- หน้าแรก
- ตำนานขี้แพ้ตัวน้อยผู้ไร้เทียมทาน
- บทที่ 10 พรุ่งนี้จะเผาอีก
บทที่ 10 พรุ่งนี้จะเผาอีก
บทที่ 10 พรุ่งนี้จะเผาอีก
บทที่ 10 พรุ่งนี้จะเผาอีก
เมื่อเห็นว่าผู้คนจำนวนมากกำลังช่วยกันดับไฟ ลั่วอินโยวในวัยสามขวบก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกในที่สุด
ด้วยแขนขาที่เล็กจิ๋วของเธอ เธอไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยจริงๆ
แต่ทันทีที่หันหลังกลับ ลั่วอินโยวก็มองเห็นโลกภายนอกระเบียงทางเดิน และต้องตกตะลึง!
มันแตกต่างจากที่เธอจินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง แม้ว่าทุกอย่างจะเต็มไปด้วยน้ำแข็งและหิมะ ขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา
แต่ใครจะไปจินตนาการออกว่าในโลกที่ขาวโพลนเช่นนี้ จะมีกำแพงยักษ์สองแห่งตั้งตระหง่านอยู่?
มันราวกับฉากในตำนานปรัมปรา!
กำแพงสูงเสียดฟ้าทั้งหนาและใหญ่โตมหึมา ทำให้สิ่งมีชีวิตใดๆ ดูเล็กกระจ้อยร่อยไปถนัดตา และให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างเปี่ยมล้น
ลั่วอินโยวเห็นชัดเจนว่ากำแพงนั้นทำมาจากหินผาตามธรรมชาติ ราวกับว่ามันถูกผ่าแยกออกจากกันด้วยดาบยักษ์!
กำแพงยักษ์ทั้งสองตั้งขนาบข้าง ราวกับเทพเจ้าที่คอยพิทักษ์ป้อมปราการตรงกลาง หิมะสีขาวที่ตกลงมาปกคลุมพื้นผิวหินผาอันใหญ่โต ทับถมกันเป็นชั้นๆ หรือหลุดร่วงลงมา เผยให้เห็นภาพที่ยิ่งใหญ่และตระการตาอย่างเหลือเชื่อ!
เมื่อมองออกไปไกลขึ้น ก็จะเห็นเทือกเขาที่ทอดตัวยาวเหยียด
และสถานที่ที่เธออยู่นั้นก็เหมือนภูเขาขนาดใหญ่ที่ถูกเจาะทะลวงตรงกลาง โดยมีป้อมปราการขนาดมหึมาสร้างอิงแนบกับตัวภูเขา
พายุหิมะถูกสกัดกั้นด้วยกำแพงยักษ์ทั้งสอง ภยันตรายถูกขวางกั้นด้วยภูเขาเบื้องหน้า และเบื้องหลังของเธอคือหน้าผาหินทั้งแถบ ที่มีระเบียงทางเดินคดเคี้ยวเชื่อมต่อจากด้านล่างขึ้นไปจนถึงยอดเขา
มีบ้านไม้หลังเล็กๆ สร้างเรียงรายอยู่บนหน้าผา โดยมีระเบียงทางเดินเป็นตัวเชื่อมสำหรับขึ้นลง
ในขณะนี้ ลั่วอินโยวจืนอยู่บนจุดสูงสุดของระเบียงทางเดินบนหน้าผา เมื่อมองลงมาจากด้านบน เธอสามารถเห็นทัศนียภาพของป้อมปราการได้ทั้งหมด
เธอตื่นตะลึงกับสิ่งก่อสร้างอันวิจิตรบรรจงนี้!
พื้นที่ตอนกลางของภูเขาเป็นลานกว้าง กว้างใหญ่ไพศาลมาก และถูกแบ่งออกเป็นหลายโซน
ลานฝึกซ้อมมีทหารกำลังรับการฝึกพื้นฐาน และมีแม่ทัพกำลังฝึกซ้อมรบจริง นอกเหนือจากทหารม้าเกราะหนักที่เธอเคยเห็นแล้ว ยังมีทหารม้าเกราะเบา ทหารราบ และกองทหารประเภทอื่นๆ อีกมากมาย
จำนวนของพวกเขามีมหาศาล อย่างน้อยก็ห้าหมื่นนาย!
เขตที่อยู่อาศัยประกอบด้วยกลุ่มบ้านเรือนที่ปลูกติดกันเป็นตึกแถว บางหลังสูงหลายชั้น สร้างด้วยไม้หรือหิน
ถัดไปเป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์ ที่ซึ่งเป็ดไก่และห่านฝูงใหญ่วิ่งพล่านไปทั่ว ใครจะไปรู้ว่าสัตว์ปีกพวกนั้นรอดชีวิตในสภาพอากาศที่เลวร้ายเช่นนี้มาได้อย่างไร?
ส่วนที่น่าเหลือเชื่อที่สุดคือ มีกระทั่งพื้นที่สำหรับตลาด...
ป้อมปราการแห่งนี้มีการซื้อขายกันด้วยเหรอเนี่ย?!
กลางอากาศยังมีแท่นที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จไปแค่ครึ่งเดียวและกำลังขยายต่อออกไปเรื่อยๆ
ประเมินคร่าวๆ ว่ามันน่าจะเชื่อมกำแพงทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในภูเขาให้มากขึ้น!
ใกล้กับหน้าผา เธอยังเห็นชายชราหลายคนกำลังยิ้มแย้มขณะเปิดประตูลับด้านข้าง หลังจากเข้าไปได้ไม่นาน พวกเขาก็กลับออกมาพร้อมกับตะกร้าผักใบใหญ่...
ลั่วอินโยวตกตะลึงจริงๆ!
นี่คือค่ายทหารเหรอ?
นี่มันเมืองชัดๆ เลยต่างหาก!
เมืองขนาดมหึมาที่มีระบบครบครันและสามารถดำเนินการด้วยตัวเองได้!
เมืองที่สร้างขึ้นภายในภูเขาหิมะเนี่ยนะ?
ช่างเหลือเชื่อจริงๆ!
ขณะที่ลั่วอินโยวหน้ากำลังตื่นตะลึงกับภาพเบื้องหน้า ไฟกองโตที่อยู่ด้านหลังของเธอก็ถูกดับลง เหลือเพียงโครงบ้านที่ถูกเผาจนวอดวาย
ส่วนเฟอร์นิเจอร์ข้างในน่ะเหรอ ไม่ต้องพูดถึงเลย นอกเหนือจากหม้อสัมฤทธิ์ประหลาดใบนั้นแล้ว ก็เหลือเพียงเถ้าถ่านที่กระจัดกระจายอยู่ในเตาผิงตรงกลางเท่านั้น
สองเค่อต่อมา
ลั่วอินโยวและเปียนกู่ถูกซวงซวงพาไปยังอาคารที่อยู่บนพื้นดิน และยืนอยู่เบื้องหน้าทูตราตรี
หนึ่งเด็กหนึ่งม้า ตัวดำปี๋เป็นตอตะโกทั้งคู่
ขนที่บางหวิวของเปียนกู่ถูกไฟไหม้จนเกลี้ยง เผยให้เห็นผิวหนังชั้นนอกที่ไหม้เกรียม
ลั่วอินโยวก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน ใบหน้าเล็กๆ ของเธอดำเมี่ยม มีเพียงลูกตาขาวเท่านั้นที่กลอกไปมา!
ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าบ้านไม้หลังเล็กๆ ที่สร้างเรียงรายอยู่บนหน้าผานั้น คือที่พักที่ดีที่สุดในป้อมปราการแห่งนี้
แม้ว่าจะมีบ้านหลังเล็กๆ อยู่หลายหลัง แต่สำหรับป้อมปราการเมืองที่ใหญ่โตขนาดนี้ มันก็มีไม่เพียงพอต่อความต้องการอยู่ดี และตอนนี้มันก็ถูกเผาไปแล้วหนึ่งหลัง
ดังนั้น ในโถงบัญชาการของค่ายทหารแห่งนี้ เหล่าแม่ทัพทุกคนจึงกำลังบ่นโวยวายเกี่ยวกับเรื่องนี้
โหยวหูจือเป็นคนรูปร่างกำยำและมีหนวดเคราเฟิ้ม เขาดูจะหัวเสียที่สุด หนวดเคราบนใบหน้าของเขาสั่นระริกขณะที่พูดว่า "ท่านแม่ทัพ! บ้านไม้หลังเล็กๆ พวกนั้นก็มีอยู่น้อยนิดอยู่แล้ว สร้างเสร็จข้ายังตัดใจเข้าไปอยู่ไม่ลงเลย แล้วตอนนี้น่ะเหรอ ถูกเผาวอดไปหลังนึงเต็มๆ!"
ส่วนโจวหงนั้นมีผิวขาวกระจ่างใส แต่ดวงตาของเขามักจะแฝงรอยยิ้มอยู่เสมอ และคำพูดของเขาก็มักจะเสียดสีถากถาง "ท่านบอกว่าถูกเผาไปหลังเดียว แต่ผนังด้านนอกของบ้านอีกสองหลังที่ติดกันก็ถูกรมจนดำปิ๊ดปี๋ไปด้วยนะ..."
หลี่ซินหยวนดูเป็นคนซื่อๆ และในขณะนี้เขากำลังเดือดดาล "ข้าอุตส่าห์สัญญากับทหารของข้าไว้แล้วเชียว ว่าใครฆ่าศัตรูได้มากที่สุดจะได้รางวัลเป็นการเข้าไปพักที่นั่น!"
ทูตราตรีฟังคำบ่นของพวกเขา สายตาของเขาจับจ้องไปยังตัวการทั้งสองที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนั้น
พูดตามตรง ต่อให้เป็นเขาที่ผ่านโลกมามาก ก็ยังรู้สึกอับจนหนทางและขัดแย้งในใจอยู่ ณ ตอนนี้
ใกล้จะถึงช่วงปีใหม่แล้ว และสงครามในชายแดนเหนือก็สิ้นสุดลง เหล่าแม่ทัพต่างรอคอยวันหยุดยาวอย่างมีความสุข ส่วนทหารก็ประจำการอยู่ที่ชายแดนเหนือ หรือไม่ก็ขอลากลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัว
ตอนนี้ พวกเขาอยู่ในช่วงท้ายของการทำงาน และอารมณ์ของทุกคนก็กำลังเบิกบาน
แต่พวกเจ้าสองคนนี่สิ
ดันไปเผาบ้านไม้หลังเล็กซะงั้น!
ประเด็นคือ เขาไม่เคยสังเกตเลยว่าเปียนกู่จะซุกซนขนาดนี้มาก่อน?
การมาถึงของลูกมนุษย์คนนี้ไปกระตุ้นคุณลักษณะแปลกๆ อะไรของมันเข้าหรือเปล่า?
เมื่อเห็นว่าทูตราตรียังคงนิ่งเงียบ เหล่าแม่ทัพก็เริ่มพยายามชวนคุย
โหยวหูจือ "ท่านแม่ทัพ! นี่ลูกสาวท่านจริงๆ หรือ? ถึงยังไงก็เถอะ จะเลี้ยงเด็กคนนี้ในค่ายทหารไม่ได้เด็ดขาด! ข้าไม่เห็นด้วย!"
หลี่ซินหยวนรีบเสริมทันที "ใช่ๆ ท่านแม่ทัพ! แม่ทัพน้อยถูกตามใจจนเสียคน ควรส่งนางไปที่จังหวัดหลิน หรือไม่ก็ปล่อยให้นางไปก่อเรื่องในเมืองหลวงซะเลย"
โจวหงมองเพดานแล้วพูดว่า "ข้าว่าก็ดีนะ วันนี้เผาค่ายทหาร พรุ่งนี้เผาพระราชวัง..."
เยี่ยนฝูถงทนไม่ไหวอีกต่อไป "พวกท่านหุบปากกันได้ไหม? มองไม่ออกหรือไงว่าท่านแม่ทัพเย่กำลังรำคาญมาก?"
โหยวหูจือส่ายหน้าอย่างซื่อตรง "ไม่อ่ะ ข้ามองไม่ออก!"
โจวหง "ท่านแม่ทัพเย่สวมหน้ากากผีอยู่ทุกวัน ข้าจะไปรู้ได้ยังไงว่าท่านรำคาญหรือไม่รำคาญ?"
หลี่ซินหยวน "พรืด..."
เยี่ยนฝูถงลูบหน้าตัวเอง ช่างเถอะ นางโน้มน้าวพวกเขาไม่ได้หรอก
ปล่อยให้มันพินาศไปให้หมดนี่แหละ!
ลั่วอินโยวหน้ายืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าว่างเปล่า ฟังพวกเขาเถียงกัน พลางเหลือบมองหน้าต่างระบบเป็นระยะๆ
【โหยวหูจือรู้สึกเหมือนสูญเงินไปแปดล้าน แต้ม +9】
【หลี่ซินหยวนใจสลาย แต้ม +8】
【โจวหงเติมเชื้อไฟและรอดูเรื่องสนุก แต้ม +5】
【เยี่ยนฝูถงเหนื่อยล้าทางจิตใจ แต้ม +4】
ลั่วอินโยวสแกนอ่านมาถึงจุดนี้ ก็ปรายตามองแม่ทัพที่ชื่อโจวหง
โจวหงรับรู้ได้ถึงสายตานั้นอย่างฉับไว เขาหันขวับมาและสบเข้ากับดวงตากลมโตที่สว่างไสวและสงบนิ่งของเธอ ทำเอาเขาอึ้งไปในทันที
ซี๊ด...
ยัยเด็กเหลือขอนี่ น่าสนใจไม่เบา!
ลั่วอินโยวรีบละสายตากลับมา แล้วมองไปที่เปียนกู่ซึ่งหมอบอยู่ข้างๆ เธอ
เปียนกู่จ้องตากลับอย่างว่างเปล่า พลางเอียงคอ ราวกับไม่เข้าใจความหมายที่สื่อสารผ่านแววตาของเธอ
ลั่วอินโยวมีสีหน้ารังเกียจ ไฟไหม้ครั้งนี้เป็นฝีมือของเปียนกู่ ถ้ามันไม่แกว่งหางไปมา จะเกิดไฟไหม้ได้อย่างไร?
แต่เปียนกู่เป็นม้า ส่วนเธอเป็นคน
คนอื่นๆ จึงทึกทักเอาเองโดยสัญชาตญาณว่า เด็กดื้อรั้นอย่างเธอเป็นคนวางเพลิง ดังนั้น หลังจากเถียงกันไปมา ลั่วอินโยวจึงกลายเป็นแพะรับบาป
อย่างไรก็ตาม...
บ้านไม้ที่ถูกเผาไปนับเป็นการสูญเสียถาวร จนกว่ามันจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่ แม่ทัพพวกนี้จะรู้สึกเจ็บปวดใจทุกครั้งที่เดินผ่าน
นี่มันเครื่องจักรผลิตแต้มแบบไม่มีวันหยุดชัดๆ!
เพื่อเห็นแก่แต้ม ลั่วอินโยวคิดทบทวนดูแล้ว ในที่สุดก็ตัดสินใจยอมรับผิดเสียเอง!
ตอนนั้นเอง ทูตราตรีก็เอ่ยขึ้น สีหน้าเบื้องหลังหน้ากากนั้นไม่อาจคาดเดา "ลั่วอินโยว เจ้าเป็นคนจุดไฟเหรอ?"
ลั่วอินโยวหน้ายืนยืดอกอย่างภาคภูมิใจ "พรุ่งนี้ข้าจะจุดไฟอีก!"
โยวโยวผู้กล้าหาญ ไม่เกรงกลัวต่อความยากลำบาก!
โจวหง "พรืด..."
โหยวหูจือ "เวรกรรมแท้ๆ!"
หลี่ซินหยวน "ข้าบอกแล้วใช่ไหมล่ะ? ข้าบอกแล้วว่าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์!"
เยี่ยนฝูถงกับเปียนกู่ถึงกับอึ้งไป ก่อนจะเริ่มสมทบแต้มให้กับลั่วอินโยว
ตอนนี้แต้มรวมคือ 122,045 แต้ม ยังต้องพยายามอีกนิดเพื่อให้ถึง 200,000 แต้ม
ลุยเลย!
บางทีอาจจะน้ำลายหกเพราะเห็นแต้มที่เด้งขึ้นมารัวๆ ลั่วอินโยวจึงยกมือขึ้นเช็ดหน้า
เขม่าสีดำติดเปื้อนไปทั่วใบหน้าของเธอ กลายเป็นรอยดำปื้นใหญ่เลอะเทอะไปหมด!
ทูตราตรีเบือนหน้าหนีอย่างหมดคำพูด "พานางออกไป"
เขาไม่อยากเห็นหน้ายัยเด็กตัวแสบนี่อีกแล้วจริงๆ!