- หน้าแรก
- เมื่อผมเลิกชอบคุณ ไฉนคุณถึงเพิ่งมาเสียดาย
- บทที่ 510 ฉันไม่เชื่อหรอก ผู้จัดการต้องเป็นหมาโสดเหมือนพวกเราแน่ๆ (ฟรี)
บทที่ 510 ฉันไม่เชื่อหรอก ผู้จัดการต้องเป็นหมาโสดเหมือนพวกเราแน่ๆ (ฟรี)
บทที่ 510 ฉันไม่เชื่อหรอก ผู้จัดการต้องเป็นหมาโสดเหมือนพวกเราแน่ๆ (ฟรี)
"ทำไมพวกนายยังไม่กลับกันอีกฮะ?"
เมื่อเซี่ยซูเดินออกมาจากห้องประชุมและเดินผ่านโซนทำงาน เขาก็เห็นว่าพนักงานหลายคนยังคงนั่งปั่นงานล่วงเวลากันอยู่
เขาไม่เคยมีนโยบายบังคับให้พนักงานทำโอที กฎของเขาก็คือ ให้ลดการอู้ในเวลางานลง พยายามทำงานของแต่ละวันให้เสร็จก่อนเวลาเลิกงาน และถ้างานเสร็จ ก็สามารถเก็บกระเป๋ากลับบ้านตรงเวลาได้เลย
งานของทุกคนถูกแบ่งและมอบหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว และจำนวนพนักงานก็มีเพียงพอ จึงไม่ต้องมีใครรับภาระหนักเหมางานของสามคนไว้คนเดียว แน่นอนว่า... ถ้าต้องทำโอทีจริงๆ เขาก็มีค่าล่วงเวลาจ่ายให้ตามระเบียบ
อย่างไรก็ตาม ตัวเขาเองแทบจะไม่เคยอยู่ทำโอทีเลย นอกเสียจากวันนี้ ปกติเขามักจะชิ่งกลับตรงเวลาทุกวัน เพราะกลัวว่าจะกลับถึงบ้านดึก
"ผู้จัดการเซี่ยครับ โปรเจกต์นี้ใกล้จะปิดจ๊อบแล้ว พวกเราก็เลยคิดว่าจะปั่นให้มันเสร็จๆ รวดเดียวไปเลยน่ะครับ"
"ใช่ครับ อีกอย่าง... ถึงเลิกงานกลับบ้านไป ผมก็นอนไถโทรศัพท์เล่นอยู่ดี สู้เอาเวลามานั่งทำงานดีกว่าครับ"
"พวกปากไม่ตรงกับใจ! ทำไมพวกแกไม่พูดไปตรงๆ ล่ะว่าถ้าปิดโปรเจกต์ได้ก็จะได้โบนัสรัวๆ น่ะ? ที่ฉันอยู่ดึกก็เพื่อเงินล้วนๆ โว้ย! เงินคือสิ่งที่ดีที่สุดในโลก! ฉันรักเงิน!"
"ชู่ววว--"
"ฮ่าๆๆๆ!"
ในขณะที่ทุกคนตอบคำถาม สายตาของพวกเขาก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ และมือก็ไม่ได้หยุดพิมพ์เลยสักวินาทีเดียว
"อย่าลืมหาเวลาพักผ่อนกันด้วยล่ะฮะ" เซี่ยซูเอ่ยเตือน ก่อนจะเหลือบมองดูเวลา ตอนนี้ดึกมากแล้ว เขาต้องรีบกลับบ้าน
ก่อนจะกลับ เขาก็ยังไม่ลืมที่จะเอ่ยถามพนักงานด้วยความเป็นห่วง "กินข้าวกันหรือยังฮะ?"
"ยังเลยครับ งานใกล้จะเสร็จแล้ว เดี๋ยวพวกเรากะว่าจะออกไปกินข้าวกับพวกรุ่นพี่น่ะครับ"
คนที่พูดคือพนักงานจบใหม่ พวกเขาทุกคนต่างก็มีพนักงานรุ่นพี่คอยเป็นพี่เลี้ยงสอนงานให้ ปกติแล้วพอถึงเวลาเลิกงาน พวกเด็กใหม่นี่แหละที่จะชิ่งกลับไวพอๆ กับเซี่ยซู แต่คราวนี้พวกเขากลับอยู่ดึก และตั้งใจจะไปกินข้าวฉลองด้วยกันหลังจากงานเสร็จ
พวกเขาทำแบบนี้กันเป็นประจำ ทุกครั้งที่ปิดโปรเจกต์ได้ พวกเขาก็จะยกโขยงไปกินมื้อใหญ่เพื่อฉลองกัน เซี่ยซูรู้เรื่องนี้มาตลอด แต่เขาไม่เคยไปร่วมแจมด้วยเลย
ปกติทุกคนต่างก็ทุ่มเทและทำงานกันอย่างหนัก ซึ่งเซี่ยซูก็มองเห็นมาตลอด เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า "คราวนี้เดี๋ยวฉันเลี้ยงเองก็แล้วกันฮะ พวกนายไปกินกันให้เต็มที่เลยนะ แล้วพรุ่งนี้เอาบิลมาเบิกเงินกับฉันได้เลย"
หลังจากเสียงโห่ร้องดีใจดังสนั่นลั่นออฟฟิศ ใครบางคนก็เอ่ยชวนเขาขึ้นมา "ผู้จัดการเซี่ย จะไปกินด้วยกันไหมครับ? ยังไงซะ กลับไปผู้จัดการก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วนี่ครับ"
"ฉันไม่ไปหรอกฮะ แล้วฉันก็มีธุระต้องทำตอนกลับถึงบ้านด้วย"
"กลับถึงบ้านก็แค่ล้มตัวลงนอนแล้วก็ไถโทรศัพท์เล่นไม่ใช่เหรอครับ? ผู้จัดการจะมีอะไรให้ทำอีกล่ะ?"
"พวกนายคิดว่าฉันเป็น 'หมาโสด' เหมือนพวกนายหรือไงฮะ?"
ทุกคน: "???"
เดี๋ยวนะ ทำไมจู่ๆ บอสของพวกเขาถึงเปิดโหมดด่าเจ็บๆ แบบนี้ล่ะ? ไม่สิ... บอสเลิกโสดไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะ?
ถึงแม้ว่าเซี่ยซูจะมีห้องทำงานส่วนตัวและไม่ค่อยได้มาคลุกคลีกับพวกเขาเท่าไหร่นัก แต่พอถึงเวลาเลิกงาน หมอนี่แหละคือคนที่เผ่นกลับบ้านไวที่สุด และมักจะเดินผ่านโซนทำงานของพวกเขาเสมอ
ทีแรก พวกเขาก็ไม่กล้าทักทายหรือพูดเล่นด้วยหรอก แต่ตอนหลัง พอเริ่มคุ้นเคยกับเซี่ยซูและพบว่าเขาไม่ได้เป็นเจ้านายที่เจ้าระเบียบหรือดุอะไร พวกเขาก็เลยมักจะทักทายและชวนคุยเล่นบ้าง ดังนั้น เวลาเลิกงาน พวกเขาก็มักจะถามว่าเขาจะไปไหนต่อ ซึ่งเขาก็จะตอบกลับมาเสมอว่า 'กลับบ้าน'
ไม่ใช่ว่าในบริษัทจะไม่มีคนมีคู่นะ แต่คนอื่นๆ ที่มีแฟน พอเลิกงานปุ๊บ เขาก็จะออกไปเดตและเดินเที่ยวเล่นกัน มีก็แต่กลุ่มคนโสดอย่างพวกเขานี่แหละ ที่พอดันบัตรออกปุ๊บก็มุ่งหน้าตรงกลับบ้านทันที
และเซี่ยซูก็มีพฤติกรรมเหมือนพวกเขาทุกอย่าง เลิกงานปุ๊บกลับบ้านปั๊บ พวกเขาเลยปักใจเชื่อมาตลอดว่าบอสก็คงจะเป็นคนโสดไร้คู่เหมือนกับพวกเขานั่นแหละ
แล้วนี่... บอสกำลังจะบอกว่าตัวเองไม่ได้โสดเนี่ยนะ?
"ผมไม่เชื่อหรอกครับ เว้นซะแต่ว่าผู้จัดการจะพาแฟนสาวมาเปิดตัวให้พวกเราเห็นกับตา"
"มันจะมีใครที่ลักกี้อินเกมและลักกี้อินเลิฟไปพร้อมๆ กันได้ยังไงล่ะครับ? ผู้จัดการเซี่ยครับ ผู้จัดการจะหลอกพวกเราน่ะไม่เท่าไหร่หรอกนะ แต่ผู้จัดการอย่าหลอกตัวเองเลยครับ"
ด้วยความที่ปกติเซี่ยซูสนิทสนมและเป็นกันเองกับทุกคน ถึงแม้ว่าตอนนี้สถานะของพวกเขาจะเป็นเจ้านายกับลูกน้อง แต่ทุกคนก็สามารถพูดคุยหยอกล้อกันได้อย่างสนิทใจโดยไม่รู้สึกเกร็งหรือกดดันเลยสักนิด
ในจังหวะที่เซี่ยซูกำลังจะอ้าปากเถียงกลับ จู่ๆ ใครบางคนก็นึกอะไรขึ้นมาได้: "อ้อ จริงสิครับ ผู้จัดการเซี่ย... เมื่อกี้นี้มีคนมาหาผู้จัดการด้วยนะครับ"
"ใครเหรอฮะ?"
"ผู้หญิงคนนึงครับ น่าจะเป็นลูกค้านะครับ ตอนนั้นพวกเรากำลังยุ่งๆ กันอยู่ ก็เลยเชิญให้เธอไปนั่งรอผู้จัดการที่ห้องรับรองแขกน่ะครับ"
"ลูกค้าเหรอ? แล้วทำไมเมื่อกี้พวกนายถึงไม่เดินไปเคาะประตูเรียกฉันล่ะฮะ?" เซี่ยซูพูดพลางหมุนตัวและเดินมุ่งหน้าไปที่ห้องรับรองแขก
พนักงานคนที่พูดไม่ลืมที่จะเอ่ยอธิบายตามหลังว่า: "ผมบอกเธอแล้วครับว่าจะไปเรียกให้ แต่เธอบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องกวนผู้จัดการน่ะครับ"
เซี่ยซูเดินตรงไปที่ห้องรับรองแขก บางทีคนที่อยู่ข้างในอาจจะได้ยินเสียงพูดคุยจากข้างนอกแล้ว หลังจากเซี่ยซูเดินไปได้แค่ไม่กี่ก้าว ประตูห้องรับรองแขกกูถูกเปิดออกจากด้านใน และวินาทีต่อมา หร่วนเนี่ยนซีกูมาปรากฏตัวอยู่ที่กรอบประตู
ฝีเท้าของเซี่ยซูชะงักกึกทันที เขามองดูคนที่เดินออกมาด้วยสีหน้าประหลาดใจสุดๆ หลังจากที่สายตาของพวกเขาประสานกันอยู่สองสามวินาที เขาก็เร่งฝีเท้าและรีบเดินเข้าไปหาเธอ
"เบบี๋ฮะ ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะฮะ?" ระหว่างที่พูด เซี่ยซูก็เอื้อมมือไปกอบกุมมือของหร่วนเนี่ยนซีเอาไว้
ตอนที่หร่วนเนี่ยนซีเปิดประตูและเดินออกมา พวกพนักงานตรงโซนนั้นต่างก็หยุดชะงักและเงียบกริบกันไปหมดแล้ว บรรยากาศจึงเงียบสงัดสุดๆ และด้วยเหตุนี้... ทุกคนจึงได้ยินสรรพนามที่เซี่ยซูใช้เรียกผู้หญิงคนนั้นอย่างชัดเจนเต็มสองรูหู
อะไรวะเนี่ย... เธอคือแฟนสาวของผู้จัดการเซี่ยหรอกเรอะ!
แล้วเมื่อกี้พวกเขายังไปทึกทักเอาเองว่าเธอเป็นลูกค้าเนี่ยนะ?
แล้วเมื่อกี้ใครมันเป็นคนปากแจ๋ว ท้าให้ผู้จัดการเซี่ยพาแฟนมาเปิดตัวให้เห็นกับตาวะ?
แล้วดูตอนนี้สิ... บอสพามาเปิดตัวจริงๆ ซะด้วย!!
แถมแฟนของบอสยังโคตรสวยระดับนางฟ้าเลยด้วย!!
"ฉันเบื่อที่ต้องรออยู่บ้านน่ะค่ะ ก็เลยออกมาหานาย" หร่วนเนี่ยนซีตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ทุกคนก็ยังหูผึ่งและได้ยินมันอย่างชัดเจนอยู่ดี
แฟนสาวของบอสไม่ได้แค่สวยสะดุดตาเท่านั้นนะ แต่ยังขี้อ้อนและติดแฟนสุดๆ ไปเลย!
ในจังหวะนี้เอง มีคนกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากห้องประชุมฝั่งนู้นพอดี พวกเขาคือคนที่เพิ่งจะประชุมงานเสร็จกับเซี่ยซูนั่นแหละ ซึ่งรวมถึง 'พวกลูกชายทรพี' ทั้งสามคนของเซี่ยซูด้วย
เมื่อเห็นเซี่ยซูยืนอยู่ตรงนั้น แถมยังดูเหมือนกำลังจับมือผู้หญิงอยู่ด้วย พวกเขาก็ขมวดคิ้วและเอ่ยถามว่า "ไหนเมื่อกี้แกรีบร้อนจะกลับบ้านไม่ใช่หรือไง? แล้วทำไมยังยืนบื้ออยู่ตรงนี้อีกล่ะวะ?"
ระหว่างที่พูด พวกเขาก็เดินเข้ามาใกล้ทางนี้ เมื่อมุมมองเปลี่ยนไป พวกเขาก็สังเกตเห็นหร่วนเนี่ยนซีที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตู พวกเขาชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะรีบปรับสีหน้าและเอ่ยทักทาย: "อ้าว เนี่ยนซีนี่เอง ไม่เจอกันตั้งนานเลยนะ"
หร่วนเนี่ยนซีพยักหน้ารับเป็นการทักทายตอบ
หลังจากนั้น เซี่ยซูก็คุยเล่นกับพวกเขาสองสามประโยค ก่อนจะจูงมือหร่วนเนี่ยนซีเดินเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของเขา
ทันทีที่เข้าไปข้างใน สิ่งแรกที่เขาทำก็คือการดึงเธอเข้ามากอดและประทับจูบลงบนริมฝีปาก ก่อนจะผละออกและเดินไปที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ กดเซฟไฟล์งานที่ค้างไว้ให้เรียบร้อย จัดการชัตดาวน์คอมพิวเตอร์ และหลังจากนั้น เขาถึงเดินมาจับมือเธออีกครั้ง พาเธอเดินออกจากห้องทำงาน และออกจากบริษัทไปในที่สุด
ก่อนที่พวกเขาจะก้าวเท้าออกจากบริษัท พนักงานทุกคนที่กำลังทำโอทีต่างก็แกล้งก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับคอมพิวเตอร์ของตัวเอง แต่ทันทีที่พวกเขาเดินพ้นประตูออกไป พนักงานหนุ่มสาวหลายคนก็รีบวิ่งไปสุมหัวกันที่ริมหน้าต่าง เพื่อชะเง้อมองดูพวกเขาเดินลงไปข้างล่าง
"เมื่อกี้ใครวะที่ปากดีบอกว่า ลักกี้อินเกมกับลักกี้อินเลิฟ มันเกิดขึ้นพร้อมกันไม่ได้? ยืนขึ้นมาพูดเดี๋ยวนี้เลย! ดูซะ นี่ไงล่ะ... ผู้จัดการเซี่ยของพวกเรานี่ไง ตัวอย่างที่เห็นกันจะๆ เลยเนี่ย!"
"ฮือๆๆ รู้งี้รีบหาแฟนตั้งแต่ตอนเรียนมหา'ลัยซะก็ดีหรอก นี่ฉันยังเรียนไม่ทันจบเลยนะ แค่มาฝึกงาน ฉันยังแทบไม่มีโอกาสได้คุยกับเพศตรงข้ามเลย... ไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าถ้าเรียนจบทำงานเต็มตัวแล้ว ชีวิตมันจะเหี่ยวเฉาขนาดไหน"