- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 115 : ความไม่ยี่หระของอัจฉริยะจากมณฑลข้างเคียง
บทที่ 115 : ความไม่ยี่หระของอัจฉริยะจากมณฑลข้างเคียง
บทที่ 115 : ความไม่ยี่หระของอัจฉริยะจากมณฑลข้างเคียง
บทที่ 115 : ความไม่ยี่หระของอัจฉริยะจากมณฑลข้างเคียง
"?"
อะไรวะนั่น?
เมื่อได้ยินประโยคนี้ มู่หลินยวนถึงกับคิดว่าตัวเองหูฝาดไป
เจตจำนงขั้นสมบูรณ์แบบถึงสามชนิด? แถมยังอยู่ในตัวของคนระดับสองขั้นกลางเนี่ยนะ?
ตัวเขา มั่นใจว่าพรสวรรค์และการรู้แจ้งของตนเองนั้นหาได้ยากในหมื่นคน ตอนนี้เขาเป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสามขั้นต้นแล้ว
แถมยังได้รับการสนับสนุนทรัพยากรมหาศาลจากตระกูลและโรงเรียน แต่เขาก็เพิ่งจะฝึกฝน 'เจตจำนงขั้นก่อตัว' ได้ถึงขั้นสมบูรณ์เพียงแค่สองชนิดเท่านั้น!
ยังห่างไกลจากคำว่า 'เจตจำนงขั้นเริ่มต้น' ของจริงอีกตั้งแสนโยชน์!
แล้วไอ้ข่าวนี่มันจะไร้สาระเกินไปหน่อยไหม?
เขารู้สึกว่านี่คงเป็นเรื่องเพ้อเจ้อของพวกบ้านนอกที่ไม่เคยเห็นโลกกว้างมาแต่งเรื่องหลอกเด็กแน่ๆมันฟังดูไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย
เมื่อเห็นสีหน้าไม่เชื่อของมู่หลินยวน อาเฟยก็เริ่มร้อนรน รีบกดเปิดคลิปวิดีโอในแท็บเล็ตให้ดูทันที
"ลูกพี่! เรื่องจริงล้านเปอร์เซ็นต์เลยนะ! ตอนนี้เว็บบอร์ดของทั้งสามมณฑลแชร์กันให้ว่อนแล้ว! นี่คลิปเหตุการณ์จริง มีคนเห็นตั้งเยอะแยะ!"
มู่หลินยวนเหลือบสายตาลงไปมองคลิปนั้นอย่างอดไม่ได้…
เมื่อเห็นสีหน้าไม่เชื่อของมู่หลินยวน อาเฟยก็เริ่มร้อนรน รีบกดเปิดคลิปวิดีโอในแท็บเล็ตให้ดูทันที
"ลูกพี่! เรื่องจริงล้านเปอร์เซ็นต์เลยนะ! ตอนนี้เว็บบอร์ดของทั้งสามมณฑลแชร์กันให้ว่อนแล้ว! นี่คลิปเหตุการณ์จริง มีคนเห็นตั้งเยอะแยะ!"
มู่หลินยวนเหลือบสายตาลงไปมองคลิปนั้นอย่างเสียไม่ได้...
ถึงแม้ภาพในคลิปจะค่อนข้างมัว แต่ก็ยังพอมองเห็นได้อย่างชัดเจน ว่าเด็กสาวที่ชื่อกู่เยว่ซีคนนั้น ใช้นิ้วชี้จิ้มออกไปเบาๆด้วยท่วงท่าที่ดูชิลสุดๆก่อนจะดีดเอาอัจฉริยะวิถีดาบที่ทุ่มสุดตัวจนปลิวละลิ่วกระเด็นไปพร้อมกับดาบของเขา!
พอได้เห็นแบบนั้น สีหน้าของมู่หลินยวนก็เริ่มจะจริงจังขึ้นมาบ้างแล้ว
เขาจำใจต้องยอมรับว่า อนุภาพของนิ้วที่จิ้มออกไปนั่น...มันก็ร้ายกาจพอตัวเลยทีเดียว
แต่แล้วมันยังไงล่ะ?
การมองผ่านหน้าจอแบบนี้ มันไม่สามารถสัมผัสถึงกลิ่นอายในสถานที่จริงได้เสียหน่อย แล้วจะเอาอะไรมาพิสูจน์ล่ะว่า ยัยนั่นบรรลุเจตจำนงขั้นสมบูรณ์แบบถึงสามชนิดจริงๆ?
เอาล่ะ ถอยให้ก้าวหนึ่งก็แล้วกัน
ต่อให้เรื่องนี้จะเป็นความจริง ต่อให้ยัยนั่นจะมีพรสวรรค์ในการรู้แจ้งที่ฝืนกฎสวรรค์ถึงขนาดนั้นจริงๆแล้วมันจะทำไมล่ะ?
มู่หลินยวนส่ายหน้าเบาๆพลางรู้สึกขบขันอยู่ลึกๆ
ระดับสองขั้นกลาง...พลังบ่มเพาะมันต่ำเตี้ยเรี่ยดินเกินไป พลังโลหิตกับพลังจิตจะมีสักกี่แต้มกันเชียว?
ต่อให้มีเจตจำนงขั้นสมบูรณ์แบบสักหมื่นชนิดอยู่ในมือ แล้วนางจะดึงพลังของมันออกมาใช้ได้สักแค่ไหนกัน?
เผลอๆแค่นิ้วเดียวที่จิ้มออกไปเมื่อกี้ ก็คงจะสูบพลังของนางไปจนเกลี้ยงหลอดแล้วล่ะมั้ง?
นี่มันก็แค่ 'ปืนใหญ่แก้ว' ที่ดูดีแต่เปลือกนอก ทว่าเปราะบางจนใช้การจริงไม่ได้ก็เท่านั้นแหละ
ก็เหมือนกับเด็กสามขวบที่ถืออาวุธเทพอยู่ในมือ ต่อให้อาวุธจะทรงพลังแค่ไหน แต่ถ้าตัวคนใช้ไร้เรี่ยวแรง มันก็ไม่มีทางดึงอานุภาพออกมาได้แม้แต่หนึ่งในหมื่นส่วนหรอก
ถ้าต้องมาเจอกับข้า ยัยนั่นคงรับมือได้ไม่ถึงสามกระบวนท่าด้วยซ้ำมั้ง?
มู่หลินยวนมีความมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม
เมื่อหนึ่งปีก่อน เขาเพิ่งย้ายโรงเรียนจากฮ่องกงมาที่มณฑลเทียนฮั่ว และตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ เขาได้ใช้พลังที่เหนือชั้นกว่าอย่างเทียบไม่ติด เหยียบย่ำพวกที่เรียกตัวเองว่าอัจฉริยะภายในมณฑลนี้ให้จมดินมาหมดแล้ว!
สิ่งที่เขาต้องทำต่อไป ก็คือการคว้าตำแหน่งอันดับหนึ่งในการสอบร่วมสามมณฑลมาให้ได้อย่างไร้ข้อกังขา!
เพราะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ที่จะพิสูจน์ให้พวกตาแก่ในตระกูล และพี่ชายที่คอยกดหัวเขาอยู่เสมอได้เห็นว่าเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าใครหน้าไหนทั้งนั้น!
"คนพรรค์นี้ ไม่มีอะไรให้น่ากลัวหรอก ไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจให้มากความ"
มู่หลินยวนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สำหรับเขาแล้ว เมื่อเทียบกับพวกที่ถูกยกยอว่าเป็นสัตว์ประหลาดแห่งแผ่นดินใหญ่พวกนี้
สิ่งที่เขาให้ความสนใจมากกว่า คือสัตว์ประหลาดที่แท้จริงอีกคนหนึ่งต่างหาก...
เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปถามอาเฟยว่า
"ไอดีเกมของพี่ชายข้าออนไลน์หรือยัง?"
อาเฟยชะงักไปนิดหนึ่ง เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าจุดประสงค์หลักที่ตัวเองวิ่งหน้าตั้งเข้ามาคืออะไร เขารีบตอบกลับทันที
"อ๋อๆๆ! ลูกพี่! ข้าจับตาดูอยู่ตลอดเลย! พี่ชายของลูกพี่เพิ่งจะออนไลน์เมื่อกี้นี้เอง แถมเริ่มลงแข่งรอบท้าประลองไปแล้วด้วย! ที่ข้ารีบวิ่งมา ก็กะจะมาบอกเรื่องนี้นี่แหละครับ!"
"...คราวหลังเรื่องสำคัญแบบนี้ ช่วยบอกก่อนได้ไหม?" มู่หลินยวนถึงกับพูดไม่ออก
"หา?"
เชี่ยเอ๊ย คนระดับสองขั้นกลางที่จัดการอัจฉริยะวิถีดาบได้ในพริบตา แถมยังมีเจตจำนงขั้นสมบูรณ์แบบถึงสามชนิด สุดยอดสัตว์ประหลาดขนาดนี้ นี่มันยังไม่สำคัญอีกเหรอวะ?
แต่ภายใต้สายตากดดันของมู่หลินยวน เขาก็ทำได้แค่พยักหน้ารับรัวๆไม่กล้าปริปากเถียงแม้แต่ครึ่งคำ
ในเมื่อพี่ชายออนไลน์แล้ว มู่หลินยวนก็ไม่คิดจะนั่งบ่มเพาะพลังต่อไปอีก
สำหรับเขา การได้ศึกษารูปแบบการต่อสู้ของพี่ชาย มันสำคัญกว่าการนั่งบ่มเพาะพลังอยู่เฉยๆเป็นไหนๆ
พี่ชายของเขาน่ะ คือสัตว์ประหลาดที่แท้จริง
เขาคือบุตรชายคนโตสายตรงแห่งตระกูลมู่ ตระกูลชั้นนำแห่งฮ่องกง ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น 'บุตรกิเลน' ที่ร้อยปีจะมีสักคนของตระกูลมู่
พรสวรรค์ด้านวิถีแห่งยุทธ์ของเขานั้นสูงส่งจนทำให้เด็กรุ่นเดียวกันต้องรู้สึกสิ้นหวัง
เมื่อสองปีก่อน ตอนที่พี่ชายเรียนอยู่มัธยมปลายในเมืองจงไห่ เขาก็ได้ใช้ท่วงท่าอันเหนือชั้น กวาดล้างเหล่าอัจฉริยะทั่วทั้งเมืองจงไห่จนราบคาบ!
ด้วยระดับพลังบ่มเพาะเพียงแค่จอมยุทธ์ระดับสามขั้นต้น เขาสามารถคว้าตำแหน่งอันดับหนึ่งในการสอบร่วมของเมืองจงไห่มาครองได้อย่างไร้ข้อกังขา! และก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัยเมืองหลวงได้อย่างสง่างาม!
นั่นมันเมืองจงไห่เชียวนะ!
เมืองที่มีเศรษฐกิจเจริญรุ่งเรืองที่สุดในสหพันธรัฐต้าเซี่ย ศูนย์รวมของเหล่าอัจฉริยะชั้นยอด เจ้าค่าของการสอบร่วมที่นั่น มันเทียบไม่ได้เลยกับมณฑลในแผ่นดินใหญ่!
และตอนนี้ เวลาผ่านไปเพียงแค่สองปีสั้นๆพี่ชายของเขากลับสามารถก้าวข้ามหุบเหว 'เตาหลอมพลังโลหิต' ไปได้อย่างงดงาม และก้าวเข้าสู่ระดับกลาง กลายเป็นจอมยุทธ์ระดับสี่ขั้นต้นอย่างเป็นทางการแล้ว!
เท่านั้นยังไม่พอ เขายังบรรลุเจตจำนงขั้นเเตกฉานอีกถึงสองชนิดด้วย!
ข่าวนี้เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมาก กว่าจะสืบรู้มาได้เมื่อไม่กี่วันก่อน
ว่ากันว่า ในหมู่นักศึกษาชั้นปีที่สองของมหาวิทยาลัยเมืองหลวงรุ่นนี้ ความแข็งแกร่งของพี่ชายเขาก็จัดอยู่ในระดับแนวหน้าเลยทีเดียว!
และประจวบเหมาะกับที่เขาบังเอิญไปรู้มาว่า ช่วงนี้พี่ชายกำลังเตรียมตัวทดสอบพลังต่อสู้ที่เพิ่งทะลวงเข้าสู่ระดับสี่ ในเกมจำลองการต่อสู้เสมือนจริงแบบโฮโลแกรม
เพราะแบบนี้แหละ เขาถึงได้สั่งให้อาเฟยไม่ต้องทำอะไรอย่างอื่นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เอาแต่นั่งเฝ้าไอดีเกมของพี่ชายอย่างเดียวเลย
เกมนี้มีชื่อว่า 'โลกจำลองหลิงอู่อู๋เจียน' เป็นโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่สมาพันธ์หลิงอู่แห่งต้าเซี่ยทุ่มทุนสร้างมหาศาล โดยร่วมมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับท็อปของสหพันธรัฐ
ตัวเกมใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อคลื่นสมอที่ล้ำสมัยที่สุด โดยเคลมว่ามีความคลาดเคลื่อนจากการต่อสู้ในโลกแห่งความเป็นจริงไม่เกิน 5%!
มันสามารถจำลองสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ผู้เล่นได้ฝึกฝนทักษะการต่อสู้อย่างแม่นยำ จำลองสถานการณ์จริง หรือแม้กระทั่งใช้ทดสอบระดับพลังต่อสู้ของตัวเองได้
ติดอยู่ตรงที่ว่า อุปกรณ์สำหรับเข้าเล่นเกมนี้มันแพงหูฉี่! แค่เครื่องเล่นระดับเริ่มต้นที่ถูกที่สุด ก็ปาเข้าไปหลักล้านเหรียญสหพันธรัฐแล้ว!
ดังนั้น ของเล่นไฮเทคแบบนี้จึงไม่มีทางโผล่ไปให้เห็นในเมืองเล็กๆอย่างเจียงเฉิงหรอก แต่สำหรับแวดวงอัจฉริยะในเมืองใหญ่อย่างตูหนานหรือเทียนฮั่ว มันกลับเป็นที่นิยมอย่างมาก
ยิ่งถ้าเป็นเมืองใหญ่อย่างฮ่องกง เมืองหลวง หรือจงไห่ล่ะก็ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นของมันต้องมีสำหรับอัจฉริยะทุกคนไปแล้ว เผลอๆมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรการบ่มเพาะพลังไปแล้วด้วยซ้ำ
มู่หลินยวนไม่ปล่อยให้ตัวเองเสียเวลาคิดฟุ้งซ่านอีกต่อไป เขาสาวเท้าเดินตรงไปยังมุมหนึ่งของห้องฝึก ซึ่งมีเครื่องเล่นเกมแคปซูลสีเงินขาวสุดหรูหราที่ดูราวกับหลุดมาจากหนังไซไฟตั้งตระหง่านอยู่
เขาทิ้งตัวลงนอนภายในแคปซูล ก่อนที่ฝาครอบจะค่อยๆปิดลงอย่างนุ่มนวล
เมื่อกระแสไฟฟ้าอ่อนๆแล่นผ่านร่าง สติสัมปชัญญะของเขาก็ถูกดึงดูดเข้าสู่พื้นที่เสมือนจริงที่เต็มไปด้วยสายธารข้อมูลในชั่วพริบตา
[ยินดีต้อนรับสู่ 'โลกจำลองหลิงอู่อู๋เจียน'! ขอให้สนุกกับการเล่นเกม!]
วินาทีต่อมา ภาพเบื้องหน้าก็พลันสว่างวาบขึ้น
ปรากฏเป็นลานกว้างลอยฟ้าขนาดมหึมาสุดลูกหูลูกตา ผู้เล่นนับไม่ถ้วนกำลังเดินขวักไขว่ไปมา ยานพาหนะและสัตว์ขี่รูปร่างหน้าตาประหลาดตาบินว่อนอยู่เต็มไปหมด บรรยากาศช่างดูคึกคักมีชีวิตชีวาเหลือเกิน
มู่หลินยวนก้มลงมองสารรูปของตัวเอง มันคือมนุษย์ก้างปลาหัวฟูใส่กางเกงในลายดอกสุดบรรเจิด ซึ่งเป็นอวาตาร์ที่เขาสุ่มสร้างขึ้นมาส่งๆเพื่อปิดบังตัวตนนั่นเอง
เขาเปิดฟังก์ชันเข้าชมการแข่งขันอย่างคล่องแคล่ว พิมพ์ไอดีเกมของพี่ชายลงไป แล้วเข้าสู่ที่นั่งผู้ชมในฐานะคนแปลกหน้า
[ติ๊ง! ท่านได้เข้าสู่ห้องแข่งขันของผู้เล่น 'มือใหม่ขอคนแบก' แล้ว!]
ภาพตัดสลับไปอีกครั้ง คราวนี้สติสัมปชัญญะของมู่หลินยวนถูกส่งมายังโคลอสเซียมสไตล์โรมันโบราณอันยิ่งใหญ่อลังการ
ทว่าเขาไม่ได้ยืนอยู่บนลานประลอง แต่กลับได้นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ผู้ชมระดับวีไอพีที่มองเห็นภาพเบื้องล่างได้อย่างชัดเจนที่สุด
เมื่อทอดสายตามองลงไป จะเห็นลานประลองที่ปูด้วยทรายสีขาวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา และเมื่อมองไปรอบๆอัฒจันทร์ที่ลดหลั่นเป็นชั้นๆก็พบว่ามีผู้คนนั่งอยู่กันอย่างเนืองแน่นจนแทบไม่มีที่ว่าง
คนพวกนี้ไม่ใช่ NPC แต่เป็นผู้เล่นจริงๆที่เข้ามาชมการแข่งขันผ่านช่องทางต่างๆเหมือนกับเขา
เห็นได้ชัดเลยว่า ไอดี 'มือใหม่ขอคนแบก' ของพี่ชายเขา เป็นที่เลื่องลือในหมู่ผู้เล่นระดับสูงของ 'โลกจำลองหลิงอู่อู๋เจียน' มานานแล้ว
ในเวลานี้ ณ ใจกลางลานประลอง ร่างในชุดรัดรูปสีดำที่ถือทวนสีเงินกำลังยืนนิ่งตระหง่านราวกับขุนเขาลึกซึ้งดั่งห้วงน้ำ รอคอยให้ระบบสุ่มจับคู่ต่อสู้ให้อย่างใจเย็น
เบื้องหน้าของเขามีหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอ่อนลอยอยู่ พร้อมกับตัวอักษรขนาดใหญ่ที่เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า...
[รอบท้าประลองไร้ขีดจำกัด กระดานที่หนึ่ง! กำลังสุ่มจับคู่ต่อสู้ที่สูสีให้กับท่าน...]
คู่ต่อสู้ที่สูสีงั้นเหรอ...
ระบบจะสุ่มไปเจอใครกันนะ?
มู่หลินยวนเฝ้ารอด้วยความตื่นเต้น เขาอยากจะเห็นนักว่า ในระดับพลังที่เท่าเทียมกัน จะมีใครหน้าไหนสามารถเอาชนะพี่ชายของเขาได้อีก!
…………..