- หน้าแรก
- สืบทอดกิจการหนี้สามสิบล้าน สู่แหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก
- ติดหนี้สามสิบล้าน 380 นักลงทุนเหรียญทอง
ติดหนี้สามสิบล้าน 380 นักลงทุนเหรียญทอง
ติดหนี้สามสิบล้าน 380 นักลงทุนเหรียญทอง
ติดหนี้สามสิบล้าน 380 นักลงทุนเหรียญทอง
เหล่าตัวแทนแหล่งท่องเที่ยวจะทำการตรวจสอบแหล่งท่องเที่ยวหรือจุดชมวิวเกิดใหม่ 8 แห่งติดต่อกันในกิจกรรมครั้งนี้ หลังจากเที่ยวชมแล้ว สามารถเสนอความคิดเห็นและให้คะแนนได้
เพื่อตัดสินใจในขั้นสุดท้ายว่าจะลงทุนในแหล่งท่องเที่ยวนั้นหรือไม่
แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนเหรียญทองมากเท่าไหร่ ก็จะได้รับการสนับสนุนและประชาสัมพันธ์จากสมาคมในระดับที่แตกต่างกันไปตามเกรด A/B/C
ในทำนองเดียวกัน ในฐานะนักลงทุน พวกเขาก็สามารถเลือกได้ว่าจะสนับสนุนการประชาสัมพันธ์หรือไม่ และรับผลประโยชน์จากสิ่งนั้น
……
จ้าวเซินเหมี่ยวอธิบายเนื้อหากิจกรรมในครั้งนี้ด้วยความกระตือรือร้น แต่กลับได้รับปฏิกิริยาที่เย็นชากลับมา
“ฟังดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรกับพวกเราเลย”
ฟางจื้อกังผู้ดูแลเมืองโบราณเฟยหวงขมวดคิ้วพูด แววตาฉายความรังเกียจออกมาเล็กน้อย
นักลงทุนเหรียญทองอะไรกัน? ก็แค่จะให้พวกเขาใช้ทรัพยากรไปสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวเล็ก ๆ ไม่ใช่หรือไง?
พวกเขามีเงินเหลือเฟือจนไม่รู้จะเอาไปใช้ที่ไหนแล้วเหรอ?
ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย?
ด้านหลังรถก็มีเสียงตอบโต้ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
“แหล่งท่องเที่ยวเล็ก ๆ เหรอ? เล็กแค่ไหน?”
“ความหมายของกิจกรรมครั้งนี้คืออะไร?”
“เมื่อก่อนมีแต่ไปดูแหล่งท่องเที่ยวที่ดีเพื่อรับเอาประสบการณ์ความสำเร็จ... มาดูพวกนี้ พวกเราจะเรียนรู้อะไรได้?”
“เรียนรู้ว่าความล้มเหลวคือมารดาแห่งความสำเร็จล่ะมั้ง หึ ๆ”
จ้าวเซินเหมี่ยวเดาปฏิกิริยาของทุกคนไว้อยู่แล้ว จึงยิ้มพลางโบกมือไปมา
“แหล่งท่องเที่ยวเล็ก ๆ แล้วมันทำไม?”
เขาชี้มือไปที่ชายหนุ่มข้างกายอีกครั้ง
“เมื่อครึ่งปีก่อนภูเขาว่านหยวนมีชื่อเสียงนักเหรอ?”
“ใครบ้างที่ไม่ได้เริ่มทำจากแหล่งท่องเที่ยวเล็ก ๆ ทีละก้าว?”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง
“ภายในสมาคมหารือกันมานานแล้ว แหล่งท่องเที่ยวระดับแนวหน้าความจริงก็เริ่มคงตัวแล้ว ระดับกลางเองก็กำลังพยายาม แต่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในตอนนี้กลับขาดแคลนเอกลักษณ์ใหม่และพลังใหม่ ๆ”
“เส้นทางในครั้งนี้ พวกเราตั้งใจคัดเลือกมานานมาก และหวังว่าทุกคนจะสามารถร่วมกันสร้างคุณประโยชน์ให้กับแหล่งท่องเที่ยวของประเทศหัวได้บ้าง”
สวี่จิ้งที่ถูกเอ่ยชื่ออีกครั้งลูบจมูกตัวเอง แล้วตัดสินใจรักษาความเงียบไว้
ถ้าไม่ใช่เพราะมีระบบ พูดตามตรง ต่อให้เขามีความคิดที่ดีแค่ไหน ก็คงไม่มีเงินและไม่มีหนทางที่จะทำให้แหล่งท่องเที่ยวกลายเป็นแบบนี้ได้ภายในครึ่งปี
แต่เขารู้สึกสนใจในการจัดกิจกรรมครั้งนี้มาก
แหล่งท่องเที่ยวเล็ก ๆ ไม่ได้แปลว่าไม่สนุก
ทำเลห่างไกลไม่ได้แปลว่าชื่อเสียงจะน้อย
กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นกำลังหลักในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว
คนหนุ่มสาวชอบค้นหาสถานที่แปลกใหม่ที่สุด ต่อให้จะเป็นป่าลึก ขอแค่สนุกและน่าสนใจ พวกเขาก็กล้าที่จะดั้นด้นไปที่นั่นจริง ๆ
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น
แหล่งท่องเที่ยวของเขาเปิดอยู่ในป่าลึกของอำเภอ ตอนนี้ก็ยังโด่งดังเป็นพลุแตกไม่ใช่เหรอ?
ส่วนเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุนอะไรนั่น...
ความจริงเขาไม่ได้ให้ความสำคัญขนาดนั้น
เมื่อเทียบกันแล้ว เขาหวังจากใจจริงมากกว่าที่จะเห็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่ทำออกมาได้ดีและน่าสนใจปรากฏตัวขึ้นมา
เหมือนกับที่เขาหวังให้สวนสาธารณะซงหูของซ่งจื้อหมิงทำออกมาได้ดียิ่งขึ้นเรื่อย ๆ นั่นแหละ
สวี่จิ้งไม่กลัวคนอื่นมาแย่งยอดนักท่องเที่ยว เพราะเขามีความมั่นใจมากพอ
จ้าวเซินเหมี่ยวพูดต่อ
“อีกอย่าง ทุกคนก็ถือว่าออกมาเที่ยวแล้วกัน แหล่งท่องเที่ยวใหญ่ ๆ พวกนั้นเมื่อก่อนฉันดูจนจะอ้วกอยู่แล้ว พวกเรามาดูอะไรที่มันแตกต่างออกไปบ้างไม่ดีกว่าเหรอ?”
“การลงทุนในครั้งนี้ไม่มีการบังคับ ถ้าทุกคนไม่ชอบ ก็ไม่ต้องลงทุนสิ!”
บรื้น บรื้น...
เมื่อเขาสิ้นคำพูด รถบัสก็ค่อย ๆ จอดลง
ด้วยหลักการที่ว่า [มาถึงแล้ว] [เน้นการมีส่วนร่วม] [ให้เกียรติกันบ้าง] กลุ่มผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายต่างก็ทำปากยื่น และจำใจต้องลงจากรถตามไป
ตอนที่สวี่จิ้งลุกขึ้น หลินเฟยก็เดินผ่านข้างกายเขาพอดี
เขาเบี่ยงตัวหลบอย่างมีมารยาทเพื่อให้สุภาพสตรีไปก่อน
ทว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะเกิดความสนใจอยากคุยขึ้นมา จึงเอ่ยปากกับเขาโดยตรง
“คุณสวี่มีความคิดเห็นยังไงกับการลงทุนในแหล่งท่องเที่ยวเล็ก ๆ พวกนี้?”
สวี่จิ้งชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
“ก็น่าสนใจดีนะ ถ้ามีที่ไหนเหมาะสมก็ช่วยดึงขึ้นมาหน่อย”
“งั้นเหรอ...”
ดวงตาหงส์ของอีกฝ่ายหรี่ลงเล็กน้อย พร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมา
“ฉันเองก็รู้สึกว่าน่าสนใจดีเหมือนกัน”
หลังจากพูดจบ เธอก็ก้าวขาเรียวยาวลงจากรถไป
เหล่าซ่งหดตัวอยู่ในช่องว่างของที่นั่งด้านหลัง พลางขยิบตาให้เขา
‘สาวสวยเป็นฝ่ายทักก่อน! เธอสนใจนายหรือเปล่าเนี่ย!’
‘คว้าโอกาสไว้สิ! ร่วมมือกันระหว่างผู้แข็งแกร่งไง!’
สวี่จิ้งเมินเขาเหมือนเป็นธาตุอากาศ แล้วเดินลงจากรถตามฝูงชนไป
สถานที่แห่งนี้ห่างจากเมืองหงไปหลายสิบกิโลเมตร นอกจากฟาร์มที่อยู่ไกล ๆ แล้ว ก็ไม่มีอาคารขนาดใหญ่ใด ๆ เลย
และพวกเขากลุ่มชนชั้นนำทางสังคมที่แต่งกายอย่างประณีต รองเท้าหนังเหยียบลงบนพื้นดินสีเหลือง ยืนอยู่ริมถนนแบบนั้นโดยที่ยังทำใจยอมรับไม่ได้เสียที
“ที่นี่เหรอ?”
หลิวลู่จากเมืองเล็กหยุนซานกระแอมสองครั้งพลางปิดจมูกและปาก ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังเธอรีบส่งหน้ากากอนามัยให้เธอใส่ทันที
“ที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวตรงไหน?”
“เสี่ยวเซิน นายแน่ใจนะว่าพวกเรามาถึงแล้ว?”
จ้าวเซินเหมี่ยวสวมแว่นกันแดดแล้วมองไปรอบ ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขากำลังมองหาอะไร แต่ก็ยังตอบอย่างดื้อดึง
“ใช่แล้ว! ตามระบบนำทางบอกว่าพวกเรามาถึงแล้วจริง ๆ... อ่า! อยู่ตรงนั้น!”
เขาก้าวเท้าวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาก็วิ่งไปถึง... ระยะห่างออกไปร้อยเมตร แล้วชี้ไปที่ป้ายสีน้ำเงินขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในร่มไม้
“อันนี้! อันนี้แหละ! คือที่นี่!”
“เดินเข้าไปข้างในอีก 500 เมตรก็ถึงแล้ว!”
เขาโบกมือพลางตะโกนก้อง ฝูงชนทางด้านนี้ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
จางฮว่ากระซิบกับปู่ของเขา “ข้างป้ายสีน้ำเงินนั่นใช่ส้วมหลุมหรือเปล่า?”
“ชู่ว มีแต่นายนั่นแหละที่พูดมาก”
ชายหนุ่มข้างกายหลิวลู่ก็ขยับเข้ามาใกล้ “ดูเหมือนจะใช่ ผมได้กลิ่นแล้ว...”
ทุกคนขมวดคิ้ว มองดูแมกไม้เขียวขจีที่ซ้อนทับกันอยู่ที่ปลายถนนดินสายนั้น ไม่เห็นร่องรอยของการมีอยู่ของแหล่งท่องเที่ยวเลยแม้แต่น้อย
“นายแน่ใจนะว่าพวกเรามาแหล่งท่องเที่ยว? ไม่ใช่โฮมสเตย์ชาวนา?”
พ่อของหลินเฟยในตอนนี้นึกสงสารลูกสาวขึ้นมา จึงมองเธอแวบหนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าจางลง
“เสี่ยวเซิน นายเคยมาตรวจสอบจริง ๆ หรือเปล่า?”
แม้แต่จางจี๋เลี่ยงที่มีความอดทนสูงมาก ในตอนนี้ก็ยังส่งเสียงถอนหายใจออกมาเพื่อแสดงท่าที
……
จ้าวเซินเหมี่ยวส่งสายตาให้ผู้ช่วยอย่างบ้าคลั่ง
เขา: เกิดอะไรขึ้น?!
ผู้ช่วย: ท่านสวมแว่นกันแดดอยู่ ผมมองไม่เห็นอะไรเลย...
“หึ ๆ จุดชมวิวอาจจะเล็กไปหน่อย แต่ข้างในมีอะไรดี ๆ ซ่อนอยู่แน่นอน ฉันเองก็เพิ่งเคยมาครั้งแรก ไปเถอะ พวกเราเข้าไปดูด้วยกัน”
เขาไม่กล้ามองสีหน้าของทุกคนอีก ได้แต่เดินนำเข้าไปข้างในอย่างขัดเขิน
เกิดอะไรขึ้น?
หัวข้อที่เขาเคยมอบหมายให้กับทีมตรวจสอบในตอนแรกคือ [พิเศษ] [เฉพาะกลุ่ม] [มีอนาคตในการพัฒนา]
และรูปถ่ายที่ทีมงานนำกลับมาแม้จะไม่ครอบคลุมทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ดูแย่ขนาดนี้นี่นา?
……
แม่งเอ๊ย นี่มันรูปไม่ตรงปกชัด ๆ!
จ้าวเซินเหมี่ยวเดินนำทีมไปพลาง อธิษฐานต่อสวรรค์ไปพลาง
ขอร้องล่ะ! อย่าให้กิจกรรมสร้างสรรค์ครั้งแรกของเขาต้องจบลงด้วยความอับอายเลย!
เขาเดินอยู่ข้างหน้า กลุ่มใหญ่ตามอยู่ข้างหลัง ส่วนคนที่ตามเขามาติด ๆ อยู่ตรงกลาง ก็คือพวกตัวแทนที่ยังหนุ่มสาวอย่างสวี่จิ้ง
คนอื่น ๆ เป็นเพราะร่างกายแข็งแรง และมีความอยากรู้อยากเห็นอยู่บ้าง
ส่วนสวี่จิ้งนั้น เรียกได้ว่าเหมือนได้กลับมายังบ้านเกิดอันแสนสุขของตัวเองเลยทีเดียว
ดูถนนนี่สิ! ดูต้นไม้นี่! ดูโคลนนี่!
นี่มันต่างอะไรกับภูเขาว่านหยวนในตอนเริ่มต้นกันล่ะ?!
ที่นี่ดีจริง ๆ!
มีอนาคต!
มีวี่แววจะทำเงินได้มหาศาลเลยล่ะ!
แม้ซ่งจื้อหมิงจะรู้สึกปวดใจกับรองเท้าหนังราคา 38,000 หยวนของตัวเอง แต่เมื่อเห็นสวี่จิ้งอารมณ์ดี เขาก็พลอยอารมณ์ดีตามไปด้วย
หลินเฟยอารมณ์ไม่ดี แต่เมื่อเห็นท่าทางร่าเริงของคนทั้งสองที่อยู่ข้างหน้า และเมื่อนึกถึงว่า [คนผู้นี้ต้องซ่อนคมไว้แน่ ๆ] เธอก็เกิดความคาดหวังขึ้นมาอย่างประหลาด
จางฮว่าและชายหญิงที่ยังหนุ่มสาวอีกไม่กี่คนก็เดินตามอยู่ข้างหลัง พลางสำรวจและวิพากษ์วิจารณ์ไปด้วย
สุดท้ายก็คือพวกคนชราและคนอ่อนแอ
และขบวนแถวที่ยาวเหยียดนี้ก็เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา ในที่สุดหลังจากผ่านไปสิบกว่านาทีก็มาถึงจุดหมายปลายทางของพวกเขา
จ้าวเซินเหมี่ยวถอนหายใจยาวออกมา เมื่อมองดูทิวทัศน์ตรงหน้า เขาก็โล่งอกทันที
ค่อยยังชั่ว ค่อยยังชั่ว
อย่างน้อยจุดชมวิวก็มีอยู่จริง ๆ!
รักษาหน้าของเขาไว้ได้แล้ว!
“เหล่าตัวแทนทุกท่าน! พวกเรามาถึงแล้ว!”
“ข้างหน้าก็คือจุดชมวิวแห่งแรก...”