- หน้าแรก
- รักซ่อนเร้นของยัยรุ่นพี่ตัวร้ายกับนายนักเขียนอัจฉริยะ
- บทที่ 160 ชุดคู่รัก (ฟรี)
บทที่ 160 ชุดคู่รัก (ฟรี)
บทที่ 160 ชุดคู่รัก (ฟรี)
ไม่นานนัก ในครรลองสายตาของหลัวเย่ รุ่นพี่นางฟ้าก็เดินออกมาจากห้องลองเสื้อ
ท่อนล่างของเธอยังคงเป็นกางเกงยีนส์ทรงหลวมสีดำตัวเดิม แต่ท่อนบนเปลี่ยนเป็นเสื้อไหมพรมสีขาวที่ดูนุ่มนวลและอบอุ่น
ส่วนตัวที่อยู่ในมือของหลัวเย่นั้นเป็นสีดำ
ซูไป๋โจวเดินตรงมาหาหลัวเย่แล้วถามเบาๆ “ดูดีไหม”
“ด... ดูดีครับ”
หลัวเย่ตอบอย่างเหม่อลอย
เรื่องที่ว่าเสื้อผ้าดูดีไหมนั้นก็เรื่องหนึ่ง
แต่ความรู้สึกที่ว่าแฟนสาวมายืนอยู่ตรงหน้า แล้วเอ่ยปากถามเขาว่าเธอสวยไหม นั่นต่างหากคือเหตุผลหลักที่ทำให้หัวใจของหลัวเย่เต้นรัวแรงในวินาทีนั้น
เขาลุกขึ้น เดินเข้าห้องลองเสื้อ และรีบเปลี่ยนเป็นเสื้อไหมพรมสีดำอย่างรวดเร็ว
เมื่อเขาเดินออกมา ยังไม่ทันที่รุ่นพี่นางฟ้าจะทันได้เอ่ยปาก พนักงานขายก็ชิงพูดขึ้นก่อน “ทั้งสองท่านดูเหมาะสมกันมากเลยค่ะ! ชุดนี้ดูเหมือนตัดเย็บมาเพื่อพวกคุณโดยเฉพาะเลย ตอนนี้ทางร้านเรามีกิจกรรมอยู่นะคะ ถ้าซื้อเป็นชุดคู่รักจะได้รับส่วนลดสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ”
ได้ยินดังนั้น หลัวเย่ก็ไม่ลังเลเลยสักนิด
“ห่อชุดเดิมของพวกเราเลยครับ พวกเราจะใส่ชุดนี้กลับเลย”
“ได้เลยค่ะ”
พนักงานขายยิ้มแก้มปริ รีบไปหยิบถุงกระดาษมาบรรจุเสื้อผ้าทันที
เมื่อเห็นดังนั้น ซูไป๋โจวก็เอ่ยเสียงเรียบ “จะไม่ดูแบบอื่นอีกหน่อยเหรอ”
“รุ่นพี่ครับ ถ้าผมดูต่อ ผมคงอยากจะเหมาหมดทั้งร้านแน่ๆ”
พูดจบ หลัวเย่ก็เดินไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์
เสื้อผ้าในห้างสรรพสินค้าแน่นอนว่าราคาไม่ถูก
ตัวละ 800 สองตัวก็ 1,600 หลังจากหักส่วนลดแล้วเหลือ 1,440
พอหลัวเย่จ่ายเงินเสร็จ ซูไป๋โจวก็แอบโอนเงินครึ่งหนึ่งมาให้เขาทางวีแชตเงียบๆ
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนในโทรศัพท์ หลัวเย่ก็ก้มลงมอง
เมื่อเห็นข้อความแจ้งโอนเงิน หลัวเย่ก็ชะงักไปเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร
ด้วยนิสัยของรุ่นพี่ ต่อให้เป็นแฟนกันแล้ว เธอก็ไม่มีทางใช้เงินของเขาอย่างไร้ยางอายเด็ดขาด
ถ้าหลัวเย่ขืนดึงดันไม่ยอมรับเงินโอนจากรุ่นพี่ พวกเขาอาจจะลงเอยด้วยการทะเลาะกันแทน
แต่มันก็ไม่เป็นไรหรอก ในอนาคตพอแต่งงานกัน เงินของเขากับเธอก็จะรวมกันเป็นทรัพย์สินสมรสอยู่ดี
ถึงตอนนั้น เขาค่อยซื้อทุกอย่างที่รุ่นพี่อยากได้ให้หมดเลย
เดี๋ยวนะ... ถ้าถึงตอนนั้นรุ่นพี่เป็นคนคุมบัญชีครัวเรือน แล้วเธอไม่ให้เงินเขาใช้ล่ะ
ช่างเถอะ ถ้าได้แต่งงานกับนางฟ้า ต่อให้ต้องประหยัดเงินใช้หน่อยมันจะไปเสียหายตรงไหนกัน
เมื่อเห็นสีหน้าของเขาที่เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวมุ่ย ซูไป๋โจวที่อยู่ข้างๆ ก็ถามขึ้น “คิดอะไรอยู่เหรอ”
“คิดเรื่องแต่งงานน่ะครับ...”
พูดไปได้ครึ่งประโยค น้ำเสียงของหลัวเย่ก็ขาดห้วงไป
เกือบไปแล้ว เขาเกือบจะหลุดปากพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไปหมดซะแล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูไป๋โจวก็เอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย “นายเพิ่งเป็นนักศึกษาปีหนึ่งเองนะ คิดไปไกลถึงเรื่องอีกหลายปีข้างหน้าเชียวเหรอ”
“ก็มันเป็นการคบกันโดยมีเป้าหมายคือการแต่งงานนี่ครับ” หลัวเย่ตอบพร้อมรอยยิ้ม
“รุ่นพี่ไม่ได้คิดเรื่องนี้บ้างเหรอครับ” หลัวเย่ถามกลับ
ได้ยินคำถามนั้น ซูไป๋โจวก็ปรายตามองเขาเล็กน้อย
“เมื่อก่อนไม่ได้คิดหรอก”
อืม แสดงว่าตอนนี้เริ่มคิดแล้วสินะ
หลังจากออกจากร้านเสื้อผ้า ทั้งสองก็ไปเดินเล่นดูร้านอื่นๆ ต่อ
หลัวเย่ซื้อแจ็กเก็ตเพิ่มอีกตัวก่อนจะพากันกลับไปยังหอพักอาจารย์
พรุ่งนี้เป็นวันจันทร์ คืนนี้หลัวเย่จึงต้องกลับไปนอนที่หอพักชาย ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะไปเรียนคาบแปดโมงเช้าไม่ทัน
หลังจากเขาจากไป ซูไป๋โจวก็กลับเข้าห้องและเปิดแท็บเล็ตของเธอขึ้นมา
ช่วงนี้เธอเริ่มคุ้นเคยกับลายเส้นการวาดคอมิกแล้ว และนิยายเรื่อง “วัยเยาว์ดำเนินต่อไป” ในฉบับคอมิกก็เปลี่ยนจากการอัปเดตสัปดาห์ละตอน เป็นสัปดาห์ละสองตอนแทน
การอัปเดตในวันพรุ่งนี้สำคัญต่อซูไป๋โจวมาก
เพราะฉากในตอนหน้าคือเมืองหางโจว ซึ่งเป็นช่วงที่เธอพาหลัวเย่กลับบ้าน
เด็กหนุ่มคนนั้น เปรียบเสมือนแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาหาเธอในยามที่เธอสิ้นหวังที่สุด
การก้าวกระโดดจากเจียงเฉิงไปยังหางโจว เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
ในตอนนั้น ทำไมรุ่นน้องถึงไปปรากฏตัวที่หางโจวได้นะ
เธอมองดูตัวละครและพล็อตเรื่องที่เธอวาดออกมา ซูไป๋โจวเผยสีหน้าพึงพอใจ
นี่คือคอมิกที่เล่าผ่านมุมมองบุคคลที่หนึ่งของเธอ และสิ่งที่แสดงออกมาก็มีความแตกต่างจากฉบับนิยายของหลัวเย่
ทำไมดาวมหาวิทยาลัยผู้แสนเย็นชาในเรื่อง ถึงได้ตกหลุมรักเด็กหนุ่มที่แสนใสซื่อคนนั้น
ซูไป๋โจวนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
ในความทรงจำเหล่านั้น เธอไม่จำเป็นต้องหาคำตอบเลย...
เพราะทุกย่างก้าวในอดีต นั่นแหละคือคำตอบในตัวมันเอง
เมื่ออัปเดตสองตอนนี้เสร็จ ก็หมายความว่าเธอเป็นนักวาดคอมิกมาเกือบจะครบเดือนหนึ่งแล้ว
เธอจะได้รับค่าตอบแทนจากน้ำพักน้ำแรงเป็นครั้งแรก
ด้วยกระแสความนิยมเดิมจากนิยายของ 'หลัวเย่กุยเกิน' ประกอบกับการถ่ายทอดอารมณ์ที่ละเอียดอ่อนของเธอ คอมิกเรื่องนี้จึงพุ่งทะยานเข้าสู่สิบอันดับแรกของหมวดรักโรแมนติกบนแพลตฟอร์มได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อคิดได้ดังนั้น มุมปากของซูไป๋โจวก็ยกขึ้นเล็กน้อย
ขอเพียงคอมิกเรื่องนี้ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในหมวดรักโรแมนติก เมื่อนั้น "วัยเยาว์ดำเนินต่อไป" ก็จะเป็นผลงานอันดับหนึ่งทั้งในรูปแบบนิยายและคอมิก
อาจารย์หลัวเย่กุยเกินคะ นักวาดคอมิก 'ข้าวเปล่าเพิ่มน้ำ' คนนี้ กำลังจะไปหาคุณในเร็วๆ นี้แล้วนะ
...
เช้าวันรุ่งขึ้น หลัวเย่นั่งหาวหวอดอยู่ในห้องเรียนพลางฟังอาจารย์บรรยาย
เนื่องจากใกล้จะสอบมิดเทอมแล้ว บรรยากาศการเรียนในห้องจึงเริ่มตึงเครียดขึ้นมา
จะว่าไป คณะอื่นเขาไม่มีสอบมิดเทอมกันหรอก แม้แต่รุ่นพี่นางฟ้าตอนปีหนึ่งก็ไม่มี มีแค่รุ่นของพวกเขานี่แหละที่มี
อาจารย์ที่ปรึกษาใจร้ายกับพวกเขาสุดๆ ไปเลย
แต่ก็นะ ด้วยการติวเข้มจากรุ่นพี่นางฟ้า เขาจึงไม่สะทกสะท้านกับการสอบไหนๆ ทั้งนั้น
การมีแฟนเป็นเด็กเรียนระดับท็อปนี่มันดีจริงๆ
หลังเลิกเรียน ทั้งสี่คนเตรียมตัวไปหาอะไรกินที่โรงอาหาร
ที่โรงอาหารแห่งที่สามซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหอพักหญิง หลัวเย่และเพื่อนอีกสามคนนั่งล้อมวงอยู่ที่โต๊ะตรงมุมห้อง พลางกินข้าวและคุยเล่นกันไปตามปกติ
มื้อแรกที่พวกเขากินด้วยกัน ก็คือที่โต๊ะตัวนี้แหละ
“น้องเย่ ทำไมฉันรู้สึกว่ารุ่นเราไม่มีสาวสวยเลยวะ”
หวังต้าชุยกวาดสายตามองไปรอบๆ โรงอาหารอย่างเจ้าเล่ห์
ได้ยินดังนั้น หลัวเย่ก็ตอบอย่างเอือมระอา “ปกติแหละน่า ทุกรุ่นก็คิดว่ารุ่นตัวเองไม่มีสาวสวยกันทั้งนั้นแหละ”
“ในโรงอาหารสามนี่มีผู้หญิงเยอะกว่าที่อื่นจริงๆ แฮะ” หวังต้าชุยยังคงบ่นอุบ
ทุกคนเริ่มรู้สึกอายที่ต้องนั่งร่วมโต๊ะกับหวังต้าชุย
ในตอนนั้นเอง ร่างสองร่างก็ปรากฏขึ้นในโรงอาหาร และดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้างได้ในทันที
หวังต้าชุยส่งซิกทางสายตาให้หลัวเย่แล้วกระซิบเบาๆ “น้องเย่ เมียแกมาน่ะ”
“เมียที่ไหนกันเล่า”
หลัวเย่หันกลับไปมองแล้วก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย
ใช่จริงๆ ด้วย เมียเขาเองแหละ
ช่างบังเอิญจริงๆ ที่รุ่นพี่นางฟ้าก็มากินข้าวที่โรงอาหารเหมือนกัน
ฉินอวี่เหวินเดินเคียงข้างเธอมา ทั้งสองคนยังไม่ทันสังเกตเห็นหลัวเย่กับเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่ตรงมุมห้อง
ทันใดนั้น สีหน้าของหวังต้าชุยก็เปลี่ยนไป เขามองไปที่ซูไป๋โจวที่อยู่ไม่ไกล สลับกับมองมาที่หลัวเย่ คล้ายกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
เห็นดังนั้น เสิ่นเฉียวก็ถามด้วยความงุนงง “แกจะลุกลี้ลุกลนทำไมวะ”
“เชี่ยแล้ว”
หวังต้าชุยแทบจะกระโดดตัวลอย เขาพูดออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง “น้องเย่ แกกับรุ่นพี่ซูใส่ชุดคู่รักกันเหรอวะ”
ในวินาทีนั้นเอง หลัวเย่และซูไป๋โจวต่างก็สวมเสื้อที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวานเหมือนกันโดยมิได้นัดหมาย
คนหนึ่งใส่สีดำ อีกคนใส่สีขาว เป็นเสื้อไหมพรมสไตล์เดียวกันเป๊ะ
ดวงตาของหวังต้าชุยเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาจนแทบจะล้นทะลักออกมา
จากนั้นเขาก็เปลี่ยนสีหน้า พลางคว้าแขนเสิ่นเฉียวแล้วพูดจาออเซาะ “ที่รัก เรามาใส่ชุดคู่รักกันบ้างเถอะนะ...”
“ไปไกลๆ เลยไป!”
เสิ่นเฉียวทำสีหน้าขยะแขยงขั้นสุด