่างดี

เขารีบลุกขึ้นยืน ตอบรับอย่างนอบน้อมว่า “ครับ ผมรู้แล้วว่าต้องทำยังไง”

“วางใจได้เลยครับ ผมจะหลอกสตรีมเมอร์ที่คุณพูดถึง ให้เข้ามาในเขตประเทศทางเหนือของเราให้ได้”

ถาวจิ่วฝูสูบซิการ์อีกอึก ยิ้มพลางโบกมือ ไม่ได้พูดอะไรอีก

ในใจของเขา ราวกับได้มองเห็นคลื่นนักท่องเที่ยวระลอกใหม่ที่กำลังจะหลั่งไหลเข้ามายังประเทศทางเหนือ เพราะการมาเยือนของเน็ตไอดอลหน้าใหม่คนนี้แล้ว

เมื่อถึงเวลานั้น เงินทองก็คงไหลมาเทมาจนนับไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว

.........

ประเทศสวีเดน มหาวิหารลุนด์

“ในปี 1234 มหาวิหารลุนด์เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่”

“หลังจากนั้น ทางวิหารก็ได้สร้างกำแพงแท่นเทศน์ใหม่ สร้างเพดานโค้งใหม่ และสร้างผนังหลักด้านทิศตะวันตกขึ้นมาใหม่ด้วย ลองเงยหน้าขึ้นไปดูสิครับ ยังคงมองเห็นร่องรอยของการเผาไหม้เมื่อหนึ่งศตวรรษก่อนได้อยู่เลย”

เสิ่นเฟยปรับกล้องโทรศัพท์ให้เป็นกล้องหน้า เพื่ออธิบายเรื่องราวของมหาวิหารลุนด์ให้ผู้ชมฟัง

จำนวนคนดูในห้องไลฟ์ ค่อย ๆ หยุดอยู่ที่ประมาณ 80,000 กว่าคน และก็ไม่เพิ่มขึ้นอีกเลย

จำนวนคนไม่ได้ถือว่าเยอะมากนัก ส่วนยอดไลก์ก็มีเพียงแค่ 770,000 ไลก์เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากการที่ชาวเน็ตกดรัว ๆ ซ้ำ ๆ

ค่าความนิยมที่ได้มาจริง ๆ มีแค่ 7 หมื่นกว่าแต้มเท่านั้นเอง

ต่อให้จะเป็นเนื้อติดขาแมลงวันมันก็คือเนื้อ เสิ่นเฟยไม่ได้รู้สึกรังเกียจหรือผิดหวังอะไร

อีกอย่าง ผู้ชมที่ยังอยู่ดู ก็ไม่ได้สนใจแล้วว่าเสิ่นเฟยจะเป็นทหารรับจ้างจริงหรือไม่ พวกเขาแค่กำลังเพลิดเพลินไปกับการบรรยายของเขาเท่านั้น

บรรยากาศถือว่าดีทีเดียว

.......

ภายในห้องไลฟ์

“พี่ชายสุดหล่อ พี่บรรยายได้ละเอียดมาก เก่งกว่าไกด์ที่ฉันจ้างตอนไปเที่ยวครั้งก่อนซะอีก!”

“นั่นสิ หลังจากนี้เปลี่ยนไปเป็นสตรีมเมอร์สายท่องเที่ยวก็ไม่เลวนะ!”

“กลับประเทศเถอะ ป้าจะเลี้ยงดูนายเอง จะได้ไม่ต้องเหนื่อยไปอีก 30 ปี!”

“หึหึ นี่น่ะเหรอไอ้คนที่แอบอ้างว่าเป็นทหารรับจ้าง? ของปลอมชัด ๆ นี่มันไกด์นำเที่ยวดี ๆ นี่เองไม่ใช่หรือไง?”

“ฮ่า ๆ ไม่จริงมั้ง ไม่จริงมั้ง คงไม่มีใครเชื่อจริง ๆ หรอกนะว่าเขาเป็นทหารรับจ้าง?”

..........

คอมเมนต์ในช่องแชตมีหลากหลายรูปแบบ และก็มีคำพูดที่ฟังไม่ค่อยเข้าหูอยู่เยอะเหมือนกัน

แต่สำหรับเสิ่นเฟยที่เกิดมาสองชาติแล้ว เขามีสภาพจิตใจที่เข้มแข็งมาก จึงไม่สะทกสะท้านกับคำวิจารณ์ของชาวเน็ตบางส่วนเลยแม้แต่น้อย

ในขณะที่เขากำลังเตรียมตัวย้ายไปโซนอื่นเพื่อบรรยายต่อ จู่ ๆ ก็มีคำขอไลฟ์คู่ส่งเข้ามา

ตั้งแต่เสิ่นเฟยเริ่มเปิดไลฟ์ ก็มีสตรีมเมอร์หลายคนที่พยายามจะขอไลฟ์คู่กับเขามากมาย

สำหรับพฤติกรรมเกาะกระแสแบบนี้ เสิ่นเฟยย่อมไม่มีทางยอมไลฟ์คู่ด้วยอย่างแน่นอน

ในตอนที่เขากำลังจะกดปุ่มปฏิเสธการไลฟ์คู่อีกครั้ง เขาก็สังเกตเห็นชื่อของสตรีมเมอร์ฝั่งตรงข้ามเข้าพอดี

ให้ตายเถอะ

นี่มันหลี่ซ่ายเกาแห่งประเทศทางเหนือไม่ใช่หรือไง?

หึหึ...

เสิ่นเฟยอดรู้สึกตลกไม่ได้

ก่อนหน้านี้ก็เป็นคณะศิลปะวอลลีที่ส่งข้อความส่วนตัวมาหาเขา ตอนนี้สตรีมเมอร์ในสังกัดก็ยังมาขอไลฟ์คู่อีก

ดูเหมือนว่า จะไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวที่มองอีกฝ่ายเป็นบ่อปั๊มเลเวล อีกฝ่ายก็คงมองเขาเป็นเครื่องมือทำมาหากินเหมือนกัน

น่าสนใจดีนี่

“เพื่อน ๆ ในห้องไลฟ์ครับ มีสตรีมเมอร์คนหนึ่งอยากจะขอไลฟ์คู่กับพวกเรา”

มุมปากของเสิ่นเฟยปรากฏรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดา เขาพูดต่อ “คน ๆ นี้ พวกคุณอาจจะรู้จักก็ได้นะ เขาเป็น ‘เน็ตไอดอลชื่อดัง’ เลยล่ะ”

“มาดูกันดีกว่า ว่าที่เขาขอไลฟ์คู่กับเรา เขาต้องการอะไรกันแน่”

หลังจากอธิบายสถานการณ์เสร็จ เสิ่นเฟยก็กดปุ่มตอบรับการไลฟ์คู่

ทันใดนั้น หน้าจอโทรศัพท์ก็ถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง

ภายในห้องไลฟ์ ปรากฏภาพชายหนุ่มผิวคล้ำอายุราว ๆ 20 กว่าปี สวมเครื่องแบบทหารสีเขียว และสวมหมวกแก๊ปสีเขียว

เขาคือหลี่ซ่ายเกา!

ผู้ชมหลายคนในห้องไลฟ์ของเสิ่นเฟย ต่างก็รู้จักหลี่ซ่ายเกาเป็นอย่างดี แถมยังรู้สึกดีกับเขาเอามาก ๆ ด้วย

พอเห็นทั้งสองคนไลฟ์คู่กัน ก็พากันตื่นเต้นยกใหญ่ ช่องคอมเมนต์เลื่อนไหลเป็นสายน้ำ

ในขณะเดียวกัน หลี่ซ่ายเกาก็ฉีกยิ้มกว้าง และกล่าวทักทายอย่างเป็นมิตร “สวัสดีครับสตรีมเมอร์ และสวัสดีผู้ชมฝั่งตรงข้ามทุกคนด้วยนะครับ”

“ผมชื่อหลี่ซ่ายเกา มาจากประเทศทางเหนือ เป็นลูกหลานของกองทัพตะวันออกไกลครับ”

“พวกเราที่นี่เรียนภาษาจีน รู้จักตัวอักษรจีน ใช้เงินประเทศมังกร และต้อนรับคนประเทศมังกรเป็นอย่างดีเลยล่ะครับ”

“ถ้าใครอยากมาเที่ยวต่างประเทศล่ะก็ ต้องเลือกประเทศทางเหนือเป็นที่แรกเลยนะครับ!”

จบบทที่ บทที่ 10 โย่ คำขอวิดีโอคอลจากหลี่ซ่ายเกาหรือเนี่ย?

คัดลอกลิงก์แล้ว