- หน้าแรก
- สาวบ้านนาอุ้มท้องติดตามกองทัพ ทำเอาผู้บังคับกองพันหน้าแดงซ่านทุกค่ำคืน
- บทที่ 14 ทำไมต้องดุด้วย
บทที่ 14 ทำไมต้องดุด้วย
บทที่ 14 ทำไมต้องดุด้วย
บทที่ 14 ทำไมต้องดุด้วย
"ฟู่เฉิง เดินช้าๆ หน่อยค่ะ ข้าตามไม่ทันแล้ว" เย่ส่วงดึงมือตัวเองเอาไว้ขณะที่ถูกฟู่เฉิงจูงกึ่งลากให้เดินตาม
ฟู่เฉิงชะงักเท้าแล้วยอมปล่อยมือจากนาง
เย่ส่วงสะบัดข้อมือพลางจ้องหน้าฟู่เฉิงแล้วถามขึ้นว่า "นั่นคือลูกสาวของผู้บัญชาการที่ท่านไปดูตัวด้วยใช่ไหมคะ"
คิ้วเข้มของฟู่เฉิงขมวดมุ่น เขาจ้องมองเย่ส่วงด้วยสายตาเย็นชา "เจ้ารู้ได้อย่างไร"
เย่ส่วงยักคิ้วตอบ "ดูจากสีหน้าของพวกท่านก็รู้แล้วค่ะ"
ฟู่เฉิงขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม "ข้ากับนางเพิ่งจะเคยพบกันตอนดูตัวเพียงสองครั้ง ไม่เคยคบหากัน ข้าแต่งงานกับเจ้าแล้ว ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมีอะไรเกี่ยวข้องกับนางอีก หลังจากข้ากลับมาที่หน่วย พวกเราก็คุยกันชัดเจนแล้ว ต่อไปเจ้าอย่าไปก่อเรื่องวุ่นวายกับนางเด็ดขาด"
ในเมื่อต่อไปต้องอาศัยอยู่ในเขตบ้านพักครอบครัวทหารเหมือนกัน การพบปะกันย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาเกรงเหลือเกินว่าหากเย่ส่วงรู้ว่าซูสือถิงคือคนที่เขาเคยไปดูตัวด้วย นางจะไปอาละวาดหาเรื่องอีกฝ่าย
เย่ส่วงตบบ่าฟู่เฉิงเบาๆ แล้วเอ่ยว่า "วางใจเถอะค่ะ ข้าไม่ไปหาเรื่องยอดรักของท่านหรอก"
"บอกแล้วไงว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน อย่าพูดจาเรื่อยเปื่อยจนทำให้นางเสียชื่อเสียง" ฟู่เฉิงตำหนิเสียงเย็น น้ำเสียงของเขาดูดุขึ้นมาเล็กน้อย
เย่ส่วงเริ่มรู้สึกไม่สพอารมณ์ นางจึงสวนกลับไปอย่างแง่งอนว่า "ไม่มีก็คือไม่มีสิคะ ทำไมต้องดุด้วย"
ฟู่เฉิง "ข้า..."
"เหอะ" เย่ส่วงสะบัดหน้าใส่ แล้วเดินกระแทกไหล่ฟู่เฉิงที่ยืนขวางทางอยู่ มุ่งหน้าตรงไปยังโรงอาหารทันที
ฟู่เฉิงยืนอึ้งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินตามไป
ภายในโรงอาหาร ฟู่เฉิงบอกให้เย่ส่วงไปหาที่นั่งรอแล้วเขาจะเป็นคนไปรับอาหารเอง แต่เย่ส่วงกลับเมินเฉยและเดินตรงไปที่ช่องรับอาหารด้วยตัวเอง
ฟู่เฉิงลูบต้นคอพลางเดินตามหลังนางไป
กู้ซิ่วเหลียนเป็นภรรยาของผู้บังคับกองพันที่หนึ่ง นางทำงานอยู่ที่ช่องรับอาหารของโรงอาหารและคอยทำหน้าที่ตักอาหารให้ผู้มาใช้บริการ
เมื่อเห็นใบหน้าแปลกตามาหยุดอยู่ที่หน้าช่อง นางก็เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มว่า "น้องสาว เป็นสมาชิกใหม่ของบ้านพักครอบครัวทหารหรือจ๊ะ ลองดูสิว่าอยากกินอะไร วันนี้มีหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงกับไก่ตุ๋นมันฝรั่งนะ"
พอสิ้นคำพูด นางก็เห็นฟู่เฉิงเดินตามมาหยุดอยู่ด้านหลังหญิงสาวคนนั้น
"อ้าว เสี่ยวฟู่ ทำไมวันนี้ถึงมากินข้าวที่โรงอาหารของเขตบ้านพักได้ล่ะ"
"พี่สะใภ้ครับ" ฟู่เฉิงเอ่ยทักทาย "ภรรยาของข้าเดินทางมาอยู่ด้วยน่ะครับ วันนี้เพิ่งได้กุญแจบ้านมาเลยพานางมาเดินดู แล้วก็แวะมากินข้าวที่โรงอาหารด้วยเลย"
"ภรรยาของเจ้ามาอยู่ด้วยหรือ"
กู้ซิ่วเหลียนมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าฟู่เฉิงด้วยความพินิจพิจารณา หรือนี่จะเป็นภรรยาที่ฟู่เฉิงแต่งงานด้วยตอนลากลับไปเยี่ยมบ้าน?
ฟู่เฉิงพยักหน้าพลางชี้ไปทางเย่ส่วง "นี่คือเย่ส่วง ภรรยาของข้าครับ"
"เย่ส่วง นี่คือพี่สะใภ้ซิ่วเหลียน" ฟู่เฉิงแนะนำให้นางรู้จักเช่นกัน
ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของกู้ซิ่วเหลียน เย่ส่วงจึงเอ่ยทักทายว่า "สวัสดีค่ะพี่สะใภ้"
"ส... สวัสดีจ้ะ"
ไหนใครบอกว่าภรรยาที่ฟู่เฉิงแต่งงานด้วยที่บ้านนอกนั้นทั้งอ้วน อัปลักษณ์ ปากร้าย เจ้าเล่ห์ และเป็นหญิงชาวบ้านที่ชอบวางแผนอย่างไรเล่า?
แต่คนตรงหน้านี้ดูค่อนข้างผอมและหน้าตาสะสวย ทั้งยังมีกิริยาท่าทางที่ดูเรียบร้อยดีด้วย
อย่างไรก็ตาม รู้หน้าไม่รู้ใจ จะตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียวไม่ได้
"อยากกินอะไรล่ะจ๊ะ" กู้ซิ่วเหลียนถาม
เย่ส่วงชี้ไปที่ถาดอาหารแล้วบอกว่า "ข้าเอาหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง ไก่ตุ๋นมันฝรั่ง ผัดมะเขือเทศใส่ไข่ แล้วก็ผัดผักกาดขาวใส่น้ำส้มสายชูค่ะ"
กู้ซิ่วเหลียนหันไปมองหน้าฟู่เฉิง เมื่อเห็นเขาพยักหน้ายืนยัน นางจึงหยิบจานมาตักอาหารให้
ภรรยาบ้านนอกของฟู่เฉิงคนนี้ดูท่าทางจะจัดการงานบ้านงานเรือนไม่เป็นเสียเลย มากันแค่สองคนสั่งอาหารถึงสี่อย่าง แถมยังมีเนื้อสัตว์ตั้งสองอย่าง
"พี่สะใภ้ครับ งั้นพวกเราขอตัวไปกินข้าวก่อนนะครับ" ฟู่เฉิงเอ่ยพลางถือถาดที่ใส่อาหารสี่อย่างเดินนำออกไป
กู้ซิ่วเหลียนพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มแห้งๆ "ไปเถอะจ้ะ"
เย่ส่วงยิ้มตอบและพยักหน้าให้กู้ซิ่วเหลียนเล็กน้อยก่อนจะเดินตามฟู่เฉิงไป
ในจังหวะนั้นเองที่กู้ซิ่วเหลียนสังเกตเห็นว่านางมีครรภ์แก่
"เดี๋ยวนะ มันไม่ถูกนี่นา เสี่ยวฟู่เพิ่งแต่งงานได้ไม่เกินสี่เดือน แต่ท้องของนางดูอย่างไรก็ไม่ใช่แค่สี่เดือนแน่ๆ!"
"หรือว่าเสี่ยวฟู่จะโดนหลอกให้เป็นพ่อคนอื่น? ไม่ได้การละ ข้าต้องรีบไปคุยกับจี้ยนกั๋วให้ไปบอกเสี่ยวฟู่เสียหน่อย จะปล่อยให้เขาโดนหลอกแบบนี้ไม่ได้"
ฟู่เฉิงวางจานอาหารลงบนโต๊ะแล้วเดินไปตักข้าวมาหนึ่งชั่ง
เมื่อข้าวมาถึง เย่ส่วงก็นั่งกินเงียบๆ โดยไม่ปริปากพูดจาแม้แต่คำเดียว
ฟู่เฉิงเหลือบมองนางอยู่หลายครั้งระหว่างกินข้าว เขาไม่ค่อยชินนักที่เห็นนางนิ่งเงียบในเวลาอาหารเช่นนี้
หลังจากกินเสร็จ ฟู่เฉิงก็เดินไปส่งนางที่โรงเตี๊ยมรับรอง ตลอดทางเย่ส่วงยังคงเงียบขรึม
เมื่อถึงโรงเตี๊ยมและเย่ส่วงกำลังจะเดินขึ้นบันไดไป ฟู่เฉิงก็ร้องเรียกให้นางหยุด
"เย่ส่วง"
เย่ส่วงหันกลับมามองเขา แววตาของนางสื่อความหมายชัดเจนว่า "มีอะไร"
ฟู่เฉิง "...พรุ่งนี้เช้าเจ็ดโมงครึ่ง ข้าจะมารับเจ้านะ"
เย่ส่วงพยักหน้าแล้วเดินขึ้นห้องไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ฟู่เฉิงเกาหัวพลางมองตามหลังเย่ส่วงไป เขาเฝ้ามองจนกระทั่งร่างของนางลับสายตาไปจึงค่อยหันหลังเดินจากไป
เวลาสามทุ่ม หลังจากล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยแล้ว โจวจี้ยนกั๋วก็สะบัดผ้าห่มแล้วเอนตัวลงนอนบนเตียง
"ทายสิว่าวันนี้ข้าเจอใครที่โรงอาหาร" กู้ซิ่วเหลียนเอ่ยถามสามีขณะนั่งลงบนเตียง
โจวจี้ยนกั๋วถามกลับ "ใครล่ะ"
"ฟู่เฉิงกับภรรยาของเขาไง"
"อ้อ พวกเขาคงมาดูบ้านที่เขตบ้านพักครอบครัวล่ะมั้ง" โจวจี้ยนกั๋วตอบพลางขมวดคิ้ว
กู้ซิ่วเหลียนตาโต "ท่านรู้ด้วยหรือว่าภรรยาของเขาจะย้ายมาอยู่ที่นี่"
โจวจี้ยนกั๋วพยักหน้า "รู้สิ รู้กันทั้งกรมแล้ว ผู้หญิงคนนั้นแอบหนีมาที่นี่เอง แถมยังขู่ว่าจะไปโวยวายกับพวกผู้บังคับบัญชาถ้าไม่ให้นางอยู่ด้วย ฟู่เฉิงเลยไม่มีทางเลือกต้องยอมตกลง"
"วันนี้เจ้าเห็นผู้หญิงคนนั้นแล้วใช่ไหม นางอัปลักษณ์มากแถมยังดูร้ายกาจเจ้าเล่ห์อย่างที่เขาว่ากันหรือเปล่า"
กู้ซิ่วเหลียนส่ายหน้า "จริงๆ แล้วนางหน้าตาสะสวยเชียวละ ไม่เห็นจะอ้วนเลยสักนิด แถมยังดูกิริยามารยาทดีด้วย แตกต่างจากที่ท่านเคยเล่าให้ฟังอย่างสิ้นเชิง"
"สวยหรือ เรียบร้อยหรือ" โจวจี้ยนกั๋วไม่เชื่อหูตัวเอง
ในเมื่อรองผู้บังคับกองร้อยที่มาจากหมู่บ้านข้างๆ ของฟู่เฉิงเคยเห็นภรรยาของเขามากับตา สิ่งที่เขาพูดจะผิดไปได้อย่างไร
กู้ซิ่วเหลียนพยักหน้ายืนยัน "ท่านเห็นแล้วจะรู้เอง แต่ว่านางกำลังท้องอยู่นะ และท้องนั่นก็ใหญ่มาก ดูอย่างไรก็เหมือนท้องหกเดือน ไม่ใช่สี่เดือนเลยสักนิด"
"นับเวลาตั้งแต่วันที่ฟู่เฉิงลากลับไปเยี่ยมบ้าน มันเพิ่งผ่านไปแค่สี่เดือนกว่าๆ เองนะ ลูกในท้องนางจะเป็นลูกของฟู่เฉิงได้อย่างไร"
โจวจี้ยนกั๋วยกมือขยี้หัว "พับผ่าสิ นอกจากผู้หญิงคนนี้จะวางแผนจับฟู่เฉิงแต่งงานแล้ว นี่ยังจะเอลูกคนอื่นมาสวมรอยให้เขาเลี้ยงอีกอย่างนั้นหรือ"
กู้ซิ่วเหลียนเสริมว่า "นั่นแหละ ข้าว่าอายุครรภ์มันไม่ตรงกัน ฟู่เฉิงเป็นผู้ชาย เขาไม่เข้าใจเรื่องการตั้งครรภ์ของผู้หญิงหรอก ย่อมมองไม่ออกเป็นธรรมดา วันมะรืนนี้ตอนท่านไปทำงาน ท่านต้องไปคุยกับฟู่เฉิงให้รู้เรื่องนะ จะปล่อยให้เขาเลี้ยงลูกคนอื่นไม่ได้เด็ดขาด"
โจวจี้ยนกั๋วพยักหน้าเห็นด้วย "ข้าจะไปคุยกับฟู่เฉิงเรื่องนี้ให้ชัดเจนแน่นอน"
เช้าวันต่อมาเวลาเจ็ดนาฬิกา เย่ส่วงเตรียมข้าวของเสร็จเรียบร้อยแล้ว
นางถือกระเป๋าสัมภาระใบเล็กมานั่งรอฟู่เฉิงอยู่ที่ชั้นล่างของโรงเตี๊ยม
"คุณน้าคะ วันนี้หนูจะออกไปเที่ยวกับคุณพ่อคุณแม่ คุณน้าช่วยถักผมสวยๆ ให้หนูหน่อยได้ไหมคะ"
หยาย่าเดินเข้ามาหาเย่ส่วงพร้อมกับผมที่ปล่อยสยาย ในมือถือยางรัดผมเอาไว้
เย่ส่วงยิ้มตอบ "ได้แน่นอนจ้ะ เมื่อวานเราทำรูปโบว์ไปแล้ว วันนี้คุณน้าจะถักเป็นรูปหูแมวให้หยาย่านะคะ"
"ตกลงค่ะ!" หยาย่ากระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
นิ้วมือของเย่ส่วงเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว นางถักผมให้หยาย่าจนกลายเป็นหูแมวแหลมๆ สองข้าง และมีเปียพันเกลียวทิ้งตัวลงมาอีกสองเส้น
หูแมวทรงสามเหลี่ยมตั้งอยู่บนหัวทั้งสองข้างของหยาย่า ทำให้เด็กหญิงตัวน้อยดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ
แม้แต่พนักงานต้อนรับยังเอ่ยปากชมว่าสวย และยกยอเย่ส่วงไม่ขาดปากว่าช่างเป็นคนมือเบาและมีฝีมือประณีต
"หนูจะไปอวดคุณพ่อคุณแม่แล้วค่ะ" หยาย่าวิ่งกลับไปที่ห้องเพื่อหาพ่อแม่ด้วยความดีใจ
ในจังหวะนั้นเอง ฟู่เฉิงก็เดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม เมื่อเห็นเย่ส่วงนั่งอยู่บนเก้าอี้โซฟา เขาจึงเอ่ยทักว่า "อรุณสวัสดิ์"
เย่ส่วงเบือนหน้าไปอีกทางและทำเมินใส่เขาไม่ยอมตอบคำถามนั้น