เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV - 0974 ฉันอยากกินแซลมอนย่างฝีมือคุณ

TXV - 0974 ฉันอยากกินแซลมอนย่างฝีมือคุณ

TXV - 0974 ฉันอยากกินแซลมอนย่างฝีมือคุณ


TXV - 0974 ฉันอยากกินแซลมอนย่างฝีมือคุณ

ฉิงไฉ่เยว่วางโทรศัพท์ลง เธอเดินมาที่หน้าห้องทำงานของหลู่เซิ่งแล้วเคาะประตูสองครั้ง

“เชิญครับ” เสียงของหลู่เซิ่งดังออกมาจากข้างใน

ฉิงไฉ่เยว่ผลักประตูเข้าไป ท่าทางการเดินของเธอดูผ่อนคลายและเบาสบายราวกับผีเสื้อที่งดงาม ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ชวนให้รู้สึกใกล้ชิด สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงอารมณ์ที่ดีของเธอ

หลู่เซิ่งลุกขึ้นเดินเข้าหาพลางถามว่า “เลขาฉิง คุณมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ?”

ฉิงไฉ่เยว่กล่าวว่า “ท่านประธานเซี่ยให้ฉันมาหาค่ะ” เธอหยุดพูดเพียงแค่นั้น รอให้หลู่เซิ่งเป็นฝ่ายถามต่อ

“ท่านประธานมีงานอะไรจะสั่งผมครับ?” หลู่เซิ่งเดินมาหยุดด้านข้างของเธอในระยะขนานกัน

ฉิงไฉ่เยว่กล่าว “ท่านประธานสั่งให้คุณพาลูกน้องไปคุ้มครองคท่านผู้อำนวยการฟ่านอีหมิงค่ะ รีบไปเถอะค่ะ ป่านนี้ท่านน่าจะยังอยู่ที่ลานจอดรถ”

“งั้นเหรอครับ?” แววตาของหลู่เซิ่งดูแปลกไป มุมปากของเขาปรากฏรอยยิ้มเย็นชา

“มองฉันแบบนั้นทำไมคะ? หัวเราะอะไร?” เมื่อหลู่เซิ่งยิ้ม รอยยิ้มบนใบหน้าของฉิงไฉ่เยว่ก็เลือนหายไปทันที

หลู่เซิ่งกล่าว “เลขาฉิง คุณดูประหม่านะครับ เพราะอะไรเหรอ?”

“ฉันน่ะเหรอ? ไม่รู้คุณพูดเรื่องอะไร ฉันมาส่งคำพูดของท่านประธานแล้ว จะไปหรือไม่ก็เรื่องของคุณ” ฉิงไฉ่เยว่สะบัดตัวจะเดินออกจากประตู

แต่หลู่เซิ่งกลับคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธอทันที

ฉิงไฉ่เยว่พยายามดิ้นรนอย่างสุดแรง แต่มือของหลู่เซิ่งเหมือนคีมเหล็กที่หนีบแขนเธอไว้จนดิ้นไม่หลุด เธอเริ่มตระหนกขึ้นมาทันที “คุณจะทำอะไร? ปล่อยนะ! ฉันเจ็บ!”

“ทำไมไม่ร้องเรียกให้คนช่วยล่ะ?” หลู่เซิ่งถาม

“ฉัน...” ฉิงไฉ่เยว่ไม่กล้าร้อง

“ไปกับผมหน่อย ผมจะพาไปยังที่แห่งหนึ่ง” หลู่เซิ่งลากฉิงไฉ่เยว่ไปที่ประตู

“จะพาฉันไปไหน?” ใบหน้าของฉิงไฉ่เยว่ถอดสี ในวินาทีนั้นดูเหมือนเธอจะเริ่มรับรู้อะไรบางอย่าง แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและลนลาน

“เดี๋ยวคุณก็รู้เอง” หลู่เซิ่งกล่าว

แควก! เสียงผ้าฉีกขาดดังขึ้นในห้องทำงาน ฉิงไฉ่เยว่กระชากเสื้อเชิ้ตและบราของตัวเองจนขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวขาวเนียนสว่างจ้าที่สั่นไหวไปมา ปฏิเสธไม่ได้ว่าหน้าอกของเธอนั้นมีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างมาก

หลู่เซิ่งถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง “เธอจะทำอะไร?”

“พี่เซิ่งคะ ฉันดีใจจริงๆ พี่รู้ไหม ความจริงฉันชอบพี่มาตลอด แต่ไม่เคยกล้าบอกพี่... ตอนนี้พี่แสดงออกชัดเจนแบบนี้แล้ว ฉันก็ไม่จำเป็นต้องปกปิดความรู้สึกของตัวเองอีกแล้ว ฉันดีใจมากจริงๆ นะคะ ก่อนนี้ใจฉันทรมานเพราะต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้ ทั้งๆ ที่ฉันคิดถึงพี่อยู่ตลอดเวลา...” ขณะพูด ร่างกาย และมือของเธอก็เลื้อยราวกับหนวดปลาหมึกผสมกับปลาไหลปลาไหล เธอไถลตังเองเข้าไปในอ้อมกอดของหลู่เซิ่ง หน้าอกอวบอิ่มบดเบียดลงบนแผงอกของเขาอย่างไร้ยางอาย

“นี่… คุณชอบผมจริงเหรอ?” หลู่เซิ่งทำท่าประหลาดใจ

“อย่าพูดเลยค่ะ จูบฉันเถอะ” ฉิงไฉ่เยว่หลับตาลง “พี่เซิ่ง พี่อยากทำอะไรก็ได้ ฉันยอมพี่ทุกอย่าง”

ทว่าหลู่เซิ่งกลับนิ่งเฉย

ทันใดนั้น มือข้างหนึ่งของฉิงไฉ่เยว่ค่อยๆ ล้วงเข้าไปในกระโปรงชุดพนักงาน เมื่อมือข้างนั้นโผล่ออกมา ในอุ้งมือมีหลอดฉีดยาแบบกดรูปร่างคล้ายปากกาลูกลื่น

มันคืออาวุธลับสำหรับลอบสังหาร

แต่ยังไม่ทันที่ฉิงไฉ่เยว่จะได้ปักหลอดฉีดยานั้นลงบนตัวเขา หมัดของหลู่เซิ่งก็ซัดเข้าที่หน้าท้องของเธออย่างจัง ฉิงไฉ่เยว่ครางอือ ร่างทั้งร่างงอตัวเหมือนกุ้ง ในจังหวะนั้นเอง ฝ่ามือของหลู่เซิ่งก็สับเข้าที่ด้านหลังต้นคอของเธออย่างแรง

ฉิงไฉ่เยว่ล้มฟุบลง หน้าอกอวบอิ่มแนบสนิทไปกับพื้นห้องที่เย็นเฉียบจนเสียรูปทรง

“พับผ่าสิ เมื่อก่อนไม่เห็นมายั่ว จู่ๆ พอเรื่องจะแดงขึ้นมาก็รีบมาบอกว่าชอบฉัน จากนั้นก็เริ่มเลื้อยเชียวนะ ใครเชื่อการแสดงออกขอวเธอก็คงโง่เต็มทีแล้ว!” หลู่เซิ่งพึมพำกับตัวเอง จากนั้นก็ใช้เท้าเขี่ยสะโพกที่งอนงามของเธอเบาๆ แต่ไม่ได้ออกแรงอะไร เป็นการเย้าแหย่เชิงดูถูกเสียมากกว่า

ไม่กี่นาทีต่อมา หลู่เซิ่งก็ออกจากห้องทำงาน เขามุ่งหน้าตรงไปยังห้องแล็บวัสดุ เซี่ยเหล่ยให้ภารกิจเขามาสองอย่าง คือจับตัวฉิงไฉ่เยว่ และเฝ้าดูหลี่โยวตุ้น

ที่ห้องแล็บวัสดุ หลี่โยวตุ้นกำลังพิมพ์แผนงานอยู่ในห้องทำงานของเขา เขาดูจริงจังและจดจ่ออยู่กับงานมาก แม้หลู่เซิ่งจะมายืนอยู่ที่หน้าประตูเขาก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง

“คุณหลี่ ยังยุ่งอยู่เหรอครับ?” หลู่เซิ่งเอ่ยทัก

หลี่โยวตุ้นถึงได้เงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นหลู่เซิ่งเขาก็ยิ้มออกมาทันที “ที่แท้ก็พี่หลู่ มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”

“ไม่มีครับ แค่มาตรวจความปลอดภัยตามปกติ” หลู่เซิ่งกล่าว “คุณก็รู้ การตรวจแบบนี้มีเดือนละเป็นสิบครั้ง ผมล่ะเบื่อจะแย่”

หลี่โยวตุ้นกล่าว “งานก็แบบนี้แหละครับ คุณดูผมสิ ก็เหมือนคุณนั่นแหละ ผมต้องรีบปั่นแผนงานให้เสร็จ ท่านประธานเซี่ยกำลังรออยู่”

“งั้นเชิญคุณยุ่งต่อเถอะครับ ผมไปทำงานละ” หลู่เซิ่งหันหลังเดินจากไปโดยไม่รั้งรอ ภารกิจที่เซี่ยเหล่ยสั่งคือให้มาดูว่าหลี่โยวตุ้นกำลังทำอะไร ไม่ใช่ให้มาจับกุม

หลังจากหลู่เซิ่งไปแล้ว หลี่โยวตุ้นก็ก้มหน้าทำงานต่ออย่างมีสมาธิแน่วแน่

อีกด้านหนึ่ง บนถนนที่มุ่งหน้าสู่ปักกิ่ง รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์คันหนึ่ง จู่ๆ ก็หักพวงมาลัย และเบรคกะทันหัน แต่ตัวรถหนักหลายตันยังคงพุ่งเข้ามาขวางด้านหน้ารถยนต์หงฉีที่ฟ่านอีหมิงขับมาด้วยแรงเฉื่อยอันมหาศาล

ฟ่านอีหมิงเหยียบเบรกจนตัวโก่ง ด้วยความที่เขาขับช้าอยู่แล้ว รถหงฉีจึงหยุดกึกได้ทันท่วงที

รถบรรทุกเองก็เบรกฉุกเฉินและไม่ได้พุ่งชนจริงๆ

ประตูฝั่งผู้โดยสารของรถบรรทุกเปิดออก ชายฉกรรจ์ในชุดคอมแบทสีดำและเสื้อกันกระสุน พร้อมปืนไรเฟิลจู่โจม M4 ติดเครื่องยิงลูกระเบิด M203 ของอเมริกา กระโดดลงจากรถแล้วพุ่งตรงมาที่รถของฟ่านอีหมิงอย่างรวดเร็ว ด้านหลังตู้คอนเทนเนอร์ ประตูตู้ก็ถูกเปิดออก ชายชุดดำอีกสี่คนที่ติดอาวุธครบเครื่องกระโดดลงมา ล้อมกรอบรถของฟ่านอีหมิงจากทั้งซ้ายและขวา ทั้งห้าคนสวมโม่งปิดบังใบหน้า แต่ดูจากขนาดร่างกายที่บึกบึนผิดมนุษย์มนาแล้ว พวกเขาไม่ใช่ชาวเอเชีย แต่เป็นคนผิวขาวหรือผิวสีที่ตัวสูงใหญ่

ฟ่านอีหมิงตกใจจนแทบสิ้นสติ เขาถึงกับลืมถอยรถหนี แต่ถึงเขาคิดจะทำก็คงไร้ประโยชน์ เพราะมือปืนสองคนเปิดฉากยิงยางรถที่เป็นล้อขับเคลื่อนจนระเบิดพร้อมกัน ไร้เสียงปืน เพราะอาวุธทุกกระบอกติดตั้งท่อเก็บเสียง เสียงที่เกิดขึ้นจึงเบาบางจนแทบไม่ได้ยิน

ชายชุดดำคนหนึ่งยื่นมือไปคว้าประตูรถหงฉี ทันใดนั้น กระสุนไม่ทราบที่มาพุ่งเข้าใส่ศีรษะของเขาจนกะโหลกหายไปครึ่งซีก!

เลือดและสมองสาดกระจายเต็มกระจกรถ ศพที่มีหัวเหลือเพียงครึ่งล้มลงฟาดประตูรถแล้วไถลลงไปกองกับพื้น ฟ่านอีหมิงไม่เคยเห็นภาพสยดสยองขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เมื่อได้เห็นเหตุการณ์ต่อหน้าต่อตา เขากรีดร้องออกมาหนึ่งครั้งก่อนจะสลบคาที่นั่งคนขับไป

ตุบๆๆ...

แทบจะในวินาทีที่ชายชุดดำคนแรกล้มลง ชายชุดดำอีกสี่คนที่เหลือก็คาดคะเนทิศทางของพลซุ่มยิงได้ทันที และสาดกระสุนไปยังทิศทางนั้น หนึ่งในนั้นดึงระเบิดควันออกจากสายรัดแล้วขว้างไปยังทิศทางของสไนเปอร์

คนขับรถบรรทุกรีบกลับรถทันทีโดยไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว

เพล้ง! กระจกรถบรรทุกแตกกระจาย กระสุนอีกลูกพุ่งมาจากทิศทางอื่น เจาะทะลุกระจกข้างเข้าไปทางใบหูและฝังแน่นในสมองของคนขับ

ในชั่วพริบตา ชายชุดดำหกคนตายไปแล้วสอง สี่คนที่เหลือต่างหลบมุมอยู่ข้างรถหงฉีของฟ่านอีหมิง ภายใต้ม่านควันจากระเบิดควัน พลซุ่มยิงทั้งสองฝั่งมองไม่เห็นเป้าหมาย และต่อให้เห็นก็ไม่กล้ายิงสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะในรถมีฟ่านอีหมิง ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์ของจีนนั่งอยู่

มีเพียงเหยื่อระดับฟ่านอีหมิงเท่านั้นที่สามารถล่อพญางูออกมาได้ แต่เหยื่อระดับนี้ก็มีข้อเสียร้ายแรง คือหากถูกจับเป็นตัวประกัน เรื่องจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ทันที

“ลากไอ้แก่หน้าโง่นั่นออกมา!” ท่ามกลางควันโขมง หัวหน้าทีมออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว “แล้วก็กระเป๋านั่นด้วย!”

หัวหน้าทีมสั่งให้ลูกน้องยิงคุ้มกัน อีกสองคนเปิดประตูรถ คนหนึ่งคว้ากระเป๋ารหัสที่เบาะข้างคนขับ อีกคนคว้าแขนฟ่านอีหมิงแล้วลากออกจากรถ

เมื่อยิงจนหมดแม็กกาซีน หัวหน้าทีมก็กดโทรศัพท์ดาวเทียมเพื่อรายงาน “รหัส A120 นามเรียกขาน ‘ราชาอสรพิษ’! เราถูกซุ่มโจมตี กำลังจะพาตัวประกันหนีเข้าเขตภูเขา ขอให้จัดเตรียมทีมสนับสนุนมารับช่วงต่อ...”

ทันใดนั้น รถกระบะคันหนึ่งก็พุ่งทะยานมาจากทิศทางของเรย์มาร์กรุ๊ป

“มีรถมาจากทิศหกนาฬิกา!” ชายชุดดำคนหนึ่งตะโกน “สอยมันซะ!”

แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ยิง รถกระบะคันนั้นก็เบรกกึก และมีเสียงแหลมสูงดังมาจากข้างประตูรถ “รหัส A120 นามเรียกขาน ‘ราชาอสรพิษ’! ฉันคือคนที่จะมารับพวกนายเอง! อย่าเพิ่งยิง!”

“พวกเดียวกันเหรอ?” หัวหน้าทีมมีสีหน้าประหลาดใจ เพิ่งขอกำลังเสริมไป ทีมสนับสนุนก็โผล่มาปานกามเทพส่งมาจุติ ประสิทธิภาพรวดเร็วเสียจนน่าสงสัย

“เปิดกระเป๋านั่นซะ!” เสียงนั้นสั่งต่อ “ในนั้นมีเครื่องระบุตำแหน่ง มันจะถูกติดตามได้ เปิดกระเป๋าแล้วเอาของข้างในออกมา จากนั้นเราจะไปจากที่นี่กัน!”

แม้จะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ หัวหน้าทีมไม่มีเวลาให้ขบคิดหรือแยกแยะมากนัก เขาเลือกวิธีที่ง่ายที่สุด โดยการปรับกล้องตรวจจับความร้อนที่ศีรษะไปยังทิศทางของรถกระบะ “ลุกขึ้นมา!”

หัวของหญิงสาวผมทองที่เพิ่มาใหม่ยื่นโผล่ออกมาจากด้านข้างฝากระโปรงรถแวบหนึ่ง ก่อนจะมุดกลับลงไป “เร็วเข้า! เราไม่มีเวลาแล้ว!”

“งัดกระเป๋า เอาของข้างในออกมา แล้วพาตัวประกันไปด้วย!” หัวหน้าทีมสั่งการใหม่ หากอีกฝ่ายเป็นคนเอเชียเขาคงสงสัยต่อ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นหญิงสาวผิวขาว เขาจึงฝืนใจเชื่อว่าผู้หญิงผมทองคนนั้นคือทีมสนับสนุน

ชายชุดดำคนหนึ่งเล็งปากกระบอกปืนไปที่ตัวล็อคกระเป๋ารหัสแล้วเหนี่ยวไก ตัวล็อคกระเด็นออก เขาเอื้อมมือไปเปิดฝากระเป๋า

ตู้ม! แสงสีขาวเจิดจ้าบาดตาพุ่งออกมาจากในกระเป๋าทันที ตามมาด้วยเสียงกัมปนาทและคลื่นกระแทกที่รุนแรงจนแทบจะทนไม่ได้

ในกระเป๋าไม่ได้มีแค่เอกสารลับและแฟลชไดรฟ์ แต่มันมีระเบิดแสงซ่อนอยู่ด้วย!

ภายใต้แสงจ้าและแรงสั่นสะเทือน ชายชุดดำทั้งสี่คนเสียความสามารถในการควบคุมร่างกาย พวกเขาล้มกองลงกับพื้นทีละคนแต่ยังไม่หมดสติ

ท่ามกลางภาพซ้อนและความมึนงง หัวหน้าทีมเห็นหญิงสาวผมทองปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าราวกับภูตผี ก่อนที่พานท้ายปืนจะฟาดเข้าที่ศีรษะของเขาอย่างจัง นั่นคือภาพสุดท้ายที่เขาเห็น หลังจากนั้นสติของเขาก็ดับวูบลงสู่ความมืดมิดและไม่รับรู้อะไรอีกเลย

หญิงสาวผมทองคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เขาคือเซี่ยเหล่ย

การแปลงโฉมเป็นอานีน่า ความจริงเขาเพียงต้องการหลอกตาฉิงไฉ่เยว่ แต่ไม่นึกเลยว่าจะมาแสดงบทบาทสำคัญในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้

หัวหน้าทีมเป็นคนแรกที่ถูกเซี่ยเหล่ยเตะจนสลบ แต่ภายในเวลาสามวินาที อีกสามคนที่เหลือก็ได้รับบริการแบบเดียวกัน ทุกคนถูกฟาดศีรษะด้วยพานท้ายปืนซุ่มยิง XL2500 จนสลบเหมือด

ฟ่านอีหมิงเองก็นอนอยู่ที่พื้น แต่เขาสลบไปก่อนหน้านี้แล้ว จึงไม่ได้รับผลกระทบจากระเบิดแสง

เซี่ยเหล่ยยึดอาวุธของพวกชายชุดดำมาทั้งหมด จากนั้นใช้ปืน XL2500 ยิงซ้ำไปที่จุดที่ศพทั้งสองคนถูกยิงเข้าเป้า และไม่ได้ยิงแค่ครั้งเดียว แต่ยิงไปหลายนัดเพื่อทำลายหลักฐานเดิม

เมื่อเสร็จสิ้น เซี่ยเหล่ยจึงหยิบโทรศัพท์ดาวเทียมขึ้นมาพูดว่า “พวกคุณไปกันเถอะ อย่าเพิ่งกลับมาที่เรย์มาร์กรุ๊ปในตอนนี้”

“งั้นฉันไปเลือกชุดแต่งงานต่อนะ” เสียงของเหลียงซือเหยาดังมาจากโทรศัพท์ “อ้อ แล้วก็ คืนนี้ฉันจะกลับไป ฉันอยากกินแซลมอนย่างฝีมือคุณ กินปลาดีต่อลูกในท้องนะ”

เซี่ยเหล่ย: “...”

ข้างตัวเขามีเศษสมองกระจายอยู่เต็มพื้นแท้ๆ เธอต้องพูดเรื่องกินปลาในเวลาแบบนี้จริงๆ เหรอ?

จบบทที่ TXV - 0974 ฉันอยากกินแซลมอนย่างฝีมือคุณ

คัดลอกลิงก์แล้ว