- หน้าแรก
- วิถีเซียนฉบับคุณนักเขียนออนไลน์
- บทที่ 121 เตรียมตัวออกเดินทาง
บทที่ 121 เตรียมตัวออกเดินทาง
บทที่ 121 เตรียมตัวออกเดินทาง
จ้าวลี่มองดูกลุ่มคนตรงหน้า มุมปากอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้น
หลินรุ่ยอุ้มปืนกลแกตลิงไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจแบบ "ใครเข้ามาตายเรียบ"
เกาซานตบเป้สะพายหลัง แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวังที่มีต่อโดรนพลีชีพ
หยางเฉิงชิงและหร่วนกู่แม้จะไม่ดูเวอร์วังขนาดนั้น แต่ก็จัดเต็มทั้งอาวุธและอุปกรณ์ จิตใจฮึกเหิมเต็มเปี่ยม
แม้แต่หวังจิ้น ยอดฝีมือจากสำนักเต๋า ในยามนี้แววตาก็เป็นประกาย เห็นได้ชัดว่ามีความคาดหวังต่อภารกิจครั้งนี้ไม่น้อย
จ้าวลี่โบกมือ "ทุกคนนั่งลงก่อน เดี๋ยวจะเริ่มประชุมแล้ว"
หลินรุ่ยอุ้มแกตลิงเตรียมจะนั่งลงบนเก้าอี้ ทว่าเก้าอี้ตัวนั้นกลับส่งเสียงครางประท้วงเหมือนจะรับน้ำหนักไม่ไหว เขาจึงรีบยืดตัวขึ้นมองซ้ายมองขวา สุดท้ายก็เอาปืนแกตลิงไปพิงไว้ที่ข้างกำแพง ถึงค่อยกลับมานั่งลงได้
"ไอ้นี่มันหนักชิบหาย" เขาพึมพำ "อุ้มนั่งไม่ได้เลย"
ได้ยินดังนั้น ทุกคนก็พากันหัวเราะลั่น
ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออก
ซูชิงฉือเดินเข้ามา
วันนี้เธอสวมชุดปฏิบัติการสีน้ำเงินเข้ม ทั่วทั้งร่างแผ่ซ่านด้วยรังสีแห่งความทะมัดทะแมงและเฉียบคม
ซูชิงฉือเดินมาที่โต๊ะประชุม สายตากวาดมองทุกคนที่อยู่ในที่นั้น
หยางเฉิงชิง หร่วนกู่ หวังจิ้น เกาซาน หลินรุ่ย และจ้าวลี่
"มากันครบแล้วนะ" เธอพยักหน้า "นั่งลงเถอะ"
ทุกคนนั่งประจำที่
"คนครบแล้ว งั้นก็เริ่มกันเลย"
น้ำเสียงของเธอไม่ดังนัก แต่มีพลังที่ทำให้ทุกคนเงียบเสียงลงโดยไม่รู้ตัว
ซูชิงฉือยืนอยู่หน้าโต๊ะประชุม หน้าจอขนาดใหญ่ด้านหลังเธอแสดงแผนที่ขึ้นมา เป็นแผนที่ดาวเทียมเทือกเขาฉินหลิ่งที่หยางเฉิงชิงเคยแสดงให้ดูเมื่อครู่ ตำแหน่งของหุบเขามรณะถูกวงไว้ด้วยวงกลมสีแดง
เธอชี้ไปที่วงกลมสีแดงบนแผนที่แล้วเอ่ยขึ้น
"ภารกิจครั้งนี้ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้ว คือการมุ่งหน้าสู่หุบเขามรณะในเทือกเขาฉินหลิ่ง เพื่อตามหาประตูแห่งบรรพกาลในตำนาน"
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง
"แต่ฉันขอเน้นย้ำจุดหนึ่ง ภารกิจหลักของพวกคุณไม่ใช่การค้นหาให้พบแต่เป็นการสืบสำรวจเป็นหลัก ห้ามบุ่มบ่ามเข้าไปลึกเด็ดขาด"
หร่วนกู่ชะงักไป "สืบสำรวจ ไม่ใช่ไปตามหาเหรอครับ"
ซูชิงฉือหันไปมองเขา สายตาสงบนิ่ง
"คุณรู้ไหมว่าสถานที่แห่งนั้นสถานการณ์เป็นยังไง"
หร่วนกู่อ้าปากจะพูดแต่ก็ไม่มีคำพูดใดออกมา
ซูชิงฉือพูดต่อ "หุบเขามรณะ คนท้องถิ่นเรียกกันแบบนี้ ที่นั่นมีหมอกปกคลุมตลอดปี สนามแม่เหล็กผิดปกติ เข็มทิศเข้าไปก็รวน สัญญาณ GPS ก็ไม่มี"
"คนที่เข้าไปสิบคน จะมีเก้าคนที่ไม่ได้กลับออกมา ส่วนคนเดียวที่เหลือรอดออกมาได้ ส่วนใหญ่ก็เสียสติไปแล้ว"
น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าเนื้อหาในคำพูดกลับทำให้ทุกคนรู้สึกหนักอึ้งในใจ
"หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น เคยลองใช้โดรนเข้าไปสำรวจ แต่พอเข้าไปปุ๊บก็ขาดการติดต่อ สื่อสารไม่ได้เลย"
"เคยลองใช้การสแกนอินฟราเรดจากมุมสูงแล้ว แต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ"
"เพราะฉะนั้น พวกเราไม่มีข้อมูลอะไรเลย ไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร ไม่รู้ว่าอันตรายมาจากไหน หรือแม้แต่เส้นทางเดินก็ยังไม่รู้"
"ดังนั้น ภารกิจของพวกคุณในครั้งนี้ จึงเน้นไปที่การสำรวจความเป็นไปก่อน"
สายตาของซูชิงฉือกวาดมองทุกคน
"เข้าไป ดูสถานการณ์ บันทึกภูมิประเทศ ประเมินความเสี่ยง ถ้าพบสิ่งผิดปกติ หากแก้ได้ก็แก้ แก้ไม่ได้ก็ถอย นำข้อมูลกลับมา แล้วเราค่อยวางแผนขั้นต่อไป"
เธอหันไปมองจ้าวลี่
"ในภารกิจนี้ ที่ปรึกษาจ้าวจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลทั้งหมด"
สายตาทุกคู่หันขวับไปมองจ้าวลี่พร้อมกัน
จ้าวลี่พยักหน้าแต่ไม่ได้เอ่ยอะไร
ซูชิงฉือพูดต่อ "ระหว่างปฏิบัติภารกิจ ทุกคนต้องฟังคำสั่งของเขา ถ้าเขาบอกให้ถอย ต้องถอยทันที ห้ามลังเลเด็ดขาด"
หร่วนกู่ยกมือ "ผู้อำนวยการซูครับ แล้วถ้าเจอประตูแห่งบรรพกาลแล้วล่ะครับ"
ซูชิงฉือชำเลืองมองเขา
"ถ้าเจอ ก็บันทึกข้อมูลไว้ แล้วถอยออกมา รอให้พวกเราเตรียมความพร้อมให้ดีกว่านี้ก่อน ถึงจะเริ่มภารกิจครั้งที่สอง"
หร่วนกู่อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็พยักหน้ารับ
ซูชิงฉือกล่าวต่อ "เรื่องที่สำคัญที่สุดคือปัญหาเรื่องการสื่อสาร ต้องระวังเป็นพิเศษ หุบเขามรณะที่นั่นสนามแม่เหล็กผิดปกติ สัญญาณ GPS อาจใช้การไม่ได้ อุปกรณ์สื่อสารทั่วไปก็น่าจะใช้ไม่ได้ผล"
"เพราะฉะนั้น จะทำยังไงนั้น ต้องตัดสินใจตามสถานการณ์จริงในขณะนั้น สรุปคือ ห้ามแยกกลุ่มกันเคลื่อนไหว และห้ามเสี่ยงอันตราย"
เธอหันไปมองจ้าวลี่
"เรื่องเหล่านี้ ให้คุณเป็นคนตัดสินใจหน้างาน"
จ้าวลี่พยักหน้า
"รับทราบครับ"
ซูชิงฉือถามขึ้น "ตอนนี้ใครมีคำถามอะไรอีกไหม"
จ้าวลี่หันไปมองหวังจิ้นแล้วพูดว่า
"นักพรตหวังครับ ที่คุณพูดถึงคำทำนายนั้น... จัดการความวุ่นวายของบิดา หากมีบุตร บิดาย่อมพ้นผิดหมายความว่าเรื่องยุ่งเหยิงที่คนรุ่นก่อนทิ้งไว้ ถ้าคนรุ่นหลังมาจัดการ ก็จะไม่เกิดเรื่องร้ายแรงใช่ไหมครับ"
หวังจิ้นพยักหน้า
จ้าวลี่ถามต่อ "แล้วถ้าจัดการไม่ได้ล่ะครับ"
หวังจิ้นนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า "คำทำนายบ่งบอกว่าจัดการได้ แต่การจัดการได้ไม่ได้หมายความว่ามันจะง่าย ระหว่างทางอาจจะลำบากมาก หรือถึงขั้นมีอันตราย แต่ผลลัพธ์สุดท้ายจะออกมาดี"
จ้าวลี่พยักหน้าอย่างครุ่นคิด
หร่วนกู่ยกมือขึ้นพูด "ผมสืบข้อมูลย้อนหลังในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เห็นว่าที่นั่นมีผีบังตา คนที่เข้าไปเดินๆ อยู่ก็จะหลงทาง เห็นว่าเดินตรงไปข้างหน้าตลอด แต่สุดท้ายกลับพบว่าตัวเองวนกลับมาอยู่ที่จุดเดิม"
หวังจิ้นพยักหน้า "นั่นน่าจะเป็นค่ายกล อาจจะเป็นค่ายกลธรรมชาติ หรือค่ายกลที่คนสร้างขึ้นก็ได้ทั้งนั้น"
"ใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศ สนามแม่เหล็ก ทิศทางลม และปัจจัยอื่นๆ มาจัดวางเป็นค่ายกลวงกตธรรมชาติ เมื่อคนเดินเข้าไป ประสาทสัมผัสจะถูกรบกวน การรับรู้ทิศทางจะสูญเสียไป จนสุดท้ายก็หลงติดอยู่ในนั้น"
หร่วนกู่เกาหัว "แล้วจะทำยังไงดีล่ะครับ"
หวังจิ้นตอบ "ตอนนี้ยังวิเคราะห์ไม่ได้ ต้องรอไปถึงที่นั่นแล้วดูตามสถานการณ์ครับ"
การประชุมดำเนินต่อไปเกือบหนึ่งชั่วโมง
เหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ทุกคนถกเถียงและสรุปวิธีรับมือกันไปทีละข้อ
การสื่อสารขาดหายจะทำยังไง
ถ้ามีคนบาดเจ็บจะทำยังไง
ถ้าเจอสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักจะทำยังไง
ถ้าพบสัญญาณอันตรายจะทำยังไง
ทุกคำถามล้วนมีแผนรองรับ
สุดท้าย ซูชิงฉือก็มองไปที่ทุกคน
"มีคำถามอะไรอีกไหม"
ทุกคนส่ายหน้า
ซูชิงฉือพยักหน้า
"ตกลง งั้นก็ตามนี้ พรุ่งนี้เช้าออกเดินทาง คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่ เตรียมร่างกายให้พร้อม"
เธอหยุดไปนิดนึง สายตาไปหยุดอยู่ที่จ้าวลี่
"คุณตามฉันมานี่หน่อย"
จ้าวลี่เดินตามซูชิงฉือออกจากห้องประชุม
ทั้งสองเดินไปตามทางเดินจนถึงห้องทำงานห้องหนึ่ง
เมื่อประตูปิดลง ซูชิงฉือหันกลับมามองเขา
ทั้งคู่เงียบกันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ซูชิงฉือจะเอ่ยปาก
"ภารกิจครั้งนี้ ฉันเป็นห่วงมากจริงๆ"
จ้าวลี่มองเธอ
"เป็นห่วงเรื่องอะไรครับ"
ซูชิงฉือพูดว่า "หุบเขามรณะนั่นมันประหลาดเกินไป ฉันเคยเช็กข้อมูลประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงและชิง ก็มีตำนานเกี่ยวกับที่นั่นแล้ว"
"คนที่เข้าไปสิบคนจะมีเก้าคนที่ไม่ได้กลับออกมา คนที่รอดออกมาได้ ไม่บ้าก็ป่วยหนัก หรือไม่ก็จำอะไรไม่ได้เลย"
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง
"อีกอย่างที่นั่นสนามแม่เหล็กผิดปกติ การสื่อสารล้มเหลว ถ้าพวกคุณถูกขังอยู่ในนั้น ข้างนอกจะไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น"
จ้าวลี่เดินเข้าไปกุมมือเธอเบาๆ
"ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะไม่เป็นอะไรแน่นอน"
ซูชิงฉือเงยหน้ามองเขา
ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความกังวล
จ้าวลี่ยิ้มแล้วพูดว่า "สบายใจได้ ผมไม่ได้ไปคนเดียว มีทั้งเฉิงชิง มีหร่วนกู่ มีนักพรตหวัง มีเกาซานกับหลินรุ่ย"
"พวกเขาทุกคนเก่งมาก พวกเราจะช่วยดูแลกันและกัน ไม่เกิดเรื่องแน่นอนครับ"
ซูชิงฉือถอนหายใจออกมาเบาๆ
"ฉันรู้ แต่ฉันก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี"
เธอซบหน้าลงกับไหล่ของจ้าวลี่
"สัญญากับฉันนะ ว่าต้องกลับมาอย่างปลอดภัย"
จ้าวลี่กอดเธอไว้
"ผมสัญญาครับ"