เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 497 - ลั่วจือ

บทที่ 497 - ลั่วจือ

บทที่ 497 - ลั่วจือ


ผู้เฒ่าเฮ่อหัวเราะประหลาด แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน "อัครเสนาบดีอันใดกัน ในสายตาข้าก็เป็นแค่เรื่องไร้สาระเท่านั้น"

เว่ยฉางเล่อรู้ดีว่าแม้เฒ่าประหลาดผู้นี้จะอำมหิตถึงที่สุด ทว่าก็นับว่าเป็นยอดฝีมือที่เร้นกายในยุทธภพได้ คนเช่นนี้ย่อมดูแคลนพวกขุนนางในราชสำนักเข้ากระดูกดำซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

"ในเมื่อเจ้าดูแคลนเขา แล้วเหตุใดถึงยอมฟังคำสั่งของเขา" จงหลีขุยถาม "เขามอบคฤหาสน์แห่งนี้ให้เจ้า เจ้าก็ใช้มันเพื่อผูกมิตรกับเหล่าขุนนางในซานหนานและร่วมมือกันวางแผนการอันมิชอบงั้นหรือ"

"ฟังคำสั่งเขางั้นหรือ" ผู้เฒ่าเฮ่อเอ่ยอย่างหัวเสีย "ตอนที่เขายังเป็นอัครเสนาบดีข้าก็ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา ยามนี้เขาก็เป็นเพียงตาแก่ไร้ประโยชน์คนหนึ่ง ข้ามีเหตุผลอันใดต้องฟังคำสั่งเขา ข้ากับเขาก็แค่ทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนกันเท่านั้น"

เว่ยฉางเล่อรู้ดีว่านี่น่าจะเป็นความจริง

"เมื่อสิบแปดปีก่อน บิดาของหลูยวนหมิงเสียชีวิต เขารีบเดินทางกลับมาจัดงานศพที่เมืองเซียงหยางอย่างเร่งด่วน" ผู้เฒ่าเฮ่ออธิบาย "กลางดึกขณะที่พวกเขาหยุดพักระหว่างทาง วันนั้นโก่วเอ๋อร์ศิษย์ของข้าหาสัตว์ชนิดอื่นไม่ได้จึงไปขโมยม้าของพวกเขามาหนึ่งตัว ทว่ากลับถูกจับได้เสียก่อน"

เว่ยฉางเล่อครุ่นคิด ในตอนแรกสัตว์ประหลาดหญิงเพียงแค่ดื่มเลือดสัตว์ปีกและใช้ปริมาณเลือดไม่มากนัก ทว่าหลังจากนั้นเห็นได้ชัดว่าความต้องการเลือดของนางเริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

"หลูยวนหมิงจงใจสั่งให้คนแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น รอจนโก่วเอ๋อร์จากไปจึงแอบส่งคนสะกดรอยตาม" ผู้เฒ่าเฮ่อเอ่ยอย่างแช่มช้า "พวกเขาสะกดรอยตามโก่วเอ๋อร์มาจนพบที่พักชั่วคราวของข้าในเวลานั้น ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ลงมือ ข้าก็จับสัมผัสได้ก่อนและสังหารผู้ติดตามของหลูยวนหมิงไปจนหมดสิ้น"

ช่างโหดเหี้ยมอำมหิตจริงๆ!

"เดิมทีหลูยวนหมิงก็ต้องตายด้วยน้ำมือข้า" ผู้เฒ่าเฮ่อหัวเราะหึๆ แล้วเอ่ยต่อ "ทว่าในตอนนั้นเขากลับมองออกว่าร่างกายของเสี่ยวอิ่งมีบางอย่างผิดปกติ เขาจึงรีบบอกข้าว่าเขามีเส้นสายกว้างขวาง สามารถช่วยข้าตามหาหมอเทวดาจากทั่วสารทิศมารักษาเสี่ยวอิ่งได้"

"หมอเทวดาบ้าบออันใด ข้าย่อมไม่สนใจหรอก ปัญหาที่แม้แต่ข้ายังแก้ไม่ได้ พวกหมอไร้ประโยชน์เหล่านั้นย่อมไม่มีทางแก้ได้ ทว่าเมื่อเขาเปิดเผยฐานะของตนเอง ข้าจึงได้รู้ว่าเขาเป็นถึงอัครเสนาบดี หากเขาเป็นคนธรรมดาข้าก็คงฆ่าทิ้งไปแล้ว ทว่าการเก็บอัครเสนาบดีไว้ใช้งานย่อมมีประโยชน์อยู่ไม่น้อย"

เว่ยฉางเล่อและจงหลีขุยสบตากัน พลางคิดในใจว่าคนผู้นี้ไม่ได้เพิ่งจะกลายมาเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิต ทว่าเห็นชีวิตผู้อื่นเป็นผักปลามาตั้งแต่ต้นแล้ว สันดานดิบของเขาโหดเหี้ยมอย่างไร้ความปรานีจริงๆ

"หลูยวนหมิงเป็นคนที่รู้ความและเป็นคนที่ฉลาดมาก" ผู้เฒ่าเฮ่อเอ่ย "เขามองออกว่าพวกเราไร้ที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง จึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากเชิญให้พวกเราไปอยู่ที่เมืองเซียงหยาง โดยเขาจะเป็นผู้จัดการเรื่องเสื้อผ้าอาหารและที่พักให้ทั้งหมด หากต้องการสิ่งใดขอเพียงเอ่ยปากเขาก็พร้อมจะหามาให้ทุกอย่าง"

จงหลีขุยแค่นยิ้ม "เขาย่อมมองออกว่าเจ้ามีวรยุทธ์ล้ำเลิศ จึงพยายามหาทางดึงตัวเจ้ามาเป็นพวกอย่างสุดความสามารถ"

"เจตนาของเขาข้าย่อมรู้ดี" ผู้เฒ่าเฮ่อเอ่ย "ผู้คนมากมายต่างก็ทำไปเพื่อผลประโยชน์ ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนไม่ใช่เรื่องของการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์หรอกหรือ การมีคุณค่าให้หลอกใช้ก็ไม่ใช่เรื่องแย่อันใด เขามองเห็นวรยุทธ์ของข้าจึงพยายามประจบสอพลออย่างเต็มที่ โดยหวังว่าวันหนึ่งความสามารถของข้าจะเป็นประโยชน์ต่อเขา ทว่าการที่เขาเป็นอัครเสนาบดีและมีเส้นสายกว้างขวาง นั่นก็คือสิ่งที่ข้าต้องการเช่นกัน"

จงหลีขุยถามด้วยความสงสัย "พวกเจ้ากลัวการถูกตามล่า ต้องหลบๆ ซ่อนๆ แล้วจะต้องการเส้นสายไปทำไม"

ผู้เฒ่าเฮ่อไม่ได้ตอบคำถามโดยตรง เพียงเอ่ยอย่างสงบว่า "เวลาเกือบหนึ่งปีทำให้ข้าเข้าใจว่า การที่เสี่ยวอิ่งใช้เลือดเพื่อรักษาร่างกายนั้นไม่ใช่วิธีการที่ยั่งยืน หากต้องการให้นางหายขาด มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น นั่นก็คือการกลับไปยังสถานที่แห่งนั้น"

"เจ้าพูดจาสับสนวกวนเหลือเกิน" เว่ยฉางเล่อทอดถอนใจ "เมื่อครู่เจ้าเพิ่งจะพูดว่าพวกเจ้าไม่อาจกลับไปยังสถานที่แห่งนั้นได้แล้วไม่ใช่หรือ ยามนี้กลับมาบอกว่านี่คือทางรอด เจ้าพูดจาคลุมเครือจนทำให้คนฟังรู้สึกมึนงงไปหมดแล้ว"

"หากพวกเรากลับไปเช่นนี้ ย่อมต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย" ผู้เฒ่าเฮ่อเอ่ยเสียงเรียบ "ทว่าหากพวกเราสามารถพาคนสองคนกลับไปได้ ก็จะสามารถลบล้างความผิดและมีโอกาสรอดชีวิตสูง ... !"

เว่ยฉางเล่อถามด้วยความประหลาดใจ "ผู้ใดกัน"

"หากพึ่งพาแค่ข้ากับเสี่ยวอิ่ง การตามหาคนสองคนในใต้หล้าที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ย่อมยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์" ผู้เฒ่าเฮ่อไม่ตอบคำถาม ทำเพียงทอดถอนใจ "ทว่าหลูยวนหมิงเป็นถึงอัครเสนาบดี หากยืมมือของเขาไปสืบหาร่องรอยของคนสองคนนั้น ย่อมพอจะมีความหวังอยู่บ้าง"

จงหลีขุยตระหนักได้ในทันที พลางเอ่ย "หลูยวนหมิงเลี้ยงดูเจ้าประหนึ่งแขกประจำจวน ทว่าเจ้ากลับใช้เส้นสายของเขาเพื่อตามหาคน พวกเจ้าต่างก็กอบโกยผลประโยชน์จากกันและกัน จึงตกลงกันได้อย่างลงตัว"

"ถูกต้อง" ผู้เฒ่าเฮ่อเอ่ย "ท้ายที่สุดแล้วหลูยวนหมิงก็แค่มองเห็นความสามารถด้านวรยุทธ์ของข้า และอยากได้ข้าไว้เป็นเครื่องมือสังหาร เพื่อสักวันหนึ่งจะให้ข้าไปลงมือแทนเขา หากเขาสามารถช่วยข้าตามหาคนสองคนนั้นได้จริงๆ ต่อให้ข้าต้องลงมือสังหารคนให้เขาสักสองร้อยคน ข้าก็ไม่ขัดข้อง"

เว่ยฉางเล่อแค่นเสียงเย็นชา "จนถึงบัดนี้พวกเจ้าก็ยังต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านดอกท้อโดยไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน นั่นก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าจนบัดนี้หลูยวนหมิงก็ยังไม่พบคนสองคนที่เจ้าต้องการตามหา หากเขาหาพบแล้ว เจ้าคงจะพาคนสองคนนั้นกลับไปยังสถานที่ที่เจ้าหนีออกมาตั้งนานแล้ว"

ผู้เฒ่าเฮ่อทอดถอนใจเบาๆ "บางทีพวกเขาอาจจะไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว ... !"

"เงาวารีประกายแสง!" เว่ยฉางเล่อเอ่ยอย่างไม่ลังเล "ผู้เฒ่าเฮ่อ คนที่มอบเงาวารีประกายแสงให้ข้า ก็คือหนึ่งในสองคนที่เจ้ากำลังตามหาอยู่ใช่หรือไม่"

ผู้เฒ่าเฮ่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม "ยามนี้นางเป็นอย่างไรบ้าง"

"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้" เว่ยฉางเล่อแค่นยิ้ม "เจ้าอยากรู้ที่อยู่ของนางจากปากข้า เพื่อจะได้พานางกลับไปแลกกับความปลอดภัยของพวกเจ้าสองสามีภรรยาสินะ"

ผู้เฒ่าเฮ่อทอดถอนใจเบาๆ "นี่ไม่ได้ทำไปเพื่อพวกเราเท่านั้น ทว่าก็เพื่อคนผู้นั้นด้วย นางไม่ควรระหกระเหินอยู่ภายนอก ควรจะกลับไปยังสถานที่ที่คู่ควรกับนาง เจ้าวางใจเถิด ต่อให้นางกลับไป ก็จะไม่มีผู้ใดทำร้ายนางเด็ดขาด ... !"

เว่ยฉางเล่อรีบถามกลับ "เหตุใดการที่พวกเจ้าพาคนสองคนนั้นกลับไปถึงจะถือเป็นการลบล้างความผิดได้ หรือว่า ... คนสองคนนั้นก็หนีออกมาจากสถานที่แห่งนั้นเช่นกัน และคนที่นั่นก็กำลังตามล่าคนสองคนนั้นอยู่เช่นเดียวกับที่ตามล่าพวกเจ้า"

"ดูเหมือนว่าคนผู้นั้นจะไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวในอดีตให้เจ้าฟังจริงๆ" ผู้เฒ่าเฮ่อเอ่ยอย่างทอดถอนใจ "นางช่างห่วงใยเจ้าเสียจริงๆ ... !"

ทันใดนั้นผู้เฒ่าเฮ่อก็คล้ายกับฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเฉียบคมในทันที

เขาจ้องมองเว่ยฉางเล่อที่อยู่ด้านหลังของจงหลีขุยเขม็ง ก่อนจะโพล่งถามขึ้นมา "เจ้าคือบุตรชายของนางงั้นหรือ"

เว่ยฉางเล่อชะงักไป พลางคิดในใจว่าเฒ่าประหลาดผู้นี้พูดจาเลอะเทอะไปใหญ่แล้ว บิดายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่เจ้าพูดถึงคือผู้ใด แล้วจะไปเป็นบุตรชายของนางได้อย่างไร

"นางที่เจ้าพูดถึงตกลงแล้วคือผู้ใดกันแน่" เว่ยฉางเล่อถาม "นางไม่มีชื่องั้นหรือ"

"ลั่วจือ!" ผู้เฒ่าเฮ่อตอบ "ฉินลั่วจือ นางคงไม่ได้ปิดบังแม้กระทั่งชื่อของตนเองไม่ให้เจ้ารู้หรอกนะ"

ฉินลั่วจืองั้นหรือ ในหัวของเว่ยฉางเล่อหมุนคว้างอย่างรวดเร็ว

ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ไม่มีร่องรอยของความทรงจำที่เกี่ยวกับชื่อนี้เลยแม้แต่น้อย มันว่างเปล่าไปหมด

ผู้เฒ่าเฮ่อมีสายตาเฉียบคม เขาจ้องเขม็งไปที่ใบหน้าของเว่ยฉางเล่อ จากปฏิกิริยาบนใบหน้าของเว่ยฉางเล่อ เขาก็ประเมินได้ทันทีว่าชายหนุ่มผู้นี้ดูเหมือนจะไม่คุ้นเคยกับชื่อนี้เลยจริงๆ

นัยน์ตาของผู้เฒ่าเฮ่อฉายแววตื่นตะลึง เดิมทีเขาคิดว่าเมื่อพูดชื่อนี้ออกไป เว่ยฉางเล่อจะต้องมีปฏิกิริยาลุกลี้ลุกลนอย่างแน่นอน ทว่าปฏิกิริยาที่งุนงงของเว่ยฉางเล่อกลับทำให้ผู้เฒ่าเฮ่อรู้สึกสับสนเสียเอง

"ฉินลั่วจืองั้นหรือ" เว่ยฉางเล่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็เอ่ยขึ้น "ชื่อนี้ฟังดูเหมือนชื่อของผู้หญิงเลย"

ผู้เฒ่าเฮ่อตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม เขายิ้มขื่นพลางเอ่ย "นี่ก็เป็นชื่อของผู้หญิงอยู่แล้ว"

"เดี๋ยวก่อน" เว่ยฉางเล่อเอ่ยด้วยความประหลาดใจ "เจ้าคุยกับข้าตั้งนานสองนาน ที่แท้คนที่เจ้าพูดถึงตลอดมาก็คือผู้หญิงงั้นหรือ" ในยามนี้เขารู้สึกตกตะลึงในใจจริงๆ

จากคำพูดของผู้เฒ่าเฮ่อ เขาเพียงคิดว่ามียอดฝีมือผู้มีวรยุทธ์ล้ำลึกผู้หนึ่งเป็นคนถ่ายทอดเงาวารีประกายแสงเข้าสู่ร่างกายของเขา และคนผู้นั้นก็มาจากสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่งเฉกเช่นเดียวกับผู้เฒ่าเฮ่อ

ทว่ายามนี้เขาถึงเพิ่งเข้าใจว่า คนผู้นั้นไม่ได้เป็นบุรุษเสียด้วยซ้ำ ทว่ากลับเป็นสตรี

"ย่อมต้องเป็นสตรีอยู่แล้ว!" เมื่อเห็นปฏิกิริยาตกตะลึงของเว่ยฉางเล่อ ผู้เฒ่าเฮ่อก็รู้ว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำ จึงถามด้วยความเคลือบแคลง "หรือว่าคนที่ถ่ายทอดเงาวารีประกายแสงให้เจ้าจะเป็นบุรุษ นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้ ... !"

ในยามนี้ใบหน้าของจงหลีขุยเต็มไปด้วยความสับสนงุนงง คนสองคนนี้ตกลงแล้วกำลังคุยเรื่องอันใดกันอยู่

จบบทที่ บทที่ 497 - ลั่วจือ

คัดลอกลิงก์แล้ว