- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1531 คุณยังอยากรู้จักลึกซึ้งแค่ไหน?
ตอนที่ 1531 คุณยังอยากรู้จักลึกซึ้งแค่ไหน?
ตอนที่ 1531 คุณยังอยากรู้จักลึกซึ้งแค่ไหน?
ตึก ตึก ตึก~~~
บนกำแพงเมืองชั้นในของเมืองอีหลี ซูหลินอีซือกำลังเดินเป็นเพื่อนมู่เหลียงเพื่อเลือกพื้นที่
ซูหลินอีซือสะบัดมือเรียวงาม เอ่ยอย่างใจกว้างว่า
"ท่านมู่เหลียง ต้องการพื้นที่กว้างแค่ไหน ท่านบอกมาได้เลยค่ะ ฉันจะจัดคนไปรื้อถอนบ้านเรือนให้"
"ขอฉันดูหน่อย..."
มู่เหลียงมีนัยน์ตาสีดำดูลึกล้ำ เขากวาดสายตามองสิ่งปลูกสร้างรอบๆ กำแพงเมืองฝั่งตะวันออก
เขาคำนวณขนาดของย่านการค้าแห่งใหม่ในใจ จากนั้นก็ใช้สายตากะเกณฑ์พื้นที่บริเวณระหว่างเมืองชั้นในและเมืองชั้นนอก
มู่เหลียงเพียงแค่ขยับความคิด บนพื้นดินห่างจากประตูเมืองชั้นในออกไปสองพันเมตร เสาหินดินแต่ละต้นก็ผุดทะยานขึ้นมาจากพื้นดิน มีความสูงถึงสี่สิบเมตร ทำให้สามารถมองเห็นได้จากที่ไกลๆ
เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่นาที จำนวนของเสาหินดินก็เพิ่มขึ้นถึงสี่สิบต้น พื้นที่ที่ถูกล้อมกรอบเอาไว้มีขนาดใหญ่เท่ากับสนามฟุตบอลถึงสิบสนาม
"พื้นที่ที่เสาล้อมรอบเอาไว้ ฉันจะใช้สร้างย่านการค้า"
มู่เหลียงหันไปมองซูหลินอีซือ
ซูหลินอีซือกะพริบตากลมโตคู่สวยพลางถามว่า
"เล็กแค่นี้ จะพอเหรอคะ?"
"พอแล้วล่ะ"
มู่เหลียงยิ้มพลางพยักหน้า
ซูหลินอีซือพยักหน้ารับ
"ตกลงค่ะ พรุ่งนี้ฉันจะให้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่นย้ายออกไป แล้วจะพยายามรื้อถอนบ้านเรือนให้เสร็จภายในครึ่งเดือน"
"อืม บอกคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ได้เลยว่า หลังจากสร้างย่านการค้าเสร็จ จะมีบ้านให้พวกเขาอยู่ พวกเขาน่าจะยินดีให้ความร่วมมือ"
มู่เหลียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ได้ค่ะ"
ซูหลินอีซือรับคำทันที
"เธอแค่ให้คนย้ายออกไปก็พอ เรื่องรื้อบ้านพวกนี้ ฉันจัดการเอง"
มู่เหลียงกล่าวเสริม
ซูหลินอีซือเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
"ไม่ต้องจริงๆ เหรอคะ?"
พื้นที่ที่มู่เหลียงกำหนดไว้นั้นไม่ถือว่าเล็กเลย สิ่งปลูกสร้างยิ่งมีเป็นร้อยๆ หลัง แค่การรื้อถอนและขนย้ายก็ต้องใช้กำลังคนและเวลาไม่น้อย
"อืม ฉันมีแผนไว้แล้ว"
มู่เหลียงโบกมือ
ซูหลินอีซือยักไหล่
"ก็ได้ค่ะ"
มู่เหลียงหันหน้าไปมอง
"ตอนนี้เธอเป็นราชินีแล้ว ต่อจากนี้คงจะยุ่งมาก ถ้ามีเรื่องอะไรค่อยมาหาฉันที่เมืองเต่าทมิฬ หรือไม่ก็ใช้แมลงสะท้อนเสียงติดต่อกับที่เนินสูง"
"แมลงสะท้อนเสียง มันคืออะไรเหรอคะ?"
ซูหลินอีซือกะพริบตากลมโตคู่สวย
"สัตว์วิญญาณชนิดหนึ่งที่สามารถส่งเสียงสื่อสารได้น่ะ"
มู่เหลียงอธิบายไปตามปกติ
"เอ๊ะ มีอสูรที่มหัศจรรย์ขนาดนี้ด้วย เป็นสัตว์เลี้ยงของท่านด้วยเหรอคะ?"
ซูหลินอีซืออุทานด้วยความตกตะลึง
"ก็นับว่าใช่นะ"
มู่เหลียงหัวเราะเบาๆ
ลูกหลานของแมลงเสียงสะท้อน จะบอกว่าเป็นสัตว์เลี้ยงของเขาก็ไม่ผิดนัก
ซูหลินอีซือยิ้มที่มุมปาก
"สัตว์เลี้ยงของท่านมู่เหลียงช่างแปลกประหลาดจริงๆ"
"ฉันชอบพวกสัตว์วิญญาณ สัตว์อสูร อสูรหรือพืชพรรณที่แปลกๆ น่ะ"
มู่เหลียงยิ้มบางๆ
ดวงตาสวยของซูหลินอีซือเป็นประกาย เธอพูดด้วยน้ำเสียงสดใสว่า
"ถ้าอย่างนั้น ต่อไปฉันจะคอยสังเกตดู ถ้าพบสัตว์วิญญาณหรือพืชพรรณแปลกๆ ก็จะหามาให้ท่านค่ะ"
"ดีเลย"
มู่เหลียงพยักหน้าอย่างยินดี
เขาหันไปกำชับว่า
"รีบจัดการเรื่องที่พักอาศัยของชาวบ้านในชุมชนแออัดให้เรียบร้อย เหมืองแร่เหล็กเบาลายม่วงต้องให้พวกเขาช่วยขุด และย่านการค้าก็ต้องให้พวกเขาช่วยก่อสร้างด้วย"
"ได้ค่ะ"
ซูหลินอีซือรับคำด้วยใบหน้าจริงจัง
มู่เหลียงกล่าวต่อ
"แร่เหล็กเบาลายม่วงที่ยึดมาได้จากเมืองชั้นใน ฉันจะส่งคนมาขนกลับไปยังเมืองเต่าทมิฬ"
หลังจากการต่อสู้ในเมืองชั้นในเมื่อคืนสิ้นสุดลง ตอนที่เข้าไปริบทรัพย์สินในบ้านของพวกขุนนาง ก็พบว่าภายในลานบ้านล้วนมีแร่เหล็กเบาลายม่วงกองอยู่มากมาย
ซูหลินอีซือเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสว่า
"ได้ค่ะ ฉันสามารถส่งคนไปช่วยขนส่งไปที่เมืองเต่าทมิฬได้เหมือนกัน"
"ไม่ต้องหรอก ทำแบบนั้นมันล่าช้าเกินไป"
มู่เหลียงส่ายหน้า เขาตั้งใจจะให้พวกอินทรีขนเพลิงมาช่วยขน
เขาต้องการแร่เหล็กเบาลายม่วงจำนวนมาก เพื่อนำไปใช้สร้างเครื่องส่งสัญญาณ หรือก็คือเสาสัญญาณที่ใช้สำหรับโทรทัศน์
สำหรับเรื่องการสร้างเสาสัญญาณ เขามีเบาะแสและวิธีทำในหัวแล้ว
และแร่เหล็กเบาลายม่วงก็เป็นวัสดุชั้นดีที่เหมาะมากสำหรับการนำมาสร้างเสาสัญญาณ
นอกจากนี้ แร่เหล็กเบาลายม่วงยังมีน้ำหนักเบากว่าผลึกแก้ว มีความเหนียวและทนทานกว่า แถมยังเป็นวัสดุที่สามารถลงอาคมได้ จึงเหมาะมากที่จะนำมาใช้สร้างเครื่องบิน
และเป็นเพราะแร่เหล็กเบาลายม่วงเหมาะสมที่จะนำมาสร้างเครื่องบินมากกว่า เขาจึงต้องเร่งความเร็วและเพิ่มประสิทธิภาพในการขุดเหมืองแร่เหล็กเบาลายม่วงให้มากขึ้น
"เข้าใจแล้วค่ะ"
ซูหลินอีซือหลุบตาลงพลางพยักหน้า
"กลับไปเถอะ ฉันเองก็ควรจะกลับเมืองเต่าทมิฬได้แล้วเหมือนกัน"
มู่เหลียงกำชับอีกประโยคก่อนจะไป
"อีกสองวันฉันจะมาสร้างย่านการค้า ก่อนหน้านั้น เธอต้องให้คนในพื้นที่บริเวณนี้ย้ายออกไปให้หมด อย่าให้มีใครหลงเหลืออยู่แม้แต่คนเดียว"
"ค่ะ"
ก้นบึ้งดวงตาของซูหลินอีซือฉายแววอาลัยอาวรณ์ออกมาวูบหนึ่ง
มู่เหลียงไม่ได้พูดอะไรอีก เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วร่างก็หายวับไปจากที่เดิม
เมื่อเขากลับมาถึงตำหนักบนที่ราบสูงของเมืองเต่าทมิฬ หยู่ฉินหลานก็เพิ่งจะเดินออกมาจากห้องทำงานพอดี
"เอ๊ะ เรื่องที่เมืองอีหลีจัดการเรียบร้อยแล้วเหรอ?"
หยู่ฉินหลานหยุดเดิน แล้วหันไปมองมู่เหลียงที่กำลังเดินเข้ามา
มู่เหลียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"อืม ซูหลินอีซือขึ้นนั่งบนบัลลังก์แล้ว เรื่องที่เหลือก็ปล่อยให้เธอจัดการเองก็พอ"
"เธอจะไหวเหรอ?"
หยู่ฉินหลานเผยสีหน้าเคลือบแคลงสงสัย
"เรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะยังไงก็ไม่ได้รู้จักเธอดีนัก เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่กี่วันเอง"
มู่เหลียงอมยิ้ม
หยู่ฉินหลานกลอกตาค้อนวงใหญ่อย่างน่ารัก เอ่ยค่อนขอดว่า
"ยังอยากจะรู้จักลึกซึ้งแค่ไหนอีกล่ะ?"
"ไม่อยากหรอก รู้จักเธอคนเดียวก็พอแล้ว"
มู่เหลียงพูดหยอกล้อ
"ฉันไม่เชื่อหรอก"
หยู่ฉินหลานเชิดคางขึ้นอย่างแง่งอน
มู่เหลียงเดินไปตรงหน้าหยู่ฉินหลาน เอื้อมมือไปจิ้มหน้าผากของเธอ แล้วเสนอว่า
"ถ้าเธอเป็นห่วง ก็ไปช่วยเธอที่เมืองอีหลีสิ"
"ฉันไม่มีเวลาหรอก เมืองเต่าทมิฬยังมีเรื่องอีกตั้งมากมายให้ฉันต้องจัดการ"
หยู่ฉินหลานส่ายหน้าปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด
เธอหัวเราะเบาๆ อย่างแง่งอน
"อีกอย่าง ฉันจะไปเป็นห่วงเธอทำไม? ฉันไม่ได้สนิทกับเธอสักหน่อย"
"นั่นสินะ ฮ่าๆๆๆ"
เมื่อได้ยินดังนั้น มู่เหลียงก็โอบเอวคอดของหยู่ฉินหลาน
ใบหน้าสวยของหยู่ฉินหลานขึ้นสีเรื่อ เธอหันหน้าไปมองข้างหลังมู่เหลียงแล้วถามว่า
"แล้วน้องหลันล่ะ นายคงไม่ได้ทิ้งเธอไว้ให้ซูหลินอีซือหรอกนะ?"
มู่เหลียงหลุดขำออกมา
"ไม่หรอก เดี๋ยวเธอก็กลับมาแล้ว"
"อืม งั้นก็ดีแล้ว"
หยู่ฉินหลานพยักหน้าอย่างสง่างาม
เธอรู้สึกโล่งใจที่มู่เหลียงและซูหลินอีซือไม่ได้มีสายสัมพันธ์อื่นใดต่อกัน เรื่องนี้ทำให้เธอรู้สึกดีใจมาก
"เมื่อกี้เห็นเธอเดินออกมาจากห้องทำงาน มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?"
มู่เหลียงถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
หยู่ฉินหลานตอบอย่างสง่างามว่า
"ไม่ได้มีเรื่องใหญ่โตอะไรหรอก แค่มีแผนงานปรับปรุงเมืองชั้นในสองสามฉบับที่อยากให้นายดูหน่อยน่ะ"
ครึ่งเดือนก่อน เธอได้พบจดหมายเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับปรุงเมืองชั้นในสองสามฉบับจากกล่องรับความคิดเห็นของสำนักงานบริหารเมืองชั้นใน
หลังจากอ่านจบ เธอรู้สึกว่ามันมีเหตุผลมาก จึงส่งคนไปลงพื้นที่สำรวจ และยืนยันได้ว่าปัญหาที่ชาวเมืองระบุมานั้นมีอยู่จริง เช่น ถนนหลักสายสามมีความกว้างมาก แต่ไม่มีการแบ่งช่องทางระหว่างคนเดินกับรถลาก ทำให้มีปัญหาด้านความปลอดภัยอย่างมาก
หรืออีกตัวอย่างเช่น ระบบขนส่งสาธารณะในเมืองชั้นในยังคงมีน้อยเกินไป รถลากสัตว์อสูรมีไม่เพียงพอ
หลังจากแน่ใจว่าปัญหาเหล่านี้มีอยู่จริง หยู่ฉินหลานก็สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสำนักงานบริหารเมืองชั้นในร่างแผนงานขึ้นมาหลายฉบับ
"ขอฉันดูหน่อย"
มู่เหลียงพูดพลางเดินตรงไปยังห้องหนังสือ
หยู่ฉินหลานเดินตามไป เธอหยิบแผนงานหลายฉบับออกมาวางตรงหน้ามู่เหลียง
มู่เหลียงนั่งลงบนเก้าอี้มังกร แล้วเปิดอ่านแผนงานอย่างรวดเร็ว
เขาปิดแผนงานลง พยักหน้าช้าๆ แล้วกล่าวว่า
"ได้เลย ทำการปรับปรุงตามที่ระบุไว้ในแผนงานนี้ได้เลย"
เขาหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อลงที่ด้านหลังของแผนงาน จากนั้นก็ประทับตรา
"ตกลงค่ะ"
หยู่ฉินหลานเก็บแผนงานไป ในใจก็กำลังคิดว่าจะส่งใครไปดำเนินการเรื่องนี้ดี
หลังจากที่เธอจากไป มู่เหลียงก็นำหน่วยประมวลผลกลางที่สร้างไปได้ครึ่งหนึ่งออกมา แล้วก้มหน้าก้มตาสลักวงเวทมนตร์ต่อไป