- หน้าแรก
- ถังซานไร้พ่าย นิมิตสวรรค์เผยเซียนอมตะแห่งแดนมนุษย์
- ตอนที่ 25: เชียนเหรินเสวี่ย ปะทะ ถังซาน! มหาสงครามเทพเริ่มต้น! หลัวเฉินบรรลุถึงด่านเจียหลิง!
ตอนที่ 25: เชียนเหรินเสวี่ย ปะทะ ถังซาน! มหาสงครามเทพเริ่มต้น! หลัวเฉินบรรลุถึงด่านเจียหลิง!
ตอนที่ 25: เชียนเหรินเสวี่ย ปะทะ ถังซาน! มหาสงครามเทพเริ่มต้น! หลัวเฉินบรรลุถึงด่านเจียหลิง!
ตอนที่ 25: เชียนเหรินเสวี่ย ปะทะ ถังซาน! มหาสงครามเทพเริ่มต้น! หลัวเฉินบรรลุถึงด่านเจียหลิง!
【จระเข้ทองคำพรหมยุทธ์!】
【ฐานะ: ผู้อาวุโสลำดับที่สองแห่งสำนักวิญญาณยุทธ์ มีอาวุโสสูงสุด! จงรักภักดีต่อสำนักวิญญาณยุทธ์และตระกูลเชียนแห่งทูตสวรรค์มาตลอดชีวิต!】
【วิญญาณยุทธ์: วิญญาณยุทธ์อสูรชั้นยอด จระเข้ทองคำ!】
【ระดับพลังวิญญาณ: ราชทินนามพรหมยุทธ์สายโจมตี ระดับ 98!】
【...】
ทันทีที่ทำเนียบปรากฏขึ้น ณ อีกค่ายพักแรมหนึ่งภายนอกด่านเจียหลิง
ที่นี่คือสถานที่รวมตัวของสำนักถัง
ในฐานะกองกำลังอันทรงพลังฝ่ายจักรวรรดิเทียนโต่ว พวกเขายังได้รับเชิญให้เข้าร่วมการโจมตีจักรวรรดิวิญญาณยุทธ์ในครั้งนี้ด้วย
ถังเฮ่านั่งอยู่บนโขดหินขนาดใหญ่ ใช้ผ้าหยาบเช็ดค้อนถังซานในมือ เมื่อเขาเห็นนามบนทำเนียบทองคำ การเคลื่อนไหวของเขาก็ชะงักไปเล็กน้อย
เขาเงยหน้าขึ้นมองทำเนียบทองคำ ประกายความประหลาดใจปรากฏขึ้นในดวงตาที่ขุ่นมัว
“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจระเข้แก่นั่นจะอยู่อันดับที่สิบห้าเท่านั้น”
น้ำเสียงของถังเฮ่าทุ้มต่ำและทรงพลัง
เขาไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับจระเข้ทองคำพรหมยุทธ์
นั่นคือเฒ่าประหลาดที่มีความแข็งแกร่งยากจะหยั่งถึง
ถังเฮ่าประเมินว่าหากเขาไม่ใช้เคล็ดวิชาลับสุดยอดของสำนักถังอย่างค้อนระเบิดวงแหวน โอกาสที่เขาจะชนะอีกฝ่ายนั้นมีไม่มากนัก
ยอดฝีมือระดับนี้กลับอยู่อันดับที่สิบห้าเท่านั้นหรือ?
เช่นนั้นแล้ว ตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวที่อยู่เหนือเขาก็คงจะเป็นยอดฝีมือระดับที่สั่นสะเทือนโลกธาตุเป็นแน่
...
บนหอสังเกตการณ์ด่านเจียหลิง สายลมพัดกรรโชกแรง พัดพาชายกระโปรงของสองหญิงงามให้พลิ้วไหว
เชียนเหรินเสวี่ยอยู่ในชุดเกราะเทพทองคำอันวิจิตร ซึ่งเน้นสัดส่วนที่น่าทึ่งของนางให้เด่นชัด เรียวขาที่ยาวและตรงของนางดูเย้ายวนยิ่งขึ้นด้วยรอยผ่าของกระโปรงรบ
ข้างกายของนาง เย่หลิงหลิงสวมชุดสีขาวเรียบหรู ท่วงท่าของนางเย็นชาดุจดวงจันทร์ เงียบสงบและสง่างาม
รูปร่างของนางงดงามไม่แพ้กัน ทว่าต่างจากความน่าเกรงขามดั่งเทพเจ้าของเชียนเหรินเสวี่ย นางดูเหมือนดอกกล้วยไม้ป่าในหุบเขาที่รกร้างซึ่งเบ่งบานอย่างเงียบเชียบ
แสงจากทำเนียบทองคำสะท้อนบนใบหน้าของพวกนาง รวมถึงในดวงตาของผู้คนนับไม่ถ้วนที่อยู่เบื้องล่างหอสังเกตการณ์
“ยินดีกับผู้อาวุโสจระเข้ทองคำด้วยที่ได้รับวาสนาในครั้งนี้”
เชียนเหรินเสวี่ยหันหน้าไปกล่าวอย่างราบเรียบกับชายชราร่างกำยำที่อยู่ข้างกาย
ใบหน้าของจระเข้ทองคำพรหมยุทธ์แดงก่ำด้วยความตื่นเต้น เขาคุกเข่าข้างหนึ่งและประสานหมัดไปทางเชียนเหรินเสวี่ย น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื้นตัน
“ผู้น้อยจะปกป้ององค์เทพทูตสวรรค์ด้วยชีวิต! ปกป้องสำนักวิญญาณยุทธ์!”
เขาจงรักภักดีต่อตระกูลเชียนแห่งทูตสวรรค์มาตลอดชีวิต และบัดนี้เขายิ่งถวายหัวให้มากกว่าเดิม
เชียนเหรินเสวี่ยพยักหน้าเล็กน้อย สายตาของนางเบนกลับไปยังทำเนียบทองคำสวรรค์
ในยามนี้ รางวัลสำหรับอันดับที่สิบห้าปรากฏออกมาอย่างสมบูรณ์ แสงเจิดจ้าของมันแทบจะย้อมผืนฟ้าทั้งผืนให้เป็นสีทอง
【ทำเนียบยอดฝีมือโต้วหลัว อันดับที่ 15: จระเข้ทองคำพรหมยุทธ์!】
【รางวัลที่ 1: เลือดพญาหงส์เจือจาง 1 หยด!】
【รางวัลที่ 2: อาวุธเทพสายป้องกัน: โล่ไร้พ่าย!】
ทันทีที่ประกาศรางวัล ทั่วทั้งทวีปโต้วหลัวก็ตกอยู่ในความคลุ้มคลั่ง
“เลือดพญาหงส์งั้นหรือ? นั่นคือเลือดของสัตว์เทพพญาหงส์ในตำนานใช่หรือไม่?”
“เพิ่มอายุขัยได้ถึงร้อยปี! พระเจ้าช่วย นี่มันคือการเปลี่ยนลิขิตสวรรค์ชัดๆ!”
“บนทวีปโต้วหลัว แม้แต่ราชทินนามพรหมยุทธ์ก็มีอายุขัยเพียงร้อยปีเศษเท่านั้น เลือดหยดนี้มีค่าเท่ากับชีวิตใหม่หนึ่งชีวิตเลยทีเดียว!”
“ไม่เพียงเท่านั้น มันยังสามารถทำให้ร่างกายกลับสู่จุดสูงสุดและเพิ่มระดับพลังวิญญาณได้อย่างมหาศาลอีกด้วย!”
แสงแห่งความโลภและความปรารถนาปะทุออกมาจากดวงตาของผู้คนนับไม่ถ้วน
อายุขัย!
นี่คือสิ่งที่วิญญาจารย์ทุกคน หรือแม้แต่ปุถุชนทั่วไปต่างใฝ่ฝันหา ไม่ว่าระดับพลังฝึกฝนของเจ้าจะสูงส่งเพียงใด หรือมีอำนาจล้นฟ้าเพียงไหน เมื่ออยู่ต่อหน้ากาลเวลา สุดท้ายย่อมกลายเป็นเถ้าธุลีดิน
ทว่าตอนนี้ ทำเนียบทองคำสวรรค์กลับมอบสมบัติสูงสุดที่สามารถเพิ่มอายุขัยได้!
รางวัลนี้เพียงพอจะทำให้ทุกคนเสียสติได้
...
ในอีกด้านหนึ่ง ณ ค่ายหลักของจักรวรรดิเทียนโต่ว บรรยากาศดูเคร่งขรึมอย่างยิ่ง
“ปู่กระบี่... ท่านไปแล้วค่ะ”
นิ่งหรงหรงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตาแดงก่ำเล็กน้อยขณะพูดกับถังซาน
“ท่านบอกว่าท่านจะไปแสวงหาวิถีกระบี่ของตนเอง และบอกให้พวกเราไม่ต้องรอท่าน”
ใบหน้าของถังซานสงบนิ่งดั่งผืนน้ำและพยักหน้า ทว่าประกายความไม่พอใจที่ยากจะสังเกตเห็นกลับวูบผ่านไปในส่วนลึกของดวงตา
กระบี่พรหมยุทธ์ เฉินซิน คือกำลังรบระดับสูงสุดของจักรวรรดิเทียนโต่ว นอกจากตัวเขาและถังเฮ่าผู้เป็นพ่อแล้ว แทบจะไม่มีใครเป็นคู่มือของเฉินซินได้
การจากไปของเขาถือเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิเทียนโต่วอย่างไม่ต้องสงสัย
“บัดซบ!”
ข้างกายเขา หม่าหงจวิ้นอดไม่ได้ที่จะสบถออกมาเบาๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
“ถั่วเซียนถูกตาแก่นั่นชิงไป! ตอนนี้ทำเนียบทองคำยังมอบของที่ดีกว่าเดิมให้เจ้าจระเข้แก่นั่นจากสำนักวิญญาณยุทธ์อีก! ทำไมกัน?!”
เขาถือว่าถั่วเซียนเป็นของตนเองมานานแล้ว และยังคิดไปถึงขั้นที่จะใช้มันรักษาจุดบกพร่องของวิญญาณยุทธ์ ทว่าสุดท้ายกลับกลายเป็นความว่างเปล่า ทำให้ไฟปีศาจพลุ่งพล่านอยู่ในอก
ในเวลานี้ กลุ่มสื่อไหลเค่อต่างก็ได้เห็นรางวัลบนทำเนียบทองคำ และทุกคนต่างก็สูดหายใจเข้าลึกด้วยความทึ่ง
“เลือดพญาหงส์... มันคือเลือดของพญาหงส์จริงๆ อย่างนั้นหรือ?” เอ้าซือข่าพึมพำกับตัวเอง
บาดแผลจากแขนที่ขาดของไต้มู่ไป๋ยังคงเจ็บปวดอยู่ เขาจ้องมองทำเนียบทองคำด้วยสายตาที่ซับซ้อน
“เพิ่มอายุขัยร้อยปี กลับสู่จุดสูงสุด และเพิ่มระดับพลังวิญญาณ... นี่มันคือของวิเศษชัดๆ!”
ดวงตาของหม่าหงจวิ้นเริ่มแดงก่ำ ลมหายใจหนักหน่วงขึ้น
วิญญาณยุทธ์ของเขา พญาหงส์ไฟปีศาจ มีความเกี่ยวข้องกับคำว่า 'พญาหงส์' อยู่แล้ว หากเขาได้รับเลือดพญาหงส์หยดนี้มา เขาจะวิวัฒนาการไปถึงขั้นไหนกัน?
ไฟปีศาจในร่างของเขาอาจจะถูกชำระล้างจนหมดสิ้น และวิญญาณยุทธ์ของเขาก็จะผ่านการวิวัฒนาการระดับมหากาพย์!
แม้แต่อวี้เสี่ยวกังซึ่งขึ้นชื่อเรื่องสติปัญญาก็ยังไม่อาจสงบนิ่งได้ในยามนี้
เขาอายุเกินห้าสิบปีแล้วและมีพลังวิญญาณต่ำต้อย ไม่มีโอกาสก้าวหน้าได้อีกในชาตินี้
ทว่าหากเขามีเลือดพญาหงส์หยดนี้...
ไม่เพียงแต่จะช่วยยืดอายุขัย แต่มันอาจจะช่วยทะลวงพันธนาการและพาเขากลับสู่จุดสูงสุดได้!
การยั่วยวนนี้ช่างยิ่งใหญ่นัก
ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนในกระโจมต่างหันสายตาไปทางถังซาน
เลือดพญาหงส์หยดนี้คือสมบัติล้ำค่าที่ทุกคนกระหายอยากจะได้มาครอง
ต้องชิงมันมาให้ได้!
ถังซานสูดหายใจเข้าลึก ความไม่พอใจในดวงตาค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่เย็นชา
จากการที่กระบี่พรหมยุทธ์จากไป และจระเข้ทองคำพรหมยุทธ์แข็งแกร่งขึ้น สถานการณ์เริ่มเสียเปรียบพวกเขามมากขึ้นเรื่อยๆ
พวกเขารอต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
“ประกาศคำสั่งออกไป!”
น้ำเสียงของถังซานไม่ได้ดังนัก
“รวมพลกองทัพทั้งหมด และเปิดฉากโจมตีด่านเจียหลิงในทันที!”
...
ประตูเมืองด่านเจียหลิง
ท่ามกลางแสงสีทองที่วาบขึ้น เลือดหนึ่งหยดที่ใสกระจ่างราวกระจกแก้วและดูเหมือนบรรจุลูกไฟไว้ภายใน พร้อมกับโล่สีทองขนาดเล็กที่ดูเรียบง่ายทว่าหนักแน่น ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าเบื้องหน้าจระเข้ทองคำพรหมยุทธ์
“ผู้อาวุโสจระเข้ทองคำ ดื่มมันเสียเถิด”
น้ำเสียงของเชียนเหรินเสวี่ยสงบนิ่งยิ่งนัก
จระเข้ทองคำพรหมยุทธ์ไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขาอ้าปากและกลืนเลือดพญาหงส์เจือจางหยดนั้นลงท้องไป
เชียนเหรินเสวี่ยเฝ้ามองอย่างเงียบๆ และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวั่นไหวในใจ
“สมกับเป็นรางวัลจากทำเนียบทองคำ มันเป็นของดีจริงๆ”
ทว่า นางเพียงแค่รู้สึกหวั่นไหวเท่านั้น
นางกลายเป็นเทพทูตสวรรค์แล้ว และมีอายุขัยยืนยาวเกือบจะเป็นนิรันดร์ เลือดพญาหงส์นี้จึงไม่มีความหมายสำหรับนางมากนัก
นางเผลอปรายตามองเย่หลิงหลิงที่อยู่ข้างกาย และพบว่าใบหน้าของอีกฝ่ายยังคงสงบนิ่งดั่งบ่อน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น ราวกับว่าสมบัติล้ำค่าที่ทำให้คนทั้งทวีปคลั่งไคล้นั้น ไม่ต่างอะไรกับก้อนกรวดริมทางในสายตาของนาง
“หลิงหลิง นี่คือสมบัติที่สามารถเพิ่มอายุขัยได้ถึงร้อยปีเชียวนะ เจ้าไม่หวั่นไหวบ้างหรือ?”
เชียนเหรินเสวี่ยถามด้วยความสนใจ
เมื่อได้ยินดังนั้น เย่หลิงหลิงเบนดวงตาอันเย็นชามาทางเชียนเหรินเสวี่ยและส่ายหน้าเบาๆ
“หากมิอาจเป็นเทพได้ การมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกร้อยปีกับตอนนี้ จะต่างกันตรงไหนหรือเจ้าคะ?”
น้ำเสียงของนางแผ่วเบายิ่งนัก ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเมินเฉยราวกับมองทะลุโลกหล้าไปแล้ว
เชียนเหรินเสวี่ยชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา
นั่นสินะ หากมิอาจเป็นเทพได้ สุดท้ายก็ยังเป็นเพียงมดปลวกอยู่ดี
จบตอน