- หน้าแรก
- สืบทอดกิจการหนี้สามสิบล้าน สู่แหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก
- ติดหนี้สามสิบล้าน 440 กลับสู่ภูเขาว่านหยวน
ติดหนี้สามสิบล้าน 440 กลับสู่ภูเขาว่านหยวน
ติดหนี้สามสิบล้าน 440 กลับสู่ภูเขาว่านหยวน
ติดหนี้สามสิบล้าน 440 กลับสู่ภูเขาว่านหยวน
หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จในวันนั้น พอถึงเวลาบ่ายสี่โมง คณะเดินทางก็ขึ้นเครื่องบินจากไปอย่างเอิกเกริกอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบหลายคนยืนอยู่หน้าอาคารผู้โดยสาร พลางต่อสายโทรศัพท์
[หัวหน้า พวกเขาออกเดินทางไปแล้ว]
หลี่ฮ่วนซิงวางโทรศัพท์มือถือลง แม้จะรู้สึกเสียดายที่เจ้าหนุ่มนั่นไม่ได้มาหาเขาจริงๆ แต่การแสดงระบำที่ได้เห็นเมื่อคืน ก็ทำให้เขารู้สึกเบิกบานใจไม่น้อย
ดูท่าทางที่เขามาซ่างจิง ก็เพื่อพาคณะนาฏศิลป์มาร่วมงานประกวดรางวัลใหญ่จริงๆ
ไม่ผิด สวี่จิ้งไม่ได้มาหาเขา เขาจึงสืบสาวราวเรื่องแล้วตามไปเอง
เมื่อนั่งอยู่ในโซนวีไอพีบนชั้นสอง ก็สามารถมองเห็นทั่วทั้งงานได้อย่างชัดเจน ย่อมต้องเห็นการโต้ตอบระหว่างหุ้นส่วนหนุ่มคนนี้กับเหล่าพนักงานด้วย
คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นคนอ่อนไหวพอตัว
หลี่ฮ่วนซิงจิบชา พลางมองดูรายงานในมือ
มีบุคคลต้องสงสัยจากประเทศอื่นลอบเข้าไปในเมืองหย่งอันแล้ว สนามแม่เหล็กเหนือภูเขาว่านหยวนนั้นพิเศษมาก เนตรสวรรค์ไม่สามารถตรวจสอบได้ เขาจึงทำได้เพียงส่งคนแฝงตัวเข้าไปเพื่อคอยสังเกตการณ์ตลอดเวลา
ไว้ค่อยเตือนสวี่จิ้งสักหน่อย ว่าอย่ารับพนักงานใหม่สุ่มสี่สุ่มห้า และต้องเพิ่มการป้องกันของสถาบันวิจัยให้แน่นหนาขึ้นอีกสักหน่อยถึงจะดี...
กลิ่นชาหอมกรุ่น กลิ่นหมึกโชยอ่อน ชายผู้กุมอำนาจล้นฟ้าตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อไป
ใกล้จะสิ้นปีแล้ว หากสวี่จิ้งราบรื่น เขาก็จะยิ่งราบรื่นตามไปด้วย
————
ตอนที่สวี่จิ้งพาตะวันทองกลับมา ก็ได้รับการต้อนรับอย่างกึกก้องจากพนักงานทุกคน คนกลุ่มนี้รับรู้ผลลัพธ์ผ่านช่องทางต่างๆ แม้จะไม่ได้เห็นว่าการแสดงระบำนั้นน่าทึ่งเพียงใด แต่แค่ได้ฟังคำบอกเล่าจากคนที่ไป ก็ทำให้พวกเธอเลือดลมสูบฉีดพลุ่งพล่านแล้ว
การได้รับคำวิจารณ์ที่สูงส่งขนาดนี้บนเวทีระดับชาติ นั่นคือความรุ่งโรจน์ของภูเขาว่านหยวนทั้งมวล!
สวี่จิ้งมองดูพนักงานของเขา คนเหล่านี้ผ่านการพักผ่อนมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ แต่ละคนล้วนกระปรี้กระเปร่าเบิกบาน ดูเหมือนจะเตรียมพร้อมต้อนรับการเปิดอุทยานอีกครั้งแล้ว
พอหันไปมองสมาชิกคณะนาฏศิลป์ข้างกาย แม้จะมีรอยยิ้มประดับอยู่ แต่ก็มองเห็นความเหนื่อยล้าในสีหน้าได้อย่างชัดเจน
“ไปพักผ่อนเถอะ วันที่ 19 ถึงจะเปิดทำการ ยังมีเวลาอีกสองวัน”
“สองวันนี้ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น พักผ่อนให้เต็มที่เถอะ”
เขาเหวี่ยงกระเป๋าไปด้านหลัง โบกมือแล้วเดินออกไป
“สองวันนี้ก็ไม่ต้องมาหาฉันนะ ฉันก็จะพักผ่อนเหมือนกัน”
ทุกสิ่งเตรียมพร้อม ทุกอย่างเสร็จสิ้น
สวี่จิ้งถอนหายใจยาว บิดขี้เกียจจนสุดแรง จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างผ่อนคลาย แล้วหลับสนิทไป ในที่สุดก็โล่งอกได้เสียที
ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร ท่ามกลางหุบเขาลึกลับที่สภาพอากาศยังคงอบอุ่น ริมสระน้ำเต็มไปด้วยดอกไม้ใบหญ้าแปลกตา ยามใบหญ้าไหวเอน ก็เผยให้เห็นเงาร่างที่นั่งล้อมวงหันหน้าเข้าหากันอยู่เบื้องหลัง
สวมชุดนักพรตสีน้ำเงินม่วง เกล้ามวยผมเล็กๆ บนศีรษะ สีหน้าเรียบเฉย สองมือประสานกอดไว้แนบอก
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ทำลายความเงียบสงัด เงาร่างเหล่านั้นพากันลืมตาขึ้นทีละคน
พวกเขาคือเหยากวงจื่อและเจินจวินจื่อกับพรรคพวกที่หายตัวไปนานนั่นเอง
“ฟู่ว...” ชายร่างกำยำหนวดเคราดกหนาเผยรอยยิ้มออกมา
“ฟู่ว...” หญิงหน้ายาวใบหน้าเย็นชาผ่อนคลายกระดูกสันหลัง
“ฟู่วฮ่า...” นักพรตคิ้วยาวพ่นลมหายใจ เป่าจนต้นหญ้าตรงหน้าสั่นไหวเบาๆ
“ฟู่ว...” ชายหนุ่มที่กลอกตาไปมาล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา
“ศิษย์น้อง โทรศัพท์นายยังมีแบตอยู่อีกเหรอ”
“มีแบตไปก็ไม่มีสัญญาณหรอก ก็มีแต่เขาที่จิตใจว้าวุ่น วันๆ เอาแต่เล่นโทรศัพท์...” หญิงสาวขมวดคิ้ว “ไม่เหมือนอาจารย์ นอกจากพาพวกเราออกไปทำพิธีข้างนอกแล้ว ก็ตั้งใจบำเพ็ญเพียรนั่งสมาธิตลอด”
เหยากวงจื่อหัวเราะแห้งๆ พลางลูบจมูก
ศิษย์เอ๋ย นั่นเป็นเพราะอาจารย์แอบเล่นตอนเที่ยงคืนต่างหาก ถ้าไม่เล่น เธอคิดว่างานพวกนี้หามาจากไหนกันล่ะ
ล้วนเป็นเพราะเขาไถโต่วเล่อกับเสี่ยวหงสู่หามรุ่งหามค่ำทั้งนั้น!
เขาอยากจะพูดอะไรสักหน่อย
“หลานซิน เธอ...”
เหยากวงจื่อดึงสายตากลับมา หญิงสาวที่เพิ่งดุด่าศิษย์น้องเมื่อครู่ ตอนนี้กำลังถือกระจกบานเล็กตั้งใจบีบสิวเสี้ยนบนจมูกอยู่
“เจิ้นหยาง มื้อเที่ยงพวกเรากิน...”
นักพรตหนวดเคราก้าวขาไปข้างหน้า เริ่มยืดเส้นยืดสายอยู่กับที่
“ชิงกวง ขอยืมโฟมล้างหน้าของนายหน่อย...”
นักพรตคิ้วยาวเหลือเพียงแผ่นหลัง นั่งสมาธิเสร็จก็ลุกขึ้นวิ่งหนีไปแล้ว
“...ช่างเถอะ”
เจินจวินจื่อกลับวางโทรศัพท์ลงแล้วขยับเข้ามาใกล้ “มีอะไรจะสั่งการ อาจารย์ท่านว่ามาเลย”
“ไม่เล่นโทรศัพท์แล้วเหรอ”
“ไม่เล่นแล้ว น่าเบื่อ”
เจินจวินจื่อทำหน้าจริงจัง ในใจกลับแห้งแล้งอ้างว้าง
กิลด์ของเขาเตะเขาออก เพราะเขาออนไลน์ไม่ครบตามเวลาที่กำหนด
เหอะ มนุษย์ผู้ไร้หัวใจ
“อาจารย์ การบำเพ็ญเพียรของพวกเราครั้งนี้ใกล้จะจบแล้วใช่ไหม”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเหลือกตาขึ้นเริ่มนึกทบทวน เขาก็รีบเปิดปฏิทินแล้วยื่นไปตรงหน้าอีกฝ่ายทันที
“80 วันแล้ว! ใกล้แล้ว!”
ตั้งแต่พวกเขาออกจากภูเขาว่านหยวนเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ก็มุ่งหน้ามายังสถานที่บำเพ็ญเพียรแห่งนี้
ดินแดนล้ำค่าแห่งนี้ศิษย์พี่รองเป็นคนค้นพบ ก็คือนักพรตร่างสูงใหญ่หนวดเคราดกหนาผู้นั้น... เจิ้นหยางจื่อ จากนั้นพวกเขาก็พาหลานชิงจื่อศิษย์พี่หญิงใหญ่กับคนอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างทางมาด้วย สุดท้ายก็ใช้เวลาเดินทางกว่าหนึ่งสัปดาห์ถึงจะมาถึงที่นี่
เมื่อเริ่มบำเพ็ญเพียร ก็ต้องใช้เวลา 3 เดือน
นอกจากออกไปทำพิธีหาเงินเป็นครั้งคราวแล้ว เวลาส่วนใหญ่ของพวกเขาก็หมดไปกับที่นี่
พูดตามตรง พวกเขาเบื่อแทบตายอยู่แล้ว
แต่สถานที่แห่งนี้มีปราณวิญญาณเปี่ยมล้นจริงๆ แค่อยู่ที่นี่ ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ร่างกายและจิตใจได้รับการชำระล้าง เจินจวินจื่อบำเพ็ญเพียรมาสองเดือน รู้สึกว่าโลหิตปราณพลุ่งพล่านขึ้นมาก หากคราวนี้กลับไปนั่งสมาธิริมสระน้ำแข็งอีก เกรงว่าจะทำลายสถิติเดิมได้เป็นสิบนาทีเลยทีเดียว!
เหยากวงจื่อลูบหนวดเครา นัยน์ตามีหยาดน้ำตาเอ่อคลอ
“ใช่แล้ว เหลืออีกแค่ 10 วันเท่านั้น!”
“ไม่รู้เหมือนกันว่าสหายน้อยสวี่สร้างอารามเต๋าไปถึงไหนแล้ว”
นักพรตเฒ่าจินตนาการถึงสภาพของถ้ำหมื่นพุทธะ น้ำลายไหลย้อยด้วยความอิจฉา “สร้างไม่เสร็จก็ไม่เป็นไร คราวนี้กลับไป พวกเราก็จะไม่ไปไหนแล้ว ใกล้จะปีใหม่แล้ว ไม่ควรเคลื่อนย้าย!”
“ไม่ใช่เพราะหนาวเกินไปจนขี้เกียจขยับหรอกเหรอ”
“ถ้านายไม่ขี้เกียจ นายก็ออกไปเดินเล่นสิ!”
เหยากวงจื่อบิดริมฝีปากศิษย์ทรยศ แล้วลุกขึ้นเดินจากไป
อีกแค่สิบวัน! พวกเขาก็จะได้ออกจากดินแดนรกร้างแห่งนี้! กลับไปยังภูเขาว่านหยวนอันแสนอบอุ่นและอุดมสมบูรณ์ของพวกเขาแล้ว!
ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! นักพรตเฒ่าทำท่าทางพึมพำกับตัวเอง เดินบ่นงึมงำมุ่งหน้าไปยังกระท่อมไม้ที่อยู่ไกลออกไป
ในที่สุดก็จะได้กินของดีๆ เสียที! เงินที่พวกเขาพกมาใช้หมดแล้ว ตอนนี้ทำได้แค่กินขนมปังทุกวัน นี่ขนาดยังมีรายได้เข้ามานะ หากเป็นแบบนี้ต่อไป พวกเขาคงหิวโซจนกลายเป็นเหมือนพวกตาหยีกลุ่มนั้นแน่!
สวี่จิ้งหลับสนิทอย่างเงียบสงบ จำเรื่องนี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ภูเขาว่านหยวนเงียบสงบลง แต่บนโลกอินเทอร์เน็ตกลับยังคงคึกคัก
แม้จู้โส่วจะไปไม่ถึงสถานที่จริง แต่ก็ติดตามสถานการณ์ของงานประกวดนาฏศิลป์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหลังจากรู้ข่าวที่แน่นอนจากโจวเหยี่ยแล้ว เขาก็ยิ่งไม่กล้าละสายตาแม้แต่วินาทีเดียว
เขาต้องรอให้งานประกวดเผยแพร่ออกมา แล้วคว้าข่าวสารมือแรก ส่งต่อให้แฟนคลับของภูเขาว่านหยวน!
โหวตเหรอ
เงินรางวัลเหรอ
ขอโทษที ไม่ว่าตะวันทองจะเต้นเป็นอย่างไร ขอแค่พวกเธอมีชื่ออยู่ในรายชื่อนี้... รางวัลนี้พวกเธอก็คว้าไปครองได้แน่นอน
กลยุทธ์คลื่นมนุษย์ก็สามารถดันพวกเธอขึ้นไปได้!
นี่แหละคือพลังของแฟนคลับ!
เขากำลังรอ คนอื่นก็กำลังรอเช่นกัน
[ทีมสำรวจว่านหยวน (กลุ่ม 1 ทั่วประเทศ)]
[เฟิงเซียวเซียวซี: พี่น้องทั้งหลาย ถึงเวลาทดสอบดวงกันแล้ว วันที่ 20 เปิดโซนใหม่ มาดูกันว่าใครจะคว้ามาได้!]
[คนบ้างานวิจัย: ฉันสมัครไว้ 8 บัญชี เตรียมพร้อมตลอดเวลา!]
[เสี่ยวเฟิง: ไม่มีตั๋วหน้างานจริงๆ เหรอ ถ้ามีฉันไปต่อคิวล่วงหน้าหนึ่งวันเลยก็ได้นะ]
[พายข้าวโพดลาวา: พี่เฟิง นายจองได้ไหม นายบอกว่าคราวก่อนเจอประธานภูเขาว่านหยวนไม่ใช่เหรอ ไม่มีเส้นสายอะไรให้ใช้บ้างเลยเหรอ]
[เจินเจินเจิน: ฉันเคยสอบถามแล้ว ฝ่ายบริการลูกค้าของพวกเขาบอกว่า เหมือนกับรูปแบบก่อนหน้านี้ หลังจากจองแล้วจะทำการสุ่มเลือก 1,000 คน หากมีคนสละสิทธิ์ก็จะสุ่มใหม่ ฉันว่ามันก็ยุติธรรมดีนะ]
[พายข้าวโพดลาวา: ฉันรู้สึกว่ามีเส้นสายจริงๆ นะ หรือว่าทุกคนลองไปถามดูอีกที]
หลินหานขยับไหล่ หดตัวเข้าไปในโซฟาลึกๆ พลางหัวเราะคิกคัก
แน่นอนว่ามีเส้นสาย แต่เขาเห็นในกลุ่มไม่มีใครปริปากพูด เขาจึงไม่ปริปากพูดเช่นกัน
ในกล่องจดหมายเล็กๆ ของแอปว่านหยวน มีจดหมายจากออฟฟิเชียลฉบับหนึ่งนอนนิ่งอยู่
[เรียนสมาชิกบัตรรายปีที่เคารพ: พวกเราได้เตรียมของขวัญไว้ให้คุณ ในช่วงเปิดจุดชมวิวแห่งใหม่วันที่ 20 ตุลาคม จะทำการคัดเลือกผู้ใช้บัตรรายปีวันละ 50 คน เพื่อมอบสิทธิ์ในการซื้อตั๋ว]
[วิธีการคัดเลือกจะยึดตามอันดับค่าสำรวจ ไล่เรียงลงมาตามลำดับ จนกว่าช่วงทดลองเปิดให้บริการจะสิ้นสุดลง หากผู้ใช้ปฏิเสธ สิทธิ์นั้นจะถูกส่งกลับคืน และทำการคัดเลือกต่อไปตามอันดับค่าสำรวจ]
[การแจ้งเตือนการแจกสิทธิ์จะส่งล่วงหน้าสองวัน ผ่านทางอีเมล เพียงตอบกลับตามคำแนะนำก็เป็นอันเสร็จสิ้น]
[ขอให้คุณเที่ยวให้สนุกและมีความสุข —— ออฟฟิเชียลแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ภูเขาว่านหยวน]
นี่จะให้พูดอะไรอีกล่ะ
มั่นใจได้เลย!
บัตรรายปีใบนี้ทำมาคุ้มค่าเกินไปแล้ว!