- หน้าแรก
- ระบบราชันเทพ เมียขี้เหร่คือจักรพรรดินี
- ระบบราชันเทพ 270 คิดจะสังหารข้าหรือ? ขออภัยด้วย ในแดนรกร้างใหญ่ข้ามีพี่น้องอยู่มากมาย
ระบบราชันเทพ 270 คิดจะสังหารข้าหรือ? ขออภัยด้วย ในแดนรกร้างใหญ่ข้ามีพี่น้องอยู่มากมาย
ระบบราชันเทพ 270 คิดจะสังหารข้าหรือ? ขออภัยด้วย ในแดนรกร้างใหญ่ข้ามีพี่น้องอยู่มากมาย
ระบบราชันเทพ 270 คิดจะสังหารข้าหรือ? ขออภัยด้วย ในแดนรกร้างใหญ่ข้ามีพี่น้องอยู่มากมาย
การปรากฏขึ้นของทะเลสาบแห่งนี้ ทำให้ทั่วทั้งแดนรกร้างใหญ่เริ่มแปรเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม
วันเวลาต่อจากนั้น หวังเถิงไม่ได้หว่านเมล็ดพันธุ์ต่อไปอีก แต่กลับสร้างกระท่อมไม้ไว้บนต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น จากนั้นก็อาศัยอยู่บนนั้นร่วมกับภรรยา
หลังจากเติบโตมาได้ไม่กี่วัน ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ก็มีความสูงถึงหลายร้อยเมตรแล้ว อีกทั้งยังคงเติบโตสูงขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการอาศัยอยู่บนนั้นจึงนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว หนำซ้ำยังได้บรรยากาศที่แปลกใหม่อีกด้วย
“สามี นี่คือต้นไม้อันใดกัน ดูเหมือนว่ามันยังคงเติบโตสูงขึ้นไปอีก ผลไม้ที่ผลิออกมาก็อัดแน่นไปด้วยปราณวิญญาณเทพที่เข้มข้นอย่างยิ่ง ต่อให้ยืนอยู่ตรงนี้ ก็ยังสามารถดูดซับปราณวิญญาณเทพอันเข้มข้นได้” หลิวเหยียนซีนั่งขัดสมาธิอยู่ในกระท่อมไม้ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“นี่น่าจะเป็นพฤกษาต้นกำเนิดเทพ ต่อให้มองไปทั่วทั้งโลกเทพ มันก็นับว่าเป็นต้นไม้เทพที่หาได้ยากยิ่ง หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด มันสามารถเติบโตสูงขึ้นไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด และอาจจะกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของแดนรกร้างใหญ่ในภายภาคหน้า” หวังเถิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าว
เขามีวิชาเพาะปลูกระดับเทพ ดังนั้นจึงมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพืชพรรณเหล่านี้เป็นอย่างดี
“พฤกษาต้นกำเนิดเทพหรือ?? สามารถเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด นี่มันจะร้ายกาจเกินไปแล้ว!!” หลิวเหยียนซีได้ยินเช่นนี้ก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
หากมันเติบโตสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ เช่นนั้นมิใช่ว่าจะทะลวงฟ้าของโลกเทพไปเลยหรือ?
“พฤกษาต้นกำเนิดเทพก็ร้ายกาจเช่นนี้แหละ ดังนั้นพวกเราจะอาศัยบำเพ็ญเพียรอยู่ที่นี่ไปก่อน ขอเพียงเฝ้าอยู่บนทะเลสาบแห่งนี้ ก็จะมีสัตว์ร้ายแวะเวียนมาหาอย่างไม่ขาดสาย” หวังเถิงวิเคราะห์อย่างจริงจังยิ่งนัก
แม้แดนรกร้างใหญ่แห่งนี้จะแห้งแล้งทุรกันดาร ทว่าสัตว์ร้ายจำนวนมากก็ยังคงปรารถนาทะเลสาบเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทะเลสาบที่หวังเถิงยึดครองอยู่ในตอนนี้ ไม่เพียงแต่จะมีพืชพรรณสีเขียว แต่ยังมีปราณวิญญาณเทพอันเข้มข้น เรียกได้ว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งการบำเพ็ญในแดนรกร้างใหญ่อย่างแท้จริง
ดังนั้นขอเพียงหวังเถิงยึดครองทะเลสาบแห่งนี้ไว้ได้ ก็จะมีสัตว์ร้ายหลั่งไหลเข้ามาสวามิภักดิ์ต่อเขาอย่างไม่ขาดสาย รอเพียงเขารวบรวมสัตว์ร้ายในแดนรกร้างใหญ่ให้เป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ ก็จะสามารถก้าวออกจากแดนรกร้างใหญ่ ไปแย่งชิงตำหนักสวรรค์แห่งนั้นกับเหล่ายอดฝีมือชั้นนำแห่งโลกเทพได้แล้ว
ในตอนนี้หวังเถิงกลับรู้สึกซาบซึ้งใจผู้คนจากนิกายเทพไท่อี่เป็นอย่างมาก หากไม่มีพวกเขามาคอยก่อกวน เขาก็คงไม่มีโอกาสได้เติบโตอย่างสงบสุขเช่นในตอนนี้อย่างแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนี้ หวังเถิงก็ล้วงเอาโอสถวิญญาณเทพระดับสูง 10 เม็ดที่ระบบมอบให้เป็นรางวัลออกมาจากแหวนมิติ จากนั้นก็แบ่งให้ภรรยาไป 5 เม็ด
“ภรรยา นี่คือโอสถวิญญาณเทพระดับสูง 5 เม็ด หลังจากกินเข้าไปแล้วจะสามารถเร่งความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของเจ้าได้อย่างมหาศาล” หวังเถิงกล่าวเช่นนั้น
ในเมื่อเตรียมตัวที่จะเข้าร่วมการแย่งชิงตำหนักสวรรค์แล้ว เช่นนั้นก็ต้องช่วยยกระดับพลังอำนาจของภรรยาเสียหน่อย
“ขอบคุณสามี” หลิวเหยียนซีเคยชินกับการที่หวังเถิงล้วงเอาสมุนไพรโอสถออกมากำใหญ่ได้ตามใจชอบแล้ว ดังนั้นนางจึงรับไว้โดยตรงอย่างไม่เกรงใจ
หลังจากรับโอสถวิญญาณเทพระดับสูงมาแล้ว ทั้งสองคนก็นั่งขัดสมาธิหันหน้าเข้าหากัน
หวังเถิงยัดโอสถวิญญาณเทพระดับสูงทั้ง 5 เม็ดเข้าปากไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย จากนั้นปราณวิญญาณปริมาณมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนก็ระเบิดออกภายในร่างกาย
“พลังวิญญาณเทพที่อัดแน่นอยู่ในโอสถวิญญาณเทพระดับสูงนั้นมีมากเกินไปแล้ว เมื่อบวกกับความช่วยเหลือในการบำเพ็ญเพียรจากตราหยกและการสนับสนุนจากพฤกษาต้นกำเนิดเทพ พลังอำนาจก็สามารถก้าวกระโดดได้อีกครั้ง”
เมื่อคิดได้ดังนี้ หวังเถิงจึงรีบฉวยเวลาบำเพ็ญเพียรในทันที
หลิวเหยียนซีเองก็ก้มหน้าก้มตาบำเพ็ญเพียรเช่นกัน นางไม่อยากเป็นตัวถ่วงของสามีในโลกเทพแห่งนี้ ดังนั้นนางจึงบำเพ็ญเพียรอย่างหนักหน่วงเป็นพิเศษ
ในขณะที่พวกเขากำลังบำเพ็ญเพียรอยู่นั้น ผู้อาวุโสสามและผู้อาวุโสหกแห่งนิกายเทพไท่อี่ ก็ได้นำศิษย์ของนิกายเทพไท่อี่จำนวน 30 คนเดินทางมาถึงแดนรกร้างใหญ่
หลังจากค้นหาอยู่ในแดนรกร้างใหญ่มาหลายวัน พวกเขาก็มาถึงตำแหน่งที่หวังเถิงและภรรยาถูกนิกายเทพส่งตัวมาก่อนหน้านี้
“ที่นี่น่าจะเป็นตำแหน่งที่พวกเขาถูกนิกายเทพส่งตัวมา” ผู้อาวุโสสามซุนฟู่ขมวดคิ้วกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ศิษย์พี่สาม จะให้เริ่มตรวจสอบจากที่นี่เลยหรือไม่??” ผู้อาวุโสหกอู๋เยวี่ยก้าวออกไปข้างหน้าพลางเสนอแนะ
“อืม ใช้ที่นี่เป็นศูนย์กลาง แล้วค้นหาไปรอบ ๆ จะต้องร่องรอยของพวกเขาพบอย่างแน่นอน” ผู้อาวุโสสามซุนฟู่ออกคำสั่งในทันที
อุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจตั้งมากมายกว่าจะพบร่องรอยของตราหยก จะยอมล้มเลิกง่าย ๆ ได้อย่างไรเล่า?
สิ้นเสียงคำสั่ง เหล่าศิษย์แห่งนิกายเทพไท่อี่ก็เริ่มแยกย้ายกันออกค้นหาเบาะแส
ทว่าหลังจากค้นหามาหลายวันกลับไม่พบร่องรอยของพวกหวังเถิงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกันมันกลับทำให้พวกเขาค้นพบเรื่องน่าตกตะลึงอย่างอื่นแทน
“ศิษย์พี่สาม ข่าวใหญ่ ข่าวใหญ่ขอรับ” ผู้อาวุโสหกอู๋เยวี่ยบินเข้ามาอย่างเร่งรีบ
“โอ้? ข่าวใหญ่อันใดกัน หรือว่าพบเบาะแสของหวังเถิงแล้ว??” ผู้อาวุโสสามซุนฟู่เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
“ยังไม่พบเบาะแสของเจ้าเด็กนั่นขอรับ ทว่าข้าพบทะเลสาบแห่งหนึ่งที่ชนเผ่ามนุษย์สัตว์ยักษ์ทางทิศตะวันออก ทั้งยังมีพฤกษาต้นกำเนิดเทพที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วอยู่อีกหนึ่งต้นด้วย” ผู้อาวุโสหกอู๋เยวี่ยกล่าวด้วยความประหลาดใจและยินดี
ข่าวนี้ทำให้ผู้อาวุโสสามซุนฟู่ตกตะลึงเป็นอย่างมาก
“เจ้าว่าอย่างไรนะ?? ในแดนรกร้างใหญ่มีทะเลสาบปรากฏขึ้นอย่างนั้นหรือ?? จะเป็นไปได้อย่างไร เจ้าตาฝาดไปแล้วหรือไม่? หรือว่าโดนอาณาเขตมายาเล่นงานเข้าแล้ว?” ซุนฟู่ไม่เชื่อคำพูดนี้เลยแม้แต่น้อย
“เป็นเรื่องจริงขอรับ ศิษย์อีกหลายคนที่ไปกับข้าก็เห็นเช่นเดียวกัน หากท่านไม่เชื่อ ท่านก็ลองตามข้าไปดูเถิด แล้วท่านก็จะรู้เอง” ผู้อาวุโสหกอู๋เยวี่ยกล่าวอย่างจริงจังยิ่งนัก
ผู้อาวุโสสามซุนฟู่เห็นอู๋เยวี่ยกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง ก็อดไม่ได้ที่จะเชื่อขึ้นมาหลายส่วน
ทว่าข่าวนี้ก็ยังคงทำให้เขาตกตะลึงอยู่ดี ต้องรู้ว่าแดนรกร้างใหญ่แห่งนี้เคยถูกจักรพรรดิสวรรค์สาปแช่งเอาไว้ ย่อมไม่มีทางเกิดทะเลสาบขึ้นมาได้อย่างแน่นอน ทว่าตอนนี้กลับมีทะเลสาบปรากฏขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หากไม่ใช่อาณาเขตมายา ก็คงเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในแดนรกร้างใหญ่แล้ว
เมื่อคิดได้ดังนี้ ซุนฟู่จึงกล่าวกับอู๋เยวี่ย
“ไป พาข้าไปดูหน่อย!!”
ซุนฟู่รู้สึกว่าควรไปดูทะเลสาบแห่งนี้ก่อน ส่วนเรื่องตามหาหวังเถิงค่อยไปจัดการทีหลังก็ยังไม่สาย
ท้ายที่สุดแล้ว การที่แดนรกร้างใหญ่มีทะเลสาบปรากฏขึ้น นับว่าเป็นเรื่องที่เหลือเชื่ออย่างแท้จริง ทำไปทำมาอาจจะได้พบกับวาสนาก็เป็นได้
ไม่นาน อู๋เยวี่ยก็นำซุนฟู่และเหล่าศิษย์แห่งนิกายเทพไท่อี่บินมุ่งหน้าไปยังชนเผ่ามนุษย์สัตว์ยักษ์
เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป พวกเขาก็มาถึงบริเวณใกล้เคียงกับชนเผ่ามนุษย์สัตว์ยักษ์ และที่นั่น ซุนฟู่ก็เห็นทะเลสาบผืนหนึ่งจริง ๆ ซึ่งมีอาณาเขตกว้างขวางถึงหลายร้อยกิโลเมตร
และต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้าที่อยู่ตรงกลางนั้นก็คือพฤกษาต้นกำเนิดเทพ บนนั้นยังผลิผลออกมาจนเต็มต้น
“เป็นทะเลสาบจริง ๆ ด้วย ทั้งยังเต็มไปด้วยพืชพรรณที่ล้ำค่าอย่างยิ่งในโลกเทพ โดยเฉพาะพฤกษาต้นกำเนิดเทพต้นนี้ ผลไม้บนนั้นเพียงหนึ่งผลก็มีค่าเทียบเท่ากับโอสถวิญญาณเทพหนึ่งเม็ดแล้ว” ผู้อาวุโสสามซุนฟู่ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
การมาเยือนแดนรกร้างใหญ่ในครั้งนี้ของพวกเขานับว่าคุ้มค่าแล้ว แม้จะยังไม่พบหวังเถิงและตราหยก ทว่ากลับได้ค้นพบทะเลสาบในแดนรกร้างใหญ่แทน
อีกทั้งเมื่อดูจากอาณาเขตของทะเลสาบแห่งนี้แล้ว คาดว่าคงเพิ่งจะก่อตัวขึ้นมาได้ไม่นานนัก
“ศิษย์พี่สาม ข้าไม่ได้หลอกท่านใช่หรือไม่!! บนพฤกษาต้นกำเนิดเทพต้นนี้ผลิผลออกมาเต็มไปหมด พวกเรามิสู้เด็ดกลับไปสักหน่อยเล่า มันสามารถช่วยเหลือในการบำเพ็ญเพียรได้นะ” ผู้อาวุโสหกอู๋เยวี่ยก้าวออกไปข้างหน้าพลางเสนอแนะด้วยความตื่นเต้น
“ไม่ ข้าดูแล้วทะเลสาบแห่งนี้เหมือนจะยังไม่ถูกสัตว์ร้ายยึดครอง พวกเรามิสู้ยึดครองมันเอาไว้เสียเองเล่า เช่นนี้มิใช่ว่าจะได้รับประโยชน์มากกว่าหรือ??” ผู้อาวุโสสามซุนฟู่กล่าวด้วยความทะเยอทะยานที่พองโต
“ยังคงเป็นศิษย์พี่สามที่คิดอ่านได้รอบคอบ เช่นนั้นพวกเราก็ยึดครองทะเลสาบแห่งนี้กันเถิด” อู๋เยวี่ยกล่าวจบก็นำหน้าบินตรงไปยังทะเลสาบแห่งนั้น
ศิษย์คนอื่น ๆ เองก็บินตามไปอย่างตื่นเต้นเช่นกัน
ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังจะเข้าใกล้พฤกษาต้นกำเนิดเทพนั้น หวังเถิงก็มุดออกมาจากกระท่อมไม้บนพฤกษาต้นกำเนิดเทพ
“ขออภัยด้วย ทะเลสาบแห่งนี้มีเจ้าของแล้ว” หวังเถิงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เขาค้นพบตั้งแต่แรกแล้วว่ามีคนหมายตาทะเลสาบแห่งนี้อยู่ ทว่าเขาไม่ได้แหวกหญ้าให้งูตื่น แต่กลับแอบวางกับดักเอาไว้อย่างลับ ๆ รอเพียงให้พวกเขาเข้ามาเท่านั้น
“หวังเถิง ที่แท้เจ้าเด็กอย่างเจ้าก็อยู่ที่นี่นี่เอง” หลังจากผู้อาวุโสสามซุนฟู่มองเห็นใบหน้าของหวังเถิงอย่างชัดเจน ก็ดีใจเป็นอย่างยิ่งในทันที
“ข้าตามหาเจ้ามาตั้งนาน คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ พอดีเลย สังหารเจ้าเพื่อแย่งชิงตราหยก จากนั้นก็ยึดครองทะเลสาบแห่งนี้ ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสามตัว สวรรค์เข้าข้างข้าจริง ๆ”
ผู้อาวุโสสามเห็นหวังเถิงอยู่เพียงลำพัง ก็คิดเอาเองว่าชัยชนะอยู่ในกำมือแล้ว
ทว่าหวังเถิงกลับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยพลางกล่าว
“ที่แท้พวกเจ้าก็คือคนของนิกายเทพไท่อี่นี่เอง เช่นนั้นก็พอดีเลย จะได้กวาดล้างพวกเจ้าให้สิ้นซากในคราวเดียว”
“กวาดล้างพวกเราให้สิ้นซากงั้นหรือ? อาศัยเจ้าเพียงคนเดียวเนี่ยนะ??” ผู้อาวุโสสามซุนฟู่หัวเราะเยาะอย่างดูแคลน
“ผู้ใดบอกว่าข้าอยู่คนเดียว?? ในแดนรกร้างใหญ่ข้ามีพี่น้องอยู่ตั้งมากมายเชียวนะ!!” สิ้นเสียงของหวังเถิง สามพี่น้องเถี่ยจื่อก็นำมนุษย์สัตว์ยักษ์กว่า 50 คนบินขึ้นมา ตามติดมาด้วยพ่าอูสัตว์กินเหล็กที่นำพี่น้องอีกกว่า 50 ตัวมาสกัดกั้นเส้นทางถอยหนีของพวกซุนฟู่เอาไว้
“ตอนนี้เจ้าคิดว่าข้ามีความสามารถพอที่จะกวาดล้างพวกเจ้าให้สิ้นซากได้แล้วหรือยัง??” หวังเถิงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
ส่วนซุนฟู่ อู๋เยวี่ย และเหล่าศิษย์แห่งนิกายเทพไท่อี่เมื่อเห็นเช่นนี้ ต่างก็ตกตะลึงจนหน้าถอดสีไปตาม ๆ กัน