- หน้าแรก
- ผู้เล่นสุดโหด โหมดนรกประจัญบาน
- บทที่ 342 โขกศีรษะ
บทที่ 342 โขกศีรษะ
บทที่ 342 โขกศีรษะ
พวกจอห์น จอยซ์ใช้เพียงแค่หัวแม่เท้าคิดก็พอจะเดาออกว่า หนอนที่บ็อบเพิ่งกลืนลงไปคงเป็นระเบิดรีโมตหรือเครื่องพันธนาการบางอย่าง หากบ็อบไม่ยอมร่วมมือ สิ่งนั้นก็จะถูกกระตุ้นให้ทำงาน
วิธีการของผู้เล่นแต่ละคนนั้นช่างชั่วร้ายและอำมหิตกันทั้งนั้น พวกเขาไม่กล้าจินตนาการเลยว่า ผลลัพธ์ตอนที่หนอนตัวนั้นแผลงฤทธิ์จะน่าสยดสยองขนาดไหน
หลี่อังยืนขึ้น ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าให้คุณหนูไฉ จากนั้นเขาก็เดินผ่านเพื่อนร่วมทีมที่ทำหน้าอมทุกข์เข้าไปยังหน้าประตูโบสถ์ที่ไร้ผู้คน
ภายในโบสถ์กว้างขวางและดูภูมิฐาน พื้นหินสีขาวนวลมีม้านั่งยาววางเรียงรายสี่แถว เพดานโค้งเหนือห้องโถงเป็นแบบยอดแหลมมีสัน เสาค้ำยันทั้งสองข้างดูเรียวยาวและสง่างาม ผนังโบสถ์ประดับด้วยหน้าต่างกระจกสีทรงสูง
ลวดลายบนกระจกสีงดงามมาก
ภาพแรกๆ บรรยายถึงเรื่องราวขององค์ราชินี ตั้งแต่ยังเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยบนเกาะ จนกระทั่งเติบโตขึ้นเป็นราชินีผู้ปกครองอาณาจักรต่างๆ
มีตั้งแต่ฉากครอบครัวที่แสนอบอุ่นและสามัคคี ไปจนถึงฉากการต่อสู้อันดุเดือดในสนามรบ มีครบทุกรูปแบบ
ส่วนภาพหลังๆ จะเป็นฉากที่องค์ราชินีทรงใช้ธรรมะในการปกครอง เช่น "การลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบากของเผ่าพันธุ์ก๊อบลิน", "การปลอบขวัญเผ่าพันธุ์ยักษ์กินคนที่ใกล้จะสูญพันธุ์เพราะถูกเหล่านักล่าอสูรไล่ล่า", หรือ "การมีคำสั่งให้ศาลาว่าการอาณาจักรรูนจัดตั้งคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิสตรีและเด็กของเผ่าพันธุ์มนุษย์หมาป่า"
อาจเป็นเพราะการให้เกียรติผู้สูงส่ง ใบหน้าขององค์ราชินีในภาพกระจกสีทั้งหมดจึงไม่ชัดเจนนัก แต่จากเค้าโครงใบหน้าพอจะคาดเดาได้ว่าเป็นหญิงงาม หากจิตรกรไม่ได้วาดเสริมแต่งเกินจริงล่ะก็นะ
หลี่อังยืนอยู่ตรงธรณีประตูโบสถ์ ไม่ได้ก้าวเข้าไปข้างในต่อ เขาหันไปถามเพื่อนร่วมทีมพลางยิ้มกริ่ม "ใครอยากจะเข้าไปเดินเล่นข้างในก่อนบ้างไหม?"
ในขณะนี้ เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ช่วยกันพยุงบ็อบให้ยืนขึ้น เมื่อได้ยินคำถามของหลี่อัง สีหน้าของแต่ละคนก็ดูแย่ราวกับท้องผูก
ตามที่ผู้เล่นคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โบสถ์องค์ราชินีหิมะมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีเอฟเฟกต์ควบคุมจิตใจ ซึ่งสามารถเปลี่ยนความคิดของผู้ที่ก้าวเข้าไปข้างในได้อย่างแนบเนียน
ผู้เล่นแต่ละคนมองหน้ากันไปมา สุดท้ายเป็นบ็อบที่เพิ่งเขมือบหนอนเข้าไปจำต้องเป็นคนก้าวออกมา
เขาหยิบผงยาสีขาวบางอย่างออกมาจากกระเป๋าแล้วทาลงบนทรวงอก จากนั้นเขาก็ท่องบทเพลงพื้นเมืองเบาๆ เพื่อรักษาซี่โครงที่หักให้เข้าที่ ก่อนจะเอ่ยเสียงค่อย "ผมเข้าไปเองก็ได้"
ตอนนี้เขาถูกคุมอำนาจไว้ ต่อให้ไม่เต็มใจแค่ไหนเขาก็ต้องทำตามความต้องการของอีกฝ่าย
บ็อบก้าวเดินช้าๆ ไปที่โบสถ์ เมื่อเดินผ่านข้างกายหลี่อัง เขาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อสังเกตเห็นปืนลูกซองเพลิงกัมปนาทที่อยู่ในมือของอีกฝ่าย อาวุธชิ้นนี้คงไม่มีทางได้คืนมาแล้วล่ะ จากนั้นเขาก็ข้ามธรณีประตูและก้าวเข้าไปในโบสถ์
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลี่อังยืนอยู่นอกโบสถ์แล้วถามว่า "รู้สึกยังไงบ้าง?"
"ก็ไม่มีอะไรนี่" บ็อบส่ายหัว "สมองผมยังแจ่มใสดี แค่รู้สึกท้องตึงๆ นิดหน่อย"
หลี่อังพยักหน้า "ลองพูดคำพูดเหยียดเชื้อชาติออกมาสักประโยคสิ"
บ็อบชะงักไป "หือ? หมายความว่าไง?"
หลี่อังทำเสียงรำคาญ "บอกให้พูดก็พูดมาเถอะน่า"
"อ้อ" บ็อบเลียริมฝีปากแล้วกระซิบเบาๆ "นีเกอ?"
"นีเกอพูดคำว่านีเกอไม่ถือว่าเหยียด เปลี่ยนคำใหม่"
บ็อบคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยเสียงเบา "คนขาวขยะ?"
คำนี้ใช้เรียกคนผิวขาวที่ยากจน ถือเป็นคำเหยียดประเภทหนึ่ง เขาเข้าใจเจตนาของหลี่อังแล้ว ที่ให้เขาพูดคำพวกนี้ก็เพื่อทดสอบว่าโบสถ์มีเอฟเฟกต์ควบคุมจิตใจหรือไม่
หลี่อังพยักหน้า "ปกติดี เดินเข้าไปข้างในอีกหน่อยสิ"
บ็อบเดินลึกเข้าไปในโบสถ์อีกไม่กี่ก้าว ตลอดทางเขาพร่ำบ่นคำเหยียดเชื้อชาติออกมาไม่หยุด ตั้งแต่คำว่าพวกคอแดง, มนุษย์ขนมผิง, ลูกหมาตกยาก ไปจนถึงคำที่หยาบคายกว่านั้น
แน่นอนว่าเขาไม่กล้าใช้คำที่ดูหมิ่นชาวเอเชีย แม้แต่จะคิดก็ยังไม่กล้า
ตลอดทางที่บ็อบสบถคำหยาบออกมานั้นราบรื่นดี และเขาก็ได้เห็นว่าที่ส่วนลึกของโบสถ์บนแท่นสูงนั้นมีรูปปั้นของราชินีหิมะตั้งตระหง่านอยู่
รูปปั้นนั้นมีลักษณะพื้นฐานเหมือนกับภาพลักษณ์ของราชินีที่ปรากฏบนกระจกสีทั้งสองด้านของโบสถ์ เป็นหญิงสาวร่างสูงโปร่งสวมชุดกระโปรงยาวหรูหราสีน้ำเงินเข้ม บนศีรษะสวมมงกุฎ ใบหน้าเลือนรางแต่กลับแผ่ซ่านไปด้วยรังสีที่ดูน่าเกรงขามและศักดิ์สิทธิ์
รูปปั้นก้มหน้าลงเล็กน้อย ในมือทั้งสองข้างถือเศษกระจกขนาดเท่าฝ่ามือไว้
ทันทีที่เห็นเศษกระจก คำหยาบคายในปากของบ็อบก็หยุดลงทันที เขาไม่สามารถพูดมันออกมาได้อีกต่อไป เขารู้สึกถึงความสำนึกผิดที่ลึกซึ้งและมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
"ผะ... ผม... ผมกล้าเรียกเพื่อนร่วมชาติที่แสนดีว่า 'คนขาวขยะ' ได้ยังไงกัน? ผมกล้าไปด่าพวกนักอนุรักษ์สัตว์ที่น่ารักที่ขัดขวางไม่ให้คนซื้อไก่งวงในวันคริสต์มาสว่าเป็นคนบ้าได้ยังไง?"
บ็อบร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาทรุดเข่าลงกับพื้น มองไปยังรูปปั้นของราชินีแล้วเอ่ยคำสารภาพบาปว่า "ผมผิดไปแล้ว ผมผิดไปจริงๆ! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมจะไม่มีวันหนีหายไปตอนที่แฟนตั้งท้องอีกแล้ว ผมจะไม่มีวันใช้ความรุนแรงในครอบครัว ผมจะไม่ลุ่มหลงในสุรา ผมจะไม่ด่าทอผู้อื่น ผมจะเป็นคนถ่อมตัว ซื่อสัตย์ มีเมตตา กล้าหาญ ยุติธรรม ปฏิบัติต่อผู้อ่อนแอด้วยความปรานี ไม่เกรงกลัวต่ออำนาจมืด เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการเสียสละ ยึดมั่นในเกียรติยศของอัศวิน และจะลงทัณฑ์สิ่งชั่วร้ายในโลกความจริงอย่างเต็มกำลัง..."
ภาพของบ็อบที่คุกเข่าลงกับพื้นและพร่ำเพ้ออย่างตื่นเต้นนั้นทำให้ผู้เล่นที่อยู่นอกโบสถ์ตกตะลึงกันถ้วนหน้า
หลี่อังและคนอื่นๆ เฝ้าสังเกตการณ์อยู่นาน เห็นบ็อบพูดจาพึมพำทั้งโขกศีรษะและสวดอ้อนวอน จนในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจเดินเข้าไปในโบสถ์พร้อมกัน
พวกเขาส่งเสียงเรียกบ็อบอยู่พักใหญ่ แต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะจมดิ่งอยู่ในโลกของตัวเองจนถอนตัวไม่ขึ้น
"เขาเป็นแบบนี้จะเป็นอะไรไหม?" จอห์น จอยซ์เว้นระยะห่างไว้เล็กน้อยแล้วเอ่ยถามอย่างกังวล "เศษกระจกนั่นดูเหมือนจะมีพลังประหลาด ถ้าเข้าใกล้เกินไปอาจถูกควบคุมได้"
"อืม" จูเลียถอนหายใจยาวพลางจ้องมองเศษกระจกจากระยะไกลแล้วเอ่ยเสียงเบา "ตามเทพนิยายราชินีหิมะฉบับดั้งเดิม กระจกวิเศษมีความสามารถในการบิดเบือนทุกสิ่งในโลก สามารถเปลี่ยนโจรให้กลายเป็นวีรบุรุษ เปลี่ยนหญิงโฉดให้กลายเป็นสาวงาม และเปลี่ยนขอทานให้กลายเป็นราชา ในทางกลับกันมันก็เปลี่ยนคนดีให้กลายเป็นอาชญากรได้ เศษกระจกนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นกระจกวิเศษในตำนานเรื่องนั้น"
"หมายความว่าเป็นไอเทมที่ภารกิจต้องการเหรอ?"
หลี่อังปรายตามองบ็อบที่ยังคงโขกศีรษะสารภาพบาปอยู่ พลางลูบคางแล้วรำพึงกับตัวเอง "ภารกิจกำหนดให้เรานำกระจกวิเศษที่สมบูรณ์ออกจากพระราชวัง แต่เท่าที่ดู กระจกมันแตกกระจายไปหมดแล้ว หรือว่าภารกิจครั้งนี้จะให้เราสะสมเศษกระจกที่กระจัดกระจายอยู่ในอาณาจักร แล้วเข้าไปในพระราชวังเพื่อประกอบมันขึ้นมาใหม่ เมื่อได้กระจกที่สมบูรณ์แล้วจึงค่อยออกจากพระราชวังงั้นเหรอ? ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ก็สามารถสรุปได้ว่าในพระราชวังของราชินีต้องมีเงื่อนไขบางอย่างในการประกอบกระจก..."
จอห์น จอยซ์ไม่กล้าขัดจังหวะความคิดของหลี่อัง หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็รวบรวมความกล้าชี้ไปที่บ็อบบนพื้นแล้วถามว่า "เอ่อ... เราจะไม่สนใจเขาจริงๆ เหรอครับ? ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ ผมรู้สึกว่าเขาจะถูกล้างสมองไปโดยสมบูรณ์แน่ๆ"
"เรื่องนี้ง่ายนิดเดียว"
หลี่อังหยิบม้านั่งยาวตัวหนึ่งในโบสถ์ขึ้นมา เหวี่ยงสุดแรงจนม้านั่งปะทะร่างบ็อบส่งเขาลอยละลิ่วไปกระแทกกับเสาโบสถ์ดัง "ปัง!"
..........