เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 510 ฉันไม่เชื่อหรอก ผู้จัดการต้องเป็นหมาโสดเหมือนพวกเราแน่ๆ (ฟรี)

บทที่ 510 ฉันไม่เชื่อหรอก ผู้จัดการต้องเป็นหมาโสดเหมือนพวกเราแน่ๆ (ฟรี)

บทที่ 510 ฉันไม่เชื่อหรอก ผู้จัดการต้องเป็นหมาโสดเหมือนพวกเราแน่ๆ (ฟรี)


"ทำไมพวกนายยังไม่กลับกันอีกฮะ?"

เมื่อเซี่ยซูเดินออกมาจากห้องประชุมและเดินผ่านโซนทำงาน เขาก็เห็นว่าพนักงานหลายคนยังคงนั่งปั่นงานล่วงเวลากันอยู่

เขาไม่เคยมีนโยบายบังคับให้พนักงานทำโอที กฎของเขาก็คือ ให้ลดการอู้ในเวลางานลง พยายามทำงานของแต่ละวันให้เสร็จก่อนเวลาเลิกงาน และถ้างานเสร็จ ก็สามารถเก็บกระเป๋ากลับบ้านตรงเวลาได้เลย

งานของทุกคนถูกแบ่งและมอบหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว และจำนวนพนักงานก็มีเพียงพอ จึงไม่ต้องมีใครรับภาระหนักเหมางานของสามคนไว้คนเดียว แน่นอนว่า... ถ้าต้องทำโอทีจริงๆ เขาก็มีค่าล่วงเวลาจ่ายให้ตามระเบียบ

อย่างไรก็ตาม ตัวเขาเองแทบจะไม่เคยอยู่ทำโอทีเลย นอกเสียจากวันนี้ ปกติเขามักจะชิ่งกลับตรงเวลาทุกวัน เพราะกลัวว่าจะกลับถึงบ้านดึก

"ผู้จัดการเซี่ยครับ โปรเจกต์นี้ใกล้จะปิดจ๊อบแล้ว พวกเราก็เลยคิดว่าจะปั่นให้มันเสร็จๆ รวดเดียวไปเลยน่ะครับ"

"ใช่ครับ อีกอย่าง... ถึงเลิกงานกลับบ้านไป ผมก็นอนไถโทรศัพท์เล่นอยู่ดี สู้เอาเวลามานั่งทำงานดีกว่าครับ"

"พวกปากไม่ตรงกับใจ! ทำไมพวกแกไม่พูดไปตรงๆ ล่ะว่าถ้าปิดโปรเจกต์ได้ก็จะได้โบนัสรัวๆ น่ะ? ที่ฉันอยู่ดึกก็เพื่อเงินล้วนๆ โว้ย! เงินคือสิ่งที่ดีที่สุดในโลก! ฉันรักเงิน!"

"ชู่ววว--"

"ฮ่าๆๆๆ!"

ในขณะที่ทุกคนตอบคำถาม สายตาของพวกเขาก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ และมือก็ไม่ได้หยุดพิมพ์เลยสักวินาทีเดียว

"อย่าลืมหาเวลาพักผ่อนกันด้วยล่ะฮะ" เซี่ยซูเอ่ยเตือน ก่อนจะเหลือบมองดูเวลา ตอนนี้ดึกมากแล้ว เขาต้องรีบกลับบ้าน

ก่อนจะกลับ เขาก็ยังไม่ลืมที่จะเอ่ยถามพนักงานด้วยความเป็นห่วง "กินข้าวกันหรือยังฮะ?"

"ยังเลยครับ งานใกล้จะเสร็จแล้ว เดี๋ยวพวกเรากะว่าจะออกไปกินข้าวกับพวกรุ่นพี่น่ะครับ"

คนที่พูดคือพนักงานจบใหม่ พวกเขาทุกคนต่างก็มีพนักงานรุ่นพี่คอยเป็นพี่เลี้ยงสอนงานให้ ปกติแล้วพอถึงเวลาเลิกงาน พวกเด็กใหม่นี่แหละที่จะชิ่งกลับไวพอๆ กับเซี่ยซู แต่คราวนี้พวกเขากลับอยู่ดึก และตั้งใจจะไปกินข้าวฉลองด้วยกันหลังจากงานเสร็จ

พวกเขาทำแบบนี้กันเป็นประจำ ทุกครั้งที่ปิดโปรเจกต์ได้ พวกเขาก็จะยกโขยงไปกินมื้อใหญ่เพื่อฉลองกัน เซี่ยซูรู้เรื่องนี้มาตลอด แต่เขาไม่เคยไปร่วมแจมด้วยเลย

ปกติทุกคนต่างก็ทุ่มเทและทำงานกันอย่างหนัก ซึ่งเซี่ยซูก็มองเห็นมาตลอด เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า "คราวนี้เดี๋ยวฉันเลี้ยงเองก็แล้วกันฮะ พวกนายไปกินกันให้เต็มที่เลยนะ แล้วพรุ่งนี้เอาบิลมาเบิกเงินกับฉันได้เลย"

หลังจากเสียงโห่ร้องดีใจดังสนั่นลั่นออฟฟิศ ใครบางคนก็เอ่ยชวนเขาขึ้นมา "ผู้จัดการเซี่ย จะไปกินด้วยกันไหมครับ? ยังไงซะ กลับไปผู้จัดการก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วนี่ครับ"

"ฉันไม่ไปหรอกฮะ แล้วฉันก็มีธุระต้องทำตอนกลับถึงบ้านด้วย"

"กลับถึงบ้านก็แค่ล้มตัวลงนอนแล้วก็ไถโทรศัพท์เล่นไม่ใช่เหรอครับ? ผู้จัดการจะมีอะไรให้ทำอีกล่ะ?"

"พวกนายคิดว่าฉันเป็น 'หมาโสด' เหมือนพวกนายหรือไงฮะ?"

ทุกคน: "???"

เดี๋ยวนะ ทำไมจู่ๆ บอสของพวกเขาถึงเปิดโหมดด่าเจ็บๆ แบบนี้ล่ะ? ไม่สิ... บอสเลิกโสดไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะ?

ถึงแม้ว่าเซี่ยซูจะมีห้องทำงานส่วนตัวและไม่ค่อยได้มาคลุกคลีกับพวกเขาเท่าไหร่นัก แต่พอถึงเวลาเลิกงาน หมอนี่แหละคือคนที่เผ่นกลับบ้านไวที่สุด และมักจะเดินผ่านโซนทำงานของพวกเขาเสมอ

ทีแรก พวกเขาก็ไม่กล้าทักทายหรือพูดเล่นด้วยหรอก แต่ตอนหลัง พอเริ่มคุ้นเคยกับเซี่ยซูและพบว่าเขาไม่ได้เป็นเจ้านายที่เจ้าระเบียบหรือดุอะไร พวกเขาก็เลยมักจะทักทายและชวนคุยเล่นบ้าง ดังนั้น เวลาเลิกงาน พวกเขาก็มักจะถามว่าเขาจะไปไหนต่อ ซึ่งเขาก็จะตอบกลับมาเสมอว่า 'กลับบ้าน'

ไม่ใช่ว่าในบริษัทจะไม่มีคนมีคู่นะ แต่คนอื่นๆ ที่มีแฟน พอเลิกงานปุ๊บ เขาก็จะออกไปเดตและเดินเที่ยวเล่นกัน มีก็แต่กลุ่มคนโสดอย่างพวกเขานี่แหละ ที่พอดันบัตรออกปุ๊บก็มุ่งหน้าตรงกลับบ้านทันที

และเซี่ยซูก็มีพฤติกรรมเหมือนพวกเขาทุกอย่าง เลิกงานปุ๊บกลับบ้านปั๊บ พวกเขาเลยปักใจเชื่อมาตลอดว่าบอสก็คงจะเป็นคนโสดไร้คู่เหมือนกับพวกเขานั่นแหละ

แล้วนี่... บอสกำลังจะบอกว่าตัวเองไม่ได้โสดเนี่ยนะ?

"ผมไม่เชื่อหรอกครับ เว้นซะแต่ว่าผู้จัดการจะพาแฟนสาวมาเปิดตัวให้พวกเราเห็นกับตา"

"มันจะมีใครที่ลักกี้อินเกมและลักกี้อินเลิฟไปพร้อมๆ กันได้ยังไงล่ะครับ? ผู้จัดการเซี่ยครับ ผู้จัดการจะหลอกพวกเราน่ะไม่เท่าไหร่หรอกนะ แต่ผู้จัดการอย่าหลอกตัวเองเลยครับ"

ด้วยความที่ปกติเซี่ยซูสนิทสนมและเป็นกันเองกับทุกคน ถึงแม้ว่าตอนนี้สถานะของพวกเขาจะเป็นเจ้านายกับลูกน้อง แต่ทุกคนก็สามารถพูดคุยหยอกล้อกันได้อย่างสนิทใจโดยไม่รู้สึกเกร็งหรือกดดันเลยสักนิด

ในจังหวะที่เซี่ยซูกำลังจะอ้าปากเถียงกลับ จู่ๆ ใครบางคนก็นึกอะไรขึ้นมาได้: "อ้อ จริงสิครับ ผู้จัดการเซี่ย... เมื่อกี้นี้มีคนมาหาผู้จัดการด้วยนะครับ"

"ใครเหรอฮะ?"

"ผู้หญิงคนนึงครับ น่าจะเป็นลูกค้านะครับ ตอนนั้นพวกเรากำลังยุ่งๆ กันอยู่ ก็เลยเชิญให้เธอไปนั่งรอผู้จัดการที่ห้องรับรองแขกน่ะครับ"

"ลูกค้าเหรอ? แล้วทำไมเมื่อกี้พวกนายถึงไม่เดินไปเคาะประตูเรียกฉันล่ะฮะ?" เซี่ยซูพูดพลางหมุนตัวและเดินมุ่งหน้าไปที่ห้องรับรองแขก

พนักงานคนที่พูดไม่ลืมที่จะเอ่ยอธิบายตามหลังว่า: "ผมบอกเธอแล้วครับว่าจะไปเรียกให้ แต่เธอบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องกวนผู้จัดการน่ะครับ"

เซี่ยซูเดินตรงไปที่ห้องรับรองแขก บางทีคนที่อยู่ข้างในอาจจะได้ยินเสียงพูดคุยจากข้างนอกแล้ว หลังจากเซี่ยซูเดินไปได้แค่ไม่กี่ก้าว ประตูห้องรับรองแขกกูถูกเปิดออกจากด้านใน และวินาทีต่อมา หร่วนเนี่ยนซีกูมาปรากฏตัวอยู่ที่กรอบประตู

ฝีเท้าของเซี่ยซูชะงักกึกทันที เขามองดูคนที่เดินออกมาด้วยสีหน้าประหลาดใจสุดๆ หลังจากที่สายตาของพวกเขาประสานกันอยู่สองสามวินาที เขาก็เร่งฝีเท้าและรีบเดินเข้าไปหาเธอ

"เบบี๋ฮะ ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะฮะ?" ระหว่างที่พูด เซี่ยซูก็เอื้อมมือไปกอบกุมมือของหร่วนเนี่ยนซีเอาไว้

ตอนที่หร่วนเนี่ยนซีเปิดประตูและเดินออกมา พวกพนักงานตรงโซนนั้นต่างก็หยุดชะงักและเงียบกริบกันไปหมดแล้ว บรรยากาศจึงเงียบสงัดสุดๆ และด้วยเหตุนี้... ทุกคนจึงได้ยินสรรพนามที่เซี่ยซูใช้เรียกผู้หญิงคนนั้นอย่างชัดเจนเต็มสองรูหู

อะไรวะเนี่ย... เธอคือแฟนสาวของผู้จัดการเซี่ยหรอกเรอะ!

แล้วเมื่อกี้พวกเขายังไปทึกทักเอาเองว่าเธอเป็นลูกค้าเนี่ยนะ?

แล้วเมื่อกี้ใครมันเป็นคนปากแจ๋ว ท้าให้ผู้จัดการเซี่ยพาแฟนมาเปิดตัวให้เห็นกับตาวะ?

แล้วดูตอนนี้สิ... บอสพามาเปิดตัวจริงๆ ซะด้วย!!

แถมแฟนของบอสยังโคตรสวยระดับนางฟ้าเลยด้วย!!

"ฉันเบื่อที่ต้องรออยู่บ้านน่ะค่ะ ก็เลยออกมาหานาย" หร่วนเนี่ยนซีตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ทุกคนก็ยังหูผึ่งและได้ยินมันอย่างชัดเจนอยู่ดี

แฟนสาวของบอสไม่ได้แค่สวยสะดุดตาเท่านั้นนะ แต่ยังขี้อ้อนและติดแฟนสุดๆ ไปเลย!

ในจังหวะนี้เอง มีคนกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากห้องประชุมฝั่งนู้นพอดี พวกเขาคือคนที่เพิ่งจะประชุมงานเสร็จกับเซี่ยซูนั่นแหละ ซึ่งรวมถึง 'พวกลูกชายทรพี' ทั้งสามคนของเซี่ยซูด้วย

เมื่อเห็นเซี่ยซูยืนอยู่ตรงนั้น แถมยังดูเหมือนกำลังจับมือผู้หญิงอยู่ด้วย พวกเขาก็ขมวดคิ้วและเอ่ยถามว่า "ไหนเมื่อกี้แกรีบร้อนจะกลับบ้านไม่ใช่หรือไง? แล้วทำไมยังยืนบื้ออยู่ตรงนี้อีกล่ะวะ?"

ระหว่างที่พูด พวกเขาก็เดินเข้ามาใกล้ทางนี้ เมื่อมุมมองเปลี่ยนไป พวกเขาก็สังเกตเห็นหร่วนเนี่ยนซีที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตู พวกเขาชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะรีบปรับสีหน้าและเอ่ยทักทาย: "อ้าว เนี่ยนซีนี่เอง ไม่เจอกันตั้งนานเลยนะ"

หร่วนเนี่ยนซีพยักหน้ารับเป็นการทักทายตอบ

หลังจากนั้น เซี่ยซูก็คุยเล่นกับพวกเขาสองสามประโยค ก่อนจะจูงมือหร่วนเนี่ยนซีเดินเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของเขา

ทันทีที่เข้าไปข้างใน สิ่งแรกที่เขาทำก็คือการดึงเธอเข้ามากอดและประทับจูบลงบนริมฝีปาก ก่อนจะผละออกและเดินไปที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ กดเซฟไฟล์งานที่ค้างไว้ให้เรียบร้อย จัดการชัตดาวน์คอมพิวเตอร์ และหลังจากนั้น เขาถึงเดินมาจับมือเธออีกครั้ง พาเธอเดินออกจากห้องทำงาน และออกจากบริษัทไปในที่สุด

ก่อนที่พวกเขาจะก้าวเท้าออกจากบริษัท พนักงานทุกคนที่กำลังทำโอทีต่างก็แกล้งก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับคอมพิวเตอร์ของตัวเอง แต่ทันทีที่พวกเขาเดินพ้นประตูออกไป พนักงานหนุ่มสาวหลายคนก็รีบวิ่งไปสุมหัวกันที่ริมหน้าต่าง เพื่อชะเง้อมองดูพวกเขาเดินลงไปข้างล่าง

"เมื่อกี้ใครวะที่ปากดีบอกว่า ลักกี้อินเกมกับลักกี้อินเลิฟ มันเกิดขึ้นพร้อมกันไม่ได้? ยืนขึ้นมาพูดเดี๋ยวนี้เลย! ดูซะ นี่ไงล่ะ... ผู้จัดการเซี่ยของพวกเรานี่ไง ตัวอย่างที่เห็นกันจะๆ เลยเนี่ย!"

"ฮือๆๆ รู้งี้รีบหาแฟนตั้งแต่ตอนเรียนมหา'ลัยซะก็ดีหรอก นี่ฉันยังเรียนไม่ทันจบเลยนะ แค่มาฝึกงาน ฉันยังแทบไม่มีโอกาสได้คุยกับเพศตรงข้ามเลย... ไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าถ้าเรียนจบทำงานเต็มตัวแล้ว ชีวิตมันจะเหี่ยวเฉาขนาดไหน"

จบบทที่ บทที่ 510 ฉันไม่เชื่อหรอก ผู้จัดการต้องเป็นหมาโสดเหมือนพวกเราแน่ๆ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว