- หน้าแรก
- ศิษย์น้องเล็ก เธอไร้เทียมทานแล้ว เตรียมตัวโบยบินสู่แดนเซียนเถอะ
- บทที่ 216 - เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้
บทที่ 216 - เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้
บทที่ 216 - เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้
บทที่ 216 - เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้
หนูเสวยน้ำผึ้งใช่ว่าจะเลี้ยงไม่ได้ เพียงแต่พวกเขาไม่ยอมให้เธอเลี้ยงต่างหาก!
หุบเขาผึ้งน้อยมีกลิ่นหอมของน้ำผึ้งอบอวลไปทั่ว ย่อมดึงดูดสัตว์อสูรตัวเล็กๆ เข้ามานับไม่ถ้วน ขอเพียงเธอทำหน้าที่ดูแลเขตที่รับผิดชอบให้ดี เรื่องอื่นก็ไม่เห็นจะสำคัญตรงไหนเลย
แต่คนพวกนี้ดันมาจ้องจับผิดเธอไปเสียทุกเรื่อง เธอทำอะไรเลยดูผิดไปหมด
"หนูเสวยน้ำผึ้งเมื่อกี้ดูเหมือนจะติดคนมากเลยนะ เจ้าทำสัญญาพันธะกับมันแล้วเหรอ?" หลีอางสังเกตอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมา
หวงชิงเหอไม่รู้จักหลีอาง แต่พอเห็นพวกผู้ดูแลพากันรุมล้อมเธอแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าคนคนนี้ต้องเป็นคนระดับสูงแน่ๆ เธอจึงตอบกลับอย่างสุภาพ "เรียน... เรียนศิษย์พี่หญิง ข้ายังไม่ได้ทำสัญญาเจ้าค่ะ ข้ามีพรสวรรค์ที่สัตว์อสูรประเภทต่างๆ มักจะชอบมาคลุกคลีด้วย และเพราะเหตุนี้เองที่ทำให้ก่อนหน้านี้ข้าเลี้ยงผึ้งจ่าฝูงออกมาได้..."
"หวงชิงเหอ! เจ้ายังกล้าพูดเรื่องนี้อีกเหรอ?" ผู้ดูแลตวาดขึ้นมาทันควัน
หวงชิงเหอรู้สึกน้อยใจมาก "ข้าก็ไม่ได้พูดโกหกนี่นา? พื้นที่ตรงนี้ข้ากับศิษย์พี่หญิงเฉินเป็นคนดูแลด้วยกัน แต่ศิษย์พี่หญิงเฉินไม่เคยลงมาดูแลดอกไม้หรือฝูงผึ้งเลย งานทุกอย่างข้าเป็นคนทำคนเดียวทั้งหมด ข้าทุ่มเทดูแลอย่างประคบประหงมจนเลี้ยงผึ้งจ่าฝูงตัวนั้นออกมาได้ แต่พวกท่านกลับบอกว่าเป็นของเธอคนเดียว... ยกของให้เธอไปข้าก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่ข้าขอให้พวกท่านช่วยย้ายเขตให้ข้าไปดูแลคนเดียวพวกท่านก็ไม่ยอม..."
"พวกท่านก็แค่อยากใช้ความสามารถของข้าคอยช่วยงานศิษย์พี่หญิงเฉินเท่านั้นแหละ พูดออกมาตรงๆ เลยก็ได้..."
เสียงของหวงชิงเหอเริ่มแผ่วเบาลงเรื่อยๆ
ลึกๆ ในใจเธอก็รู้สึกหวาดกลัวเหมือนกัน
คนที่มาใหม่คนนี้ดูหน้าตาแปลกมากสำหรับเธอ
เธอแอบหวังว่าคนคนนี้จะเป็นคนมีเหตุผลและยอมช่วยเหลือเธอได้บ้าง
แต่เธอก็คิดว่าโอกาสมันช่างริบหรี่เหลือเกิน เพราะเฉินจิ้นเยว่เป็นถึงศิษย์สายตรง! ยังไงวันหนึ่งก็ต้องกลับไปมีอำนาจเหมือนเดิม!
"ศิษย์พี่หลีขอรับ ยัยเด็กนี่มันหัวรั้นไปหน่อย!" ผู้ดูแลถอนหายใจ "การได้คอยปรนนิบัติศิษย์พี่หญิงเฉินนี่ยังไม่ใช่เรื่องดีอีกเหรอ? อนาคตพอเธอได้กลับไปย่อมไม่ลืมให้รางวัลเจ้าแน่ๆ!"
"ข้าไม่ต้องการรางวัลในอนาคต ข้าต้องการแค่ของที่เป็นของข้าเองตอนนี้" หวงชิงเหอยังคงบ่นอุบอิบในคอ
หลีอางมองออกแล้วว่า ถึงพวกผู้ดูแลจะปากร้ายใส่หวงชิงเหอ แต่พวกเขาก็ไม่ได้อยากจะกำจัดเธอทิ้งให้พ้นทางจริงๆ เห็นได้ชัดว่าความสามารถในการเลี้ยงผึ้งของเธอมันโดดเด่นมากจนพวกเขายังอยากเก็บไว้ใช้งานต่อ
เฉินจิ้นเยว่เองก็เป็นพวกที่ยอมให้ใครมาล่วงเกินไม่ได้ แต่กลับยอมให้หวงชิงเหอที่คอยต่อต้านเธออยู่ที่นี่ต่อ... มันชัดเจนมากเลยล่ะ
รากฐานวิญญาณของหวงชิงเหอต้องไม่ดีแน่ๆ แถมยังไร้คนหนุนหลังทำให้ไม่มีอำนาจต่อรอง เฉินจิ้นเยว่เลยคิดว่าตัวเองควบคุมสถานการณ์ได้อยู่หมัด!
"ศิษย์น้องหวง นอกจากเลี้ยงผึ้งแล้ว เจ้าทำอะไรอย่างอื่นได้อีกไหม?" หลีอางถามด้วยความสงสัย
อีกฝ่ายตอบกลับอย่างมั่นใจ "เมื่อก่อนข้าเคยเลี้ยงนกกระเรียนเซียนอยู่หลายปี ไข่นกกระเรียนที่ข้าฟักออกมาได้มีจำนวนมากกว่าคนอื่นตั้งเยอะ แบบนี้พอจะนับได้ไหมเจ้าคะ?"
"พรสวรรค์ในการเป็นมิตรกับสัตว์อสูรสินะ? เวลาเจ้าใช้วิชาอาคมหล่อเลี้ยงพวกมันก็ได้ผลดีกว่าคนอื่นด้วยใช่ไหม?" หลีอางถามต่อ
"ใช่แล้วเจ้าค่ะ" หวงชิงเหอตอบเหมือนเป็นเรื่องปกติ
หลีอางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉา ร่างกายแบบนี้หายากมากนะ ถ้าใช้ให้ถูกทางจะช่วยเพิ่มกำลังรบด้านสัตว์อสูรให้สำนักได้มหาศาลเลยล่ะ แต่เสียดายที่คนคนนี้ตอนนี้ยังอยู่แค่ระดับฝึกปราณแถมยังโดนกดขี่ซะจนโอกาสจะลืมตาอ้าปากในอนาคตแทบไม่มี
"เดี๋ยวเจ้าตามข้าไป ข้ามีเรื่องอยากจะมอบหมายให้เจ้าทำ" หลีอางเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง
"ท่านคือ..." หวงชิงเหอยังคงงงๆ
"ท่านผู้นี้คือศิษย์พี่หลี ศิษย์สายตรงของยอดเขาสยบอสูร! เธอพูดอะไรเจ้าก็แค่ฟังแล้วทำตามก็พอ!" ผู้ดูแลรีบบอกทันที พอได้ยินแบบนั้นหวงชิงเหอถึงเพิ่งสังเกตเห็นป้ายห้อยเอวของหลีอาง
หวงชิงเหอรู้สึกกังวลเล็กน้อย "ไม่ทราบว่า... ท่านอยากให้ข้าทำอะไรเหรอเจ้าคะ? ข้าไม่มีผึ้งจ่าฝูงตัวที่สองให้ท่านหรอกนะ"
ในสายตาของเธอ พวกศิษย์สายตรงไม่มีใครเป็นคนดีเลยสักคน
พ่อแม่ของเธอเป็นศิษย์รับใช้ เธอโตมาในสำนักตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ทุ่มเทหินลมปราณทั้งหมดเพื่อส่งเสียให้เธอได้เข้ามาเป็นศิษย์ฝ่ายนอก
เธอเข้ามาอยู่ฝ่ายนอกตอนอายุสิบห้า จนตอนนี้ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว ด้วยความพยายามของทั้งพ่อแม่และตัวเธอเองรวมกันสามคน เพิ่งจะช่วยดันระดับการฝึกตนขึ้นมาได้ถึงระดับฝึกปราณขั้นที่เก้าเท่านั้น...
เดิมทีนึกว่าถ้ามีผึ้งจ่าฝูงสักตัวจะเอาไปแลกคะแนนผลงาน เผื่อว่าจะมีโอกาสสร้างฐานรากเพื่อถีบตัวเองขึ้นไปข้างบนบ้าง แต่ดันมาถูกเฉินจิ้นเยว่ที่เป็น "ศิษย์สายตรง" แย่งชิงไปเสียก่อน!
ส่วนศิษย์สายตรงคนอื่นๆ...
เธอก็เคยเห็นมาบ้างเหมือนกัน
บางคนดูเหมือนจะใจดีแต่จริงๆ แล้วเย็นชามาก ตราบใดที่ฝ่ายนอกไม่เกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โตพวกเขาก็จะไม่ยื่นมือเข้ามาวุ่นวายเลย ทำตัวสุภาพแต่เว้นระยะห่างราวกับคนละโลก บางคนก็ขี้เกียจพูดจา หรือบางคนก็หยิ่งยโสโอหังราวกับเห็นศิษย์ฝ่ายนอกเป็นเพียงฝูงปศุสัตว์ที่ไม่มีค่าอะไร...
สรุปแล้ว ชีวิตของคนฝ่ายนอกนั้น พวกศิษย์สายตรงไม่เคยมาใส่ใจจริงๆ หรอก
หวงชิงเหอรู้ดีว่าต่อให้เธอได้เป็นศิษย์สายตรงเอง ผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างกัน
คนที่มุ่งมั่นจะบำเพ็ญเพียรสู่ความเป็นเซียน จะมาสนใจเรื่องเวรกรรมหรือความเดือดร้อนของคนอื่นทำไมกัน
"ไม่ได้จะเอาผึ้งของเจ้า ข้าแค่อยากจะดูหน่อยว่าเจ้าสามารถดูแลสัตว์อสูรระดับสูงได้ไหม" หลีอางพูดตามตรง
"สัตว์อสูรระดับสูง? สูงแค่ไหนเจ้าคะ?" หวงชิงเหอถามด้วยความสงสัย
"ก็อสูรประเภทนกประมาณระดับห้าได้ ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ช่วยแปรงขนทุกวัน หรือขูดผิวหนังที่ตายแล้วตามกรงเล็บออกบ้างอะไรประมาณนั้น... แต่ท่านปรมาจารย์อารักสัตว์อสูรบินได้พวกนั้นมาก เลยค่อนข้างเข้มงวดกับคนที่มารับภารกิจนี้ ข้าเลยอยากให้เจ้าไปลองดู ถ้าทำไม่สำเร็จ อย่างมากที่สุดเจ้าก็แค่โดนนกยักษ์พวกนั้นคาบไปโยนทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่งแค่นั้นเอง" หลีอางเล่าให้ฟัง
เธอไม่ได้ทำเพื่อหวังดีล้วนๆ หรอกนะ
ก็นกไม่กี่ตัวที่ท่านปรมาจารย์อาเลี้ยงไว้น่ะกลิ่นแรงสุดๆ ไปเลย
แถมแต่ละตัวนิสัยเสียมาก เลือกกินแถมยังขี้โมโห เวลาขยับปีกทีนึงฝุ่นละอองจากขนก็นกก็ฟุ้งกระจายจนหายใจไม่ออก แถมพวกมันยังชอบแกล้งคนด้วย ทุกครั้งที่หลีอางเหินกระบี่ขึ้นไปบนยอดเขา พวกมันมักจะบินมาตีคู่กันเพื่อ "ต้อนรับ" แต่จริงๆ คือจงใจมาเบียดพื้นที่บินของเธอต่างหาก
นกพวกนั้นคงเหงาไม่มีอะไรทำ เลยชอบเอาเธอเป็นของเล่นไว้แก้เซ็ง
ถ้าหวงชิงเหอเป็นมิตรกับสัตว์อสูรได้ดี ไม่รู้ว่าจะช่วยดูแลพวกมันให้นิสัยเรียบร้อยขึ้นบ้างได้ไหม
ข่าวสารในฝ่ายนอกไม่ได้รวดเร็วเท่าฝ่ายใน พวกเขาเน้นดูป้ายคำสั่งเพื่อยืนยันตัวตน
ตอนนี้พอหลีอางพูดถึงป้ายคำสั่งของบรรพบุรุษ แต่ละคนก็พากันอึ้งไปเลย หวงชิงเหอถึงกับถามเบาๆ ว่า "คงไม่ถึงตายใช่ไหมเจ้าคะ?"
"ไม่ตายแน่นอน เจ้าลองไปเก็บไปคิดดู คิดออกเมื่อไหร่ค่อยบอกข้าแล้วกัน" หลีอางพูดจบก็กระแอมไอออกมาทีหนึ่งพลางมองไปรอบๆ ไม่ไกลนักมีบ้านพักอยู่ไม่กี่หลัง ซึ่งน่าจะเป็นที่พักของคนเลี้ยงผึ้ง เฉินจิ้นเยว่กับฮั่วอวิ๋นว่างน่าจะอยู่ที่นั่น
หลีอางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะใช้พลังปราณขยายเสียงตัวเองให้ดังสนั่นหวั่นไหว "เฉินจิ้นเยว่ ศิษย์ฝ่ายนอกเอย! จงรีบออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้!"
"ศิษย์น้องฮั่วอวิ๋นว่าง เรื่องที่เจ้าขูดรีดหินลมปราณและยักยอกเข้ากระเป๋าตัวเองน่ะ ข้ารู้เรื่องหมดแล้ว! ข้าให้เวลาเจ้าหนึ่งเค่อมาปรากฏตัวต่อหน้าข้า มิฉะนั้นข้าจะลงโทษเจ้าแทนสำนักเอง!"
"..." เสียงของเธอสะท้อนก้องไปมาทั่วทั้งหุบเขา
ตะโกนออกมาแค่ประโยคเดียว ทำเอาพวกผู้ดูแลถึงกับยืนเอ๋อไปตามๆ กัน
นี่มัน... มาหาเรื่องกันชัดๆ เลยนี่นา?!
ในขณะเดียวกัน ฮั่วอวิ๋นว่างเพิ่งจะจัดการคืนหินลมปราณที่เคยหยิบยืมมาจากเฉินจิ้นเยว่ไปเมื่อคราวก่อนเสร็จสิ้น
ตอนนี้อาจารย์ไม่อยู่ ศิษย์พี่สามลั่วจวินหานก็ไม่ได้เข้าข้างเขา เขาเลยอยู่ในสภาพหัวเดียวกระเทียมลีบไร้คนหนุนหลัง ตอนนี้เขาหวังเพียงว่าเฉินจิ้นเยว่จะสามารถผ่านด่านค่ายกลฝันเซียนและกลับเข้าสำนักได้เร็วๆ เพื่อที่เขาจะได้มีพวกพ้องเพิ่มขึ้นอีกคน
ขณะที่ทั้งคู่กำลังปรึกษาหารือกันเรื่องค่ายกลฝันเซียนอยู่นั้น จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงน่ายัยตัวแสบหลีอางตะโกนขึ้นมา
ถึงแม้จะไม่ได้เจอหลีอางมาพักใหญ่แล้ว แต่เฉินจิ้นเยว่กลับจำเสียงนั้นได้ทันที
"ยัยนั่นเหรอ?" เฉินจิ้นเยว่ทำหน้าตื่นตะลึงก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นยืนพลางชี้มือออกไปข้างนอก "ศิษย์พี่ฮั่วได้ยินไหม? หลีอาง! ยัยหลีอางมาอยู่ข้างนอกนั่น!"
มุมปากของฮั่วอวิ๋นว่างกระตุกยิกๆ
จะไม่ให้ได้ยินได้ยังไงล่ะ!
เสียงนั่นดังราวกับอสนีบาตฟาดลงข้างหูจนหัวใจแทบจะวายตายอยู่แล้ว!
[จบแล้ว]