เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 755 : หลังจากผ่านพ้นภัยพิบัติ

ตอนที่ 755 : หลังจากผ่านพ้นภัยพิบัติ

ตอนที่ 755 : หลังจากผ่านพ้นภัยพิบัติ


ตอนที่ 755 : หลังจากผ่านพ้นภัยพิบัติ

เวลาล่วงเลยมาถึง 6 โมงเช้า

ท้องฟ้าก็เริ่มสว่างขึ้นทีละน้อย

ฐานหลักลวี่หยวน

บ้านพักของผู้นำ

“กริ๊ง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ”

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ฉินจิ้นเอื้อมมือไปกดปิดพลางบิดขี้เกียจเพื่อเตรียมตัวลุกขึ้นมาเริ่มต้นชีวิตในวันใหม่

เมื่อคืนนี้จ้าวหลิงไม่ได้มาที่นี่

นั่นก็เป็นเพราะวันหมอกศพที่ปะทุขึ้น ฉินจิ้นจึงสั่งให้เธอกลับไปนอนที่ห้องของเธอตั้งแต่หัวค่ำ ส่วนตัวเขาก็เฝ้าดูสถานการณ์จนถึงช่วงเวลาตี 1 ถึงตี 2 เมื่อเห็นว่าไม่มีเหตุการณ์อะไรที่ผิดปกติอีกเขาจึงกลับมานอนที่บ้านของเขา

ด้วยสมรรถภาพทางร่างกายของเขา การได้นอนหลับลึกเพียง 4-5 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขามีพลังในการทำงานไปได้ตลอดทั้งวันแล้ว

เขาผลักหน้าต่างเปิดออกเพื่อมองดูบรรยากาศข้างนอก ในตอนนี้เขายังคงมองเห็นหมอกสีม่วงจางๆ ที่เบาบางลงกว่าตอนที่มันเพิ่งปรากฏขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้ไปแล้วกว่าครึ่ง

“วันหมอกศพครั้งนี้ คาดว่าจะสิ้นสุดก่อนช่วงเที่ยงแน่ๆ”

เขาพึมพำกับตัวเอง จากนั้นเขาก็หันไปล้างหน้าแปรงฟันและออกกำลังกายตอนเช้าต่อ

ในตอนนี้ฐานลวี่หยวนมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเมินเฉยต่อวันหมอกศพในระดับปกติได้แล้วจริงๆ!

ภัยพิบัติที่น่าสะพรึงกลัวจนถึงขีดสุดในสายตาของกองกำลังอื่นหรือผู้รอดชีวิตข้างนอก แต่สำหรับฐานลวี่หยวนแล้วมันกลับกลายเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ต้องให้ความสนใจเพียงแค่นิดเดียวก็สามารถผ่านมันไปได้แล้ว

เมื่อคืนเขานั่งวางแผนการในอนาคตและเฝ้าติดตามสถานการณ์โดยรวมของวันหมอกศพอยู่ที่ห้องทำงานตลอดเวลา

เขตที่พักอาศัยขนาดเล็กและขนาดใหญ่ภายในเขตลวี่หยวนต่างก็รับมือกับซอมบี้ที่เข้ามารุมล้อมได้อย่างคล่องแคล่ว จะมีก็เพียงเขตที่พักอาศัยขนาดเล็กบางแห่งเท่านั้นที่เกิดอาการลนลานเล็กน้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้กลายพันธุ์ แต่หลังจากใช้พละกำลังจัดการไปได้สักพักสถานการณ์ก็กลับมาปลอดภัยอย่างสมบูรณ์

ส่วนซอมบี้ที่เหลือนั้นถ้าไม่ได้ถูกกำจัดก่อนถึงตัวฐานหลักก็ย่อมต้องตกลงไปในแนวป้องกัน!

กล้องวงจรปิดที่ถูกติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ในเขตลวี่หยวนก็ได้บันทึกรายละเอียดการเข้าโจมตีของซอมบี้ในครั้งนี้ไว้อย่างละเอียด และมีเจ้าหน้าที่เฉพาะทางที่คอยทำสถิติออกมา

ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวานนี้จนถึงเช้านี้มีจำนวนซอมบี้ที่เข้ามารุมล้อมฐานลวี่หยวนรวมทั้งหมดประมาณ 800,000 ตัว

สำหรับฐานลวี่หยวนแล้วจำนวนนี้ไม่ได้ถือว่าเยอะเลย

แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นกองกำลังอื่น นี่อาจจะเป็นหายนะที่ทำให้ฐานแตกได้เลยทีเดียว

ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ไม่มีซอมบี้แม้แต่ตัวเดียวที่สามารถเข้าใกล้กำแพงของฐานหลักได้เลย!

ช่างไร้ความปรานีจริงๆ!

ต่อให้พวกมันจะโหยหาเลือดเนื้อที่นี่มากแค่ไหน แต่แนวป้องกันที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ ข้างนอกนั่นก็ยังคงเป็นหลุมพรางที่พวกมันไม่มีทางก้าวข้ามมาได้อยู่ดี!

ไม่ใช่แค่ที่ฐานหลักเท่านั้น แต่รวมถึงฐานในเมืองจูไห่ เมืองชานและเมืองอื่นๆ ก็ไม่มีรายงานความสูญเสียครั้งใหญ่ในวันหมอกศพครั้งนี้เลย

อย่างมากที่สุดก็มีเพียงบางคนที่ใช้แรงฆ่าซอมบี้มากเกินไปจนกล้ามเนื้อฉีกขาดเท่านั้น

จะมีก็เพียงบางคนที่โชคร้ายเจอเข้ากับซอมบี้กลายพันธุ์และต้องกลายเป็นรายชื่อผู้เสียชีวิตไป

สำหรับกองกำลังที่มีคนอยู่ภายใต้การปกครองนับหมื่นคนอย่างฐานลวี่หยวน การจ่ายค่าตอบแทนเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตเพียงเลขหลักเดียวในภัยพิบัติอย่างวันหมอกศพแบบนี้ มันก็ถือได้ว่าเป็นชัยชนะที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว!

แม้ว่าในตอนนี้หมอกสีม่วงจะยังไม่สลายหายไปทั้งหมด แต่การที่ฟ้าสว่างแล้วนั่นก็หมายความว่าพวกซอมบี้จะหลุดออกจากโหมดที่คลุ้มคลั่งที่สุด บวกกับหมอกสีม่วงที่เริ่มจางลง พลังของพวกมันก็จะเริ่มลดฮวบลงอย่างมหาศาล

หลังจากฉินจิ้นลุกขึ้นจากเตียงเขาก็ไปออกกำลังกายตามกิจวัตรของเขาด้วยความสบายใจ

ภัยพิบัติระลอกนี้กำลังจะผ่านพ้นไปโดยไม่มีอะไรผิดพลาด

เมืองเซินเจิ้น

ฐานหงอวิ๋น

พี่หงในตอนนี้อยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้เลย เธอมองดูกองซากศพซอมบี้ที่ทับถมกันเป็นภูเขาเลากาข้างนอกด้วยความเหนื่อยล้าจนแทบจะหมดสติ

แม้ในตอนนี้เธอจะไม่ได้ดูสง่างามเหมือนเมื่อก่อน แต่บนใบหน้าของเธอกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

เพราะฐานหงอวิ๋นสามารถรอดพ้นมาได้แล้ว!

หลังจากที่ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้น ซอมบี้ที่ปรากฏตัวข้างนอกก็เริ่มลดน้อยลงทีละตัวและเมื่อหมอกสีม่วงจางลง พลังของซอมบี้เหล่านั้นก็กำลังอ่อนแอลงตามเช่นกัน

ในตอนนี้กองซากศพใต้กำแพงทับถมกันสูงถึง 12-13 เมตรเลยทีเดียว!

นั่นมันสูงเกือบเท่ากับตึก 3 ถึง 4 ชั้นเลยนะ!!

ลองจินตนาการดูสิว่าเมื่อคืนนี้พวกเขาต้องฆ่าซอมบี้ไปมากมายขนาดไหน

โชคดีที่เมื่อคืนนี้คนจากฐานลวี่หยวนมาช่วยสนับสนุนพวกเขา ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็คงจะถูกตีแตกและตายกันไปหมดแล้วจริงๆ

“พวกเราชนะแล้ว...”

สงเซินที่ตัวเปียกโชกไปด้วยเหงื่อราวกับเพิ่งถูกงมขึ้นมาจากน้ำ ใบหน้าของเขาก็ดูอิดโรยและหมดแรง แต่ดวงตาทั้งสองข้างกลับเป็นประกายเจิดจ้า

เมื่อรอดชีวิตมาได้ก็ย่อมมีอนาคตรออยู่

ซอมบี้ที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยพวกเขาสามารถกำจัดได้เองอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นหน่วยสนับสนุนของฐานลวี่หยวนยังทิ้งอาวุธและกระสุนไว้ให้จำนวนหนึ่งก่อนจะจากไปด้วย

ในที่สุดภัยพิบัติระลอกนี้ก็จบลงเสียที

พอถึงช่วงเที่ยง

หมอกสีม่วงก็สลายตัวไปจนหมด

บนพื้นดินนอกจากซากศพของซอมบี้ที่ถูกฆ่าตายแล้ว ซอมบี้ตัวที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างก็พากันเดินกลับเข้าไปซ่อนตัวในที่มืดด้วยท่าทางเฉื่อยชา

เพื่อรอให้ยามค่ำคืนมาเยือนอีกครั้งพวกมันถึงค่อยกลับออกมา

ผู้รอดชีวิตนับไม่ถ้วนที่หลบซ่อนตัวอยู่ในฐาน ศูนย์พักพิงหรือที่พักส่วนตัวต่างก็พากันสวดอ้อนวอนให้วันหมอกศพจบลง และในที่สุดพวกเขาก็สามารถร้องไห้ออกมาเพื่อระบายอารมณ์ที่อัดอั้นไว้ได้เสียที

สวรรค์เท่านั้นที่จะรู้ว่ามีคนจำนวนเท่าไหร่ที่ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงออกมาตลอดทั้งคืน เพราะพวกเขากลัวว่ามันจะไปดึงดูดพวกสัตว์ประหลาดเหล่านั้นให้เข้ามา!

“ในที่สุดก็จบลงแล้ว!!”

“เยี่ยมไปเลย!! พวกเรารอดตายอีกครั้งแล้ว!!! ฮือ ๆ ๆ !!!”

พวกเขาพากันก้าวออกจากที่พักอย่างระมัดระวัง เพื่ออาบแสงแดดข้างนอกอีกครั้ง

เพื่อสัมผัสกับความอบอุ่นจากดวงอาทิตย์ที่อยู่ใจกลางระบบสุริยะนี้อีกครั้ง

ถึงตอนนี้

วันหมอกศพในครั้งนี้ก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว!

โลกใบนี้ได้กลับมาอยู่ในมือของมนุษย์ที่กำลังดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดอีกครั้งแล้ว!

ผู้รอดชีวิตเริ่มเดินออกจากที่พักมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเตรียมออกค้นหาเสบียงและอาหารรอบใหม่

ชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไปและจะไม่หยุดชะงักเพียงเพราะมีซอมบี้ขวางทาง ต่อให้ปากจะหยุดได้ แต่กระเพาะนั้นหยุดไม่ได้ ไม่อย่างนั้นปลายทางก็คงมีเพียงคำว่าตายคำเดียวเท่านั้นที่รออยู่

สิ่งที่แตกต่างจากฐานหงอวิ๋นก็คือ ฐานและศูนย์พักพิงในสถานที่อื่นๆ ส่วนใหญ่ต่างก็สามารถผ่านพ้นวันหมอกศพในครั้งนี้มาได้ จะมีก็เพียงกองกำลังส่วนน้อยเท่านั้นที่ล่มสลายไปเนื่องจากสาเหตุบางอย่าง

อย่างเช่น คนภายในเกิดปัญหาขึ้นกันเอง หรือไปอยู่ในจุดที่หมอกสีม่วงมีความหนาแน่นสูงเกินไปจนมีซอมบี้มากเกินรับมือ หรืออาจจะเป็นเพราะดวงซวยที่ไปเจอซอมบี้กลายพันธุ์ที่แข็งแกร่ง

สรุปก็คือ ผู้รอดชีวิตอิสระเริ่มมีความต้องการที่จะเข้าร่วมกับกองกำลังที่มีชื่อเสียงดีและไม่สร้างความลำบากให้คนของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ

มณฑลกวางตุ้งมีกลุ่มที่กินคนอยู่ไม่มากนัก เนื่องจากการมีอยู่ของฐานลวี่หยวน ที่นี่จึงถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่สะอาดที่สุดในประเทศจีนก็ว่าได้

คงมีแต่สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าในมณฑลอื่นๆ มีกองกำลังของผู้รอดชีวิตที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการกินเนื้อคนเกิดขึ้นมากมายขนาดไหน!?

ถ้าไม่ใช่เพราะที่นี่มีกองกำลังที่มีจุดยืนอย่างชัดเจนว่าพวกเขาเกลียดชังพวกกินคน และมีความแข็งแกร่งที่เหนือชั้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งตระหง่านอยู่ บางทีทั่วมณฑลกวางตุ้งก็อาจจะเต็มไปด้วยความไร้ระเบียบและความวุ่นวายเหมือนกับที่อื่นไปแล้ว

ผู้รอดชีวิตจากต่างถิ่นที่เริ่มได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับสถานการณ์ในมณฑลกวางตุ้งมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มเตรียมตัวที่จะอพยพมาที่นี่

ภัยหนาวเองก็กำลังจะมาเยือนอีกครั้ง ผู้รอดชีวิตหลายคนจึงเริ่มพิจารณาที่จะหนีไปหลบซ่อนตัวในมณฑลกวางตุ้งหรือมณฑลกวางสีที่อยู่ใกล้กับทางใต้มากที่สุด

เพราะอุณหภูมิที่ต่ำที่สุดของทางใต้นั้นจะอยู่ที่ประมาณ -20 ถึง -30 องศาเท่านั้น ไม่เหมือนกับทางเหนือที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวเหน็บถึง -40 ถึง -50 องศา

ผู้รอดชีวิตที่เพิ่งผ่านพ้นภัยพิบัติมาได้อย่างยากลำบากต่างก็พากันกลับไปใช้ชีวิตประจำวันของตัวเองเพื่อเอาชีวิตรอดเหมือนเดิม

เมืองฝูไห่

เมืองที่เคยเป็นมหานครระดับแนวหน้าของประเทศจีน

วันหมอกศพก็ได้ปะทุขึ้นที่นี่เช่นกัน

เพียงแต่ก็เหมือนกับพื้นที่ส่วนใหญ่ ที่นี่ไม่ได้เกิดสถานการณ์ที่มีหมอกสีม่วงเข้มข้นจัดเหมือนกับทางเมืองเซินเจิ้น

กองกำลังในเมืองฝูไห่ที่มีฐานอยู่บนเรือก็ย่อมสามารถผ่านพ้นภัยพิบัติในครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน

แต่สิ่งที่แตกต่างจากกองกำลังอื่นก็คือ พวกเขาไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับคลื่นซอมบี้ที่ถาโถมเข้ามา พวกเขาแค่ต้องคอยระวังฝูงปลากลายพันธุ์ในท้องทะเลที่นานๆ ครั้งจะโผล่ออกมา

“หมอกสีม่วงสลายไปแล้ว! พวกปลาหมึกกลายพันธุ์ส่วนใหญ่เริ่มถอยออกไปแล้ว ช่วงบ่ายหลังจากยืนยันแล้วว่าไม่มีอะไรก็ให้ทุกคนกลับไปทำงานตามปกติได้เลย!”

ผู้นำวัยกลางคนที่นั่งอยู่ในห้องขนาดใหญ่บนเรือก็พูดกับลูกน้องหลังจากได้รับรายงาน

เช่นเดียวกับฐานลวี่หยวน ฐานฝูไห่ก็ผ่านพ้นวันหมอกศพที่มาอย่างกะทันหันในครั้งนี้ไปได้อย่างง่ายดาย

โดยไม่สูญเสียกำลังคนเลยแม้แต่คนเดียว

นี่แหละคือความแข็งแกร่งของกองกำลังขนาดใหญ่

“สถานการณ์ของผู้วิวัฒนาการเป็นยังไงบ้าง? ยกระดับอัตราความสำเร็จขึ้นมาได้หรือยัง?”

“เรื่องนี้ยังต้องหาวิธีแก้ไขให้ได้! ไม่อย่างนั้นจำนวนกองกำลังผู้วิวัฒนาการของพวกเราก็จะเพิ่มขึ้นไม่ได้!”

ผู้นำวัยกลางคนพูดถึงเรื่องวันหมอกศพอย่างเรียบง่าย แต่แล้วจู่ๆ เขาก็เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นเคร่งขรึมและพูดถึงเรื่องการสร้างผู้วิวัฒนาการขึ้นมาเองของฐานฝูไห่!

ฐานฝูไห่มีเทคโนโลยีในการสร้างผู้วิวัฒนาการ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องรีบขยายข้อได้เปรียบนี้ให้เร็วที่สุด!

และต้องสั่งให้คนออกไปล่าซอมบี้กลายพันธุ์ให้ได้มากขึ้น!

จบบทที่ ตอนที่ 755 : หลังจากผ่านพ้นภัยพิบัติ

คัดลอกลิงก์แล้ว