- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1529 วิธีการเป็นผู้กุมอำนาจ
ตอนที่ 1529 วิธีการเป็นผู้กุมอำนาจ
ตอนที่ 1529 วิธีการเป็นผู้กุมอำนาจ
ณ เมืองอีหลี ภายในตำหนักหลักสำหรับหารือราชการของพระราชวังในเขตเมืองชั้นใน
ซูหลินอีซือยืนอยู่หน้าบัลลังก์ เธอกางแขนทั้งสองข้างออกเพื่อให้เว่ยหยูหลันช่วยจัดแจงเสื้อผ้าอันหรูหราบนเรือนร่างของเธอให้เข้าที่
เธอเหลือบมองมู่เหลียงที่นั่งอยู่ข้างตำแหน่งประธาน ซึ่งเขากำลังมองมาที่เธอด้วยสายตาที่เรียบเฉย
ซูหลินอีซือถามด้วยความเขินอายว่า
"ท่านมู่เหลียง เสื้อผ้าชุดนี้มันรัดแน่นเกินไปหรือเปล่าคะ?"
เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่นี้ สาวใช้ตัวน้อยส่งตรงมาจากเมืองเต่าทมิฬ เพื่อให้ตอนที่เธอขึ้นนั่งบนบัลลังก์ จะได้ดูสง่างามดั่งราชินี ไม่ใช่ดูเหมือน กบฏ ที่สวมเพียงชุดคลุมสีดำ
มู่เหลียงเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ ว่า
"ไม่หรอก ชุดนี้ยังรัดไม่เท่าเสื้อผ้าที่พวกขุนนางของพวกเธอใส่กันเลย"
เว่ยหยูหลันพยักหน้าเห็นด้วย
"ใช่ค่ะ เสื้อผ้าที่พวกขุนนางของพวกคุณใส่น่ะ รัดจนแทบจะหักเอวได้เลยคะ"
เมื่อไม่กี่วันก่อนตอนที่เธอไปช่วยงานในถนนการค้า เธอเห็นขุนนางหลายคนสวมเสื้อผ้าที่ซับซ้อนและรัดเอวแน่นมาก จนคนที่มองดูยังรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกแทน
ซูหลินอีซือเอ่ยเห็นด้วย
"จริงๆ แล้วฉันก็ไม่ชอบเสื้อผ้าของพวกขุนนางหรอกค่ะ ใส่ออกมาแล้วขยับตัวลำบากมาก สู้ใส่ชุดคลุมสีดำยังจะสบายกว่าตั้งเยอะ"
มู่เหลียงพูดขึ้นลอยๆ ว่า
"ในเมื่อไม่ชอบ งั้นก็ปฏิรูปสิ โละของเก่าทิ้งแล้วนำสิ่งใหม่เข้ามา "
"ค่ะ ท่านมู่เหลียง ฉันจะลองดูนะคะ"
ซูหลินอีซือพยักหน้าอย่างหนักแน่น
เธอศรัทธาและยอมสยบต่อมู่เหลียงอย่างหมดใจ ยินดีที่จะเรียกเขาว่าท่านอย่างเต็มใจ และในขณะเดียวกัน เธอก็เตรียมพร้อมที่จะอุทิศชีวิต ให้กับเมืองเต่าทมิฬแล้ว
"เอาล่ะ ต่อไปก็แต่งหน้าค่ะ"
เว่ยหยูหลันผูกเชือกที่เอวของซูหลินอีซือจนเสร็จ จากนั้นก็หันไปหยิบเครื่องสำอางแบบครบชุดออกมาจากกล่องที่พกติดตัวมาด้วย
ซูหลินอีซือถามด้วยความสงสัย
"แต่งหน้า คืออะไรเหรอ?"
"สิ่งที่จะช่วยให้คุณสวยขึ้นไงคะ"
เว่ยหยูหลันเอื้อมมือไปกดไหล่ของซูหลินอีซือให้นั่งลงบนบัลลังก์ เพื่อที่เธอจะได้แต่งหน้าให้สะดวกขึ้น
"อย่างนั้นเหรอ..."
ซูหลินอีซือรู้สึกคาดหวังเล็กน้อย หลังแต่งหน้าเสร็จแล้วเธอจะสวยขึ้นได้แค่ไหนกันนะ?
มู่เหลียงนั่งมองด้วยท่าทีสบายๆ พร้อมกับรอฟังข่าวจากทางฝั่งของหยางปิง ซึ่งเธอได้พาคนไปยังเขตเหมืองแร่เหล็กเบาลายม่วงได้เกือบครึ่งค่อนวันแล้ว
ตึก ตึก ตึก
ลี่เยว่เดินเข้ามาในตำหนักหลัก ถอดหมวกเกราะออกแล้วกล่าวว่า
"มู่เหลียง งานเก็บกวาดฟื้นฟูในเขตเมืองชั้นในเสร็จสิ้นแล้ว"
ตลอดทั้งช่วงเช้า หญิงสาวผมเงินและลี่ลี่ต่างช่วยกันทำให้เมืองชั้นในของเมืองอีหลีกลับคืนสู่ความสงบ พร้อมกันนั้นก็ส่งข่าวไปถึงเหล่าขุนนางที่ยังเหลืออยู่ในเมืองว่า ซูหลินอีซือกำลังจะขึ้นเป็นราชินีแห่งอาณาจักรหลานหลูโป เพื่อให้พวกเขามาเข้าร่วมพิธี
มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสว่า
"ลำบากหน่อยนะ เรื่องหลังจากนี้ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของราชินีองค์ใหม่จัดการเถอะ"
"ค่ะ"
ลี่เยว่พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปยืนอยู่ด้านหลังของมู่เหลียง
เธอมองไปทางซูหลินอีซือ ซึ่งสาวใช้ตัวน้อยเพิ่งจะเริ่มลงมือแต่งหน้าให้
เว่ยหยูหลันหยิบลิปสติกออกมา ทาลงบนริมฝีปากที่ซีดเซียวไร้สีเลือดของซูหลินอีซือให้กลายเป็นสีแดงสด จากนั้นก็หยิบดินสอเขียนคิ้วออกมาวาดปรับรูปคิ้วให้เธอ
ซูหลินอีซือโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย เพื่อให้สาวใช้ตัวน้อยจัดการกับใบหน้าของเธอได้ถนัดขึ้น
เธอนั่งตัวเกร็ง ไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตากลมโตคู่สวย เพราะกลัวว่าจะทำให้สาวใช้ตัวน้อยแต่งหน้าพลาด
"ทำตัวตามสบายเถอะค่ะ"
เว่ยหยูหลันกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่
"อืม"
ซูหลินอีซือรับคำ แต่ร่างกายก็ยังคงแข็งทื่ออยู่ดี
ฝีมือการแต่งหน้าของเว่ยหยูหลันนั้นยอดเยี่ยมมาก เธอตวัดดินสอเขียนคิ้วเพียงไม่กี่ครั้งก็วาดคิ้วของซูหลินอีซือเสร็จเรียบร้อย คิ้วเรียวยาวช่วยขับให้ใบหน้าของเธอดูงดงามและโดดเด่นขึ้นมาก
"วาดดอกไม้ไว้บนหน้าผากด้วยสิ"
มู่เหลียงเสนอแนะ
"ได้ค่ะ"
เว่ยหยูหลันพิจารณาดูหน้าผากของซูหลินอีซือ
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบลิปสติกขึ้นมาอีกครั้ง ใช้แปรงแต่งหน้าที่ทำจากขนสัตว์แตะสีขึ้นมาเล็กน้อย แล้วตวัดวาดเส้นสายง่ายๆ บนหน้าผากของอีกฝ่าย เพียงพริบตาเดียวดอกไม้หกกลีบก็ปรากฏขึ้น
"ดูสูงส่งขึ้นเยอะเลย"
ลี่เยว่เอ่ยชม
"อืม การแต่งหน้าแบบนี้เหมาะกับเธอมาก"
มู่เหลียงพยักหน้าเห็นด้วย
ซูหลินอีซือรู้สึกสงสัย จึงเอียงคอหันไปมองกระจก แล้วเธอก็ต้องตกตะลึงกับความงามของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในนั้น
"สวยจริงๆ ด้วย..."
ใบหน้าเนียนสวยของเธอซับสีเลือดฝาดด้วยความประหลาดใจ
เว่ยหยูหลันถอยหลังไปสองสามก้าวเพื่อมองดูผลงานของตัวเองครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปหาแล้วพูดว่า
"เกล้าผมขึ้นน่าจะดูดีกว่านี้นะคะ"
"ตกลง"
ซูหลินอีซือไม่มีข้อโต้แย้ง ปล่อยให้สาวใช้ตัวน้อยจัดการกับเส้นผมของเธอตามสบาย
สาวใช้ตัวน้อยหยิบปิ่นปักผมออกมา เกล้าผมยาวของซูหลินอีซือขึ้น และประดับด้วยปิ่นปักผมแบบต่างๆ อีกหลายอัน ทำให้เธอดูทั้งสง่างามและมีภูมิฐาน
"เสร็จแล้วค่ะ สมบูรณ์แบบเลย"
เว่ยหยูหลันลดมือลงอย่างพึงพอใจ
ซูหลินอีซือถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกราวกับได้รับการปลดปล่อย ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
ตึก ตึก ตึก
ลุงจางที่สวมชุดเกราะเหล็กเบาลายม่วงเดินเข้ามาในตำหนักหลัก ทันทีที่เขาเห็นซูหลินอีซือในรูปลักษณ์ที่ต่างไป มีการแต่งหน้าเต็มยศเป็นครั้งแรก คำพูดที่เตรียมจะเอ่ยก็ถูกกลืนกลับลงคอไปจนหมดสิ้น
เขาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและเอ่ยขึ้นว่า
"ฝ่าบาท..."
ซูหลินอีซือกำลังจะขึ้นเป็นราชินี ส่วนตัวเขาที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้กลับมารับตำแหน่งหัวหน้าอัศวินอีกครั้ง จึงต้องเปลี่ยนคำเรียกขานเป็นฝ่าบาทอย่างเป็นธรรมชาติ
"มีอะไรหรือเปล่า?"
ซูหลินอีซือเงยหน้าขึ้นถาม
"ฝ่าบาททรงงดงามมากพ่ะย่ะค่ะ"
ลุงจางรีบก้มหน้าลงอีกครั้ง
คำชมที่ตรงไปตรงมาของเขาทำให้ซูหลินอีซือรู้สึกเขินอายเล็กน้อย เธอจึงหันหลังเดินกลับไปนั่งที่ตำแหน่งประธาน
เธอถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
"พวกขุนนางมากันครบหรือยัง?"
"ฝ่าบาท ตอนนี้มาถึงสี่สิบห้าคนแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
ลุงจางตอบด้วยความเคารพ
ซูหลินอีซือขมวดคิ้ว เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ว่า
"มาแค่สี่สิบห้าคนเองเหรอ?"
"ฝ่าบาท ยังเหลือเวลาอีกสองชั่วโมง ไม่ต้องรีบร้อนพ่ะย่ะค่ะ"
ลุงจางพยักหน้า
อีกสองชั่วโมงให้หลัง ซูหลินอีซือจะต้องประกาศต่อหน้าอาณาจักรหลานหลูโปว่า เธอจะเป็นราชินีองค์ใหม่
"งั้นก็รอไปก่อน"
ซูหลินอีซือพยายามอดกลั้นอารมณ์เอาไว้
ลุงจางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
"ฝ่าบาท พวกขุนนางเหล่านี้ไม่สำคัญหรอกพ่ะย่ะค่ะ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องทำให้เจ้าเมืองคนอื่นๆ ยอมรับพระองค์ให้ได้"
ภายในอาณาจักรหลานหลูโป มีเมืองใหญ่น้อยกว่าร้อยแห่ง นอกจากเมืองอีหลีแล้ว ยังมีเมืองใหญ่อีกเก้าแห่ง ซึ่งเจ้าเมืองล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเจ็ดหรือระดับแปดทั้งสิ้น
"พวกเขาอยู่ห่างจากเมืองอีหลีมากเกินไป ฉันจะส่งคนไปแจ้งข่าวเพื่อเชิญพวกเขามาพบ"
ซูหลินอีซือพูดพลางหันไปมองมู่เหลียง
"รีบให้พวกเขามาพบโดยเร็วเถอะ ฉันจะช่วยเธอจัดการเอง"
มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เขาต้องการทำธุรกิจในอาณาจักรหลานหลูโป การที่ซูหลินอีซือได้เป็นราชินีจะสร้างผลประโยชน์มากมายและช่วยลดปัญหาจุกจิกได้มาก ดังนั้นเขาจึงต้องช่วยเธอสร้างบารมีต่อหน้าเจ้าเมืองคนอื่นๆ เพื่อบีบให้พวกเขายอมรับฐานะราชินีของเธอ
"ตกลงค่ะ"
ซูหลินอีซือแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
มู่เหลียงเหลือบมองเธอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า
"ฉันช่วยเธอได้แค่ชั่วคราว แต่ช่วยเธอไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอกนะ เธอต้องรีบเรียนรู้วิธีการเป็นผู้กุมอำนาจให้เร็วที่สุด"
"ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว"
ซูหลินอีซือรู้สึกสะท้านในใจ เธอพยักหน้าอย่างแรง
มู่เหลียงกล่าวอย่างเยือกเย็นว่า
"หลังจากเธอขึ้นเป็นราชินีแล้ว ก็อย่าลืมเรื่องที่รับปากฉันเอาไว้ล่ะ"
"ไม่ลืมหรอกค่ะ ฉันจำได้ทุกอย่าง"
ซูหลินอีซือกะพริบตากลมโตคู่สวย
เธอจำเรื่องที่มู่เหลียงเคยบอกได้ ข้อแรกคือการแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งในเมืองอีหลี เพื่อให้เมืองเต่าทมิฬใช้สร้างย่านการค้า
ข้อที่สองคือการจ้างงานชาวบ้านจากชุมชนแออัด เพื่อมาช่วยก่อสร้างย่านการค้าและทำเหมืองแร่เหล็กเบาลายม่วง
มู่เหลียงยิ้มพลางถามว่า
"แล้วเธอตั้งใจจะแบ่งพื้นที่ตรงไหนให้ฉันล่ะ?"
"เรื่องนี้ก็คงต้องแล้วแต่ว่าท่านมู่เหลียงจะถูกใจที่ไหนแล้วล่ะค่ะ"
ซูหลินอีซือยิ้มหวานราวกับดอกไม้บาน
มู่เหลียงพูดติดตลกขึ้นมาว่า
"ฉันว่าพื้นที่เขตพระราชวังนี่ก็ไม่เลวนะ"
"ได้เลยค่ะ ถ้าท่านมู่เหลียงเปลี่ยนพระราชวังให้เป็นย่านการค้า ฉันก็จะได้อยู่ที่นี่ต่อไปด้วย"
ดวงตาสวยของซูหลินอีซือเป็นประกาย
เธอคิดว่า ย่านการค้าที่เมืองเต่าทมิฬสร้างขึ้นจะต้องสะอาดสะอ้านมากแน่ๆ แถมยังบังคับใช้กฎหมายของเมืองเต่าทมิฬอีก แบบนี้มันไม่ดีกว่าพระราชวังในตอนนี้หรอกหรือ?