- หน้าแรก
- เกิดใหม่มาเห็นดาวโรงเรียนขโมยของ ผมเลยแจ้งตำรวจจับคาหนังคาเขาซะเลย
- บทที่ 7: เขาโกหก เชื่อฉันสิ!
บทที่ 7: เขาโกหก เชื่อฉันสิ!
บทที่ 7: เขาโกหก เชื่อฉันสิ!
แสงแดดปลายเดือนมิถุนายนเริ่มสำแดงเดช แผดเผาแมกไม้ในแคมปัสจนเหี่ยวเฉาไร้ชีวิตชีวา
ขณะที่กลุ่มนักเรียนห้องเรียนทดลองเดินออกจากอาคารเรียน เฉินฟานก็เร่งฝีเท้าขึ้น ภายใต้สายตาที่ตกตะลึงของทุกคน เขากว้ามือเล็กๆ ของหลี่เมี่ยวอี ดาวเด่นแห่งโว่หลงมาเกุมไว้
สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ หลี่เมี่ยวอีไม่ได้ขัดขืนเลยแม้แต่น้อย!
นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่?!
"พวกนาย..."
ความร่าเริงของเจิ้งซิงเทามลายหายไปในพริบตา เขายืนจ้องมองคู่รักคู่ใหม่ที่กุมมือกันอย่างสนิทสนมด้วยอาการเหม่อลอย สมองของเขาแทบจะชอร์ตไปชั่วขณะ
ไม่ใช่ว่าเขาเพิ่งจะสารภาพรักแทนเฉินฟานและถูกปฏิเสธไปแล้วหรอกเหรอ?
เฉินฟานกุมมือเล็กๆ ที่เกร็งเล็กน้อยนั้นไว้แน่น เมื่อเผชิญหน้ากับสีหน้าประหลาดใจของทุกคน เขาก็ยอมรับอย่างเปิดเผยว่า "ใช่ครับ ตอนนี้ผมกับเมี่ยวอีเราคบกันแล้ว"
เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!!
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ไม่ใช่แค่เจิ้งซิงเทา แต่เพื่อนผู้ชายอีกหลายคนในที่นั้นรู้สึกเหมือนหัวใจแตกสลาย
หลี่เมี่ยวอีมีทั้งรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่น นิสัยดี และเรียนเก่ง เธอคือดาวโรงเรียนและดาวประจำชั้นปีอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง
เฉินฟานคิดว่าตัวเองเป็นใคร? เขาคู่ควรกับเธอตรงไหน!
เมี่ยวอี ถ้าเธอถูกข่มขู่ก็บอกมานะ! ขอแค่เธอเอ่ยปาก พวกเราจะรุมสกรัมหมอนั่นเพื่อช่วยเธอออกมาเอง!
แต่น่าเสียดาย แม้สีหน้าและร่างกายของหลี่เมี่ยวอีจะดูแข็งทื่อ ทว่าเธอไม่ได้ขยับตัวเพื่อสลัดมือออกเลย
นั่นทำให้หัวใจของเหล่านักเรียนชายที่แอบหวังอยู่ดิ่งวูบลงสู่ก้นบึ้ง
เจิ้งซิงเทายิ่งหดหู่เข้าไปใหญ่ เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวตลกตัวเบ้อเริ่ม
ถ้าเฉินฟานกับหลี่เมี่ยวอีเป็นแฟนกันแล้ว แล้วเขาจะถ่อไปถึงเซี่ยงไฮ้เพื่ออะไร?
มิน่าล่ะ วันนี้หลี่เมี่ยวอีถึงจงใจพยักหน้าให้พวกเขา มิน่าล่ะ เฉินฟานถึงยืนกรานที่จะสมัครเข้ามหาวิทยาลัยตงไห่...
"หืม? มหาวิทยาลัยตงไห่..."
เจิ้งซิงเทาสังเกตเห็นจุดสำคัญ และความหวังก็เริ่มจุดประกายในดวงตาของเขาอีกครั้ง
เฉินฟานต้องสอบไม่ติดแน่ๆ เขายังมีโอกาส!
เฉินฟานจะปล่อยให้ชายอื่นมาหมายปองแฟนสาวของเขาได้อย่างไร เขาขยับเท้าแล้วใช้ร่างกายบังสายตาของทุกคนไว้
เขาสังเกตเห็นหวงเข่อซินกำลังเดินมาจากที่ไกลๆ สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นขณะที่เดินเข้ามาใกล้
"เมี่ยวอี เธอ..."
"ฉัน... ฉันคบกับเฉิน... พี่ฟานแล้วจ้ะ"
เพราะกลัวว่าหวงเข่อซินอาจจะพูดอะไรบุ่มบ่าม หลี่เมี่ยวอีจึงเงยหน้าที่แดงก่ำขึ้น และเป็นครั้งแรกที่เธอเป็นฝ่ายยอมรับความสัมพันธ์นี้ก่อน
คราวนี้ หัวใจของพวกผู้ชายที่อยู่รอบๆ แตกสลายอย่างสมบูรณ์แบบ...
เมี่ยวอี เธอสับสนไปใหญ่แล้ว!
หวงเข่อซินไม่เชื่อเรื่องนี้เด็ดขาด เมื่อวานสองคนนี้ยังแทบจะกินเลือดกินเนื้อกันอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่าคบกัน
เห็นเธอเป็นคนปัญญาอ่อนหรือไง!
"เมี่ยวอี เฉินฟานข่มขู่เธอใช่ไหม? เธอไม่ได้ขโมยอะไรสักหน่อย แล้วเธอจะไปกลัวเขาทำไม..."
หวงเข่อซินยังเคืองเรื่องที่หลี่เมี่ยวอีไม่ไปกินมื้อค่ำเมื่อคืน เธอจึงจงใจพูดเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานเสียงดัง
พวกนักเรียนพากันอึ้ง สายตาที่มองมาเริ่มดูประหลาดขึ้นเรื่อยๆ
พวกเขาสงสัยอยู่แล้วว่าทำไมคนสองคนที่ปกติไม่เคยคุยกันจู่ๆ ถึงมาเป็นแฟนกัน ที่แท้ดาวโรงเรียนก็ถูกเฉินฟานแบล็กเมลนี่เอง
แต่มันก็ยังดูไม่สมเหตุสมผลอยู่ดี
ดาวโรงเรียนออกจะรวย มีการศึกษาดี และรู้จักกาลเทศะ เธอจะไปขโมยของได้ยังไง!
หลี่เมี่ยวอีตกใจจนลนลานและไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ริมฝีปากของเธอซีดเผือดด้วยความกลัว
หากข่าวลือเรื่องขโมยของถูกยืนยัน ชื่อเสียงของเธอจะพังพินาศทันที
เฉินฟานรีบใช้รูปร่างที่สูงโปร่งและหล่อเหลาของเขาบังแฟนสาวไว้ แล้วพูดอย่างไม่เกรงใจกับหวงเข่อซินก่อนว่า:
"หวงเข่อซิน อย่ามาปล่อยข่าวโคมลอย เรื่องเข้าใจผิดนั้นเคลียร์กันจบไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ตำรวจและชาวบ้านแถวนั้นเป็นพยานได้ทุกคน!"
"ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมจู่ๆ ผมถึงมาคบกับเมี่ยวอี..."
เฉินฟานหันไปมองเพื่อนรัก เจิ้งซิงเทา
"ความจริงต้องขอบคุณพี่เทา พี่เทาเคยช่วยผมเขียนจดหมายรัก ซึ่งมันทำให้ผมมีความกล้าที่จะเผยความรู้สึกออกมา
แต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นเมี่ยวอีคืนจดหมายให้ผมทันที
ผมเลยคิดว่าตัวเองไม่มีหวัง พอเมื่อวานเห็นเมี่ยวอีท่าทางลับๆ ล่อๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ต ผมก็เลยเผลอคิดไปเองว่าเธอขโมยของ
ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกปฏิเสธรัก ประกอบกับคำยั่วยุของหวงเข่อซิน ผมเลยวู่วามโทรแจ้งตำรวจไป
ผมไม่รู้เลยว่าจริงๆ แล้วเธอตั้งใจมาที่นั่นเพื่อตอบรับคำสารภาพรักของผม แต่เธอก็อายเกินกว่าจะพูดออกมา..."
ซี้ด~
น่าประหลาดใจที่ภายใต้การบรรยายอย่างราบเรียบของเฉินฟาน เรื่องโกหกคำโตนี้กลับทำให้เพื่อนนักเรียนส่วนใหญ่เชื่อสนิทใจ
ส่วนใหญ่เป็นเพราะไม่มีใครเชื่อแต่แรกอยู่แล้วว่าหลี่เมี่ยวอีจะขโมยของ พอมีคำอธิบายแบบนี้พวกเขายิ่งมั่นใจเข้าไปใหญ่
สิ่งเดียวที่พวกเขายังไม่อยากจะเชื่อคือ หลี่เมี่ยวอีตกหลุมรักเฉินฟานได้ยังไง
เป็นคนหล่อมันดีขนาดนี้เลยเหรอ?
เจิ้งซิงเทาหงุดหงิดจนแทบกระอักเลือด สรุปว่าเขากลายเป็นพ่อสื่อคนสำคัญที่ทำให้สองคนนี้ลงเอยกันงั้นเหรอ?
หวงเข่อซินยืนมองเฉินฟานกลับดำเป็นขาวต่อหน้าต่อตา เธอแทบสำลักลมหายใจ หน้าอกกระเพื่อมด้วยความโมโหพลางรีบพูดว่า "เขาโกหก! อย่าไปเชื่อเขานะ..."
ไม่มีใครตอบสนอง หวงเข่อซินดูยังไงก็เหมือนพวกเด็กเกเรไร้การศึกษา เธอไม่ใช่พวกเดียวกับพวกเขาแต่แรกอยู่แล้ว
กลุ่มนักเรียนเมินเฉยต่อเสียงตะโกนของหวงเข่อซินแล้วมุ่งหน้าออกไปทางหน้าโรงเรียน
เฉินฟานกุมมือเล็กของหลี่เมี่ยวอีขณะเดินอยู่รั้งท้าย เขาไม่มีอารมณ์มาดื่มด่ำกับสัมผัสของดาวโรงเรียน และถามเสียงเบาว่า:
"เมี่ยวอี เธอมีเงินหรือบัตรธนาคารติดตัวมาบ้างไหม? ผมอยากขอยืมเงินเธอสัก 3,000 หยวน พรุ่งนี้ผมจะรีบคืนให้ทันที"
"เอ๋? มีจ้ะ..."
หลี่เมี่ยวอีกลืนคำขอบคุณที่กำลังจะเอ่ยออกมา แล้วรีบพยักหน้าโดยไม่ถามแม้แต่นิดเดียวว่าจะเอาเงินไปทำอะไร
เฉินฟานรู้สึกเบาใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ในเมื่อหลี่เมี่ยวอีมีเงิน เขาก็ไม่จำเป็นต้องรีบกลับไปเอาเงินตัวเอง เขาแค่ต้องไปถึงงานจับรางวัลก่อนเจิ้งซิงเทาก็พอ
คนเราต้องรู้จักทดแทนบุญคุณ
เฉินฟานบีบมือเล็กๆ ที่มีเหงื่อซึมของหลี่เมี่ยวอีเบาๆ พลางเตือนด้วยความหวังดี "หวงเข่อซินไม่ใช่คนดี เธออย่าไปใกล้ชิดกับยัยนั่นมากนักเลย"
"ฉันทราบแล้วจ้ะ..." วันนี้หลี่เมี่ยวอีว่าง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ เธอสูดหายใจเข้าลึกอยู่สองสามครั้งก่อนจะรวบรวมความกล้าพูดว่า "เฉิน... พี่ฟาน ขอบคุณนะคะ..."
เฉินฟานโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "เธอเป็นแฟนผม ผมต้องปกป้องเธอมันก็ถูกแล้ว
แต่แต่อย่าเพิ่งคิดว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยนะ ในเมื่อผมช่วยเธอโกหกได้ ผมก็เปลี่ยนคำพูดกลับไปได้เหมือนกัน
อย่าลืมล่ะ ผมยังมีคลิปเสียงนั่นอยู่"
"..."
หลี่เมี่ยวอีเพิ่งตระหนักถึงจุดประสงค์ของคลิปเสียงนั้น แต่แปลกที่เธอไม่รู้สึกต่อต้านเลย ในหัวของเธอมีแต่ภาพของเฉินฟานที่ก้าวออกมาปกป้องเธอ...
เมื่อนั่งรถเมล์มาถึงใจกลางอำเภอ พวกเขาก็พบร้านขนาดใหญ่ที่คึกคักเป็นพิเศษ มีเสียงฮือฮาจากฝูงชนดังมาเป็นระยะ
นำทีมโดยเจิ้งซิงเทาที่กำลังหดหู่ พวกนักเรียนเดินเข้าไปในร้านที่ชื่อว่า โว่หลงอีเล็คทรอนิกส์ และสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ลดวูบลงทันที (เพราะเครื่องปรับอากาศ)
หลังจากมองไปรอบๆ สภาพแวดล้อมที่ดูหรูหราภายในร้าน เพื่อนนักเรียนหลายคนถึงกับอุทานด้วยความชื่นชม ในตัวอำเภอมีสถานที่ที่ประณีตและทันสมัยแบบนี้อยู่น้อยมาก
เฉินฟานสังเกตสภาพรอบตัวอย่างระมัดระวังขณะที่ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมา
โว่หลงอีเล็คทรอนิกส์เปิดอยู่ได้ไม่นานหรอก ไม่ถึงปีก็ล้มละลาย
อย่างแรกคือพวกเขาประเมินตัวเองสูงเกินไป และแนวคิดการทำธุรกิจก็ไม่เหมาะกับอำเภอเล็กๆ ที่คนส่วนใหญ่ไปทำงานต่างถิ่นกันเกือบทั้งปี
อย่างที่สองคือเจ้าของร้านเอาของด้อยคุณภาพมาหลอกขายชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว
พอเสียชื่อเสียงแล้ว มันก็ยากมากที่จะทำธุรกิจกับคนในพื้นที่ต่อไป
อู๋ซิงเต๋อ เจ้าของร้าน กำลังอารมณ์ดีสุดๆ หลังจากพาผู้โชคดีไปจับรางวัลเสร็จเขาก็เดินตรงเข้ามา
เขาแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเจิ้งซิงเทาและกล่าวต้อนรับทุกคน:
"พวกเธอคงเป็นนักเรียนที่เพิ่งเรียนจบและเพิ่งกรอกใบสมัครเสร็จกันมาสินะ ก่อนอื่นครูขออวยพรให้ทุกคนสอบติดโรงเรียนที่หวังไว้นะ
ประจวบเหมาะกับที่ร้านของเรากำลังจัดงานฉลองเปิดร้านใหม่พอดี โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ที่นี่ถูกกว่าที่อื่นมาก
แถมเรายังมีการจับรางวัลที่มีของรางวัลมากมาย นักเรียนทั้งหลายห้ามพลาดเด็ดขาดนะ..."
"จริงเหรอครับ? งั้นผมต้องซื้ออะไรสักอย่างแล้วล่ะ"
เฉินฟานชิงตอบก่อนเจิ้งซิงเทาด้วยท่าทีที่กระตือรือร้นที่สุด
ในเมื่อเถ้าแก่จงใจต้อนรับขับสู้ขนาดนี้ เขาก็จะไม่เกรงใจละนะ