- หน้าแรก
- สืบทอดกิจการหนี้สามสิบล้าน สู่แหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก
- ติดหนี้สามสิบล้าน 455 แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เร้นกาย
ติดหนี้สามสิบล้าน 455 แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เร้นกาย
ติดหนี้สามสิบล้าน 455 แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เร้นกาย
ติดหนี้สามสิบล้าน 455 แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เร้นกาย
เขาไม่กล้าโปรโมต แฟนคลับตัวยงที่รู้ความจริงก็ไม่กล้าโปรโมตเช่นกัน
นักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ บางส่วนเพิ่งเข้าไปก็ตกใจจนสลบถูกหามออกมาแล้ว และยังมีบางส่วนที่พอหยิบโทรศัพท์มือถือได้ก็เริ่มโพสต์ลงเน็ตทันที
แต่จำนวนคนแค่นี้ ไม่สามารถสร้างกระแสอะไรได้เลย
ดังนั้นพอถึงช่วงสามสี่ทุ่ม ชาวเน็ตที่เคยชินกับเรื่องที่ว่า “ภูเขาว่านหยวนเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ทีไรต้องติดคำค้นหายอดฮิต” หลังจากรีเฟรชหน้าเว็บไปหลายรอบ ต่างก็พากันงุนงง
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
ยังเล่นไม่เสร็จอีกเหรอ? ทางออฟฟิเชียลก็ประกาศปิดอุทยานแล้ว ทำไมบนอินเทอร์เน็ตถึงไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลยล่ะ?
หรือว่าแหล่งท่องเที่ยวใหม่จะค่อนข้างพิเศษ?
หรือว่า... ไม่สนุก?
ธรรมดามาก?
ก็เลยไม่มีใครโปรโมตเลย?
เป็นไปไม่ได้มั้ง?
นั่นมันภูเขาว่านหยวนเชียวนะ!
ทุกคนจงใจเข้าไปในหน้าโปรไฟล์ของมือหมูหลบระเบิด แล้วก็พบว่าอีกฝ่ายเพิ่งจะโพสต์กระทู้ใหม่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนจริง ๆ
แต่กระทู้ใหม่กลับมีแค่ประโยคเดียว
[มือหมูหลบระเบิด: อืมมมมม]
คอมเมนต์ด้านล่างก็คลุมเครือไม่ชัดเจน มีแต่ข้อความไปในทิศทางเดียวกันว่า [ฉันเข้าใจนาย!]
หมายความว่าไง?
ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
พวกเขาพากันแท็กจู้โส่วให้ออกมาอธิบาย จนกระทั่งยอดคอมเมนต์สะสมทะลุ 1,000 กว่าข้อความ จู้โส่วถึงได้ออกมาตอบกลับประโยคหนึ่งว่า [พูดไม่ได้... พูดไม่ได้หรอกนะ...]
ดี ดี ดี!
ยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่เลย!!
แต่เขาก็โพสต์ตามมาอีกประโยคทันที
[ขอเตือนทุกคนไว้เลยว่า คนที่หัวใจไม่ดีหรือรับความกดดันไม่ไหว เลิกคิดที่จะไปเล่นได้เลย]
...
โคตรจะอยากรู้เลย!!!
เมื่อไม่ได้ข่าวคราวอะไรจากเขาเลย ทุกคนก็แห่กันไปอีกที่หนึ่ง
คนนี้ก็เป็นบล็อกเกอร์แฟนคลับตัวยงของภูเขาว่านหยวนเหมือนกัน โด่งดังขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกับมือหมูหลบระเบิด เพียงแต่อีกฝ่ายมักจะทำคอนเทนต์ประเภทคู่มือที่มีเนื้อหาสาระเน้น ๆ แฟนคลับก็เลยน้อยกว่า
เช่นเดียวกัน เธอเองก็เพิ่งโพสต์กระทู้ใหม่เมื่อสิบกว่านาทีก่อน
[ผิงผิงโหย่วฉี: น่ารัก~]
[แมว.JPG]
ดูเหมือนจะเป็นแค่ชีวิตประจำวัน...
แต่ภายในกระทู้ของเธอ กลับถูกนักท่องเที่ยวของภูเขาว่านหยวนถล่มคอมเมนต์ไปเรียบร้อยแล้ว
[ปลาคาร์ปใหญ่ดิ้นแด่วๆ: เลิกเสแสร้งได้แล้ว! ผู้ได้รับบัตรรายปี·ผู้ส่งสารแห่งทะเลสาบลึก! สารภาพความจริงมาซะดี ๆ!]
[ยาเมเตะตาโต: เธอไม่เคยโพสต์เรื่องชีวิตประจำวันเลยนะ! ตกลงมันหมายความว่ายังไงกันแน่!]
[กินกระบองข้าไปซะ: เล่นเสร็จกลับมาก็แกล้งทำเป็นหายตัวไปใช่ไหม! ในกลุ่มถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ แต่ดันมาโพสต์โมเมนต์ตรงนี้เนี่ยนะ! รีบพูดมาเลย!]
[พี่ขนรักแร้: ขอร้องล่ะ! ถ้าเธอไม่พูด คืนนี้ฉันนอนไม่หลับแน่ ๆ!!]
ชาวเน็ตที่แห่กันเข้ามาเริ่มลังเล และค่อย ๆ เงียบลง
ดูท่าทางวันนี้คงจะหลอกถามข่าวอะไรไม่ได้แล้ว แต่ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ยังมีคนใหม่ไปอีก คนกลุ่มนี้ปากแข็ง ก็ต้องมีสักคนที่ปากโป้งบ้างแหละ!
ทุกคนให้คำมั่นเป็นมั่นเป็นเหมาะ แล้วเริ่มซุ่มรอ
รอแล้วรอเล่า การรอคอยครั้งนี้กินเวลาไปถึงสามวันเต็ม...
นักท่องเที่ยวกลุ่มแรกไม่ปริปาก กลุ่มที่สองก็เงียบกริบ ส่วนนักท่องเที่ยวกลุ่มที่สามยิ่งทำตัวเหมือนคนตายเข้าไปใหญ่
ทำบ้าอะไรกันเนี่ย!
แฟนคลับที่เฝ้าดูสถานการณ์อยู่แทบจะบ้าตายแล้ว! นี่เป็นครั้งแรกที่ภูเขาว่านหยวนเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เปิดให้บริการมาตั้งหลายวันแล้ว แต่สถานการณ์ของแหล่งท่องเที่ยวเป็นยังไง มีวิธีเล่นแบบไหน กลับไม่มีใครรู้เลยสักนิด
แม้แต่รูปถ่ายสักใบก็ยังไม่มี!
ถึงแม้บางครั้งจะค้นเจอกระทู้บ้าง แต่ก็ล้วนพูดจาคลุมเครือ มีคนพูดไปต่าง ๆ นานา สิ่งเดียวที่หลุดรอดออกมาก็มีแค่ชื่อเดียวเท่านั้น
[วั่งโยว]
นักท่องเที่ยวพากันร้อนใจ แต่แหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ กลับรู้สึกยินดี!
ในที่สุดภูเขาว่านหยวนก็หมดแรงฮึดแล้วงั้นเหรอ? ในที่สุดก็หมดมุกแล้วใช่ไหม?
แต่พวกเขาก็ยังคงระมัดระวังตัว เฝ้าดูสถานการณ์อยู่นาน จนแน่ใจว่าทางออฟฟิเชียลไม่ได้โพสต์อะไรเลย และทางสื่อข่าวก็ไม่ได้ยินเรื่อง “การติดสินบนระดับสูง” อะไรทั้งนั้น ถึงได้เริ่มกำเริบเสิบสาน และพยายามสร้างกระแสชี้นำ
ข่าวคราวบนอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับ [การเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของภูเขาว่านหยวนไม่ราบรื่น] เริ่มแพร่กระจายออกไป
“ฮัลโหล? อาจิ้ง?”
ซ่งจื้อหมิงเอนหลังพิงโซฟา โทรศัพท์หาสวี่จิ้งด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“บนเน็ตมีแต่คนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องแหล่งท่องเที่ยวใหม่ จะให้ควบคุมกระแสสังคมหน่อยไหม”
เขาไม่ได้ถามถึงปัญหาของแหล่งท่องเที่ยว และไม่ได้คิดว่าแหล่งท่องเที่ยวทำออกมาได้แย่เหมือนอย่างที่ในเน็ตว่ากัน
ล้อเล่นน่า คนคนนี้เป็นใครกัน? มีเวลาไปกังวลว่าแหล่งท่องเที่ยวของเขาจะไม่น่าดู สู้เอาเวลามากังวลว่าแหล่งท่องเที่ยวของตัวเองจะรอดพ้นปีนี้ไปได้หรือเปล่าไม่ดีกว่าเหรอ?
น้ำเสียงของสวี่จิ้งทางฝั่งนั้นเจือรอยยิ้ม มีเสียงหอบหายใจเล็กน้อย ดูเหมือนกำลังออกกำลังกายอยู่
[ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้กระแสสังคมยังไม่ถึงจุดพีคสุด รอให้ถึงจุดพีคสุดก่อนค่อยว่ากันเถอะ]
?
อะไรคือยังไม่ถึงจุดพีคสุด? ยังอยากจะให้พีคไปถึงไหนอีก?
หรือว่าจะพลิกฟ้าประเทศหัวเลยหรือไง?
ซ่งจื้อหมิงปิดปากแอบหัวเราะ ในเมื่ออาจิ้งไม่ลุกลี้ลุกลน เขาก็ไม่ร้อนใจแล้วเหมือนกัน
“เรื่องที่นายพูดคราวก่อน ที่จะให้ภูเขาว่านหยวนกับซงหูร่วมมือกันน่ะ... เป็นไงบ้าง? ช่วยผลักดันหน่อยสิ~”
[ได้เลย ๆ ช่วงสองสามวันนี้ฉันกำลังจะจัดการเรื่องพวกนี้พอดี ถึงตอนนั้นฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว นายค่อยมาเซ็นสัญญาก็แล้วกัน]
“โอเค~ ฉันจะรอรับโทรศัพท์นายนะ~”
ภูเขาว่านหยวนปรับเปลี่ยนภายใน แล้วเรียกให้เถ้าแก่ใหญ่อย่างซ่งจื้อหมิงมาเซ็นสัญญาโดยตรง เรื่องแบบนี้ถ้าเป็นคนอื่น อาจจะรู้สึกว่าสวี่จิ้งไม่ให้ความเคารพ หรือไม่มีความจริงใจอะไรทำนองนั้น
แต่สำหรับเฒ่าซ่งแล้ว ด้วยขนาดของภูเขาว่านหยวน ต่อให้เป็นสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ขอเพียงอีกฝ่ายยอมแบ่งผลประโยชน์ให้เขา สวนสาธารณะซงหูก็ถือว่าได้กำไรแล้ว
สวี่จิ้งที่วางสายไปแล้วก็วิ่งเสร็จพอดี เขากลับมานั่งในห้องหนังสือที่วิลล่า
ตั้งแต่กลับมาจากการไปเที่ยวของสมาคมแหล่งท่องเที่ยวคราวก่อน เขาก็วุ่นวายอยู่ตลอดช่วงวันหยุดยาววันชาติ จนกระทั่งตอนนี้ถึงเพิ่งจะมีเวลาส่งสัญญาของแหล่งท่องเที่ยวเล็ก ๆ สองแห่งนั้นออกไป
[ป้อมดินกอง] และ [บ้านประหลาด] คือแหล่งท่องเที่ยวสองแห่งที่เขาเลือกในท้ายที่สุด ส่วน [ศาลเจ้าแมวเหมียว] หลินเฟยเป็นคนคว้าสิทธิ์การลงทุนไป โดยภูเขาว่านหยวนจะได้รับสิทธิ์ในการขายสินค้าที่ระลึกเพิ่มเติม
ส่วนแหล่งท่องเที่ยวที่เหลือจะตกเป็นของใคร เขาก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ยังไงซะก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาอยู่แล้ว
ส่วนสองแห่งนี้...
เขากดเปิดหน้าต่างระบบด้วยความตื่นเต้น ภายใน [ภาพรวมแหล่งท่องเที่ยว] ข้อมูลที่เรียงอยู่ใต้แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ของภูเขาว่านหยวน เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นแล้ว
[แหล่งท่องเที่ยวที่ลงทุน (2/3)]
[ป้อมดินกอง (1A): ถ้ำหินฝังศพหมู่บ้านร้าง กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา...]
[อุปกรณ์แหล่งท่องเที่ยว: ไม่มี]
[รายการท่องเที่ยว: ไม่มี]
[พนักงานแหล่งท่องเที่ยว: ผู้ต้อนรับหลิวเฉี่ยวเจี้ยง พนักงานหลิวอ้าย หลิวหยวน หลิวต้าจู้ รวมทั้งหมด 4 คน]
หากไม่มีความช่วยเหลือจากเขา ครอบครัวของหลิวเฉี่ยวเจี้ยงคงต้องทำงานไปจนถึงกลางปีหน้า ถึงจะสร้างป้อมออกมาได้สองแห่ง ซึ่งมันนานเกินไป
สัญญา + แผนงานโครงการของเขา ไม่เพียงแต่ส่งบุคลากรที่มีความสามารถไปให้พวกเขาเท่านั้น แต่ยังวางโครงสร้างระบบนิเวศการดำเนินงานรอบ ๆ ป้อมดินกองเอาไว้ด้วย ทั้งกิน ดื่ม เที่ยว เล่น ครบวงจร บริการนักท่องเที่ยว การคมนาคม และที่พัก ล้วนต้องคิดให้รอบคอบ
พวกเขาต้องการเวลาในการแกะสลักหินรูปคนตัวเล็ก เขาเองก็ต้องการเวลาในการจัดเตรียมสิ่งเหล่านี้เช่นกัน
การก่อสร้างทางฝั่งนั้นไม่สามารถใช้ [ทีมก่อสร้างเหรียญทอง] ได้ ทำได้เพียงลงมือทำอย่างจริงจัง ค่อยเป็นค่อยไปทีละก้าว ยังไม่รู้เลยว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน
จากนั้นก็คือนิ้วทองคำที่สำคัญที่สุด ระบบกำหนดไว้ว่า: ทักษะ + อุปกรณ์ สามารถใช้ได้สูงสุดแค่ 5 ชิ้นเท่านั้น แถมยังต้องซื้อในราคา 3 เท่าอีกด้วย
ดังนั้นเขาจึงต้องคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน เพื่อใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด
หลังจากเปรียบเทียบราคาอย่างสุดขีดแล้ว สวี่จิ้งก็เลือกอุปกรณ์ออกมาสองชิ้น และทักษะหนึ่งอย่าง
[ผ่านวันดั่งสัปดาห์ (ระดับต่ำ): ภายในรัศมี 100 เมตรของนาฬิกา อัตราการไหลของเวลาจะช้าลงเหลือ 0.8 เท่า การเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตจะไม่ได้รับผลกระทบ (ยกเว้นการนอนหลับ)]
[สี่ฤดูดั่งวสันต์ (ระดับกลาง): รับประกันว่าภายในพื้นที่ (100m*100m*100m) จะมีอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม สิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในรัศมี อัตราการลดลงของดัชนีสุขภาพจะช้าลง 60%]
หลังจากอุปกรณ์ประเภทขอบเขตทั้งสองชิ้น ก็คือทักษะเฉพาะตัวสำหรับหลิวเฉี่ยวเจี้ยง
[หัวใจวัวม้า (ระดับกลาง): หลังจากที่เป้าหมายหลักเข้าสู่สถานะการทำงาน จะกระตุ้นให้คนอื่น ๆ ภายในรัศมี 10 เมตรเกิดความปรารถนาในการทำงานอย่างรุนแรง และเพิ่มประสิทธิภาพขึ้น 60%]
[หมายเหตุ: ทุก ๆ หนึ่งชั่วโมงที่ใช้ทักษะ จะทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบจากทักษะ มีระดับสุขภาพลดลง 10% เมื่อระดับสุขภาพต่ำกว่า 50% ทักษะจะหยุดทำงาน จำเป็นต้องพักผ่อนเพื่อฟื้นฟู]
สวี่จิ้งยิ้มพลางติดตั้งอุปกรณ์และทักษะลงไป จากนั้นก็เพิ่งจะรู้สึกตัว จึงยกมือขึ้นเกาหัว
ตัวเองกดขี่แรงงานเกินไปหน่อยหรือเปล่านะ...
รู้สึกอยู่เสมอว่าอุปกรณ์และทักษะพวกนี้... ไม่มีอันไหนเป็นของดีเลยแฮะ...
เขาส่ายหน้า ตัดสินใจเลิกปั่นหัวตัวเอง หลิวเฉี่ยวเจี้ยงกับหลานสาวของเขาก็น่าจะอยากทำงานให้เสร็จเร็ว ๆ เหมือนกันนั่นแหละ! เขาเข้าใจดี!
ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร
ชายหญิงทั้งเด็กและผู้ใหญ่หลายคนที่กำลังจุดโคมไฟดวงเล็ก และกำลังสกัดหินเสียงดังต๊อกแต๊ก จู่ ๆ ก็ชะงักงันไปพร้อมกัน จากนั้นก็ส่งเสียง “หืม?” ออกมา แล้วเงยหน้าขึ้น
คนทำงานศิลปะ โดยพื้นฐานแล้วจะมีความสามารถในการรับรู้ที่แข็งแกร่งมาก เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับทักษะ แต่เป็นพรสวรรค์
หลิวอ้ายกำค้อนอันเล็ก แกว่งไปมา แล้วหันไปมองปู่ของตัวเอง
“ปู่ ฉันทลวงผ่านแล้วเหรอ”
เด็กสาวที่หน้าตาดูอ่อนเยาว์กว่าหันไปมองหลิวอ้าย “พี่ ทะลวงผ่านคืออะไรเหรอ จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกว่าวันนี้ทำงานมีแรงฮึดเป็นพิเศษเลย!”
ห่างออกไปไม่กี่เมตร ชายร่างกำยำคนหนึ่งทุบค้อนสองทีสุดท้ายดังปัง ๆ แล้วลุกขึ้นยืน “ลูกสาว พ่อของแกเหมือนจะได้กลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้งเลย!”
หลิวเฉี่ยวเจี้ยงทำตัวไม่ถูก
“ฉันไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลยนะ”