เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 100 : เด็กนี่อารมณ์ฉุนเฉียวเกิ๊น แถมสุขภาพจิตก็ไม่ได้เรื่องอีก

บทที่ 100 : เด็กนี่อารมณ์ฉุนเฉียวเกิ๊น แถมสุขภาพจิตก็ไม่ได้เรื่องอีก

บทที่ 100 : เด็กนี่อารมณ์ฉุนเฉียวเกิ๊น แถมสุขภาพจิตก็ไม่ได้เรื่องอีก


“มะ...  มืงงงงงงงงงงงงง ! ! !”

ฉินหลานโกรธแทบตาย

กัดฟันกรอด ๆ จนแทบแตก

ส่วนทางผู้ชมนั้นคือเงิบไปแล้ว  พูดอะไรไม่ออก  งงกับฉากที่ตัวเองเห็นอยู่อย่างหนัก

เคยเห็นคนพูดปากหมามาก็มาก  แต่ไม่เคยเห็นใครปากหมาชนิดน้ำไหลไฟดับแบบนี้มาก่อน

แถมนี่ไม่ใช่แค่ปากหมาธรรมดา  แต่มันคือการอมยาพิษพ่นใส่แบบไม่หยุดยั้ง

เดิมทีพวกเขาคิดว่าในฐานะที่เฉินมู่เป็นอาจารย์ก็ควรที่จะมีจรรยาบรรณในวิชาชีพอยู่บ้าง

หากเป็นแบบนั้นพวกตนก็จะเอาเรื่องศีลธรรมมาอ้างเพื่อลากไอ้เลวเฉินมู่ขึ้นลานประลองแล้วจัดการให้มันได้ขายขี้หน้า

แต่แม่มันสิ...

ถ้าเกิดคนมันขาดศีลธรรม  ย่อมไม่มีวันถูกศีลธรรมบีบบังคับได้

ด้วยปากแบบนั้นใครกันจะกล้าหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีก

“แม่จ้าว...  นี่กูเห็นภาพหลอนอยู่ป่าวนิ  นั่นน่ะหรือคือเฉินมู่”

“เช้ดดดดดด  วันนี้คือกูเปิดหูเปิดตามาก  ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการด่าคนเนี่ยมันด่าแบบนี้ได้ด้วย”

“แม่งเอ๊ย  รัวออกมาอย่างกะท่องกลอน  นี่มันเตรียมเรียนต่อโทป่าววะหนิ”

“ปากนั่น...  บ้าไปแล้ว ! พูดตรง ๆ เลยนะ  จู่ ๆ กูก็อยากขำขึ้นมาซะงั้น  เป็นไรไปวะเนี่ยกู”

ผู้ชมต่างก็เหวอกันหมด  ซูซิงหางกับเพื่อน ๆ นี่คือเงิบกันไปเลย

มีเพียงฉินหลานคนเดียวที่บาดเจ็บคนเดียวในโลกใบนี้

ฉินหลานชี้หน้าเฉินมู่ด้วยนิ้วมือที่สั่นเทา  และแล้วก็อดรนทนไม่ไหวอีกต่อไปจนต้องระเบิดออกมา

“มืงงงงงงงงงงงงง...  มึงอยากตายนักเหรอวะหา !”

“ถ้ามึงปากเก่งนักก็ขึ้นมาสิวะ ! ไอ้เหี้ย !”

“กูจะ xxx yyy มึง...”

ฉินหลานที่โกรธจัดก็พรั่งพรูคำด่าทอออกมาชนิดที่ว่าไม่เป็นภาษาคน

ณ  จุดนี้ภาพลักษณ์คุณชายผู้สง่างามหรือมาดจอมยุทธ์ผู้สูงส่งใด ๆ นั่นล้วนช่างแม่งให้หมดแล้ว

ถ้าเกิดไม่ด่าสวนมันไปบ้างล่ะก็ต้องมีกระอักเลือดตายเป็นแน่

ทว่าเสียงคำด่าที่พ่นออกมารัว ๆ นั้นนอกจากแค่ทำให้คนฟังหรือก็คือผู้ชมทั้งหมดต้องอึ้งแล้ว  ที่เหลือคือไม่ได้ส่งผลอะไรกับเฉินมู่เลย

เขายังคงดูดชานมและกินของกินที่เฉินหยิ่งป้อนอย่างใจเย็นต่อไป  ส่วนตัวฉินหลินเมื่อเห็นแบบนั้นก็สติแตกอีกรอบ  คำผรุสวาทพรั่งพรูออกมารัว ๆ จนหายใจหอบเหมือนคนขาดออกซิเจนไปด้วย

เมื่อเห็นฉินหลานตาเหลือก  ตัวอ่อนปวกเปียก  พวกหลิ่นยวนต่างก็ตกใจกันจนสะดุ้งโหยง

รีบพุ่งเข้าไปประคองและเรียกทีมแพทย์มาอย่างไว

เฉินมู่ที่เห็นแบบนั้นก็ส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้

“เด็กนี่อารมณ์ฉุนเฉียวเกิ๊น”

“แถมสุขภาพจิตก็ไม่ได้เรื่องด้วย”

“พรวดดดดดดดดดดด ! ! !”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นฉินหลานซึ่งหมดสติไปแล้วก็กระอักเลือดเต็มปากออกมา  ทำให้หลิ่วยวนยิ่งตกใจและร้องเหวอออกมาด้วยความหวาดกลัว

“เร็วเข้า ! ใครก็ได้มาช่วยเร็ว ! ! ! คุณชายฉินนำลายฟูมปากแล้วววววววววว ! ! !”

ความวุ่นวายนี้ได้ปะทุขึ้นบนลานประลอง  และผู้ชมต่างก็มองหน้ากันไปมาด้วยความงุนงง

มีเพียงพวกยู่เหลียนเสวี่ยเท่านั้นที่กลั้นขำไว้ไม่ไหวแล้ว

“เหี้ยไรคะเนี่ยยยยยย  มีไอ้บ้าที่ไหนบ้างที่ด่าคนอื่นจนตัวเองนำลายฟูมปากเองแบบเนี้ย”

“ยอมใจเลย  นี่คือสภาพจิตใจของพวกศักยภาพระดับเอสเหรอ  งั้นเวลาไปสนามรบไม่ปอดแหกจนฉี่ราดเลยเหรอ”

“ถ้าเกิดต้องปะทะฝีปากก่อนเริ่มรบ  ไม่ใช่มันจะทำให้ทีมตัวเองขวัญหนีดีฝ่อหมดเหรอ”

“วันนี้ฉันได้เปิดหูเปิดตาแล้ว  นี่มันแจกแต้มฟรี ๆ ชัด ๆ”

นักศึกษาหญิงรุ่นพี่ต่างพึมพำด้วยสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม

โชคดีหลังจากที่ความวุ่นวายผ่านไปได้ประมาณ 10 นาที  ฉินหลานก็ถูกช่วยชีวิตกลับมาได้

เขาผลักทีมแพทย์ออกไปแล้วโซเซลุกขึ้น  ชี้หน้าเฉินมู่ด้วยดวงตาแดงก่ำ  แล้วพูดว่า...

“ไอ่ห่า ! ถ้ามึงเก่งนักก็ขึ้นมาประลองสิวะ ! ดีแต่ปากมันจะไปมีน้ำยาอะไร !”

“หืม ? !”

เฉินมู่กล่าวด้วยสีหน้าที่สื่อว่า ‘เออ ๆ มึงเก่ง  พอใจยัง’ แล้วตอบกลับไป

“เรื่องนั้นกูสู้มึงไม่ได้หรอก !”

“ไอ้เรื่องการโชว์น้ำลายฟูมปากต่อหน้าฝูงชนเนี่ย  ต้องยกให้คุณชายฉินคนเดียวเลยจริง ๆ !”

“เป็นไง  เส้นเลืดในสมองไม่แตกใช่มั้ย”

“มืงงงงงงงงงง ? ! ! !”

เมื่อเห็นฉินหลานกุมหน้าอกและหายใจแทบไม่ทัน  หลิ่วยวนก็รีบเข้าไปปลอบ

“คุณชายฉิน ! พอก่อนเถอะคุณชายฉิน ! หุบปากซะทีเถอะ !”

“ตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือการคว้าแชมป์ ! เรื่องอื่น ๆ เรารอก่อนได้ !”

“อีกอย่างคือถึงมันจะยังไม่ขึ้นมาตอนนี้  แต่หลังจากเราคว้าแชมป์แล้วมันก็ต้องขึ้นมาอยู่ดี  ถึงตอนนั้นอยากทำอะไรมันก็ได้ตามใจชอบเลย  จริงมั้ย”

ต้องยอมรับว่าหลิ่วยวนมีความสามารถในการโน้มน้าวใจคนได้เป็นอย่างดี

ฉินหลานสูดหายใจเข้าลึก ๆ

ขณะที่หลิ่วยวนกำลังช่วยลูบหน้าอกให้  ฉินหลานก็กัดฟันและหอบหายใจหนัก

“พูดถูกแล้ว ! ไอ้เวรนั่น ! รอกูได้แชมป์ก่อนเถอะ  กูจะขยี้แม่งให้เละเลยยยยยยย ! ! !”

หลังจากสบถด่าทอบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของเฉินมู่อีกพักใหญ่ ๆ ในที่สุดฉินหลานก็ระบายความโกรธออกไปหมด  ออกไปไหนน่ะเหรอ  ก็ออกไปใส่เซี่ยจู๋ที่กำลังยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่

“ดี...  ดีมาก !”

“ในเมื่อไอ้สารเลวนั่นมันขี้ขลาดนัก  งั้นมึงก็เอาชีวิตมาชดใช้แทนมันซะ !”

ฉินหลานตัวสั่นด้วยความโกรธแค้นก่อนจะเงยหน้ามองซวนซวน

“พิธีกร ! ผมไม่เป็นไรแล้ว ! เราเริ่มแข่งกันเลยเถอะ ! !”

เมื่อเห็นแบบนั้นซวนซวนก็พยักหน้าและหัวเราะเบา ๆ

“งั้นก็ ! เริ่มแข่งได้ค่า ~”

เปลือกตาของฉินหลานกระตุกเล็กน้อยก่อนจะคว้าแขนของหลิ่วยวนและซูซิงหางไว้

“กูอยากให้อีเด็กเวรนี่ตาย ๆ ไปซะ ! อยากจะฉีกมันเป็นชิ้น ๆ ! ! !”

ซูซิงหางอยากจะบอกว่าให้ตนลุยเอง  แต่เมื่อเห็นสภาพคลุ้มคลั่งของฉินหลานแล้วก็รู้ว่าถ้าเกิดพูดออกไปล่ะก็มีหวังโดนมันตีไปด้วย

ดังนั้นจึงนิ่งเงียบไว้เป็นสัญญาณว่าเห็นชอบกับฉินหลานไปโดยปริยาย

ถึงอย่างไรซูซิงหางก็แค่อยากจะต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น  ถ้าฉินหลานสามารถเอาชนะเซี่ยจู๋ได้จริง ๆ งั้นตนก็จะเอาชนะฉินหลานซะก็ได้เหมือนกัน

เมื่อเคลียร์พื้นที่เสร็จแล้วบนลานประลองก็เหลือเพียงพวกเขาทั้ง 8 เท่านั้น

ฉินหลานจ้องมองเซี่ยจู๋ด้วยดวงตาที่แดงก่ำราวกับคนบ้าแล้วแหกปากออกมา

“พวกมึงสามคนไม่ต้อง  เด๋วกูเอง  อีหน้าโง่นี่เด๋วกูจัดเอง ! พวกมึงแค่ยืนดูอยู่เฉย ๆ พอ !”

“รอกูขยี้อีนี่ทิ้งเสร็จเราค่อยมาสู้กัน !”

ลู่เฉินได้ยินเแบบนั้นก็ดีใจ  เพราะมันเป็นคำที่ตนอยากได้ยินอยู่พอดี

และที่สำคัญคือเขายังจำคำพูดของท่านลุงได้แม่น  และนั่นทำให้เขาจะไม่ไปยุ่งกับนักศึกษาห้อง 1 โดยเด็ดขาด

โดยเฉพาะหลังจากที่เห็นเซี่ยจู๋เล่นกับหลี่เฉิงเหมี่ยวเหมือนหยอกลูกไก่  นั่นยิ่งทำให้เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่าจะอยู่ให้ห่างจากเธอให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในอนาคต

ตอนนี้ฉินหลานกำลังสติแตกจนจะไปหาที่ตาย  ในขณะที่ตนเพลิดเพลินไปกับความสนุกอยู่เฉย ๆ

ส่วนหลิ่วยวนนั้นก็กำลังยิ้มอย่างชั่วร้ายพร้อมเข้าสู่โหมดเป็นบ้าไปพร้อม ๆ กัน

“ไม่ต้องห่วงคุณชายฉิน  เด๋วฉันดูให้เอง  รับรองจะไม่ยอมให้สามคนนี้เข้ามากวนนายแน่”

อีก 3 คนที่เหมือนมาให้ครบ ๆ ต่างก็หน้าซีดเผือดเมื่อได้ยิน

พวกกูเนี่ยนะจะไปรบกวนมึง  เงียบปากไปซะ  กูน่ะอยากกลับบ้านจะตายอยู่แล้ว !

“เยี่ยมมาก ! งั้นก็...”

พร้อมกับสะบัดมือทีหนึ่ง  ฉินหลานก็เสกกระบี่ยาวชิงเฟิงขึ้นมาพร้อมกับเสียงหึ่ง ๆ จากคมกระบี่ทันที

ด้วยตาที่แดงก่ำไปหมดที่จ้องเซี่ยจู๋เขม็งก่อนจะพูดพร้อมพุ่งตัวออกไป

“ไปลงนรกซะ ! ! !”

ฟุบ ! ! !

ฉินหลานเร็วจนเหลือจะเชื่อ  ผู้ชมเห็นแต่ภาพเบลอ ๆ โดยที่เร็วกว่าหลี่เฉิงเหมี่ยวหลายเท่า  ทำให้ผู้ชมตกตะลึงและส่งเสียงเชียร์ทันที

โดยเฉพาะกระบี่ยาวที่ปกคลุมด้วยแสงสีฟ้าครามมาพร้อมกับสายลมที่พัดกระหน่ำ  คมกระบี่อันคมกริบก็ฟาดฟันไปพร้อมกับพายุหมุน  หอบเอาโลหิตปราณและความแค้นอันไร้ขอบเขตทั้งหมดถล่มเข้าใส่เซี่ยจู๋

“ไปลงนรกซ้า !”

เมื่อเห็นเซี่ยจู๋ยังคงยืนอยู่ที่เดิม  มือข้างหนึ่งถือมันฝรั่งทอดกรอบ  อีกมือถือแก้วชานม  รอยยิ้มชั่วร้ายของฉินหลานก็ยิ่งเด่นชัดขึ้น

ปลายกระบี่ยาว 3 ฟุตแทงตรงไปที่หน้าผากของเซี่ยจู๋

ทว่า  ในวินาทีที่กระบี่แทงไปนั้นรอยยิ้มชั่วร้ายบนใบหน้าของฉินหลานก็ค่อย ๆ แข็งค้างไป

เพราะไม่เพียงแค่รู้สึกว่าที่แทงไปนั้นไม่ถูกต้องเท่านั้น  แต่ตัวเซี่ยจู๋กลับมายืนอยู่ทางซ้ายมือตนโดยที่ปากกำลังเคี้ยวมันฝรั่งทอดกรอบพลางจ้องมองมาที่ตนด้วยสีงุนงง

อยู่ใกล้มากจนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้ไผ่จากตัวของเซี่ยจู๋เลยทีเดียว !

สีหน้าของฉินหลานเปลี่ยนไปเล็กน้อย  มือก็รีบเปลี่ยนจากท่าแทงเป็นท่าฟันแล้วฟาดฟันเซี่ยจู๋

ที่น่ากลัวคือเมื่อเซี่ยจู๋เห็นกระบี่ใกล้เข้ามาเธอกลับมีเวลาว่างเหลือเฟือขนาดตรวจสอบแรงลมของกระบี่  จกมันฝรั่งทอดจากถุงขึ้นมายัดใส่ปากอย่างไม่แยแส

จากนั้นก็หันกลับไปมองฉินหลานด้วยสีหน้าว่างเปล่า  ยกมือซ้ายเล็ก ๆ มันเยิ้มที่ถือถุงมันฝรั่งทอดกรอบขึ้นมาแล้วใช้นิ้วชี้ดีดถุง

เคล้ง !

หลังจากเสียงโลหะกระทบกันฉินหลานก็รู้สึกถึงแรงมหาศาลสวนเข้ามายังมือของตนที่จับด้ามกระบี่อยู่

ราวกับว่าเขาถูกราชาแห่งทางหลวง (หมายถึงรถบรรทุก) ชนเข้าเต็มรัก  กระบี่ในมือไม่เพียงแต่กระเด้งกลับจนเกือบจะหลุดมือเท่านั้น  แม้แต่ตัวเองก็ยังโดนแรงดีดกลับนั้นซัดเอาจนเกือบจะหมุดตัว 360 องศา

ฉินหลานที่เจอแบบนั้นก็เปลี่ยนสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด

แม้แต่พวกซูซิงหางที่ยืนดูอยู่ด้านหลังก็ยังอึ้งเก็มกี่จนตาแทบถลนไม่ได้

เหล่าผู้ชมต่างอ้าปากค้างกันหมด  สีหน้าแต่ละคนนี่บ่งบอกเลยว่าตกใจสุดขีด

จบบทที่ บทที่ 100 : เด็กนี่อารมณ์ฉุนเฉียวเกิ๊น แถมสุขภาพจิตก็ไม่ได้เรื่องอีก

คัดลอกลิงก์แล้ว