เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 308 ผู้มาจากเจียงเป่ย!

บทที่ 308 ผู้มาจากเจียงเป่ย!

บทที่ 308 ผู้มาจากเจียงเป่ย!


บทที่ 308 ผู้มาจากเจียงเป่ย!

หลินจงเจิ้นผุดลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหัน "ใครก็ได้! ลากตัวไอ้เด็กจองหองนี่ออกไปเสีย! พวกเจ้าเลี้ยงเสียข้าวสุกหรืออย่างไร ถึงได้ปล่อยให้คนมาพ่นคำพูดเหลวไหลอยู่ที่นี่โดยไม่ทำอะไรเลย!"

เขาตะโกนเสียงดังลั่น ทันใดนั้นหน่วยรักษาความปลอดภัยหลายนายก็ตรงเข้าหาพวกเขาทันที

เมื่อเห็นดังนั้น แม้แต่หลินจงซุนก็ยังแสดงท่าทีเห็นพ้องโดยดุษฎี เพราะอย่างไรเสียวันนี้ก็เป็นวันมงคล และจะไม่มีใครหน้าไหนมาสร้างความวุ่นวายในงานเช่นนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นหลินว่านเอ๋อร์ หรือเฉินหยุนก็ไม่ได้ทั้งนั้น!

ทว่าในวินาทีถัดมา กลับมีเสียงหนึ่งดังแทรกมาจากด้านนอก

"พี่ท่านหลิน ท่านไม่ต้องไล่เขาออกไปหรอก วันนี้พวกเราจะจัดการกับไอ้เด็กไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนี้ด้วยตัวเอง!" เสียงตะโกนนั้นก้องกังวาน ทุกคนต่างหันไปมองและต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น

ที่บริเวณหน้าลานกว้าง บุคคลหลายท่านกำลังเร่งฝีเท้าตรงเข้ามา แม้คนเหล่านี้จะเป็นผู้สูงวัย ทว่าร่างกายยังคงดูแข็งแรงกำยำ ดวงตาฉายแววเฉียบคม

แขกเหรื่อจำนวนมากต่างลุกขึ้นยืนเมื่อได้เห็นบุคคลกลุ่มนี้

"ท่านประธานโจว ท่านมาถึงแล้วหรือ"

โจวเทียนสยงและคนอื่นๆ เมินเฉยต่อผู้คนรอบข้างอย่างสิ้นเชิง สายตาของเขาจับจ้องไปที่หลินจงซุนซึ่งนั่งอยู่บนที่นั่งประธาน พร้อมประสานมือคารวะให้อีกฝ่าย ก่อนจะก้มลงมองที่เฉินหยุน "เจ้าเด็กเมื่อวานซืน เจ้าคือเฉินหยุนใช่หรือไม่!"

"เป็นฉันเอง"

เฉินหยุนตอบกลับ "พวกคุณมาเพื่อคิดบัญชีกับฉันงั้นหรือ"

"ถูกต้องแล้ว" ดวงตาของโจวเทียนสยงแทบจะพ่นไฟออกมาด้วยความแค้น "เจ้ามันช่างมีใจคอโหดเหี้ยมอำมหิตนัก หลานชายของข้าไปทำอะไรให้เจ้า เจ้าถึงได้ลงมือเหี้ยมเกรียมปลิดชีวิตเขาเช่นนี้!"

ว่าอย่างไรนะ!

เมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ ทุกคนในที่แห่งนั้นต่างรู้สึกใจหายวูบ พวกเขาแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ท่านผู้เฒ่าโจวเพิ่งจะบอกว่าเฉินหยุนสังหารคุณชายตระกูลโจวอย่างนั้นหรือ

เป็นที่รู้กันดีว่าตระกูลโจวเป็นตระกูลที่ทรงอิทธิพลในแถบเจียงหนานตอนกลาง ครอบคลุมทรัพย์สินนับหมื่นล้านและมีเส้นสายกว้างขวาง ทั้งยังเป็นหนึ่งในตระกูลผู้นำของหอการค้าเจียงหนาน แต่ตอนนี้เจ้าเด็กนี่กลับกล้าไปล่วงเกินตระกูลโจว มิหนำซ้ำยังสังหารโจวเจ๋ออวี้อีกด้วย เขาต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ!

แม้แต่หลินเทียนหยางก็ยังยืนอึ้ง ก่อนจะเดินออกไปด้านหน้าด้วยอาการชาหนึบ "ท่านประธานโจว ทำไมท่านถึงกล่าวเช่นนั้น มีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันหรือไม่"

หลินเทียนหยางเอ่ยถามด้วยท่าทีนอบน้อมและพูดอย่างประหม่า ทว่าโจวเทียนสยงกลับแค่นเสียงเย็นชา "เข้าใจผิดงั้นหรือ หลักฐานมันมัดตัวแน่นหนาเสียขนาดนี้! ข้าเพียงแต่อยากรู้ว่าเจ๋ออวี้ไปขัดใจเจ้าอย่างไร เจ้าถึงได้ลงมือสังหารเขา!"

"เขานำคนบุกรุกเข้ามาในห้องของฉันตอนกลางคืน หมายจะกำจัดฉันให้สิ้นซาก การที่ฉันฆ่าเขาเสีย ก็ถือเป็นการสั่งสอนทั้งตัวเขาและตระกูลโจวของพวกคุณด้วย"

แก!

"ดี! ช่างเป็นคำว่า 'สั่งสอนเจ๋ออวี้และตระกูลโจว' ที่ประเสริฐแท้! หากจะเอาความกันจริงๆ เจ้าต้องการให้คนตระกูลโจวของข้าคุกเข่าสารภาพผิดต่อหน้าเจ้าด้วยเลยไหม!" ริมฝีปากของโจวเทียนสยงสั่นระริกด้วยความโกรธแค้นขณะแผดเสียงคำราม

"ก็คงงั้น"

คำพูดสองคำถูกเปล่งออกมาอย่างราบเรียบ "หากตระกูลโจวของพวกคุณยังไม่รู้จักดีชั่ว การที่ฉันจะกวาดล้างพวกคุณให้สิ้นซากทั้งตระกูล มันจะไปยากเย็นอะไร"

สิ้นคำพูดนี้ ทุกคนต่างตกตะลึงจนตัวแข็ง แม้แต่หลินจงซุนยังต้องลุกขึ้นยืนมองเฉินหยุนที่อยู่ด้านล่างพร้อมแค่นยิ้ม ช่างเป็นเด็กที่โอหังบังอาจถึงที่สุด แม้กระทั่งในตอนนี้นึกว่าตัวเองจะรอดไปได้อีกหรือ!

อีกด้านหนึ่ง ชายชาวเกาหลีใต้ก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน เขามองไปที่เฉินหยุนพลางเปรียบเทียบกับรูปถ่ายในมือ จากนั้นก็พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก

การกวาดล้างพวกคุณให้สิ้นซากทั้งตระกูลมันจะไปยากเย็นอะไร!

ถ้อยคำนี้ยังคงก้องกังวานอยู่ในหูของทุกคนราวกับเสียงระฆังใบใหญ่

จองหอง อวดดีถึงที่สุด!

แม้แต่หลินเทียนหยางที่มองไปยังเฉินหยุนยังต้องลอบถอนหายใจยาว เฉินหยุนคนนี้หนอ!

"ดี ดี ดี! ยอดเยี่ยมมาก!" โจวเทียนสยงจ้องมองเฉินหยุน "ในเมื่อกล้าพ่นคำพูดสามหาวเช่นนี้ วันนี้ข้าจะจับตัวเจ้าไปเจียงหนาน เพื่อถลกหนังและหักกระดูกเจ้าเสีย! ตระกูลโจวของข้าจะไม่มีวันเลิกราจนกว่าเจ้าจะสิ้นลม!"

"ไม่มีวันเลิกราจนกว่าฉันจะสิ้นลมงั้นหรือ เพียงแค่ตระกูลโจวตระกูลเดียว มีคุณสมบัติพอแล้วหรือไง" ขณะที่เฉินหยุนพูดอยู่นั้น ในวินาทีต่อมา ชายชราอีกคนหนึ่งก็ก้าวออกมา "ถ้าอย่างนั้น หากรวมตระกูลหลิวของข้าเข้าไปด้วยล่ะ! เท่านี้พอหรือไม่!"

หลิวเจิ้นเจี๋ย ปู่ของหลิวชิง เดินออกมาโดยใช้ไม้เท้าพยุงกาย "เจ้าเด็กเหลือขอ ตอนที่เจ้าฆ่าหลานชายของข้า เจ้าเคยคิดถึงเหตุการณ์ในวันนี้บ้างไหม ลำพังตระกูลโจวอาจไม่พอ แต่ถ้ามีตระกูลหลิวของข้าด้วยอีกล่ะก็ มันเพียงพอที่จะบดขยี้เจ้าให้จมดินได้หรือยัง!"

อะไรนะ!

เฉินหยุนสังหารหลิวชิง คุณชายแห่งตระกูลหลิวด้วยอีกคนงั้นหรือ

นี่มัน... นี่มัน...

หาที่ตายชัดๆ!

"เจ้าเด็กนี่อยากตายจริงๆ ถึงขนาดกล้าสังหารคุณชายทั้งจากตระกูลโจวและตระกูลหลิวเลยหรือ" ใครบางคนอุทานออกมาด้วยความตกใจ

เพราะอำนาจของตระกูลโจวและตระกูลหลิวนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หากรวมสองตระกูลนี้เข้ากับตระกูลหวัง ก็อาจกล่าวได้ว่าเป็นสามตระกูลผู้นำแห่งเจียงหนานตอนกลาง ต่อให้เป็นมหาเศรษฐีหรือข้าราชการระดับสูงที่ล่วงเกินตระกูลใดตระกูลหนึ่งในนี้ ก็ยังต้องหนีไปให้สุดขอบฟ้า แต่นี่เด็กอย่างเฉินหยุนกลับล่วงเกินพร้อมกันทีเดียวถึงสามตระกูล และยังกล้ายืนอยู่นตรงนี้อีก เขาช่างเขลาและไม่กลัวเกรงสิ่งใดเลยจริงๆ!

เขาไม่รู้ซึ้งถึงอิทธิพลของทั้งสามตระกูลนี้เลยแม้แต่น้อย!

ในตอนนี้ เมื่อสองตระกูลใหญ่มาถึงพร้อมกัน แม้แต่ตระกูลหลินก็ไม่อาจปกป้องเฉินหยุนได้อีกต่อไป ในเวลานี้แม้แต่หลินจงซุนเอง เมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้าก็ไม่คิดจะสอดมือเข้าแทรก แถมยังสั่งให้บอดี้การ์ดขยับเข้าไปใกล้พวกเขามากขึ้นด้วย

ท่าทีของตระกูลหลินนั้นชัดเจนแล้ว หลินจงซุนตั้งใจจะยืนอยู่ข้างเดียวกับเหล่าตระกูลดังแห่งเจียงหนานตอนกลางเพื่อจัดการกับเฉินหยุนในวันนี้

"ไม่ต้องมองให้เสียเวลาหรอก ในเมื่อเจ้าเด็กนี่บังอาจทำร้ายคุณชายทั้งสองท่าน ตระกูลหลิวและตระกูลโจวย่อมไม่มีวันปล่อยให้เขามีชีวิตรอดแน่ และการที่พวกเขาไม่แจ้งความต่อตำรวจ ท่าทีก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการนำตัวเจ้าเด็กนี่ไปจัดการเองที่เจียงหนานตามกฎส่วนตัว"

"เจ้าเด็กนี่ก็ประเมินตัวเองสูงเกินไป คราวนี้รอถูกจับตัวกลับไปยังเจียงหนานได้เลย ฉันนึกภาพออกเลยว่าจุดจบของเขาต้องทรมานยิ่งกว่าตายเสียอีก ถ้าฉันเป็นเขาในตอนนี้ ฉันคงจะชิงฆ่าตัวตายไปเสียให้จบเรื่อง ไม่อย่างนั้นสิ่งที่รออยู่ข้างหน้าก็คือขุมนรกดีๆ นี่เอง"

หลินเทียนหยางฟังคำพูดของคนรอบข้างแล้วก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว พลางมองไปยังหลินจงซุนที่เป็นผู้นำกลุ่ม "ท่านปู่ทวด เทียนหยางมีเรื่องจะขอร้องท่าน"

หลินว่านเอ๋อร์ก็ทำเช่นเดียวกัน เธอมองไปยังชายชราบนเก้าอี้ประธานด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยการอ้อนวอน

ความหมายนั้นชัดเจนที่สุด

ทว่าหลินจงซุนกลับเพียงแค่นยิ้ม "เทียนหยาง ว่านเอ๋อร์ โบราณว่าไว้ ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต หนี้แค้นต้องชำระ กฎระเบียบจะฝ่าฝืนไม่ได้ ตระกูลหลินของข้ายึดถือความถูกต้องเป็นที่ตั้งเสมอ ไม่ได้เห็นแก่ความเป็นญาติพี่น้อง อีกอย่าง เขาก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับตระกูลหลินของข้าเลยแม้แต่น้อย!"

ประโยคเดียวที่แสดงจุดยืนและตัดความสัมพันธ์อย่างเลือดเย็นถึงที่สุด

หลินเหลียนซึ่งยืนฟังอยู่ด้านข้างก็ลอบยิ้มเยาะอย่างต่อเนื่อง ดูเหมือนว่าคราวนี้เจ้าเด็กนี่คงจะตายอย่างไร้ที่ฝังแน่ๆ และว่านเอ๋อร์ก็จะได้แต่งงานเข้าตระกูลหวังเสียทีในอนาคต!

ชั่วขณะหนึ่ง เหล่ามหาเศรษฐีและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รอบด้านต่างพากันมองไปที่เฉินหยุนซึ่งยืนอยู่กลางลานด้วยความเวทนา พวกเขาดูเหมือนจะมองเห็นจุดจบที่น่าสลดของเฉินหยุนแล้ว ซึ่งเป็นจุดจบที่อาจจะทุกข์ทรมานยิ่งกว่าแม่ทัพเย่ว์เฟยในอดีตเสียอีกนับสิบเท่าร้อยเท่า

โจวเทียนสยงมองไปยังหลินจงซุนบนเก้าอี้ประธาน พร้อมประสานมือแล้วกล่าวว่า "พี่ท่านหลิน ข้าจะจดจำน้ำใจครั้งนี้ไว้"

"ใครก็ได้! จับตัวมัน!"

บอดี้การ์ดหลายนายขยับเข้าประจำตำแหน่ง ดวงตาราวกับเสือและหมาป่าที่พร้อมจะจู่โจมเฉินหยุนในวินาทีถัดไป

ทว่า...

จู่ๆ ก็มีเสียงดังมาจากทางประตูทางเข้า

"เจียงเจิ้งอวี้ ผู้นำตระกูลเจียงแห่งเมืองเจียงเฉิน เขตเจียงเป่ย มาถึงแล้ว!"

เจียงเจิ้งอวี้อย่างนั้นหรือ

"คนจากเจียงเป่ยงั้นหรือ" คนรุ่นหลังหลายคนได้ยินคำประกาศของพ่อบ้านแล้วดวงตาก็เต็มไปด้วยความฉงนสงสัย ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะพวกเขาคลุกคลีอยู่ในเจียงหนาน จึงรับรู้เรื่องราวทางฝั่งเจียงเปี่ยน้อยมาก

จบบทที่ บทที่ 308 ผู้มาจากเจียงเป่ย!

คัดลอกลิงก์แล้ว