- หน้าแรก
- ร้านเครื่องกระดาษกงเต๊กของฉัน ดังระเบิดในปรโลก
- บทที่ 240 ตัวน่าขยะแขยงตัวพ่อ ขี้เกียจตัวพ่อ และคนซื่อบื้อตัวพ่อ
บทที่ 240 ตัวน่าขยะแขยงตัวพ่อ ขี้เกียจตัวพ่อ และคนซื่อบื้อตัวพ่อ
บทที่ 240 ตัวน่าขยะแขยงตัวพ่อ ขี้เกียจตัวพ่อ และคนซื่อบื้อตัวพ่อ
บทที่ 240 ตัวน่าขยะแขยงตัวพ่อ ขี้เกียจตัวพ่อ และคนซื่อบื้อตัวพ่อ
ในไม่ช้า ปีกสีดำขาวคู่นั้นก็ร่อนลงมาอยู่ตรงหน้าทุกคน ก่อนจะเกิดเสียง “ตุ้บ” คล้ายโยนหมูลงพื้น ร่างของลูซิเฟอร์ถูกทิ้งลงตรงหน้ารุ่ยซวี่
รุ่ยซวี่จัดท่านั่งให้ตรง แล้วกระแอมเบาๆ กล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “ซีฝ่า มาทำความรู้จักกับคนคนหนึ่ง”
มุมปากของอันหรานกระตุก
ให้ตายสิ นี่ฉันกลายเป็นอาของราชาปิศาจไปแล้วหรือนี่ ลำดับญาติเลื่อนขึ้นเร็วจริงๆ
ลูซิเฟอร์ค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้นอย่างเชื่องช้า ยิ้มกว้างให้อันหราน แล้วเรียกอย่างร่าเริงว่า “สวัสดีครับ ท่านอาอัน”
“สวัสดี สวัสดี” อันหรานรีบพยักหน้าตอบ การได้เป็นอาแบบไม่คาดฝันนี้มันช่างกะทันหันเสียจริง
รุ่ยซวี่พอใจกับท่าทีของลูซิเฟอร์มาก เขายิ้มจนตาหยีพลางสั่งว่า “ซีฝ่า นี่คือรายชื่อ เจ้าจงใช้หนังสือชะตาลิขิตช่วยท่านอาอันของเจ้าตรวจสอบดูว่าคนเหล่านี้ตายแล้วไปอยู่ที่ไหน แน่นอนว่าหากไม่มีอะไรผิดพลาด พวกเขาทั้งหมดน่าจะอยู่ในนรก จากนั้นเจ้าก็จัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งในนรกออกมาสำหรับให้ท่านอาอันของเจ้าใช้เก็บของที่เขาส่งมาโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีแผนการปรับปรุงพื้นที่อีก ส่วนรายละเอียดแผนการปรับปรุง เจ้าก็ไปประสานงานกับท่านอาอันของเจ้าเอาเอง”
พอได้ยินว่าต้องทำงาน ดวงตาที่หรี่อยู่ครึ่งหนึ่งของลูซิเฟอร์ก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที เขาส่ายหน้าอย่างแรง “ไม่ได้นะ พ่อ ผมทำไม่ได้หรอก ไม่อย่างนั้นท่านให้กาเบรียลไปลองดูไหม เขาหัวไว ความคิดหลากหลาย แถมยังกระตือรือร้นอยู่เสมอ รับรองว่าเหมาะกับงานนี้มากกว่าผมแน่นอน!”
เขายังพูดไม่ทันจบ มาลาคที่อยู่ข้างๆ ก็ของขึ้นเสียก่อน “ไม่ได้! ไม่ได้เด็ดขาด! ใครก็ได้ทั้งนั้น ยกเว้นกาเบรียล!”
อันหรานที่อยู่ข้างๆ ก็พยักหน้าอย่างแรงเห็นด้วย “ใช่ๆๆ อันนี้ให้กาเบรียลทำไม่ได้จริงๆ”
เหตุผลไม่มีอื่นใด น่าขยะแขยง!
รุ่ยซวี่เกาหัวอย่างงุนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกชายที่เขาไว้ใจถึงได้ไม่เป็นที่ต้อนรับขนาดนี้
“เฮ้อ ซีฝ่า ดูสิ ดูเหมือนไป๋เลี่ยจะไม่เป็นที่ต้อนรับ งั้นเจ้าทำเถอะ งานนี้ง่ายมาก แค่เจ้าหาพื้นที่ราบเรียบกว้างขวาง มีภูเขาไฟน้อยๆ ก็พอแล้ว ส่วนจะทำอย่างไร ท่านอาอันของเจ้าจะจัดการเอง เจ้าแค่ฟังคำสั่งของเขา แล้วให้ทูตสวรรค์หรือปิศาจที่ว่างงานไปช่วยก็พอ”
ลูกตาของลูซิเฟอร์กลอกไปมา ดูเหมือนจะตระหนักได้ว่างานนี้ง่ายมาก แต่เขาก็ยังไม่ยอมรับปากทันที และยังคงพยายามโยนภาระให้คนอื่นอยู่
“พ่อ ท่านดูสิครับ ทำแบบนี้ดีไหม ผมมาประสานงานเรื่องนี้ ดูแลภาพรวม ส่วนงานที่ต้องลงแรงก็ให้เสี่ยวเหลยทำ เดิมทีงานของเสี่ยวเหลยก็คือการดูแลดวงวิญญาณในปรโลกอยู่แล้ว การปรับปรุงนรกก็ถือเป็นการจัดหาที่พักพิงที่ดีขึ้นให้ดวงวิญญาณเหล่านั้น ซึ่งอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของเขาโดยสิ้นเชิง แถมความสามารถของเขาก็แข็งแกร่งมาก รับรองว่าทำได้แน่นอน ใช่แล้ว รวมถึงเรื่องการตรวจสอบรายชื่อด้วย เขาก็เหมาะสมกว่าผม”
รุ่ยซวี่ตั้งใจฟังจนจบก็พยักหน้าอย่างชื่นชม ก่อนจะหันไปพูดกับอันหรานว่า “ลูกชายของข้าคนนี้เป็นอย่างไรบ้าง เก่งไม่พอ ยังถ่อมตัวขนาดนี้ มีเรื่องดีๆ ก็คิดถึงพี่น้องเป็นอันดับแรกเสมอ ไม่เคยเก็บความดีความชอบไว้คนเดียวเลย”
มุมปากของอันหรานกระตุกขึ้นมา เขานึกในใจ ‘นี่น่ะหรือคือการถ่อมตัว ไม่เก็บความดีความชอบไว้คนเดียว นี่มันขี้เกียจตัวพ่อชัดๆ! ไม่อยากทำเอง เลยโยนงานให้คนอื่น’
แต่รุ่ยซวี่กลับมองไม่ออกแม้แต่น้อย เขายอมรับข้อเสนอของลูซิเฟอร์อย่างยินดี
หลังจากเผาแผ่นหนังแกะไปหนึ่งแผ่น ไม่นานนักก็เห็นเด็กหนุ่มร่างท้วมคนหนึ่งสวมชุดคลุมยาวสีดำบินมาจากขอบฟ้าอย่างเชื่องช้า
เจ้าหนุ่มร่างท้วมผู้นี้สูงถึงสองเมตรครึ่ง ด้านนอกชุดคลุมยาวสีดำยังมีเกราะทรงกลมคลุมอยู่อีกชั้น ดูคล้ายหัวหอมสีดำลูกยักษ์ ด้านหลังมีปีกสีดำคู่หนึ่ง นี่เป็นลักษณะเด่นของทูตสวรรค์ตกสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัย
แต่อันหรานเข้าใจแล้วว่าในยมโลกคาทอลิกตะวันตกนั้นไม่ได้แบ่งแยกสวรรค์กับนรก และไม่ได้แบ่งแยกทูตสวรรค์กับปิศาจ ทุกคนล้วนเป็นลูกที่ ‘เฒ่าเย’ ผู้ดูโง่งมคนนี้เลี้ยงดูมา และต่างก็ทำหน้าที่ของตนในยมโลกที่การจัดการสุดแสนจะวุ่นวายแห่งนี้
ลูซิเฟอร์รี่เข้าไปเป็นคนแรก เขายิ้มพลางยื่นมือไปโอบไหล่กว้างของเสี่ยวเหลย
“เสี่ยวเหลยเอ๋ย พ่อเชื่อมั่นในความสามารถของเจ้ามาก จึงได้จัดงานใหม่ให้ แน่นอนว่าพี่ชายคนนี้ก็เชื่อมั่นในตัวเจ้าเช่นกัน คิดว่าด้วยความสามารถของเจ้าแล้ว รับรองว่าต้องทำได้อย่างแน่นอน พี่ชายเอาใจช่วยนะ”
ดวงตาของเสี่ยวเหลยพลันเป็นประกาย เขายิ้มกว้างอย่างซื่อๆ แล้วถามว่า “จริงเหรอครับ? ฮ่าๆๆ งั้นผมจะพยายามทำงานให้สำเร็จอย่างแน่นอน!”
อันหรานหันหน้าหนี หน้าผากเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปน ก่อนจะสบตากับมาลาคอย่างจนใจ
คำอธิบายของมาลาคเกี่ยวกับยมโลกคาทอลิกตะวันตกนั้นยังน้อยเกินไป เขาบอกแค่ว่าคนที่นี่หยิ่งยโส แต่ไม่ได้บอกว่าในสวรรค์มีคนพิลึกพิลั่นเยอะขนาดนี้
นี่มันไม่ใช่ศูนย์รวมของตัวน่าขยะแขยง ตัวขี้เกียจ และคนซื่อบื้อหรอกหรือ?
แต่ว่า...
ช่างเถอะ
อย่างน้อยก็มีคนรับงานแล้ว
ในไม่ช้า ภายใต้การโน้มน้าวของลูซิเฟอร์ เสี่ยวเหลยก็ลงมาอยู่ตรงหน้าอันหราน
หลังจากฟังรายละเอียดของงานแล้ว เด็กหนุ่มร่างท้วมคนนี้ก็โค้งคำนับให้อันหรานอย่างสุภาพ แล้วพูดด้วยเสียงทุ้มกังวานว่า “สวัสดีครับคุณอาอัน ผมชื่อเรมี่ ต่อไปท่านเรียกผมว่าเสี่ยวเหลยก็ได้ครับ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป งานปรับปรุงในนรกของท่าน ผมจะรับผิดชอบประสานงานเอง ท่านต้องการอะไร บอกผมได้เลย ผมรับรองว่าจะทำให้ได้ครับ”
พูดจบ เขาก็ใช้กำปั้นทุบเกราะอกของตนเองจนแผ่นเหล็กบุบลงไปเป็นรอย
อันหรานยิ้มกว้าง
ถึงจะดูไม่ค่อยฉลาดนัก แต่อย่างน้อยก็ดูเชื่อฟังดี หากค่อยๆ สอนไป ก็น่าจะดีกว่าปลาเค็มอย่างลูซิเฟอร์เยอะ
หลังจากทำความรู้จักกันแล้ว เสี่ยวเหลยก็รีบไปตรวจสอบรายชื่อทันที
ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่าสติปัญญาของเขาแย่จริงๆ รายชื่อเพียงสามสิบกว่าคน เขาใช้เวลาตรวจสอบอยู่ครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่เข้าใจ สุดท้ายอันหรานก็ทนดูต่อไปไม่ไหว จึงเข้าไปจัดการด้วยตนเอง ไม่ถึงสิบนาทีก็เสร็จเรียบร้อย
อันที่จริง จะตรวจหรือไม่ตรวจผลลัพธ์ก็เหมือนกัน คนเหล่านี้ไม่มีข้อยกเว้น ทุกคนล้วนต้องลงนรก
หลังจากยืนยันรายชื่อแล้ว อันหรานก็พูดกับรุ่ยซวี่ว่า “ถ้าอย่างนั้นพวกผมขอตัวไปกับเสี่ยวลู่และเสี่ยวเหลยก่อนนะครับ พอได้พื้นที่สำหรับปรับปรุงในนรกแล้ว เดี๋ยวผมจะนำใบเสนอราคากลับมาหาท่านอีกครั้ง”
“ได้” รุ่ยซวี่พยักหน้า แล้วกลับไปนั่งหลังโต๊ะพิพากษาอีกครั้ง “พวกท่านไปเถอะ ข้าเองก็ต้องทำงานเหมือนกัน แล้วเจอกันใหม่”
อันหรานมองแถวยาวเหยียดนั้นอีกครั้ง ส่ายหน้ายิ้มอย่างจนใจ แล้วโบกมือเป็นสัญญาณ “พักผ่อนพอแล้ว ออกเดินทางกันเถอะ”
สำหรับการกำหนดพื้นที่ปรับปรุงในนรก ลูซิเฟอร์ทำอย่างขอไปที เขาบินอยู่บนท้องฟ้า พลางชี้มือลงไปบนพื้นอย่างไม่ใส่ใจสองสามครั้ง แล้วใช้เส้นแสงขีดล้อมรอบพื้นที่ที่ไม่มีภูเขาไฟและแม่น้ำลาวาอยู่ใกล้ๆ
ตอนที่ยังลอยอยู่บนอากาศ อันหรานยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอลงมาถึงพื้นดินก็พบว่าพื้นที่ที่ลูซิเฟอร์ขีดเส้นล้อมไว้นั้นใหญ่โตมโหฬารจนน่าตกใจ มองไปไกลสุดลูกหูลูกตา เหมือนกับเมืองใหญ่เมืองหนึ่งในโลกมนุษย์ คาดว่าน่าจะใหญ่กว่าเมืองวั่งสื่อเป็นสิบเท่า
นี่คือการเริ่มจากศูนย์เพื่อสร้างสรวงสวรรค์ขึ้นมาในดินแดนรกร้างแห่งนี้หรือ?
ชั่วขณะหนึ่ง ในใจของเขาก็ไม่มั่นใจขึ้นมา โชคดีที่เรื่องนี้ไม่ต้องให้เขาลงมือทำเอง ถึงเขาจะไม่มั่นใจ แต่ชาวเมืองวั่งสื่อที่อยู่นิ่งเฉยไม่เป็น ความกระตือรือร้นคงจะสูงมากอย่างแน่นอน
ภายใต้การบัญชาของอันหราน เสี่ยวเหลยใช้เส้นแสงบางๆ ขีดแบ่งพื้นที่สำหรับขนถ่ายสินค้าออกมา
ทหารปิศาจสองสามนายที่รับหน้าที่ขนส่งเดินเข้าไป อ้าปาก แล้วคายบ้านและรถยนต์ทั้งหมดออกมา
อันหรานพูดกับมาลาคว่า “ของพวกนี้ให้คนของท่านเฝ้าไว้ก่อน แล้วพวกเรากลับไปจัดทีมก่อสร้างและเตรียมอุปกรณ์ จากนั้นค่อยนำเสบียงมาอีกครั้ง”
มาลาคพยักหน้า ตราบใดที่ไม่กระทบกับการกลับไปกินข้าวที่ถนนคนเดินริมแม่น้ำของเขา ทหารปิศาจที่เหลือก็แล้วแต่อันหรานจะสั่งการ
ขณะที่อันหรานกำลังจะกำชับมหาธรรมบาลไป๋ฉานโถวเพิ่มอีกสองสามคำ ทันใดนั้นภูเขาไฟหลายลูกที่อยู่ห่างออกไปก็พร้อมใจกันส่งเสียงคำรามกึกก้อง ลาวาที่ร้อนระอุปะทุขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อเกิดเป็นเสาเพลิงขนาดมหึมานับไม่ถ้วนที่เชื่อมต่อฟ้าดิน ย้อมท้องฟ้าครึ่งหนึ่งของนรกให้กลายเป็นสีแดงฉานน่าสยดสยอง
ลูซิเฟอร์ที่ดูเฉื่อยชามาตลอดพลันยืดตัวตรง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นทันที รอบกายแผ่กลิ่นอายที่ดุดันและน่าสะพรึงกลัวออกมา
เสี่ยวเหลยที่ยิ้มซื่อมาตลอดก็เบิกตากว้างเช่นกัน เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีเลือดทางทิศตะวันตก
ยังไม่ทันที่อันหรานจะเอ่ยปากถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นกลุ่มเงาดำทะมึนปรากฏขึ้นระหว่างเสาเพลิงที่ทะลุฟ้า พร้อมกับเสียงหึ่งๆ ที่น่าขนลุก พวกมันกำลังพุ่งเข้ามาหาราวกับคลื่นยักษ์
นั่นคือยุงยักษ์สีเลือดฝูงใหญ่!
[จบตอน]