- หน้าแรก
- ให้เฝ้าสุสาน ไหงกลายเป็นจอมมารบรรพกาลไปได้
- บทที่ 330 - ท่านแม่ ข้าคือหลินเซียวจริงๆ เป็นเรื่องจริง
บทที่ 330 - ท่านแม่ ข้าคือหลินเซียวจริงๆ เป็นเรื่องจริง
บทที่ 330 - ท่านแม่ ข้าคือหลินเซียวจริงๆ เป็นเรื่องจริง
บทที่ 330 - ท่านแม่ ข้าคือหลินเซียวจริงๆ เป็นเรื่องจริง
หลินเซียวเงยหน้ามองท่านแม่อย่างเหม่อลอย
คนลวงหรือ
คนลวงที่แอบอ้างเป็นตนเอง ประกอบกับหอหลิงเซียวที่มีอำนาจล้นฟ้า
ในพริบตา หลินเซียวก็เข้าใจเรื่องราวส่วนใหญ่แล้ว
หัวใจของเขายิ่งเจ็บปวดมากขึ้น
"ท่านแม่ ครั้งนี้คือเรื่องจริง ข้าคือหลินเซียวจริงๆ" หลินเซียวเปิดปากอธิบาย
ตึก
ท่านแม่ก้าวออกมาหนึ่งก้าว อานุภาพอันทรงพลังกดทับลงบนร่างของหลินเซียว แววตาทั้งเยือกเย็นและเดียวดาย
"เจ้าคือบุตรชายของข้าหรือ เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายของข้าหายตัวไปเมื่อสามสิบปีก่อน ใช่ รูปร่างหน้าตาตอนที่เขาหายตัวไปเหมือนกับเจ้าไม่มีผิดเพี้ยน แต่นั่นก็ผ่านมาสามสิบปีแล้ว"
"พายุหิมะสามสิบปี เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่าง ดังนั้น สรุปแล้วเจ้าเป็นผู้ใด มีจุดประสงค์อันใดกันแน่"
ท่านแม่ตวาดไปประโยคหนึ่ง ก่อนจะตั้งคำถาม
หลินเซียวมองท่านแม่ด้วยความรู้สึกผิดเต็มอก พร้อมกับเอ่ยปากอย่างช้าๆ
"ท่านแม่ ตอนที่ข้าอยู่ประถมหก มีคืนหนึ่งข้าล้มป่วย ท่านพ่อไปทำงานต่างถิ่น มีเพียงพวกเราสองคนที่บ้าน พอท่านวัดปรอทให้ข้า ก็พบว่าอุณหภูมิเกือบสี่สิบองศา ท่านแม่ไม่พูดพร่ำทำเพลง อุ้มข้าออกจากบ้านทันที เรียกแท็กซี่ไม่ได้ ท่านแม่ก็อุ้มข้าวิ่งไปจนถึงโรงพยาบาลใกล้ๆ"
"ข้าจำได้ว่าตอนนั้นข้าเคยถาม ว่าท่านแม่เหนื่อยหรือไม่ ท่านแม่ยังจำได้หรือไม่ว่าท่านตอบกลับมาเช่นไร ท่านบอกว่า ต่อให้ต้องเหนื่อยตายก็ต้องให้ข้าได้พบหมอ รักษาอาการป่วยให้หายก่อน..."
"ยังจำวันที่กลับมาจากการฝึกทหารตอนมัธยมปลายกว่าครึ่งเดือนได้หรือไม่ ข้าโทรหาท่านแม่บอกว่าคืนนี้จะกลับบ้าน ท่านแม่ถามข้าว่าอยากกินอะไร ข้าบอกว่าอยากกินเกี๊ยวกุยช่าย แต่ผลก็คือ ในฤดูกาลนั้นไม่มีกุยช่ายเลย ท่านแม่วิ่งหาตลาดสดติดๆ กันสี่ห้าแห่ง ในที่สุดก็ซื้อกุยช่ายมาได้จากตลาดสดที่ห่างไกลแห่งหนึ่ง"
"คืนนั้น ท่านแม่ไม่ได้กินเกี๊ยวเลยแม้แต่ตัวเดียว ท่านบอกว่าตัวเองทำไปกินไปจนอิ่มแล้ว ต่อมาข้าถึงได้รู้จากท่านพ่อว่า ท่านแม่ตัดใจกินไม่ลง จึงเก็บไว้ให้ข้าทั้งหมด..."
วิ้ง
อานุภาพอันแข็งแกร่งระดับขอบเขตปราณก่อเกิดขั้นสมบูรณ์แบบในที่เกิดเหตุ พังทลายลงในชั่วพริบตา สลายหายไปในความว่างเปล่า
รองเจ้าหอหลิงเซียว หรือก็คือมารดาของหลินเซียว กลายเป็นคนเจ้าน้ำตาไปแล้ว
น้ำตาสองข้างแก้มของนางไหลรินไม่หยุด จนเสื้อผ้าเปียกชุ่มไปหมด
ตั้งแต่ตอนที่หลินเซียวเริ่มพูดถึงคืนที่ล้มป่วย นางก็ตกตะลึงไปทั้งร่างแล้ว
เพราะรายละเอียดต่างๆ ภายในนั้น มีเพียงนางและบุตรชายของนางเท่านั้นที่รู้
เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ นางก็ไม่เคยเล่าให้ผู้อื่นฟัง
หลังจากระดับพลังบำเพ็ญเพียรทะลวงถึงขอบเขตปราณก่อเกิดขั้นสมบูรณ์แบบ ความจำของนางก็ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งอย่างมาก
เด็กหนุ่มที่เหมือนบุตรชายของตนเองอย่างที่สุดตรงหน้า พูดถึงเรื่องนี้ก็ราวกับการจำลองเหตุการณ์ในวันนั้นของสองแม่ลูกให้เห็นภาพอีกครั้ง
แล้วยังมีเรื่องเกี๊ยวกุยช่ายอีก
นี่ นี่...
"เจ้า เจ้าคือบุตรชายของข้า เสี่ยวเซียวจริงๆ หรือ" ท่านแม่เริ่มมีอารมณ์พลุ่งพล่าน ร่างกายก็สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
"ท่านแม่ ตัวจริงเสียงจริงเลย" หลินเซียวเอ่ยด้วยรอยยิ้มขื่น
เขาคิดไม่ถึงเลยว่า กว่าจะได้พบหน้าบิดามารดาบังเกิดเกล้าอย่างยากลำบาก
ยังจะต้องมาพิสูจน์เรื่องน่าเหลือเชื่อที่ว่าข้าก็คือข้า ข้าก็คือบุตรชายของพวกท่านเช่นนี้อีก
"เช่นนั้น เช่นนั้นเจ้าลองพูดเรื่องอื่นอีกสักหน่อยได้หรือไม่ ข้า ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ แล้วเหตุใดรูปร่างหน้าตาของเจ้าถึงไม่มีการเปลี่ยนแปลง เหตุใดถึงมีความแข็งแกร่งอันทรงพลังเช่นนี้ เหตุใดหลายปีมานี้ถึงไม่มาหาพวกเราเลย" ท่านแม่เอ่ยความสับสนและความสงสัยออกมาเป็นชุด
เวลานี้ เงาร่างอีกสายที่ดวงตาแดงก่ำ ก็เดินข้ามตำแหน่งของท่านแม่มา จ้องมองเขาเขม็ง พร้อมกับเอ่ยเสียงสั่นว่า "เจ้า หากเจ้าคือเสี่ยวเซียว เช่นนั้นก็ลองพูดเรื่องระหว่างข้ากับเจ้ามาหน่อย เร็วเข้า ข้าอยากจะรีบยืนยันให้แน่ใจ"
"ท่านพ่อ ตอนแรกท่านชอบซ่อนเงินส่วนตัวไว้ใต้ตู้รองเท้าทั้งหมด แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งถูกท่านแม่พบตอนทำความสะอาด ต่อมาท่านพ่อก็ฉลาดขึ้น รู้ว่าไข่ไก่ไม่สามารถใส่รวมในตะกร้าใบเดียวได้ จึงแบ่งเงินส่วนตัวไปซ่อนไว้หลายแห่ง หากข้าจำไม่ผิด ตรงกลางชั้นหนังสือชั้นที่สองมีคลังสมบัติเล็กๆ อยู่แห่งหนึ่ง และด้านหลังกรอบรูปครอบครัวก็มีคลังสมบัติใหญ่แห่งหนึ่ง ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นท่านแม่พบเข้าหรือไม่" หลินเซียวเอ่ยพร้อมกับร้องไห้และหัวเราะไปพลาง
หลินไห่เซิ่งได้ยินเช่นนี้ ก็ยืนนิ่งอึ้งไปในทันที
บุตรชาย นี่ต้องเป็นบุตรชายของเขาอย่างแน่นอน
สถานที่ซ่อนเงินส่วนตัวสองแห่งนั้น เป็นสถานที่ที่เขาเลือกสรรมาอย่างดีแล้วจึงเจอ
นอกเหนือจากเขาในโลกนี้ ก็มีเพียงบุตรชายที่บังเอิญพบเข้าครั้งหนึ่งเท่านั้นที่ล่วงรู้
เขายังจำได้ว่าตอนที่ถูกบุตรชายพบเข้า เขาถึงกับต้องยอมทุ่มเงินก้อนโตซื้อของเล่นมาติดสินบนจนสำเร็จ เพื่อไม่ให้บุตรชายไปฟ้อง
"เสี่ยวเซียว เจ้าคือเสี่ยวเซียวจริงๆ " น้ำเสียงของหลินไห่เซิ่งสั่นเครือขึ้นมาในทันที
ฟิ้ว
ยังไม่ทันที่เขาจะขยับตัว
เงาร่างอีกสายที่รวดเร็วกว่าก็โผเข้าไปหาหลินเซียวแล้ว สวมกอดเขาเอาไว้แน่น
"ไม่ผิดแน่ เป็นเสี่ยวเซียว คือเสี่ยวเซียว" ท่านแม่ร้องไห้พลางยืนยัน
แม้จะไม่ได้ผ่านการเปรียบเทียบทางวิทยาศาสตร์ แต่พลังแห่งสายเลือดในชั่วพริบตาที่สวมกอดอีกฝ่าย ก็เกิดการสั่นพ้องขึ้นมาโดยตรง
ความรู้สึกเช่นนี้ไม่มีทางจำผิดอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีระดับขอบเขตปราณก่อเกิดขั้นสมบูรณ์แบบ ความรู้สึกนี้แม่นยำอย่างยิ่ง
"ให้ข้ากอดหน่อย ข้าก็ขอตรวจสอบให้แน่ใจเหมือนกัน" หลินไห่เซิ่งพูดไปก็เข้าสวมกอดเช่นกัน
"บุตรชายของข้า เป็นบุตรชายของข้าไม่ผิดแน่ โฮ..." หลินไห่เซิ่งก็ทนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป
ภาพการพบกันอีกครั้งของครอบครัวสามคนบิดามารดาและบุตรชาย ช่างอบอุ่นเป็นพิเศษ
เพียงแต่ในสายตาของคนในหอหลิงเซียวคนอื่นๆ การปรากฏตัวของหลินเซียวเต็มไปด้วยความน่าสงสัย
ยิ่งไปกว่านั้น ในเวลานี้ ก็ประจวบเหมาะกับวันครบรอบสามสิบปีของวันแห่งหายนะความมืดมิด
ภายนอกมีกองทัพมารอสูรคอยจ้องมอง ภายในก็มีแคว้นกบฏหลายแคว้นคอยทำเรื่องตุกติกไม่หยุด หอหลิงเซียวอยู่ในช่วงเวลาที่ปวดหัวและวิกฤตที่สุดพอดี
หากตัดสินใจผิดพลาด หรือเผยจุดบอดอันใดออกมา
ก็อาจถูกผู้ที่มีเจตนาแอบแฝงฉวยโอกาสและใช้ประโยชน์ได้
ดังนั้น ทุกการกระทำจึงต้องระมัดระวัง
"เจ้าเด็กบ้า เหตุใดเพิ่งจะกลับมา สรุปแล้วเจ้าไปที่ใดมากันแน่"
"สามสิบปี เจ้าเด็กเหม็น เหตุใดเจ้าถึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย แล้วเรื่องระดับพลังบำเพ็ญเพียรของเจ้านี่มันเรื่องอันใดกัน"
"เด็กสาวที่อยู่ด้านหลังเจ้าหมายความว่าอย่างไร ยังไม่รีบสารภาพมาให้หมดอีก"
คำถามของท่านพ่อและท่านแม่ พรั่งพรูออกมาอย่างต่อเนื่องราวกับการทิ้งระเบิด
"เรื่องพวกนี้อธิบายยากอยู่บ้าง ท่านพ่อท่านแม่ พวกเราไปหาสถานที่คุยกันดีๆ เถิด..." หลินเซียวถูกผู้อาวุโสทั้งสองกอดแน่น จนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว
ในเวลานี้ ก็มีเสียงหนึ่งดังเข้าหูเขา
"ต้าเซียวเซียว ด้วยพลังจิตวิญญาณของเจ้า ย่อมสามารถเปลี่ยนเรื่องราวในอดีตของตนเองให้กลายเป็นจิตศักดิ์สิทธิ์ แล้วส่งต่อให้พวกเขาได้" เฉียนอิงซู่เตือนสติ
หลินเซียวเบิกตากว้าง
ใช่แล้ว
เกือบจะลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
ดีใจที่ได้พบบิดามารดาจนเกินไป
"ท่านพ่อท่านแม่ พวกท่านรอก่อน" หลินเซียวเอ่ยปาก
ไม่รอให้ผู้อาวุโสทั้งสองตอบรับ หลินเซียวขยับความคิด
จุดแสงเล็กๆ สองดวง ก็พุ่งออกมาจากร่างของเขา ลอยเข้าไปในหว่างคิ้วของผู้อาวุโสทั้งสอง
ผู้อาวุโสทั้งสองชะงักไปเล็กน้อย หลับตาลง และเริ่มรับรู้
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ทำให้สมาชิกหอหลิงเซียวคนอื่นๆ ที่ไม่รู้ความจริงยิ่งเกิดความสงสัย
เกิดสิ่งใดขึ้น
เหตุใดเจ้าหอและรองเจ้าหอถึงหยุดนิ่งไปกะทันหัน
เด็กหนุ่มผู้นี้ทำสิ่งใดกับพวกเขากัน
ในขณะที่พวกเขากำลังเตรียมจะเอ่ยปากตั้งคำถาม
"ตีหวู่ ตีหวู่"
เสียงสัญญาณเตือนภัยที่บาดแก้วหูก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
"แย่แล้ว สัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด กองทัพมารอสูรขนาดใหญ่พิเศษบุกโจมตี"
"เกิดสิ่งใดขึ้น ครั้งนี้ถึงกับมาอย่างไม่มีลางบอกเหตุ กะทันหันเกินไปแล้ว"
"บัดซบ เลือกเวลาได้เหมาะเจาะจริงๆ "