เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 315 - หลินเซียว ปะทะ มหาจักรพรรดิหุบเขาอมตะ

บทที่ 315 - หลินเซียว ปะทะ มหาจักรพรรดิหุบเขาอมตะ

บทที่ 315 - หลินเซียว ปะทะ มหาจักรพรรดิหุบเขาอมตะ


บทที่ 315 - หลินเซียว ปะทะ มหาจักรพรรดิหุบเขาอมตะ

"ฮึฮึ เซียวเซียวเอ๋ย แผนการเล็กๆ น้อยๆ ของเจ้านั้น ข้ามองออกหมดแล้ว ครั้งนี้ อย่าหวังว่าจะทิ้งข้าไว้เลยนะ" เฉียนอิงซู่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

หลินเซียวกลอกตา

ก็จริง

ด้วยอาณาเขตแห่งการทำลายล้างและการเข่นฆ่าของแม่หนูผู้นี้ หากคิดจะต่อต้านม้วนภาพสีทอง ย่อมเป็นเรื่องง่ายดายอย่างยิ่ง

"แม่หนูเอ๋ย เข้าไปอยู่ในม้วนภาพ อย่างไรก็ปลอดภัยกว่าอยู่ข้างนอกนะ" หลินเซียวกล่าวอย่างจนใจ

"เจ้ามั่นใจว่าจะรับมือกับมหาจักรพรรดิผู้นั้นได้หรือ" จู่ๆ เฉียนอิงซู่ก็เอ่ยถามขึ้นมา

"เอ่อ ไม่เลย" หลินเซียวตอบตามตรง

"นั่นอย่างไรเล่า หากเจ้าพ่ายแพ้ ม้วนภาพนั้นก็จะตกไปอยู่ในมือของมหาจักรพรรดิผู้นั้น เขาย่อมไม่มีทางปล่อยพวกเราไปแน่ สู้ตายอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว สู้เผชิญหน้าไปพร้อมกับเจ้าดีกว่า" เฉียนอิงซู่จ้องมองหลินเซียวอย่างลึกซึ้ง

นางพลาดการเข้าร่วมสนามรบระหว่างเผ่าพันธุ์ไปแล้ว

ครั้งนี้ นางจะไม่ยอมให้ตัวเองต้องพลาดอีกเป็นอันขาด

"เจ้า" หลินเซียวใจสั่นระรัว ไม่รู้จะเอ่ยสิ่งใดในเวลานี้

แปะ แปะ แปะ

เสียงตบมือดังขึ้น

จากนั้น ร่างที่แผ่ซ่านด้วยหมอกสีดำก็ปรากฏตัวขึ้นบนฟากฟ้า ค่อยๆ ลอยต่ำลงมากลางอากาศ

เป็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมแห้งจนแทบจะเหลือแต่กระดูก ผมหงอกขาวไปครึ่งศีรษะ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น

ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับคมกริบและส่องประกายเยือกเย็น เต็มไปด้วยจิตสังหารและความดุร้าย

"ดีมาก น่าซาบซึ้งใจยิ่งนัก คิดไม่ถึงเลยว่า คนเช่นเจ้า จะมีคนมากมายคอยปกป้อง และติดตามเจ้า"

"รู้หรือไม่ ว่าเหตุใดข้าถึงไม่ขัดขวางตอนที่เจ้าเก็บเผ่าอสูรเข้าไปในเครื่องรางเต๋าม้วนภาพนั่น"

"เพราะนั่นจะทำให้ข้าได้เห็นท่าทีเจ็บปวดของเจ้า ได้เห็นคนที่เจ้ารักตายไปต่อหน้าต่อตา ให้เจ้าได้สำนึกเสียใจที่เกิดมาบนโลกใบนี้ ฮ่าๆ"

มหาจักรพรรดิหุบเขาอมตะหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นอายที่แผ่ออกมาทำให้ห้วงมิติสั่นสะเทือนและฉีกขาด

หลินเซียวเงยหน้ามองมหาจักรพรรดิหุบเขาอมตะ ในดวงตาปราศจากความหวาดกลัวใดๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า "เช่นนั้นหรือ เจ้าลองดูสิ"

เขาก้าวออกมาข้างหน้า บังเฉียนอิงซู่เอาไว้เบื้องหลัง

ต่อให้มีโอกาสเพียงน้อยนิด เขาก็จะไม่ยอมแพ้

"โอหังนัก ข้าไม่เคยพบเจอคนโอหังเช่นเจ้ามานานนับปีแล้ว"

"กล้าท้าทายพลังของมหาจักรพรรดิ เช่นนั้นข้าก็จะทรมานเจ้าให้สาสม"

"คุกเข่าลงไปก่อน"

สิ้นคำพูดของมหาจักรพรรดิหุบเขาอมตะ ความมืดมิดก็เข้าปกคลุมฟ้าดิน เสียงดังกึกก้องกังวาน

แรงกดดันอันมหาศาลถาโถมเข้ามา ดุจดั่งหิมะถล่มทลาย สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วผืนฟ้า

"ทำลาย"

หลินเซียวตวาดเสียงต่ำ

กระบี่ดำน้อยถูกกำแน่นไว้ในมือ

เจตจำนงกระบี่ เจตจำนงแห่งการเข่นฆ่า และเจตจำนงแห่งความรกร้าง ถูกหลอมรวมเข้าไปจนหมดสิ้น

ฉัวะ

แสงกระบี่เจิดจ้าสาดส่องไปทั่วทุกสารทิศ ฉีกกระชากความมืดมิดออกเป็นรอยแยกในพริบตา

แสงกระบี่พุ่งตรงเข้าหามหาจักรพรรดิหุบเขาอมตะ

"หืม"

คิ้วของมหาจักรพรรดิหุบเขาอมตะกระตุกเล็กน้อย

เขาบีบแสงกระบี่ที่พุ่งเข้ามาจนแตกสลายไปอย่างง่ายดาย ดวงตาฉายแววประหลาดใจ สายตาที่มองหลินเซียวเปลี่ยนไปเล็กน้อย

"เครื่องรางเต๋าอีกชิ้นหรือ"

"แถมยังบำเพ็ญเพียรเจตจำนงถึงสามสาย และเจตจำนงทั้งหมดก็บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แบบด้วย"

"คิดไม่ถึงว่ายุคสมัยนี้จะมีอัจฉริยะเช่นเจ้าอยู่ ข้าประเมินเจ้าต่ำไปจริงๆ"

จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของหลินเซียวลุกโชนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย แม้กระบี่ที่เขาทุ่มเทสุดกำลังจะถูกอีกฝ่ายปัดเป่าไปอย่างง่ายดาย

หลังจากปะทะกันหนึ่งกระบวนท่า

เขาก็มีความรู้สึกบางอย่าง มหาจักรพรรดิผู้นี้แม้จะแข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางต่อต้านได้เสียทีเดียว

ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะถูกจำกัดพลังบางอย่าง ทำให้ไม่สามารถใช้พลังระดับมหาจักรพรรดิได้อย่างเต็มที่

ในเมื่อเป็นเช่นนี้

แววตาของหลินเซียวก็ฉายความบ้าคลั่งออกมา

เช่นนั้นก็สู้สุดใจไปเลย ไม่แน่อาจจะมีโอกาสชนะก็ได้

"นี่ ท่านมหาจักรพรรดิ ท่านด่วนตกใจเร็วไปหน่อยหรือไม่" หลินเซียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"ฮ่าๆ คิดว่าแค่ต้านทานแรงกดดันของข้าได้ ก็จะมาทำตัวโอหังเช่นนี้ได้หรือ" มหาจักรพรรดิหุบเขาอมตะจ้องมองหลินเซียวด้วยสายตาราวกับมองคนตาย

"เลิกพูดพร่ำทำเพลงได้แล้ว เข้ามาสู้กัน" หลินเซียวโบกมือท้าทาย

"ไอ้เด็กโอหัง รนหาที่ตาย" มหาจักรพรรดิหุบเขาอมตะถูกท่าทางของหลินเซียวทำให้โกรธเกรี้ยว จิตสังหารในดวงตารุนแรงยิ่งขึ้น

ตูม

เขาสะบัดมือทั้งสองข้าง

คลื่นความมืดมิดเริ่มปั่นป่วนและคำราม เข้าล้อมรอบหลินเซียวและเฉียนอิงซู่เอาไว้ตรงกลาง

พลังวิเศษแสงสีดำนับไม่ถ้วนซ่อนอยู่ภายใน ก่อตัวเป็นวังวน คลื่นพลังซัดสาด ราวกับจะกลืนกินฟ้าดินให้สิ้นซาก

มิติบังคับโดยรอบถูกปิดตาย ไม่มีทางหนีรอดแม้แต่น้อย

เมื่อครู่นี้หลินเซียวเพิ่งจะได้เห็นกับตา ว่ามหาจักรพรรดิหุบเขาอมตะผู้นี้เพียงแค่สะบัดมือ ก็ทำให้ยอดฝีมือระดับครึ่งจักรพรรดิและระดับเป็นตายเหล่านั้น กลายเป็นเถ้าธุลีไปจนหมดสิ้น

ดังนั้น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีที่น่ากลัวยิ่งกว่าพายุทมิฬเมื่อครู่นี้ เขาจึงไม่กล้าประมาทเลยแม้แต่น้อย

"เสี่ยวหั่ว ออกมา"

หลินเซียวร้องเรียกเสียงต่ำ จากนั้นก็ดึงเฉียนอิงซู่ที่อยู่ด้านหลัง ก้าวขึ้นไปยืนบนเตาหลอมโอสถใบหนึ่ง

นี่คือเตาหลอมเครื่องรางเต๋าที่เสี่ยวหั่วสถิตอยู่ในปัจจุบัน

"นายท่าน เหตุใดท่านถึงรีบร้อน สวรรค์ มะ มะ มหาจักรพรรดิ นี่มันมหาจักรพรรดิมาจากที่ใดกัน นายท่าน ท่านนำความตกใจมาให้ผู้อื่นครั้งแล้วครั้งเล่าจริงๆ" เสียงของเสี่ยวหั่วร้องอุทานอยู่ข้างหูหลินเซียวไม่หยุด

"เจ้าก็ควบคุมเตาหลอมโอสถให้ดีเถอะ คลื่นความมืดมิดที่อีกฝ่ายใช้โจมตีมานั้นรับมือยากยิ่งนัก หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว นายท่านของเจ้าก็จะตายไปจริงๆ นะ" หลินเซียตรีบส่งกระแสจิตบอกเสี่ยวหั่ว

"ได้ ได้ ได้ ข้าจะตั้งใจควบคุมเตาหลอมโอสถให้ดี นายท่านก็ตั้งใจรับมือมหาจักรพรรดิผู้นี้เถอะ ดูท่าทาง มหาจักรพรรดิผู้นี้จะถูกจำกัดพลังไปไม่น้อย แต่ถึงจะถูกจำกัดพลังอย่างไร เขาก็คือมหาจักรพรรดิ นายท่านระวังตัวด้วย หากหนีได้ ก็อย่าฝืนปะทะตรงๆ เลยนะ"

เสี่ยวหั่วเพียงแค่มองออกไปข้างนอกแวบเดียว ก็ประเมินสถานการณ์ปัจจุบันออก

มันรีบเตือนหลินเซียว แล้วรวบรวมสมาธิควบคุมเตาหลอมโอสถเพื่อต่อต้านคลื่นความมืดมิดที่ถาโถมเข้ามา

"หืม เครื่องรางเต๋าอีกชิ้นหรือ เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่" มหาจักรพรรดิหุบเขาอมตะถึงกับงุนงง

เครื่องรางเต๋าวิญญาณแท้จริง กลายเป็นของดาดดื่นไปตั้งแต่เมื่อใดกัน

ไอ้เด็กนี่ไม่เพียงแต่นำออกมาถึงสามชิ้น แถมคุณภาพแต่ละชิ้นก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย

ม้วนภาพสีทองนั้นเขาดูระดับไม่ออก แต่กระบี่ดำน้อยในมืออีกฝ่ายและเตาหลอมโอสถใบนี้ ล้วนเป็นของระดับสูงอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะเตาหลอมโอสถใบนี้ ที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ จะเรียกว่าเป็นเครื่องรางเต๋าระดับสุดยอดก็คงไม่เกินเลย

"ข้าหรือ แท้จริงแล้วข้าคือ"

หลินเซียวชะงักไปครู่หนึ่ง ลอบบีบมือเล็กๆ ของแม่หนูอิงซู่ที่อยู่ด้านหลัง

"เป็นบิดาเจ้าอย่างไรเล่า"

ตูม ตูม

ทันใดนั้น

พลังแห่งอาณาเขตการทำลายล้างอันเข้มข้น ก็พวยพุ่งจากร่างของเฉียนอิงซู่เข้าสู่ร่างกายของหลินเซียว

ในวินาทีต่อมา ร่างกายของหลินเซียวก็ปลดปล่อยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวออกมา แสงสีดำ แสงสีเทา และแสงสีทองม่วง พุ่งทะยานออกจากร่างดังกึกก้อง

พลังพิเศษทั้งสามสีประสานเข้าด้วยกัน ก่อตัวทับซ้อนกัน และแปรเปลี่ยนเป็นมังกรตัวยาว พุ่งทะยานเข้าใส่มหาจักรพรรดิหุบเขาอมตะ

ชั่วพริบตา ความมืดมิดก็ถูกสาดส่องให้สว่างไสว มิติเกิดความปั่นป่วน พื้นที่รัศมีหลายลี้ปริแตก

ตูม

"สิ่งใดกัน"

"พลังธาตุระดับนี้ เหตุใดถึงมาปรากฏในโลกเสวียนเทียนได้ เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่"

ในที่สุดดวงตาของมหาจักรพรรดิหุบเขาอมตะ ก็ฉายแววเคร่งเครียดออกมา ความดูแคลนเลือนหายไป แทนที่ด้วยความตกตะลึง

จบบทที่ บทที่ 315 - หลินเซียว ปะทะ มหาจักรพรรดิหุบเขาอมตะ

คัดลอกลิงก์แล้ว