เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 430 - โอเมกามอน! ฉันทำสำเร็จแล้ว ฮ่าๆๆๆ

บทที่ 430 - โอเมกามอน! ฉันทำสำเร็จแล้ว ฮ่าๆๆๆ

บทที่ 430 - โอเมกามอน! ฉันทำสำเร็จแล้ว ฮ่าๆๆๆ


บทที่ 430 - โอเมกามอน! ฉันทำสำเร็จแล้ว ฮ่าๆๆๆ

☆☆☆☆☆

"ผมเชื่อมั่นในฝีมือของลุงเฉินครับ กะอีแค่เผ่าอมนุษย์ ลุงน่าจะจัดการได้สบายๆ อยู่แล้วล่ะ"

กู่ซินยิ้มร่าอย่างไม่สะทกสะท้านต่อเสียงบ่นของลุงเฉิน

"เออ ขอบใจมากนะที่ให้เกียรติฉันขนาดนี้!"

ลุงเฉินตะโกนด่าจนน้ำลายกระเซ็น

ถ้าเป็นอมนุษย์ระดับทั่วไปสำหรับลุงเฉินแล้วมันคงไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเขาก็มีพรรคพวกอยู่ไม่น้อย

แต่สิ่งที่กู่ซินต้องการคือระดับเลเวลสูงๆ นั่นแหละคือปัญหาใหญ่

เพราะเผ่าอมนุษย์อาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าซีเฟิง และไม่ว่าลับหลังจะเป็นยังไง แต่ฉากหน้าความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับอมนุษย์ก็ยังไม่ได้แตกหักกันแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ การจะเข้าไปล่าอมนุษย์ระดับสูงในทุ่งหญ้าซีเฟิงอย่างโจ่งแจ้งจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

กรณีของท่านจู้ฝู่นั้นถือเป็นข้อยกเว้น เพราะอานันทะคือมหาปุโรหิตแห่งโชคชะตาของเผ่าอมนุษย์ แม้จะบอกว่าเป็นความต้องการส่วนตัวของอานันทะที่ไม่เกี่ยวกับเผ่าทั้งหมดก็ตาม แต่การที่เผ่าอมนุษย์เลือกที่จะตัดขาดความรับผิดชอบก็ไม่ได้หมายความว่าองค์จักรพรรดิจะยอมระงับความโกรธแค้นจากการที่เมืองอินเฉิงถูกทำลายลงได้ง่ายๆ

เผ่าอมนุษย์แม้จะโกรธแค้นแค่ไหนแต่ก็ต้องยอมอดทนรับกรรมในครั้งนี้ไป

แต่ในยามปกติ การจะล่าสังหารอมนุษย์อย่างเปิดเผยนั้นทำไม่ได้แน่นอน เพราะอมนุษย์ไม่ใช่ของเคี้ยวง่ายที่ใครจะมาย่ำยีได้ตามใจชอบ

"แล้วไอ้ที่แกพูดมาแต่ละอย่างเนี่ยมันคืออะไรกันวะ? มนุษย์กิ้งก่าเปลี่ยนสีเหรอ? ให้ตายเหอะเกิดมาฉันยังไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลยนะเนี่ย"

ลุงเฉินบ่นพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเซิร์ซหาข้อมูล และทันทีที่เห็นผลการค้นหา เขาก็ถึงกับนิ่งเงียบไป

"บ้าไปแล้ว! ไอ้พวกอมนุษย์นี่มันมียีนบ้าบออะไรผสมกันอยู่บ้างวะเนี่ย? สรุปว่ามันมีมนุษย์กิ้งก่าเปลี่ยนสีอยู่จริงเหรอวะ?"

"ไม่ใช่แค่กิ้งก่าเปลี่ยนสีนะ แม้แต่มนุษย์แมลงวันก็ยังมีเลยครับ" กู่ซินหยิบโค้กออกมาดื่มอึกใหญ่พลางตอบอย่างนิ่งสงบ

อืม เรื่องนี้เขาไม่ได้พูดมั่วซั่วหรอกนะ

ชนเผ่าขนาดใหญ่ของอมนุษย์ในทุ่งหญ้าซีเฟิงมีอยู่ไม่กี่เผ่า แต่ภายใต้เผ่าใหญ่เหล่านั้นยังมีเผ่าเล็กเผ่าน้อยที่เป็นบริวารซึ่งมีรูปร่างประหลาดลึกลับอยู่อีกมากมาย อย่างเช่นเผ่าหมาป่าเหมันต์ที่เป็นเผ่าใหญ่ที่สุดในทุ่งหญ้าซีเฟิง ผู้นำเผ่าคือสายเลือดมนุษย์หมาป่า แต่ภายใต้การปกครองยังมีทั้งมนุษย์จิ้งจอก มนุษย์สุนัข และอื่นๆ อีกเพียบ

ส่วนพวกมนุษย์กิ้งก่าเปลี่ยนสีหรือมนุษย์แมลงวันนั้นเป็นเพียงกลุ่มน้อยที่ชื่อเสียงไม่โด่งดังและไร้ตัวตนสุดๆ จึงไม่แปลกที่ลุงเฉินจะไม่มีข้อมูลในหัวเลย "ฉันนี่เปิดโลกเลยจริงๆ ไอ้พวกอมนุษย์นี่มันมีทุกอย่างเลยจริงๆ แฮะ" ลุงเฉินค้นหาข้อมูลต่อจนเจอหลักฐานยืนยันแล้วก็ได้แต่ขำออกมา

โดยเฉพาะเมื่อเห็นรูปถ่ายรูปลักษณ์ของมนุษย์แมลงวันที่ดูพิลึกกึกกือ ลุงเฉินถึงกับต้องเบือนหน้าหนีเพราะมันดูไม่ได้จริงๆ

เผ่าอมนุษย์นี่ช่างเป็นเผ่าพันธุ์ที่มหัศจรรย์เสียเหลือเกิน

"นั่นแหละครับ แต่พวกที่มีความสามารถจริงๆ ก็นับว่าเก่งมากเหมือนกันนะ" กู่ซินให้ความเห็น

เขายังคงจำภาพเงาร่างสัตว์ยักษ์หลังประตูมิติในศึกเมืองอินเฉิงได้ติดตา ซึ่งเซราฟิน่าบอกว่ามันคือ ไททันบีฮีมอธ นั่นเอง ตัวนั้นน่ะระดับเลเวลเกินห้าแน่นอน!

"ช่างมันเถอะ ฟ้าถล่มก็มีพวกตัวสูงคอยยันไว้ ปัญหาตอนนี้คือ..." ลุงเฉินไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นนัก

ยังไงเขาก็เป็นแค่ผูอาชีพระดับสามเล็กๆ คนหนึ่ง ถ้าเกิดสงครามกับอมนุษย์ขึ้นมาจริงๆ พวกผู้แข็งแกร่งของอมนุษย์ก็ไม่ใช่หน้าที่เขาที่ต้องไปรับหน้าอยู่แล้ว

"ไอ้ที่แกสั่งมาแต่ละอย่างเนี่ย ฉันจะไปควานหามาจากที่ไหนวะ?"

ลุงเฉินกังวลแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวจริงๆ

"ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ถึงได้ต้องมารบกวนลุงเฉินให้ช่วยจัดหานี่ไง ผมเชื่อว่าลุงทำได้แน่นอน"

"แกนี่มัน...!"

มุมปากของลุงเฉินกระตุกรัวๆ

"เอาเหอะ เดี๋ยวฉันลองถามคนอื่นดูให้ ได้ไม่ได้ก็อีกเรื่องนะ เพราะช่วงนี้ทางฝั่งอมนุษย์เองก็ดูจะไม่ค่อยสงบสุขเท่าไหร่"

"ผมรู้ว่าลุงเฉินต้องทำได้แน่นอนครับ" กู่ซินฉีกยิ้มกว้าง

"ที่บอกว่าทางนั้นไม่ค่อยสงบ เป็นเพราะเรื่องที่ท่านจู้ฝู่เดินทางไปที่นั่นเหรอครับ?"

"ก็ใช่น่ะสิ ว่ากันว่าท่านจู้ฝู่ลงมือหนักมากจนสภาพแวดล้อมในทุ่งหญ้าซีเฟิงเปลี่ยนไปเลยล่ะ" ลุงเฉินเล่าอย่างทึ่งๆ

กู่ซินเลิกคิ้วขึ้น ถ้าเขาจำไม่ผิด ท่านจู้ฝู่เป็นอาชีพสายอัศวินใช่ไหมนะ? แต่ช่างเถอะมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับเขาอยู่ดี

อย่างน้อยในตอนนี้เขาก็ไม่มีความรู้สึกที่ดีให้กับเผ่าอมนุษย์เลย ต่อให้จะถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เขาก็คงไม่รู้สึกอะไร ถ้าจะมีใครสักคนล้างบางเผ่าอมนุษย์ในทุ่งหญ้าซีเฟิงได้จริงๆ กู่ซินนอกจากจะไม่ห้ามแล้วยังอาจจะขอยกนิ้วโป้งให้เลยว่า "ท่านสุดยอดมาก" ช่วยไม่ได้จริงๆ เรื่องของอานันทะมันทำเอาคะแนนความประทับใจของอมนุษย์ติดลบไปหมดแล้วสำหรับเขา

แถมไททันบีฮีมอธที่อยู่หลังประตูมิตินั่นก็เป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่เกินไป ถ้าปล่อยให้มันเข้ามาในโลกหลักได้ล่ะก็ ไม่รู้ว่าจะเกิดความวุ่นวายขนาดไหน

"ค่าวัตถุดิบทั้งหมดเท่าไหร่ครับ ผมจะโอนเงินให้" กู่ซินเตรียมตัวจ่ายเงิน

"ไม่ต้องหรอก" ลุงเฉินกลอกตามองบนพลางปฏิเสธ

"คราวก่อนที่แกช่วยเมียฉันสร้างการ์ดใบนั้น เราตกลงกันไว้แล้วนี่ว่าจะหาวัตถุดิบพวกนี้มาให้ ฉันไม่ใช่คนชอบกลับคำพูดหรอกนะ" ลุงเฉินจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบ

"แบบนี้มันจะดีเหรอครับ?"

"รีบไสหัวไปได้แล้ว อย่ามาขวางทางตอนฉันกำลังดื่มด่ำกับงานศิลปะ" ลุงเฉินเริ่มไล่แขก

"โถ่เอ๊ย ลุงเฉินนี่ล่ะก็ เย็นชาชะมัดเลยนะ เดี๋ยวผมจะเอาเรื่องที่ลุงแอบอ่านหนังสือโป๊ไปบอกพี่สะใภ้แน่!"

"???!"

กู่ซินถูกลุงเฉินถือไม้กวาดไล่ออกจากร้านขายของชำพลางบ่นพึมพำกับตัวเองว่าโลกนี้อยู่ยากขึ้นทุกวัน เมื่อก่อนลุงเฉินยังไม่ขี้โมโหขนาดนี้เลยนะเนี่ย

เขากวาดสายตามองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นวี่แววของเสิ่นชิงเฉิงแล้ว กู่ซินจึงสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าออกเดินทางต่อ

ในตอนนี้เขารู้สึกคึกคักเป็นพิเศษ หรือพูดง่ายๆ คืออยากจะลองของใหม่เต็มทีแล้ว

เมื่อกลับถึงร้านการ์ดบลูสตาร์ กู่ซินก็รีบมุ่งหน้าไปยังห้องใต้ดินทันทีโดยไม่รอช้า

"เสี่ยวชัง ฉันลงไปหลอมการ์ดนะ มื้อเที่ยงเธอกับมุตสึมิไปหาอะไรกินกันก่อนได้เลย"

"โอเคค่ะ เจ้านายสู้ๆ นะคะ~"

เฟิงชวน เสียงจื่อชินกับเรื่องแบบนี้ไปแล้วล่ะ

กู่ซินก้าวเข้าลิฟต์ลงไปยังชั้นใต้ดิน ทันทีที่ประตูเปิดออก เขาก็รีบเดินตรงไปที่เตาหลอมเล่นแร่แปรธาตุทันที

เขาเปิดม้วนคัมภีร์มิติที่ได้รับจากลุงเฉินออกดู ปรากฏร่างของคิเมร่าขนาดใหญ่หลายตัวตรงหน้ากู่ซิน

"ยังดูน่าเกลียดเหมือนเดิมเลยนะเนี่ย แต่ช่างเถอะ"

กู่ซินพิจารณาพวกมันดู พบว่ามีคิเมร่าอยู่ทั้งหมดห้าตัว และทั้งหมดเป็นระดับสี่ เมื่อรวมกับตัวที่เขาเคยได้จากอาจารย์หลัวเฟยมาก่อนหน้านี้ที่เขาจงใจเก็บไว้ กู่ซินก็จะมีคิเมร่าระดับสี่รวมเป็นหกตัวพอดี

จุดที่น่าสนใจคือ คิเมร่าทั้งหกตัวนี้ต่างก็มีความแตกต่างกันไปบ้างตามลักษณะเด่น สมกับที่เป็นสายพันธุ์คิเมร่าจริงๆ

"คุณภาพใช้ได้เลยล่ะ โอเค!"

กู่ซินคัดเลือกคิเมร่าสามตัวที่ดูสมบูรณ์ที่สุดเพื่อเตรียมเริ่มการสร้างการ์ด

[คิเมร่า] + [คิเมร่า] + [คิเมร่า] + [หินมานา]

กู่ซินโยนคิเมร่าสามตัวพร้อมกับหินมานาเกรดสูงลงในเตาหลอมเล่นแร่แปรธาตุทั้งหมด

เขาหายใจเข้าลึกๆ และค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ หลับตาลงเพื่อปรับสมาธิให้เข้าสู่สภาวะที่ดีที่สุด

"เริ่มกันเลย"

กู่ซินค่อยๆ หลับตาลง ยกแขนขึ้นและเริ่มถ่ายโอนมานาเข้าไปในเตาหลอมอย่างต่อเนื่อง

ตูม! ตูม! ตูม!

เตาหลอมเริ่มทำงาน!

เมื่อวัตถุดิบทั้งหมดถูกหลอมรวมกันแล้ว พลังจิตของกู่ซินก็เชื่อมต่อเข้ากับเตาหลอมทันที ปล่อยให้จินตนาการโลดแล่น

ฟิวชั่น! หลอมรวม! ฟิวชั่น...!

ในหัวของกู่ซินมีเพียงองค์ประกอบเดียวที่เขาต้องการจะใส่ลงไปในการ์ดใบนี้

สิ่งที่เขาต้องการคือผลลัพธ์ของคำว่า "ฟิวชั่น" เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

กู่ซินมีสมาธิสูงมาก เพราะเขารู้ดีว่าตอนนี้เขามีคิเมร่าเหลืออยู่อีกเพียงแค่สามตัวเท่านั้น จึงแทบไม่มีโอกาสให้ทำผิดพลาดได้เลย

พลังจิตจดจ่ออย่างที่สุด มานาถูกป้อนเข้าไปอย่างสม่ำเสมอและมั่นคง

เวลาผ่านไปนาทีต่อนาที ประมาณหนึ่งชั่วโมงผ่านไป เปลวไฟในเตาหลอมค่อยๆ มอดดับลง กู่ซินหยุดการส่งมานา

เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก

สำเร็จแล้ว!

กู่ซินมองไปที่ช่องรับการ์ด ปรากฏการ์ดที่มีแสงสีม่วงอ่อนส่องประกายเลื่อนออกมาอย่างช้าๆ

"เป็นแค่สีม่วงเองเหรอ? ก็เอาเถอะ"

กู่ซินหยิบการ์ดขึ้นมามองดู สีหน้าของเขาแอบเสียดายนิดๆ ที่มันไม่ใช่สีทอง แต่ความดีใจที่ทำสำเร็จนั้นมีมากกว่า

กู่ซินจ้องมองภาพบนการ์ดใบนี้แล้วมุมปากก็ยกขึ้นสูงกว่าเดิม

[ฟิวชั่น]

[ประเภท: การ์ดเวทมนตร์]

[ระดับ: สี่ดาวสีม่วง]

[ธาตุ: ไม่มี]

[ความสามารถ: สามารถเลือกเป้าหมายได้ตั้งแต่สองถึงสามตัวเพื่อทำการหลอมรวมกัน โดยเป้าหมายเหล่านั้นจำเป็นต้องมีคุณสมบัติที่สามารถวิวัฒนาการหรือหลอมรวมกันได้]

[(คำโปรย: การฟิวชั่นคือวิธีการอัญเชิญที่สูงส่งที่สุด!)]

"ฮ่าๆๆๆๆ ใช้ได้เลย!"

เมื่อเห็นการ์ด [ฟิวชั่น] ระดับสี่ดาวใบนี้ กู่ซินก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดหัวเราะออกมาอย่างสะใจ หากมีการ์ดใบนี้ล่ะก็...

เขาจะสามารถสร้าง "ปาฏิหาริย์" ขึ้นมาได้จริงๆ หรือเปล่านะ?!

เมื่อคิดได้ดังนั้น กู่ซินก็ไม่อาจข่มความตื่นเต้นไว้ได้อีกต่อไป เขาจึงรีบกลับขึ้นไปด้านบนทันที

"เจ้านายออกมาแล้วเหรอคะ? มาทานมื้อเที่ยงด้วยกันพอดีเลยค่ะ"

เฟิงชวน เสียงจื่อและวากะบะ มุตสึมิกำลังเริ่มลงมือทานมื้อเที่ยงกันอยู่พอดี

"เรื่องกินเอาไว้ก่อนเถอะ เสี่ยวชัง เสี่ยวมุตสึมิ พวกเธอตามฉันมานี่สิ ฉันมีของดีจะให้ดู"

กู่ซินเอ่ยกับพนักงานสาวทั้งสองคน

"ได้เลยค่ะ" เฟิงชวน เสียงจื่อรู้ทันทีว่ากู่ซินต้องเพิ่งจะสร้างการ์ดที่ทรงพลังมากออกมาแน่นอน

เธอรีบวางตะเกียบแล้วจูงมือมุตสึมิเดินตามกู่ซินไปยังสวนหลังบ้านทันที

กู่ซินยังไม่เริ่มในทันที เขาหยิบยามานาออกมาดื่มขวดหนึ่งและรออยู่พักใหญ่จนกระทั่งมานาในร่างกายกลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง

อาร์ลมีน่าและเมย่าเงือกน้อยทั้งสองตนว่ายน้ำมาเกาะขอบบ่อ ยูมิและเทลมอนพร้อมสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆ ต่างก็มายืนรวมกลุ่มกันอยู่ที่แทบเท้าของเสียงจื่อและมุตสึมิ "จงออกมา อาคูมอน การูรูมอน!"

กู่ซินหยิบการ์ดสองใบออกมาอัญเชิญ วงเวทอัญเชิญส่องแสงสว่างจ้า อาคูมอนและการูรูมอนปรากฏตัวขึ้นตรงหน้ากู่ซินในทันที

ตามมาด้วย [การ์ดส่วนประกอบวิวัฒนาการ]

"วิวัฒนาการ!"

แสงแห่งวิวัฒนาการเข้าห่อหุ้มร่างกายของทั้งสองตัว แสงสว่างนั้นเจิดจ้าจนแสบตา และท่ามกลางแสงเหล่านั้น รูปร่างของพวกมันก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ปรากฏร่างของวอร์เกรย์มอนที่ดูองอาจและน่าเกรงขามยืนเด่นอยู่เคียงข้างกับสิ่งมีชีวิตจักรกลสีม่วงมาดขรึมดูเย็นชาในรูปร่างของหมาป่า

[เมทัลการูรูมอน]

[ประเภท: การ์ดอัญเชิญ]

[ระดับ: สี่ดาวสีทอง]

[ธาตุ: น้ำแข็ง]

[คุณลักษณะเผ่าพันธุ์: หนาวเหน็บขั้วโลก]

[(คำโปรย: นายเคยเห็นหมาป่าตัวไหนที่เท่ขนาดนี้มาก่อนไหม?)]

สาเหตุที่กู่ซินยังไม่ขาย [การ์รูรูมอน] ออกไป ก็เพื่อรอจังหวะนี้นั่นเอง แน่นอนว่านี่คือการ์รูรูมอนใบที่สองที่เขาสร้างขึ้น และใบนี้เป็นสีทองระดับตำนาน

ส่วนการ์รูรูมอนระดับมหากาพย์สีม่วงใบแรกนั้น เขาได้ขายให้หลี่หัวฉี่ไปตอนที่ท่านอธิการบดีมาเหมาการ์ดที่ร้านไปครั้งก่อนโน้น

จู่ๆ ก็อัญเชิญวอร์เกรย์มอนกับพวกออกมาเนี่ยนะ? เจ้านายคิดจะทำอะไรกันแน่?

เฟิงชวน เสียงจื่อและคนอื่นๆ ต่างพากันสงสัยขณะจ้องมองมังกรยักษ์ในชุดเกราะและหมาป่าจักรกลตรงหน้า

"เอาล่ะ ต่อจากนี้คือขั้นตอนสุดท้ายแล้ว"

กู่ซินมองดูสิ่งมีชีวิตทั้งสองตนที่ยืนอยู่อย่างเชื่อฟังตรงหน้า ในตอนนี้เขารู้สึกตื่นเต้นจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น

"ฟิวชั่น!"

เขาใช้ปลายนิ้วคีบการ์ด [ฟิวชั่น] ระดับสี่ดาวไว้แน่นก่อนจะถ่ายโอนมานาเข้าไป

การ์ด [ฟิวชั่น] พลันระเบิดแสงที่เจิดจ้าและงดงามออกมา มานาสองสายพุ่งออกมาจากการ์ดในพริบตาเข้าห่อหุ้มวอร์เกรย์มอนและเมทัลการูรูมอนเอาไว้

"ฟิวชั่น!"

ทั้งสองตนกลายเป็นพลังงานสีทองและสีน้ำเงินลอยขึ้นสูงไปบนท้องฟ้าและเริ่มพันเข้าหากันและหลอมรวมกันอย่างต่อเนื่อง

"นี่มัน...!"

เมื่อเห็นฉากที่แสนจะคุ้นตานี้ เฟิงชวน เสียงจื่อถึงกับอึ้งไป ดวงตาสีทองของเธอจ้องมองกลุ่มพลังงานที่กำลัง "ผสมผสาน" กันอยู่กลางอากาศตาไม่กะพริบ เธอพาลนึกไปถึงตอนที่เทวนารีมอนกับอสูรสาวเทวะหลอมรวมกันครั้งนั้น หรือว่า...? "หลอมรวม... ยกระดับ..." วากะบะ มุตสึมิพึมพำออกมาแผ่วเบา ดวงตามีประกายแสงสีชมพูและสีเขียววูบไหว

กลางท้องฟ้า แสงสีทองและสีน้ำเงินยังคงหลอมรวมกันอย่างต่อเนื่อง กู่ซินสัมผัสได้อย่างชัดเจนเลยว่ามานาในร่างกายของเขากำลังถูกสูบออกไปอย่างรวดเร็ว ความเร็วในการสูบนั้นก้าวข้ามสิ่งที่เขาจินตนาการไว้ไปไกลมาก ร่างกายของเขาเหมือนกำลังถูกดูดจนแห้งเหือด

ทั้งที่เขาเป็นเจ้าของพรสวรรค์ "ลดการใช้พลังงาน" ซึ่งการใช้การ์ดของตัวเองนั้นจะเสียมานาน้อยมากจนน่าเหลือเชื่อ

ต่อให้เขาจะอัญเชิญการ์ดสีทองสี่ดาวออกมาทีละหลายๆ ใบพร้อมกัน เขาก็ยังรับไหว ครั้งเดียวที่มานาของเขาเกือบจะหมดคือตอนศึกเมืองอินเฉิงเท่านั้น

แต่ในตอนนี้ที่เวลาผ่านมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว หลังจากที่เขาได้กินใบไม้แห่งต้นไม้โลกเพิ่มอีกสองใบและเมล็ดพันธุ์จิตวิญญาณอีกหนึ่งเม็ด ซึ่งมันช่วยเพิ่มทั้งพลังชีวิตและพลังจิต รวมถึงมานาในร่างกายของเขาก็เพิ่มขึ้นมหาศาลจากเดิมมาก

ทว่าในตอนนี้เขากลับรู้สึกเหมือนมานากำลังถูกสูบออกไปอย่างบ้าคลั่ง เป็นเพราะ [ฟิวชั่น] กำลัง "กระหาย" มานาของเขาเพื่อสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา

ใบหน้าของกู่ซินเริ่มจะซีดขาวลงเรื่อยๆ แบบนี้ไม่ดีแน่ มานาของเขากำลังจะแห้งเหือดแล้ว

ในขณะเดียวกันที่บนท้องฟ้า แสงสีทองและสีน้ำเงินได้หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว แรงกดดันอันมหาศาลที่หนักอึ้งเริ่มแผ่กระจายออกมาปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ "นั่นมันอะไรกันน่ะ?"

เมย่าลอบกลืนน้ำลายลงคอพลางพยายามจะมุดน้ำหนีตามสัญชาตญาณ

ไม่สิ ไม่ใช่แค่พยายาม แต่ตอนนี้เธอได้มุดร่างเกือบทั้งหมดลงไปใต้ผิวน้ำเรียบร้อยแล้ว

วิ้ง วิ้ง วิ้ง~

อากาศในตอนนี้ดูเหมือนจะมีความหนาแน่นจนอึดอัด เธอรู้สึกราวกับว่าการหายใจนั้นทำได้ยากเย็นเหลือเกิน ขนลุกซู่ไปทั้งตัว แม้แต่เกล็ดบนตัวก็ยังตั้งชันด้วยความหวาดกลัว อาร์ลมีน่าเองก็มีสีหน้าที่เคร่งขรึมอย่างที่สุด

"ไม่ได้การ ถ้ายังถูกสูบต่อไปแบบนี้ มีหวังต้องเสียพลังชีวิตแน่ๆ ดูเหมือนว่าจะยั... หืม?"

กู่ซินกัดฟันแน่น ในใจเริ่มมีความคิดที่จะยอมแพ้แล้วเพราะมานาของเขาใกล้จะหมดเกลี้ยงจริงๆ

แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะยุติทุกอย่างลง...

ปั้ง~!

ผ้าคลุมสีขาวด้านในสีแดงปลิวพริ้วไหวอยู่กลางอากาศ แสงสว่างสลายหายไปจนหมดสิ้น ปรากฏร่างของอัศวินศักดิ์สิทธิ์สีขาวผู้สง่างามและน่าเกรงขามส่องประกายศักดิ์สิทธิ์อยู่ภายใต้แสงแดดยามเที่ยงวัน

ยิ่งใหญ่และทรงพลัง!

การฟิวชั่นเสร็จสมบูรณ์แล้ว!

"สำเร็จแล้ว! ฉันทำสำเร็จแล้ว! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!"

แม้กู่ซินจะมีใบหน้าขาวซีดจนแทบไม่มีสีเลือด แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจอย่างที่สุด หรือพูดได้ว่าเขาในตอนนี้กำลังอยู่ในภาวะที่อะดรีนาลีนพุ่งสูงจนถึงขีดสุดเลยทีเดียว

เขาทำได้จริงๆ! เขาทำสำเร็จแล้ว!

"โอเมกามอน! โอเมกามอนล่ะ!! ฮ่าๆๆๆๆๆ!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 430 - โอเมกามอน! ฉันทำสำเร็จแล้ว ฮ่าๆๆๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว