- หน้าแรก
- ผู้เล่นสุดโหด โหมดนรกประจัญบาน
- บทที่ 354 สาวใช้
บทที่ 354 สาวใช้
บทที่ 354 สาวใช้
สมาคมภคินีวิกกา หรือที่รู้จักกันในนามเดิมว่าเหล่าบุตรแห่งป่า เป็นนิกายลึกลับที่ประกอบด้วยแม่มด สมาชิกกลุ่มนี้มักจะอาศัยอยู่ในป่าลึก ใช้ชีวิตร่วมกับแมกไม้และสัตว์อสูร เชี่ยวชาญการเก็บสมุนไพร ปรุงยา และควบคุมพฤกษา
แต่เดิมสมาคมภคินีวิกกามักจะเร้นกายอยู่เบื้องหลัง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลก จนกระทั่งไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา พวกเธอถึงเริ่มก้าวออกจากป่าลึกกลับคืนสู่สังคมมนุษย์ แม่มดหลายคนอาศัยวิชาปรุงยาที่ล้ำเลิศ ไต่เต้าจนกลายเป็นชนชั้นสูงในอาณาจักรต่างๆ
แม่มดเฒ่าโดโรธีอาศัยเครือข่ายสายสัมพันธ์ของสมาคมภคินีวิกกาช่วยจัดการปัญหาที่เธอแก้เองไม่ได้มาแล้วหลายครั้ง แต่คราวนี้ กลิ่นอายและพละกำลังที่นักบวชตะวันออกคนนี้แสดงออกมา มันเหนือกว่าขอบเขตที่แม่มดแห่งป่าอย่างเธอจะรับมือได้ไกลโข ต่อให้พลิกหาทั่วทั้งสมาคมภคินีวิกกา ก็คงมีไม่กี่คนที่พอจะเปรียบมวยกับเขาได้
ที่สำคัญที่สุดคือ นักบวชคนนี้ดูเหมือนจะควบคุมพฤกษาได้เหมือนกับเหล่าแม่มดแห่งป่า แถมอาณาเขตของเขายังทรงพลังกว่ามาก! เรียกได้ว่าเหนือกว่าอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด!
ตัวตนระดับนี้ ในตอนที่เหยียบชายฝั่งอาณาจักรเป็นครั้งแรก กองกำลังผู้ใช้มนตราที่เฝ้าอยู่ควรจะตรวจพบและส่งสัญญาณเตือนไปยังอาณาจักรใหญ่ๆ แล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมจู่ๆ ถึงมาโผล่ที่ใจกลางอาณาจักรรูนได้ โดยที่ไม่มีข่าวคราวเล็ดลอดมาเลยสักนิด?
หรือว่า... จะเป็นนักบวชที่เดินทางรอนแรมทางบกมาจากตะวันออกอันไกลโพ้นจริงๆ?
แม่มดเฒ่าโดโรธีคิดฟุ้งซ่านไปไกล แต่เมื่อเห็นว่าชีวิตตัวเองอยู่ในกำมือคนอื่น เธอจึงไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวเท่าไหร่นัก แม้จะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของนักบวชตะวันออกคนนี้ แต่ "มังกรข้ามถิ่นก็มิอาจกดหัวเจ้าที่" ยังไงเสีย เขาก็คงต้องไว้หน้าสมาคมภคินีวิกกาบ้างแหละน่า?
หลี่อังไม่ได้เปิดฉากฆ่าแกงในทันที เขาประสานมือตอบคำถามของแม่มดเฒ่าโดโรธี "อาตมามีนามฉายาว่า ไร้ใจ"
เขาชี้ไปยังผู้เล่นไม่กี่คนที่ยืนอยู่ชายป่า พลางแนะนำทีละคน "ลูกศิษย์ของอาตมาประกอบด้วย ไร้คำพูด, ไร้ราก, ไร้ความสามารถ, ไร้ประโยชน์ และสุดท้ายคือ ห้าสิบห้าสิบ"
คนตัดไม้เฟรเดอริคที่ 2 ที่ถูกเรียกว่าห้าสิบห้าสิบได้แต่ทำหน้าเอ๋อ ไม่รู้เลยว่าสถานการณ์มันเป็นมายังไง
"ไร้ความสามารถ... ไร้ประโยชน์... ห้าสิบห้าสิบ..."
แม่มดเฒ่าโดโรธีพึมพำชื่อเหล่านั้น ระบบมีการแปลให้ในตัว แต่แม่มดที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกตะวันตกอย่างเธอ ย่อมไม่เข้าใจ "ศิลปะ" ของฉายาเหล่านี้ และเธอก็ไม่รู้จะตบมุกยังไงว่าทำไมลูกศิษย์ถึงมีลำดับอาวุโสเดียวกับอาจารย์
เรื่องนี้ทำให้หลี่อังรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ความรู้สึกที่อุตส่าห์ปูมุกไว้แต่ไม่มีคนตบเนี่ย มันช่างโดดเดี่ยวจริงๆ... ให้ตายเถอะ คิดถึงพี่ดาบว่านหลี่เฟิงเตาชะมัด ถึงหน้าตาหมอนั่นจะดูสมจริงเกินไปหน่อย แต่อย่างน้อยเขาก็รับมุกได้เต็มร้อยเสมอ
"ท่านอาจารย์ไร้ใจ"
แม่มดเฒ่าโดโรธีชั่งใจเลือกคำพูด พลางกล่าวอย่างระมัดระวัง "ดิฉันต้องขออภัยอย่างสุดซึ้งต่อความวุ่นวายที่เกิดขึ้นที่นี่ พวกเราเหล่าบุตรแห่งป่าเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มีเหตุผลและสุภาพเรียบร้อย พวกเราไม่เคยทำอะไรผิดกฎระเบียบของอาณาจักรต่างๆ เลยนะคะ เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นความผิดพลาดจากการสื่อสารที่ไม่ทั่วถึงและการทำความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน พวกเราจะถอนกำลังออกจากเขตภูเขานี้ทันที และยินดีจะรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับเมืองถีอันด้วยตัวเองค่ะ"
"..."
เจ้าของโรงงานกระดาษไม่ได้พูดอะไร ด้วยความที่เป็นคนหูไวตาไว เขาจึงรู้ดีว่าแม่มดเฒ่าโดโรธีที่นำองค์กรบุตรแห่งป่ามาหลายปีคนนี้ คือ "สุนัขจิ้งจอกเฒ่า" ตัวจริงเสียงจริง หากเผชิญหน้ากับเมืองหรือธุรกิจที่ไม่มีแบ็คกราวด์ เธอจะข่มเหงรังแกจนถึงที่สุด บังคับให้เมืองคืนพื้นที่ป่า หรือให้โรงงานรื้อถอนเครื่องจักรที่คุกคามป่าไม้ให้ได้
แต่เมื่อเจอศัตรูที่มีฝีมือเหนือกว่า โดโรธีจะรีบเผ่นแน่บทันที ต่อให้ถูกจับเข้าคุกใต้ดินของอาณาจักรเป็นการลับ เธอก็สามารถใช้ความสัมพันธ์ของสมาคมภคินีวิกกาจัดการหา "แพะรับบาป" จากกลุ่มบุตรแห่งป่ามารับโทษแทน ส่วนตัวเองก็ลอยนวลออกมาได้สบายๆ
คาเพนเทอร์ ฮอนเบิร์ก อยากจะบอกให้นักบวชตะวันออกอย่าปล่อยแม่มดคนนี้ไป แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะเงียบ ตอนนี้สถานการณ์ทั้งหมดอยู่ในกำมือนักบวชคนนี้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับท่าทีของเขา
"ชดใช้?"
หลี่อังเลิกคิ้ว "จะชดใช้ยังไง?"
แม่มดเฒ่าโดโรธีดีใจลึกๆ ในเมื่ออีกฝ่ายยอมเปิดช่องให้คุย ก็พิสูจน์ว่ามีโอกาสที่จะจบแบบสันติ เธอไม่สนสายตาผิดหวังระคนสิ้นหวังของสมาชิกบุตรแห่งป่า พลางกล่าวอย่างนอบน้อมต่อหลี่อัง "เพื่อรักษาการใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม พวกเราจึงไม่มีเงินตราหรือทองเงินของอาณาจักรติดตัว แต่ในช่วงเวลาที่พวกเราทำงานหนักในป่า พวกเราได้สะสมสมุนไพรพิเศษที่ใช้ปรุงยาไว้มากมาย สมุนไพรเหล่านี้หากนำไปขายในตลาดเมืองถีอันก็น่าจะเพียงพอสำหรับค่าเสียหายในครั้งนี้แล้วค่ะ"
"ฟังดูไม่เลว"
หลี่อังพยักหน้า "แต่ดูเหมือนเธอจะลืมอะไรบางอย่างไปนะ"
แม่มดเฒ่าโดโรธีชะงัก "หืม?"
"เธอลืมค่าเสียหายทางจิตใจของอาตมาไป"
หลี่อังขมวดคิ้ว พลางกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ "ลูกศิษย์สองคนของเธอ เมื่อกี้ข่มขู่อาตมาว่าจะเอาอาตมาไปทำเป็นจานเพาะเชื้อจุลินทรีย์ คำข่มขู่ที่ไม่เป็นมิตรแบบนี้ มันสร้างบาดแผลทางใจที่ลบไม่ออกไว้ในก้นบึ้งของจิตใจที่อ่อนโยนของอาตมา ค่าเสียหายทางจิตใจก้อนนี้ เธอคิดจะเอาอะไรมาชดใช้?"
"นี่มัน..."
เมื่อได้ยินคำพูดที่ไร้ยางอายขนาดนี้ แม่มดเฒ่าโดโรธีถึงกับตาค้าง ยัยเด็กแสบสองคนนั้นไม่ใช่ว่าโดนคุณจับมัดห้อยหัวตบหรอกเหรอ? แล้วดูสภาพดิบเถื่อนคลุ้มคลั่งของคุณเมื่อกี้สิ มองยังไงก็ไม่มีทางมี "บาดแผลทางใจ" แน่ๆ!
โดโรธีอยากจะด่าความหน้าด้านของอีกฝ่ายใจจะขาด แต่สถานการณ์มันบังคับ เธอระแวงว่าถ้าพูดคำว่า "ไม่" ออกไปแม้แต่คำเดียว อีกฝ่ายจะคว้าขวดน้ำยาระบายที่เหลืออยู่ครึ่งขวดกรอกปากเธอ จนเธอต้องมาท้องเสียโชว์ตรงนี้
ถึงแม่มดแห่งป่าจะเป็นผู้ใช้มนตรา แต่แก่แล้วก็คือแก่ สภาพลำไส้ในปัจจุบันของเธอ ไม่เอื้ออำนวยให้ท้องเสียติดกันสองสามรอบหรอกนะ
โดโรธีสูดลมหายใจลึก ฝืนยิ้มออกมา "อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง แล้วต้องทำยังไงถึงจะรักษาบาดแผลทางใจของท่านได้ล่ะคะ? ไม่ว่าท่านจะต้องการอะไร เหล่าบุตรแห่งป่าจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อตอบสนองท่านแน่นอนค่ะ"
"อืม..."
หลี่อังลูบคางพลางมองไปรอบๆ เมื่อเห็นคนตัดไม้เฟรเดอริค เขาก็ตาเป็นประกายทันที แล้วยิ้มให้แม่มดเฒ่าโดโรธี "เอาแบบนี้แล้วกัน ลูกศิษย์คนเล็กห้าสิบห้าสิบของอาตมาช่วงนี้จิตใจอ่อนล้า เอาเป็นว่าหลังจากนี้เธอไปอยู่ข้างกายเขา คอยเป็น 'สาวใช้ส่วนตัว' คอยให้กำลังใจเขาหน่อย เป็นไง?"
..........