- หน้าแรก
- เบสบอล ระบบเมเจอร์ลีก
- บทที่ 51 ข้อเสนอของโค้ชโยชิดะ
บทที่ 51 ข้อเสนอของโค้ชโยชิดะ
บทที่ 51 ข้อเสนอของโค้ชโยชิดะ
บทที่ 51 ข้อเสนอของโค้ชโยชิดะ
ทีมโยโกสุกะถูกต้อนให้จนมุมตั้งแต่เริ่มเกม ไม่สามารถทำรันได้เลยตลอดทั้งการแข่งขัน เซย์โกะยังคงบุกอย่างต่อเนื่อง โดยพึ่งพาผู้เล่นอย่างไดจิและเคนตะในการส่งรันเนอร์กลับโฮมเพลต
รูปเกมขาดลอยเสียจนต้องยุติลงในอินนิ่งที่ 5 ด้วยกฎเมอร์ซี่รูล (กฎยุติการแข่งขันก่อนกำหนดเมื่อคะแนนห่างกันมากเกินไป) ด้วยคะแนน เซย์โกะ 13 - โยโกสุกะ 0
หลังจบเกม ครอบครัวทาคางิก็ฉลองกันด้วยคัตสึด้ง ซึ่งเป็นอาหารที่มักจะกินกันเมื่อต้องการอธิษฐานขอชัยชนะหรือเฉลิมฉลองชัยชนะ หมูทอดเกล็ดขนมปังกรอบ ๆ จับคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ หอมกรุ่น และบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุข ยิ่งทำให้รสชาติของชัยชนะหอมหวานยิ่งขึ้นไปอีก
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงเกมแรกของทัวร์นาเมนต์ฤดูร้อนเท่านั้น แต่พวกเขาก็ไม่มีทางรู้เลยว่าเกมสุดท้ายของพวกเขาจะมาถึงเมื่อไหร่
“แม่บอกว่าพวกลูกชนะเกมแรกแล้ว ยินดีด้วยนะ!”
เสียงของคริสดังออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ของยูกิ น่าเสียดายที่เขาต้องออกไปทำงานข้างนอกอีกครั้ง จึงพลาดมื้อค่ำแสนอร่อยนี้ไป
“นี่แค่รอบแรกเองครับ แต่มันจบลงตั้งแต่ในอินนิ่งที่ 5 เลย”
เคนพูดเรียบ ๆ พลางยัดข้าวเข้าปากจนแก้มตุ่ย
“โอ้ เมอร์ซี่รูลเหรอ? เจ๋งไปเลย ทำได้ดีมาก”
เขาตอบกลับด้วยความกระตือรือร้น
“ขอบคุณครับ ไดจิตีโฮมรันได้หนึ่งครั้งกับลูกดับเบิลอีก 3 ครั้ง ส่วนผมได้ลูกดับเบิลหนึ่งครั้งกับลูกซิงเกิล 2 ครั้งครับ”
“เยี่ยมมากเด็ก ๆ”
คริสฟังดูภูมิใจ ทว่าลึก ๆ เขาก็หวังว่าจะได้ไปเห็นด้วยตาตัวเอง น่าเสียดายที่เขาจะไม่ได้กลับบ้านไปอีกหนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆ เนื่องจากโปรเจกต์ร่วมมือระหว่างเอ็นพีบี และเมเจอร์ลีก
“แล้ววันนี้ลูกขว้างลูกเป็นยังไงบ้าง? เสียรันไปบ้างไหม?”
ดวงตาของไดจิเบิกกว้าง เขาหันไปมองเคนด้วยความสับสนและไม่อยากจะเชื่อ นี่เขายังไม่ได้บอกพ่อกับแม่เรื่องอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่หรอกเหรอ? ทำไมถึงไม่บอกล่ะ?
เคนเห็นปฏิกิริยาของเพื่อนและรู้สึกผิดขึ้นมาทันที ส่วนหนึ่งในใจเขาลืมไปเลยว่ายังไม่ได้แจ้งให้พ่อแม่ทราบถึงสถานการณ์ของตัวเอง เขาไม่เคยรู้สึกว่ามีจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการบอกข่าวร้ายนี้กับพวกท่านเลย
“อ่า เรื่องนั้น… ผมตัดสินใจว่าจะไม่เป็นพิทเชอร์ในปีนี้ครับ เพราะผมอยากจะโฟกัสกับด้านอื่น ๆ ในเกมการเล่นของตัวเอง”
เคนตอบหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หวังว่าจะไม่โดนต่อว่าอะไรมากมายนัก
ยูกิเอียงคอด้วยความสับสน นำไปสู่ความเงียบอันน่าอึดอัดชั่วขณะ ก่อนที่คริสจะตอบกลับมาในที่สุด
“เยี่ยม! นั่นเป็นความคิดที่วิเศษมาก พ่อคิดมาตลอดเลยว่าลูกพึ่งพาการขว้างลูกของตัวเองมากเกินไป ถ้าลูกอยากจะเป็นนักกีฬาอาชีพ ลูกต้องมีการเล่นที่สมบูรณ์แบบในทุก ๆ ด้าน”
“เห็นไหมยูกิ ผมบอกคุณแล้วว่าลูกชายของเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า!”
แม่ของเคนกลอกตากับเสียงหัวเราะร่าเริงที่ดังทะลุลำโพงโทรศัพท์ออกมา ก่อนจะรีบกดวางสาย ความสนใจของเธอพุ่งเป้าไปที่เคน ซึ่งทำให้เขารู้สึกประหม่าขึ้นมาเล็กน้อย
“นั่นคือเหตุผลจริง ๆ ใช่ไหมเคนนี่?”
เธอเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล
เคนหดคอลง พลางใช้ตะเกียบเขี่ยอาหารในชามไปมา เขาไม่สามารถโกหกต่อหน้าแม่ได้ลงคอ จึงพยายามรวบรวมความกล้าเพื่อบอกความจริง ปัญหาคือในชีวิตนี้เขายังไม่เคยไปหาหมอเลย ดังนั้นมันอาจจะฟังดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือนัก
แถมยังมีกรณีเลวร้ายที่สุด คือพ่อแม่ของเขาอาจจะสั่งห้ามไม่ให้เขาเล่นเบสบอลอีกเลย ถ้ารู้ว่าเขาได้รับบาดเจ็บ
ยูกิถอนหายใจ
“ไม่เป็นไรจ้ะ ลูกไม่ต้องบอกแม่ก็ได้ ตราบใดที่ลูกมีความสุขและสุขภาพแข็งแรง แค่นั้นก็สำคัญที่สุดสำหรับแม่แล้วล่ะ”
เธอพูดพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
ในใจของเธอ เธอแอบกังวลว่าเคนกำลังซึมเศร้าที่ไม่ผ่านการคัดเลือกให้เป็นพิทเชอร์และถูกบีบให้ต้องก้าวลงจากตำแหน่ง ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาสร้างเรื่องการขอพักขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากความอับอาย
การที่คริสมัวแต่หัวเราะและเอ่ยชมลูกชายในการตัดสินใจถอยออกมา น่าจะยิ่งไปเพิ่มความอับอายและความละอายใจให้กับเขาเสียมากกว่า นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเธอถึงชิงวางสายไปเสียดื้อ ๆ
อย่างไรก็ตาม อารมณ์ของเคนดูเหมือนจะดีขึ้นหลังจากได้ยินคำพูดของเธอ ยูกิจึงเก็บข้อสันนิษฐานของตัวเองเอาไว้ในใจ
ในทางกลับกัน ไดจิส่ายหน้าเบา ๆ เขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะต้องหาเวลาสั่งสอนพี่ชายของเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ในอนาคต
“อ่า ตอนนี้ผมเหนื่อยมากเลยครับแม่ เพราะงั้นผมขอตัวไปนอนก่อนนะครับ”
เคนพูดแทรกขึ้นมาอย่างกะทันหัน เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของไดจิที่ทิ่มแทงอยู่ตรงข้างแก้ม
จากนั้นโดยไม่รอคำตอบ เขาก็เอาจานไปวางในอ่างล้างจานแล้ววิ่งแจ้นขึ้นบันไดเข้าห้องของตัวเองไป ทิ้งทั้งสองคนไว้ที่โต๊ะอาหาร
ในความเป็นจริงแล้ว เขาแค่อยากจะหนีจากบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้และกระโจนเข้าสู่การฝึกฝนด้วยภาพจำ หลังจากที่ได้ลงแข่งในเกมวันนี้ ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้เสียทีว่าการฝึกฝนด้วยภาพจำมีประโยชน์ต่อภาพรวมการเล่นของเขามากแค่ไหน
แถมเขายังไม่ได้กดรับรางวัลใด ๆ จากภารกิจที่ทำสำเร็จเลยด้วย เขาอยากจะสร้างมาตรฐานขั้นพื้นฐานสำหรับระดับทักษะของตัวเองก่อนที่จะทำการอัปเกรด
#ประกาศ: ขอแนะนำให้ผู้ใช้งานเข้าสู่การฝึกฝนด้วยภาพจำในเวลาที่จะไม่ถูกรบกวน
ผู้ใช้งานต้องการเข้าสู่การฝึกฝนด้วยภาพจำหรือไม่?
[ใช่/ไม่]
“ใช่”
เคนถูกส่งตัวมายังสนามโคชิเอ็งอันว่างเปล่าอีกครั้ง เนื่องจากการแวะเวียนมาที่นี่ทุกคืนตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา เขาจึงไม่รู้สึกตื่นตาตื่นใจอีกต่อไปและรีบเลือกการฝึกฝนการตีลูกอย่างรวดเร็ว
#ภารกิจการตีลูก:
ทำการบันท์ให้สำเร็จ 500 ครั้ง - 100 คะแนนเมเจอร์ + ตั๋วสุ่มลอตเตอรี่ระดับทองแดง [เสร็จสิ้น] รับรางวัล
ตีลูก 500 ลูกให้ลอยไปตกที่เอาต์ฟิลด์ - 100 คะแนนเมเจอร์ + น้ำยาความสมดุลและการประสานงาน ระดับ B [เสร็จสิ้น] รับรางวัล
ตีลูกฟาวล์ 1,000 ลูก - 100 คะแนนเมเจอร์ + ตั๋วสุ่มลอตเตอรี่ระดับเงิน [เสร็จสิ้น] รับรางวัล
ไม่สวิงไม้ใส่ลูกบอล 1,000 ลูก - 100 คะแนนเมเจอร์ [เสร็จสิ้น] รับรางวัล
ตีโฮมรัน 500 ครั้ง - 1,000 คะแนนเมเจอร์ + น้ำยาเพิ่มความแข็งแกร่ง ระดับ B + ตั๋วสุ่มลอตเตอรี่ระดับทอง (192/500)
ดวงตาของเคนเป็นประกายเมื่อเห็นตัวเลือกการรับรางวัลที่ส่องแสงระยิบระยับ เขาเฝ้ารอคอยวันนี้อย่างอดทนมานานหลายเดือนแล้ว เขาไม่ลังเลที่จะกดยอมรับรางวัล และเฝ้ามองดูหน้าจอที่เต็มไปด้วยแถบการแจ้งเตือน
[ขอแสดงความยินดี คุณได้รับ 100 คะแนนเมเจอร์ และ ตั๋วสุ่มลอตเตอรี่ระดับทองแดง 1 ใบ]
[ขอแสดงความยินดี คุณได้รับ 100 คะแนนเมเจอร์ และ น้ำยาความสมดุลและการประสานงาน ระดับ B 1 ขวด]
[ขอแสดงความยินดี คุณได้รับ 100 คะแนนเมเจอร์ และ ตั๋วสุ่มลอตเตอรี่ระดับเงิน 1 ใบ]
[ขอแสดงความยินดี คุณได้รับ 100 คะแนนเมเจอร์]
[คุณแน่ใจหรือไม่ว่าต้องการออกจากอการฝึกฝนด้วยภาพจำ?]
[ใช่/ไม่]
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน