เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 499 ผู้ถูกกำหนดแห่งโชคชะตา

ตอนที่ 499 ผู้ถูกกำหนดแห่งโชคชะตา

ตอนที่ 499 ผู้ถูกกำหนดแห่งโชคชะตา


"เช่นนั้นคราวหน้าพวกท่านค่อยเลี้ยงคืนพวกเราก็แล้วกัน"

จูเก่อโย่วหลินยื่นมือไปตบไหล่อินซือเยี่ยนเบาๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

"ตกลง"

อินซือเยี่ยนพยักหน้ายิ้ม

"เดินเล่นกันก่อนเถอะ แล้วพวกเราค่อยไปกินข้าว"

เสิ่นเยียนเสนอแนะ

พวกเขาทั้งหมดไม่มีใครคัดค้าน

เมืองฮวาสู้แม้มิได้ใหญ่โตนัก ทว่าก็สะอาดสะอ้านและอบอุ่น อบอวลไปด้วยกลิ่นอายวิถีชีวิตผู้คน

ตลอดทาง มีศิษย์สำนักเฉียนคุนกำลังเล่นสนุกกับเด็กๆ ในเมือง และมีคนที่กำลังพูดคุยหัวเราะกับผู้เฒ่าผู้แก่

"บรรยากาศที่นี่ดีเหลือเกิน"

เวินอวี้ชูทอดถอนใจ ดีเสียจนเขารู้สึกว่ามันไม่จริง แต่ทว่าสถานที่แห่งนี้ก็คือที่หลบภัยชั้นดี

บางครั้งก็มีเด็กๆ วิ่งเข้ามา ชักชวนให้กลุ่มของเสิ่นเยียนไปเล่นด้วย

กลุ่มของเสิ่นเยียนไม่ได้ปฏิเสธ จูเก่อโย่วหลินยิ่งสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับมัน

มีศิษย์สำนักเฉียนคุนจำนวนไม่น้อยจำได้ว่ากลุ่มของเสิ่นเยียนเป็นศิษย์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ พวกเขาจึงกระตือรือร้นในการแนะนำเรื่องราวต่างๆ ของเมืองฮวาสู้ให้ฟัง

"ศิษย์น้องชายศิษย์น้องหญิงทั้งหลาย เมืองฮวาสู้มีของอร่อยอยู่อย่างหนึ่งที่พวกเจ้าต้องลิ้มลองให้ได้ เร็วเข้าๆ"

ชายหนุ่มท่าทางซื่อสัตย์จริงใจคนหนึ่งดึงแขนเซียวเจ๋อชวนด้วยความกระตือรือร้น พร้อมทั้งยกมือเรียกพวกเสิ่นเยียน

เซียวเจ๋อชวนขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาสัมผัสตัว ทว่าเขาก็ยังอดกลั้นความรู้สึกอึดอัดนั้นไว้และไม่ได้ผลักอีกฝ่ายออกไป

"ของอร่อยอันใดกัน?!"

จูเก่อโย่วหลินเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น

ศิษย์พี่ที่มีใบหน้าซื่อผู้นี้แววตาเป็นประกายวูบไหว เผยรอยยิ้มลึกลับ

"รอพวกเจ้ากินเข้าไปแล้วก็จะรู้เอง"

และในเวลานี้ก็มีคนจำนวนไม่น้อยล้อมเข้ามา มีทั้งศิษย์สำนักเฉียนคุน และชาวเมืองฮวาสู้ พวกเขาล้วนเผยรอยยิ้มแฝงความหมายลึกซึ้ง คล้ายอยากจะหัวเราะ ทว่าก็พยายามกลั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

มีคนกล่าวว่า

"ศิษย์ที่มาใหม่ ล้วนต้องลิ้มลองของอร่อยอันดับหนึ่งแห่งเมืองฮวาสู้กันทั้งนั้น"

"ใช่แล้วๆ พูดถึงของอร่อยนี้ ยังเป็นสิ่งที่ผู้อาวุโสฉีคิดค้นขึ้นมา มีประโยชน์ต่อการบำรุงพลังวิญญาณด้วยนะ"

"กลิ่นหอมฟุ้งสุดๆ ไปเลย"

"ท่านยายซู่ รีบนำ 'ขนมวิญญาณเฉียนคุน' ออกมาให้พวกเขาลองชิมเร็วเข้า"

เมื่อกลุ่มของเสิ่นเยียนได้ยินเสียงโห่ร้องของพวกเขา ในใจก็รู้สึกไม่ค่อยดีนัก

พวกเขาสบตากัน

ของอร่อยนี้ จะต้องซ่อนความเร้นลับเอาไว้เป็นแน่!

ท่านยายซู่มีใบหน้าเมตตาอารี สวมใส่ชุดผ้าป่านหยาบ เส้นผมที่ขาวโพลนไปครึ่งศีรษะมีผ้าโพกหัวพันไว้ พอนางแย้มยิ้มก็ทำให้ผู้คนรู้สึกอบอุ่น นางเช็ดมือพลางรับคำ

"ได้จ้ะ"

"รีบนั่งลงเถิด"

ส่วนกลุ่มของเสิ่นเยียนในเวลานี้ มีสีหน้าแปลกประหลาด ความรู้สึกเช่นนี้ก็เหมือนกับว่า รู้อยู่เต็มอกว่าเบื้องหน้ามีหลุมพราง ก็ยังดึงดันที่จะกระโดดลงไป

อวี๋ฉางอิงกดเสียงต่ำกล่าวว่า

"น้องเยียนเยียน พวกเรารีบหนีกันเถอะ"

เสิ่นเยียนได้ยินดังนั้น ก็เงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองผู้คนที่มุงดูอยู่รอบๆ พวกเขาล้วนมีสีหน้า 'คาดหวัง' อย่างยิ่ง แต่กลับไร้ซึ่งเจตนาร้าย

สายตาของเสิ่นเยียนหยุดลงที่ศิษย์พี่ใบหน้าซื่อผู้นั้น

"ขอเรียนถามศิษย์พี่ นี่เป็นธรรมเนียมของเมืองฮวาสู้จริงๆ หรือเจ้าคะ?"

น้ำเสียงของศิษย์พี่ผู้นี้หนักแน่นทรงพลัง

"ไม่ผิดแน่! เจ้าลองถามศิษย์พี่ชายศิษย์พี่หญิงที่อยู่ที่นี่ดูได้เลย ว่าพวกเขาก็เคยลิ้มรสของอร่อยนี้หรือไม่! สูตรลับของอร่อยนี้เป็นสิ่งที่ผู้อาวุโสฉีมอบให้แก่ท่านยายซู่เชียวนะ!"

เวลานี้ ในกลุ่มคนมีผู้จำจูเก่อโย่วหลินได้ จึงเอ่ยปากพร้อมรอยยิ้มว่า

"นี่ พ่อหนุ่มผมแดง เจ้าเป็นศิษย์สืบทอดของผู้อาวุโสฉีไม่ใช่หรือ? ถ้าเช่นนั้นเจ้าสมควรต้องกินสักสามชามใหญ่นะ!"

"ผมแดงอะไรกัน? ไร้มารยาท ต้องเรียกว่าศิษย์พี่จูเก่อสิ"

ลำดับอาวุโสของศิษย์สืบทอดย่อมสูงกว่าศิษย์สายใน ส่วนศิษย์สายในก็ย่อมสูงกว่าศิษย์สายนอก

เมื่อศิษย์สายนอกพบเห็นศิษย์สายใน ต้องเรียกขานว่าศิษย์พี่ชายหรือศิษย์พี่หญิง

เมื่อศิษย์สายในพบเห็นศิษย์สืบทอด ก็ต้องเรียกอีกฝ่ายว่าศิษย์พี่ชายหรือศิษย์พี่หญิงเช่นเดียวกัน

"ที่แท้ศิษย์สืบทอดที่ผู้อาวุโสฉีรับไว้ก็คือเขานี่เอง!"

มีคนกล่าวด้วยความตกตะลึง

"ศิษย์พี่จูเก่อ หล่อจังเลย!"

ศิษย์หญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

ในขณะนี้ เจียงเสียนเยว่เอียงคอเงยหน้าขึ้นปรายตามองคนข้างกายพลางแค่นเสียงฮึดฮัด

"มีคนเรียกเจ้าว่าศิษย์พี่ เจ้าคงดีใจจนตัวลอยแล้วกระมัง?"

จูเก่อโย่วหลินยกมือขึ้นกอดอก เลิกคิ้วกล่าวว่า

"คนอื่นเรียกข้าว่าศิษย์พี่ ข้าก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก แต่ถ้าหากพวกเจ้าเรียกข้าว่าศิษย์พี่ ข้าจะมีความสุขมากเลยล่ะ"

เขาก็แค่อยากให้คนพวกนี้มาเป็นลูกน้องตัวน้อยๆ ของเขาเท่านั้นเอง

จูเก่อโย่วหลินโน้มตัวลงไป

"หรือว่า เจ้าลองเรียกข้าสักคำสิ เยว่เยว่"

เจียงเสียนเยว่ทำหน้าเย็นชา

"ยางอายมีบ้างไหม"

จูเก่อโย่วหลิน "..." ก็ได้

กลุ่มของเสิ่นเยียนถูกจับจ้องเช่นนี้ จึงทำได้เพียงนั่งลงเพื่อทานของอร่อยจานนี้

ไม่นานนัก ท่านยายซู่ก็นำ 'ขนมวิญญาณเฉียนคุน' แปดจานมาวางตรงหน้า มันส่งกลิ่นหอมกรุ่นจริงๆ รูปลักษณ์ภายนอกก็ดูดีมาก ทำให้ชวนน้ำลายสอเป็นพิเศษ

แต่เมื่อดูจากสีหน้าของฝูงชนแล้ว ของอร่อยจานนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

อวี๋ฉางอิงช้อนตาขึ้นมองเวินอวี้ชู นางยิ้มอย่างอ่อนหวานจับใจ

"ท่านพี่อวี้ชู ท่านชิมก่อนเถิด"

"เห็นด้วย"

เซียวเจ๋อชวนกล่าวเรียบๆ

คนอื่นๆ ล้วนหันไปมองเวินอวี้ชู

มุมปากของเวินอวี้ชูกระตุกเล็กน้อย แม้แต่รอยยิ้มก็ยากที่จะรักษาเอาไว้ได้ เขาถอนหายใจเบาๆ หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบขนมวิญญาณไปหนึ่งชิ้น แล้วอ้าปากกัดคำเล็กๆ มีชั่วขณะหนึ่งที่เวินอวี้ชูอยากจะพ่นของสิ่งนี้ออกมา ทว่าเขาก็ยังคงอดกลั้นเอาไว้ เพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำให้ผู้คนมองไม่ออกถึงความผิดปกติใดๆ

เมื่อทุกคนเห็นเช่นนั้น ก็ดูจะประหลาดใจกันเล็กน้อย

เผยซู่หันไปมองเขา

"เป็นอย่างไรบ้าง?"

เวินอวี้ชูวางตะเกียบลง หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับมุมปากเบาๆ พร้อมรอยยิ้มบางๆ

"อร่อยมาก"

เหล่าสหายต่างมองออกว่าเวินอวี้ชูกำลังฝืนทน มีเพียงมู่เหวินเท่านั้นที่หลงเชื่อ เขาหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบขนมวิญญาณแล้วกัดคำโต

พริบตานั้นเอง กลิ่นเหม็นเน่าที่ยากจะบรรยายได้ก็ระเบิดขึ้นในช่องปากและลุกลามไปทั่ว เขาอดไม่ได้ที่จะอาเจียนออกมา

"อุแหวะ... แหวะ..."

มู่เหวินพ่นขนมวิญญาณออกมา ยังคงทำท่าขย้อน เพราะกลิ่นเหม็นนั้นยังคงกระตุ้นประสาทสัมผัสของเขาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขารู้สึกทรมานอย่างยิ่ง

เหม็นเหลือเกิน!

เหม็นยิ่งกว่าสิ่งปฏิกูลเสียอีก!

"ฮ่าฮ่าฮ่า..."

ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงหัวเราะดังมาจากกลุ่มคน

ทุกคนดูเหมือนจะรอคอยช่วงเวลานี้อยู่แล้ว ความขมขื่นที่พวกเขาเคยได้รับ ก็ต้องให้ผู้อื่นได้รับรู้ด้วยเช่นกัน

'ขนมวิญญาณเฉียนคุน' นี้เป็นสิ่งที่ผู้อาวุโสฉีคิดค้นขึ้นมาจริงๆ มันไม่เพียงมีสรรพคุณในการบำรุงพลังวิญญาณในร่างกายเท่านั้น ทว่ายังสามารถมอบการบำรุงอันน้อยนิดให้แก่กระดูกวิญญาณจิตหลักได้อีกด้วย

ภายในร่างกายของมนุษย์เรานั้น มีกระดูกวิญญาณกายและกระดูกวิญญาณจิตหลัก

ทันทีที่ผู้ฝึกตนต้องการจะทะลวงระดับสู่ขอบเขตวิญญาณจักรพรรดิ ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนจากการฝึกกระดูกวิญญาณกายมาเป็นการฝึกกระดูกวิญญาณจิตหลัก เพราะกระดูกวิญญาณกายไม่สามารถรองรับความต้องการพลังวิญญาณอันมหาศาลเช่นนั้นได้อีกต่อไป

หากนำกระดูกทั้งสองชนิดนี้มาเปรียบเทียบกัน กระดูกวิญญาณกายก็เปรียบเสมือนทะเลสาบ ส่วนกระดูกวิญญาณจิตหลักก็เปรียบดั่งมหาสมุทร

ศิษย์พี่หญิงท่านหนึ่งกล่าวว่า "ศิษย์น้อง อย่าทิ้งขว้างสิ ขนมวิญญาณนี่เป็นของดีจริงๆ นะ! เนื่องจากพวกเจ้าเป็นศิษย์ใหม่ ดังนั้นการกินครั้งแรกจึงไม่ต้องเสียเงิน พอครั้งต่อไป หากพวกเจ้าอยากจะกิน ก็ต้องจ่ายเป็นหินวิญญาณแล้ว ต้องใช้หินวิญญาณขั้นสูงสิบก้อนถึงจะซื้อ 'ขนมวิญญาณเฉียนคุน' ได้สักจานเชียวนะ!"

ทุกคนพากันกล่าวสนับสนุน

ส่วนใบหน้าของมู่เหวินเขียวคล้ำไปหมดแล้ว

ปากของเขายังคงเหม็นสุดๆ

เมื่อพวกเสิ่นเยียนได้ยินเช่นนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นซับซ้อนอย่างมาก

ในตอนนั้นเอง ท่านยายซู่ก็ช่วยอธิบายถึงสรรพคุณของ 'ขนมวิญญาณเฉียนคุน' ให้พวกเขาฟังอย่างละเอียดอีกรอบ

นั่นจึงทำให้พวกเสิ่นเยียนค่อยรู้สึกรับได้ง่ายขึ้นมาหน่อย

เหล่าสหายต่างส่งสายตาชื่นชมไปให้เวินอวี้ชู

เขาช่างอดทนเก่งจริงๆ!

กลุ่มของเสิ่นเยียนจึงทำได้เพียงฝืนใจกลืนมันลงไป

พอเข้าปาก ก็อยากจะอาเจียนออกมา

ไม่ได้รสชาติแย่อะไร เพียงแต่มันเหม็นเป็นพิเศษเท่านั้น

อุแหวะ... แหวะ แหวะ...

กลิ่นเหม็นนี้ราวกับจะชำระล้างไปทั่วร่างของพวกเขา ทำให้ยากที่จะทนรับไหวจริงๆ

หลังจากพวกเขากินเสร็จ ทุกคนก็แทบจะสลบเหมือดไปเพราะความเหม็น

แต่ก็ต้องยอมรับว่า ภายในร่างกายเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นเล็กน้อยจริงๆ โดยเฉพาะที่บริเวณกระดูกวิญญาณจิตหลัก ราวกับมีกระแสน้ำอุ่นๆ ไหลเวียนอยู่

ร่างกายก็รู้สึกเบาสบายขึ้นบ้าง

"ไม่นึกเลยว่าพวกเจ้าจะกินมันลงไปได้จริงๆ นับถือ นับถือ!"

ศิษย์พี่ชายและศิษย์พี่หญิงที่มุงดูอยู่เผยสีหน้าทอดถอนใจ

พวกเสิ่นเยียนได้แต่ยิ้มขื่น

และในขณะเดียวกันนั้น ณ มุมลับตาแห่งหนึ่ง มีก้อนกลมๆ สีเขียวกำลังแอบสังเกตการณ์เสิ่นเยียนที่อยู่ท่ามกลางฝูงชนอย่างเงียบๆ แววตาของมันยากจะปิดบังความตื่นเต้น ราวกับได้พบเจอผู้ที่ถูกกำหนดไว้ในโชคชะตาแล้ว

ผ่านไปครู่หนึ่ง มันก็เผยสีหน้าสับสนงุนงง ขนตาที่ทั้งยาวและงอนกะพริบไหว พลางพึมพำกับตัวเองเบาๆ ว่า

"คนที่ข้าต้องการจะตามหา คือนางจริงๆ หรือ?"

จบบทที่ ตอนที่ 499 ผู้ถูกกำหนดแห่งโชคชะตา

คัดลอกลิงก์แล้ว