- หน้าแรก
- ระบบรายได้หมื่นล้าน
- บทที่ 771 กำลังจะดังแล้ว
บทที่ 771 กำลังจะดังแล้ว
บทที่ 771 กำลังจะดังแล้ว
ภายในห้องวีไอพีสุดหรูของโรงแรมจุนเซียว เลคไซด์ หลินเจี้ยนและหลินปิงกำลังนั่งอยู่บนโซฟา คุยเรื่องที่เกิดขึ้นกับอู๋ฮ่าวเมื่อตอนเที่ยง
"ไอ้อู๋ฮ่าวคนนั้นมันน่าขยะแขยงจริงๆ ก่อนหน้าจองหองหลังนอบน้อม เปลี่ยนสีหน้าเร็วจนน่าตกใจ!" หลินปิงเริ่มรู้สึกดูแคลนอีกฝ่ายขึ้นมาบ้างแล้ว
สาเหตุก็เพราะเมื่อบ่ายเขาเพิ่งไปเลือกแลมโบร์กินีมาคันหนึ่ง เติมเต็มความฝันซูเปอร์คาร์ที่รอคอยมานานหลายปี ทำให้ตอนนี้เขารู้สึกพองขน ทะนงตัวขึ้นมาไม่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น พี่เขยของเขาคือเฉินเซียว ถ้าไม่ใช่เพราะหลินย่าคอยกำราบสันดานคุณชายล้างผลาญของเขาไว้ล่ะก็ เมื่อตอนเที่ยงเขาคงชี้หน้าด่าอู๋ฮ่าวไปแล้วว่า "แกน่ะมันนับเป็นตัวอะไรกันวะ!"
หลินเจี้ยนนั่งจิบชาอย่างสงบนิ่ง ท่าทางดูเยือกเย็น
"คนประเภทนั้นก็เป็นแบบนี้แหละ ต่อหน้าทำเป็นใจดีกับทุกคน แต่ความใจดีกับการทำงานมันคนละเรื่องกัน... ยิ่งเขาทำสุภาพกับแกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงว่าแกยังเข้าไม่ถึงวงในของเขา"
"ไอ้ท่าทางตอนจบมื้ออาหารนั่นแหละ คือตัวตนที่แท้จริงของเขา"
เฮ้อ——
หลินปิงส่ายหัว "ผมยังชอบคบค้าสมาคมกับพวกคนในบริษัทธุรกิจมากกว่าแฮะ..."
หลินเจี้ยนถลึงตาใส่ "นั่นเพราะแกมันไม่รักดี แกเป็นรองผู้จัดการฝ่ายธุรกิจ คอยคุมแค่ยอดขาย แน่นอนว่าแกไม่ต้องไปยุ่งกับคนพวกนั้นก็ได้ แต่ถ้าแกก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการทั่วไปเมื่อไหร่ งานครึ่งหนึ่งของแกคือการรับมือกับคนพวกนี้แหละ"
หลินปิงหัวเราะแหะๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่ยอมรับฟัง แต่ตอนนี้เขามีแลมโบร์กินีแล้ว ต่อให้โดนด่าสักสองสามคำ หรือโดนอัดสักปึก เขาก็คงไม่รู้สึกเจ็บเท่าไหร่หรอก
กริ๊งๆ——
หลินเจี้ยนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา "พี่สาวแกโทรมา น่าจะกำลังเดินทางมาแล้วล่ะ"
"ฮัลโหล เสี่ยวย่า——" หลินปิงสังเกตเห็นว่าเวลาคนเป็นพ่อคุยกับลูกสาว รอยยิ้มบนใบหน้ามันช่างอ่อนโยนเหลือเกิน ซึ่งตัวเขาเองเกิดมาป่านนี้ยังไม่เคยได้รับเลยสักครั้ง
"อะไรนะ ประธานเฉิน... ก็มาด้วยเหรอ... งั้น... งั้นเดี๋ยวพ่อออกไปรับที่ข้างนอกนะ"
หลินเจี้ยนตื่นเต้นจนลุกพรวดขึ้นมา ทำเอาหลินปิงที่อยู่ข้างๆ พลอยเครียดไปด้วย
พี่เขยจะมา? พูดตามตรง เขาหวาดกลัวพี่เขยคนนี้ยิ่งกว่าพ่อกับพี่สาวรวมกันเสียอีก บางทีอาจไม่ใช่แค่เพราะฐานะตำแหน่งหน้าที่ แต่สาเหตุหลักๆ มาจากครั้งแรกที่เจอกันแล้วโดนเฉินเซียวอัดจนน่วมมากกว่า
ตั้งแต่เกิดมา นอกจากหลินย่าที่เคยลงมือกับเขาแล้ว คนอื่นไม่เคยแม้แต่จะแตะปลายเล็บเขาเลยสักนิด แถมหลินย่าตีเขาก็แค่พอเป็นพิธี ไม่เหมือนเฉินเซียว รายนั้นน่ะอัดจริง!
"พะ... พี่เขยจะมาเหรอ?" หลินปิงหลุดถามออกมาตามสัญชาตญาณ
ตอนนั้นเอง เสียงดุจากปลายสายของหลินย่าก็ดังลอดออกมา "พ่อเป็นผู้ใหญ่ แถมยังเป็นแขกนะ จะออกมารอรับข้างนอกให้มันเสียบุคลิกทำไม ให้หลินปิงออกมารับก็พอแล้ว!"
หลินเจี้ยนถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองตื่นเต้นเกินเหตุไปหน่อย
แต่จะโทษเขาได้เหรอ? ทั่วทั้งโลกนี้จะมีสักกี่คนที่ได้ยินว่าเจ้าของจุนเซียวกรุ๊ปกำลังจะมา แล้วยังคุมอารมณ์ได้อยู่น่ะ?
"ได้ๆ ให้หลินปิงออกไปรับ ให้หลินปิงออกไปรับ" หลินเจี้ยนวางสายแล้วหันไปทำหน้ายักษ์ใส่หลินปิงทันที "มัวยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะ ไสหัวออกไปสิ! ไปรับพี่เขยแก ทำไมไม่รู้จักหัดมีไหวพริบมั่งเลยวะ"
"ผม..." คำว่า 'เ-ี่ย' เกือบหลุดออกจากปาก
หลินปิงรีบวิ่งออกไป ถ้าหลินเจี้ยนไม่ใช่พ่อแท้ๆ เขาคงสวนกลับไปแล้วจริงๆ ช่างน่าโมโหชะมัด!
พอวิ่งออกไปแล้ว เขาก็วิ่งย้อนกลับมา "พ่อครับ——"
"อะไรของแกอีกล่ะ ลนลานเป็นบ้า!" หลินเจี้ยนแผดเสียง
"พี่เขาบอกหรือเปล่าว่าจะมาถึงตอนไหน...?"
"เออ... พ่อลืมถาม!"
"แม่งเอ๊ย ผมล่ะอยากจะถามจริงๆ ว่าใครกันแน่ที่ลนลาน?" หลินปิงสบถเบาๆ ด้วยความไม่พอใจหลังจากก้าวพ้นประตูมาแล้ว
เพราะไม่รู้ว่าพวกเขาจะมาถึงเมื่อไหร่ หลินปิงกลัวว่าจะคลาดกัน จึงรีบวิ่งไปที่โถงหน้าโรงแรมพลางหยิบโทรศัพท์ส่งข้อความถามหลินย่าว่าถึงไหนแล้ว
ขณะนั้น หลินย่าอยู่ที่จุนเซียว เลคไซด์ CBD เซ็นเตอร์ ในห้องทำงานของเฉินเซียว ศึกหนักเพิ่งจะจบลงหมาดๆ
หลังจากโทรหาหลินเจี้ยนเสร็จ เธอก็โยนโทรศัพท์ทิ้งไว้ข้างตัวแล้วไปแต่งหน้าแต่งตัวใหม่ จึงไม่ได้เปิดดูข้อความ
อากาศในเดือนสิงหาคมค่อนข้างร้อน หลินปิงยืนรออยู่หน้าโถงโรงแรมจุนเซียว เลคไซด์ ด้วยความกระวนกระวาย กลัวจะพลาดจังหวะแรกที่เห็นพี่เขยกับพี่สาว
ผ่านไปสิบกว่านาที คนก็ยังไม่เห็น ข้อความก็ยังไม่ตอบ เสื้อเชิ้ตของหลินปิงเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ เขาเอยมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงใครบางคนร้องทักขึ้นจากด้านข้าง: "อ้าว นี่ผู้จัดการหลินไม่ใช่เหรอ? เป็นไงมาไง ถึงได้ลดตัวมาทำหน้าที่พนักงานต้อนรับซะล่ะ?"
น้ำเสียงเยาะเย้ยที่แฝงไปด้วย "ความประสงค์ร้าย" พุ่งเข้าปะทะหน้าทันที
หลินปิงหันขวับไปมอง "แกเองเหรอ?"
ผู้มาเยือนไว้ผมทรงแสกกลาง สวมเสื้อโปโลที่มีโลโก้แบรนด์ตัวใหญ่เบ้อเริ่ม อายุประมาณ 35 ปี กำลังจ้องมองหลินปิงด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร
"ที่แท้ก็แกนี่เอง เติ้งเหว่ย——"
เดิมทีเติ้งเหว่ยเป็นหัวหน้างานฝ่ายสรรหาที่จุนเซียวพลาซ่าสาขา 3 ต่อมาผู้จัดการแผนกสรรหาได้เลื่อนตำแหน่งและถูกย้ายไปเป็นรองผู้จัดการทั่วไปโครงการอื่น เขาคิดมาตลอดว่าตัวเองจะได้ขึ้นครองตำแหน่งแทน ถึงขั้นเตรียมจัดงานเลี้ยงฉลองไว้แล้ว แต่ที่ไหนได้ หลินปิงกลับถูกส่งมาแบบสายฟ้าแลบ มานั่งเก้าอี้ผู้จัดการฝ่ายสรรหาที่สาขา 3 แทนเสียอย่างนั้น
พริบตาเดียว ความฝันของเติ้งเหว่ยก็พังทลาย ด้วยความโกรธจัด เขาจึงลาออกทันที!
แน่นอนว่าตอนจากไป เขาก็ผูกใจเจ็บกับหลินปิงอย่างหนัก ถ้าไอ้เด็กนี่ไม่โผล่มา ตำแหน่งผู้จัดการคนนี้จะไม่ตกเป็นของเขาได้ยังไง?
การขัดขวางทางเจริญของคนอื่น มันร้ายแรงพอๆ กับการฆ่าพ่อฆ่าแม่กันเลยทีเดียว
โดยเฉพาะหลังจากเขาออกไปแล้ว ได้ยินมาว่าจุนเซียวพลาซ่ามีการปรับขึ้นเงินเดือนบ่อยมาก ตอนเขายังอยู่ ตำแหน่งหัวหน้างานได้เงินเดือนหมื่นต้นๆ แต่ตอนนี้สตาร์ทกันที่หลักหมื่นปลายๆ แล้ว
ที่เขารับไม่ได้ยิ่งกว่าคือสวัสดิการที่ยกระดับขึ้นแบบก้าวกระโดด ทั้งรักษาพยาบาลฟรี (รวมถึงสมาชิกในครอบครัว) ค่าเล่าเรียนบุตรหลานเบิกได้เต็มจำนวน แถมล่าสุดยังได้ข่าวว่าจะมีการจัดสรรที่พักให้ฟรีอีก!
พอได้ยินเรื่องพวกนี้ เติ้งเหว่ยแทบจะสติแตก นี่มันไม่ต่างอะไรกับลาออกก่อนจะได้รับชัยชนะเพียงวันเดียวเลยนะเนี่ย!
ทั้งหมดเป็นความผิดของหลินปิง ถ้าไอ้สารเลวนี่ไม่มา เขาคงไม่ต้องตัดสินใจโง่ๆ แบบนั้น ยิ่งลาออกจากจุนเซียว บิสซิเนส แมเนจเมนต์ไปแล้วชีวิตข้างนอกมันไม่รุ่งเหมือนเก่า ความแค้นที่มีต่อหลินปิงจึงยิ่งสุมทรวง
แน่นอนว่าเขาไม่รู้หรอกว่า ที่ผู้จัดการคนก่อนถูกย้ายไปรับตำแหน่งรองผู้จัดการทั่วไปน่ะ ก็เพื่อให้ที่ว่างแก่หลินปิงนั่นแหละ ถ้าหลินปิงไม่มาจุนเซียวพลาซ่าสาขา 3 ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายสรรหาก็คงไม่ว่างลงหรอก
หลินย่ากำชับให้หลินปิงทำตัวติดดิน จนถึงตอนนี้ นอกจากหลิวจิงจิงที่เป็นผู้จัดการทั่วไปของสาขา 3 แล้ว คนอื่นยังไม่มีใครรู้ฐานะที่แท้จริงของหลินปิงเลย ส่วนที่สาขา 2 ที่เขาทำงานอยู่ตอนนี้ มีคนรู้แค่ไม่กี่คน และทุกคนก็ถูกกำชับว่าห้ามป่าวประกาศออกไปเด็ดขาด
"ก็ฉันไง ผู้จัดการหลิน ได้ข่าวว่าแกก็ออกแล้วเหมือนกันนี่? เป็นไงล่ะ วาสนาไม่ถึงแต่ดึงดันจะอยู่ เลยโดนจุนเซียว บิสซิเนส แมเนจเมนต์ เขี่ยทิ้งล่ะสิ?" เติ้งเหว่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
พอได้ยินข่าวว่าหลินปิงออกจากสาขา 3 ไปแล้ว เติ้งเหว่ยก็ยิ่งแค้น!
จะทำอะไรกันแน่ จะแกล้งฉันหรือไง! มาแย่งตำแหน่งฉันไป พอฉัน 'ลาออก' แกดันออกตามซะงั้น นี่มันเห็นฉันเป็นตัวตลกหรือไง?
เดิมทีหลินปิงก็เป็นพวกคุณชายล้างผลาญอยู่แล้ว เพียงแต่มาอยู่เจียงโจวแล้วโดนพี่สาวดัดนิสัยจนเริ่มสุขุมขึ้น แต่การที่เขาไม่ไปหาเรื่องใครก็นับว่าต้องสวดมนต์ขอบคุณพระเจ้าแล้ว นี่ยังจะให้ใครมาข้ามหัวนั่งอึรดหัวกันอีกเหรอ? เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
เขาหันกลับไปตะโกนเรียกเข้าไปในโถงโรงแรม "เฮ้——"
พนักงานต้อนรับรีบวิ่งออกมาหา "สวัสดีครับท่าน มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ?"
หลินปิงยิ้มและพยักหน้า "ผมอยากแจ้งน่ะครับ ว่าโรงแรมของคุณมีไอ้โง่แฝงตัวเข้ามา!"
พนักงานอึ้งไป ทำงานมาตั้งนานเพิ่งเคยเจอเคสแบบนี้เป็นครั้งแรก?
เติ้งเหว่ยโกรธจนหน้าแดง "หลินปิง แกหมายถึงใครวะ?"
หลินปิงไม่สนใจเขาเลย หันไปบอกพนักงานต่อ "ดูสิครับ มันยอมรับเองเสร็จสรรพเลย—— ระบุพิกัดได้แม่นยำมาก!"
พนักงานเข้าใจสถานการณ์ทันที แต่ในขณะเดียวกันก็ทำตัวไม่ถูกด้วยความประหม่า
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย พวกท่านทะเลาะกันแล้วเรียกผมมาทำไม? เป็นแขกทั้งคู่ ผมจะไปช่วยฝั่งไหนได้ล่ะ?
หลินปิงกล่าวต่อ "โรงแรมจุนเซียว เลคไซด์ ในฐานะโรงแรมหรูระดับ 6 ดาวที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ——" เขาไม่ลืมที่จะขิงถล่มตัวช่วยธุรกิจพี่เขยสักหน่อย
"จะอนุญาตให้ไอ้โง่เข้ามาข้างในได้ยังไง ผมขอเสนอให้ขึ้นชื่อไอ้หมอนี่ไว้ใน [รายชื่อบุคคลที่ไม่ต้อนรับ] ไอ้หมอนี่กับสุนัขห้ามเข้าเด็ดขาด!"
เติ้งเหว่ยยืนกอดอก แสยะยิ้มอยู่ข้างๆ "หลินปิง แกนี่มันเด็กน้อยจริงๆ โรงแรมเขาจะไปฟังแกเหรอ? เล่นขายของอยู่หรือไง?"
จากนั้นเขาก็พูดต่อ "ถ้าวันนี้แกทำให้ฉันเข้าโรงแรมไม่ได้ล่ะก็ พ่อจะยืนด้วยมือกินอึให้ดูเลย! แต่ถ้าฉันเข้าไปได้ แกจะว่ายังไง? แกจะยอมกินอึของฉันไหมล่ะ?"
พูดจบเขาก็หัวเราะเยาะออกมาอีกหลายครั้ง
พนักงานคนนั้นรู้สึกว่าคนสองคนนี้ไร้สาระชะมัด ตัวเขาเองที่อยู่ตรงกลางเหมือนไส้แซนด์วิชที่เลือกข้างลำบาก
เขากำลังจะกล่าวขอโทษแล้วเลี่ยงออกไป แต่สายตาพลันเหลือบไปเห็นคนที่ยืนอยู่ข้างหลังหลินปิงไม่ไกล เขาจึงรีบยืนตัวตรงทำความเคารพแล้วตะโกนเรียกเสียงดัง "สวัสดีครับประธานฮัน!"
หลินปิงและเติ้งเหว่ยหันไปมองตามสายตาของพนักงานพร้อมกัน ทั้งคู่ต่างก็ชะงักไป
เติ้งเหว่ยนั้นตะลึงในความงามระดับนางฟ้าของ "ประธานฮัน" ท่านนี้ ผู้หญิงสวยขนาดนี้หาได้ยากยิ่งนัก
ส่วนหลินปิงนั้นประหลาดใจที่ได้เจอฮันเสวี่ยที่นี่พอดี——
เขารู้ดีว่านี่ก็คือผู้หญิงของพี่เขยเฉินเซียว เป็นผู้หญิงระดับ "พระสนม" และเป็นเป้าหมายที่พี่สาวของเขาพยายามตีสนิทด้วยอย่างที่สุด เขาจึงรีบทำความเคารพเลียนแบบพนักงานโรงแรม "ท่านประธานฮัน!"
ฮันเสวี่ยพยักหน้าเบาๆ เมื่อบ่ายเธอเพิ่งเจอหลินปิงมา
เฉินเซียวสั่งแลมโบร์กินีล็อตนี้มาเพื่อให้พวกเธอแต่ละคนไปเลือกไว้สักคัน จะเก็บไว้ใช้เองหรือยกให้ใครก็ได้ตามใจชอบ
เติ้งเหว่ยถูกรัศมีของฮันเสวี่ยสะกดไว้ ยิ่งเห็นพนักงานโรงแรมทำความเคารพอย่างนอบน้อม เขาก็เริ่มสงสัยว่าเธอคือใคร แล้วทำไมหลินปิงถึงรู้จักเธอด้วย?
ฮันเสวี่ยบอกกับพนักงานโรงแรม "สถานการณ์เมื่อครู่ ฉันเข้าใจหมดแล้วค่ะ..." เมื่อกี้เธอแอบได้ยินบทสนทนาระหว่างหลินปิงกับเติ้งเหว่ยเข้าพอดี
คำพูดนี้ทำเอาพนักงานยังงงว่าเธอหมายถึงอะไร แต่วินาทีต่อมาฮันเสวี่ยก็ชี้ไปที่หลินปิง "จัดการตามที่เขาบอกได้เลย——"
ตู้ม~!
ทุกคนในที่นั้นถึงกับสะดุ้ง และเข้าใจได้ทันทีว่าฮันเสวี่ยหมายถึงเรื่องอะไร...
เป็นไปได้ยังไง? แม้แต่หลินปิงยังไม่อยากจะเชื่อ เมื่อกี้เขาแค่พูดเล่นแก้เผ็ดเท่านั้นเอง เรื่องที่จะขึ้นบัญชีดำใครสักคนเป็นบุคคลไม่ต้อนรับ และปฏิเสธไม่ให้เข้าพักโรงแรมเนี่ย ในประวัติศาสตร์ของจุนเซียวโฮเทล แมเนจเมนต์ กรุ๊ปยังไม่เคยมีมาก่อนเลย ถึงแม้บริษัทจะเพิ่งก่อตั้งได้ไม่นานก็เถอะ
แต่ฮันเสวี่ยกลับสนับสนุนเขา จะให้เอาเติ้งเหว่ยเข้าบัญชีดำจริงๆ ฮันเสวี่ยถึงแม้จะอายุน้อยกว่าเขา แต่ถ้าไล่ตามลำดับความสัมพันธ์ทางฝั่งพี่สาว เขาก็ต้องเรียกเธอว่าพี่
พี่สาวคนนี้ช่างตามใจเขายิ่งกว่าพี่สาวแท้ๆ เสียอีก หลินปิงซาบซึ้งจนน้ำตาแทบไหล
เขาอาละวาดมั่วซั่วขนาดนี้ หล่อนยังจะออกหน้าช่วยเขาอีก——
เติ้งเหว่ยอึ้งกิมกี่ไปเลย สาวสวยคนนี้เป็นใครกัน? ดูท่าทางจะมีเบื้องหลังไม่ธรรมดา แต่ว่าหล่อนจะสั่งงานโรงแรมได้เหรอ? ในใจเขาเริ่มหวั่นๆ แล้ว ถ้าโดนโรงแรมจุนเซียวขึ้นบัญชีดำจริงๆ พรุ่งนี้เขาจะขึ้นเทรนด์ฮิตไหมเนี่ย?
เขาหันไปมองพนักงานโรงแรม ซึ่งตอนนี้พนักงานคนนั้นก็กำลังงุนงงสับสนไม่แพ้กัน
ฐานะของฮันเสวี่ย เขารู้จักดีเลยล่ะ เคยเป็นถึงผู้ช่วยพิเศษของประธานกรรมการโรงแรมจุนเซียวมาก่อน ต่อมาเธอก็ลาออกจากโรงแรม แล้วก้าวกระโดดขึ้นเป็นประธานกรรมการของจุนเซียวมอลล์อย่างสง่างาม เรื่องนี้ถูกเล่าขานกันราวกับตำนานภายในโรงแรมจุนเซียว เลคไซด์ เลยทีเดียว
เขารู้ดีว่าถึงฮันเสวี่ยจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว แต่คำพูดของเธอยังมีน้ำหนักและทรงพลังเสมอ!
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับประธานกรรมการเกาเยวี่ย แค่ลำพังฐานะที่เป็นถึงประธานกรรมการของธุรกิจในเครือจุนเซียวกรุ๊ป คำพูดของเธอ ทางโรงแรมก็ต้องให้เกียรติอย่างถึงที่สุดอยู่แล้ว
เพียงแต่เขามันก็แค่พนักงานตัวเล็กๆ เรื่องใหญ่ขนาดนี้จะไปทำเองได้ยังไงกัน...
ฮันเสวี่ยย่อมรู้สถานการณ์ดี เธอจึงไม่บีบคั้นพนักงาน "ไปบอกผู้จัดการทั่วไปของพวกคุณสิ ว่าเป็นคำสั่งของฉันเอง——"
"รับทราบครับท่านประธานฮัน ผมจะรีบไปรายงานเดี๋ยวนี้ครับ!"
เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เติ้งเหว่ยก็กลายเป็น "ไอ้โง่" ของจริงเข้าให้แล้ว แม่งเอ๊ย ฉันกำลังจะดัง แล้วไงล่ะ
ฮันเสวี่ยไม่แม้แต่จะปรายตามองเติ้งเหว่ยด้วยซ้ำ เธอหันมาบอกหลินปิงว่า "ฉันมีธุระต่อ อีกเดี๋ยวพี่สาวนายก็คงมาถึงแล้วล่ะ..."
หือ? หลินปิงถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ ฮันเสวี่ยน่าจะเพิ่งอยู่กับพี่สาวของเขาอย่างหลินย่ามาแน่ๆ
แน่นอนว่าเขาไม่มีทางจินตนาการออกหรอก ว่าพี่สาวเขากับฮันเสวี่ยไม่ได้นั่งคุยงานกัน แต่ร่วมมือกันรับมือพี่เขยเฉินเซียวของเขาต่างหาก
ฮันเสวี่ยเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ถอยทัพออกมาก่อน จึงฟื้นตัวได้เร็วกว่า วันนี้เธอต้องเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงผู้บริหารระดับสูงที่โรงแรมจุนเซียว เลคไซด์ เฉินเซียวจึงจัดการเธอแค่พอหอมปากหอมคอ ส่วนหลินย่าน่ะโดนจัดหนักเป็นคนสุดท้าย กว่าจะลุกขึ้นมาได้ก็ต้องพักอยู่นาน
หลังจากฮันเสวี่ยจากไป หลินปิงก็หันกลับมามองเติ้งเหว่ยด้วยสีหน้าเยาะเย้ย "เป็นไงล่ะตาเฒ่าเติ้ง คำพูดของผมประโยคเดียว กำลังจะทำให้แกดังแล้วนะ!"
ในใจเติ้งเหว่ยยังแอบหวังอยู่ลึกๆ เขาจึงยังปากแข็ง "ฉันไม่เชื่อหรอกว่าหล่อนจะมีอิทธิพลกับโรงแรมขนาดนั้น"
เขาเคยทำงานที่จุนเซียวพลาซ่า ย่อมรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของจุนเซียวกรุ๊ป แต่บริษัทบริหารจัดการโรงแรมจะยอมให้ใครก็ไม่รู้มาสั่งขึ้นบัญชีดำลูกค้าเพียงแค่คำเดียวเนี่ยนะ นอกจากคนสั่งจะเป็น CEO เท่านั้นแหละ
ใช่แล้ว หล่อนเป็นใครกันแน่?
ตอนนั้นเองพนักงานโรงแรมกำลังจะเดินจากไป เติ้งเหว่ยจึงรีบถามว่า "เมื่อกี้คือผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมพวกคุณเหรอ?"
พนักงานมองเขาด้วยสายตาสงสารพลางส่ายหัว "ไม่ใช่ครับ!" จากนั้นก็รีบก้าวเดินเข้าโรงแรมไปทันที เขาต้องรีบไปรายงานผู้จัดการทั่วไป ขืนจัดการคำสั่งท่านประธานฮันช้าไปล่ะก็ ตัวเขาเองนั่นแหละที่จะซวย!
หือ? เติ้งเหว่ยยิ้มออกทันที
"หลินปิง แกได้ยินไหม? แบ็กของแกไม่ใช่ผู้บริหารโรงแรม——"
หลินปิงมองเขาเหมือนมองคนปัญญาอ่อน ผู้บริหารเหรอ? ผู้บริหารหน้าไหนจะคำพูดศักดิ์สิทธิ์เท่ากับผู้หญิงของเฉินเซียวกันล่ะ?
"จำคำที่แกพูดไว้ให้แม่นๆ แล้วกันนะ เตรียมตัวยืนด้วยมือกินอึได้เลย——"
เมื่อกี้ยังยิ้มแย้มอยู่แท้ๆ แต่วินาทีต่อมาสีหน้าหลินปิงกลับเคร่งขรึมลง "ถ้าแกไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ เดี๋ยวฉันจะช่วยสงเคราะห์ให้เอง!"
ปกติฉันไม่ค่อยหาเรื่องใครหรอกนะ แต่ถ้าใครมารนหาที่ใส่ฉันก่อนล่ะก็ ไม่มีทางยอมเด็ดขาด นี่มันถิ่นของพี่เขยฉันนะเว้ย จะยอมให้ใครมารังแกถึงที่ได้ยังไง?
ในใจเติ้งเหว่ยเริ่มมีความหวาดกลัวผุดขึ้นมาบ้างแล้ว แต่เขาก็ยังไม่เชื่อว่าคำพูดของฮันเสวี่ยเพียงประโยคเดียวจะร้ายแรงขนาดนั้น ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่กล้าต่อปากต่อคำกับหลินปิงตรงนี้อีกแล้ว!
"หึ ฉันเข้าโรงแรมไปทำธุระล่ะนะ หลินปิง ฝากไว้ก่อนเถอะ——"
(จบบท)