- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1525 สืบทอดคุณธรรมอันดีงาม
ตอนที่ 1525 สืบทอดคุณธรรมอันดีงาม
ตอนที่ 1525 สืบทอดคุณธรรมอันดีงาม
ภายในหอสมบัติ ของพระราชวังเมืองอีหลี
มู่เหลียง เดินออกมาจากความมืด เขายกมือขึ้นดีดนิ้ว ธาตุแสงก็มารวมตัวกันและสาดส่องจนสว่างไสวไปทั่วทั้งหอสมบัติ
หอสมบัติ ของพระราชวังมีขนาดใหญ่มาก อาจเป็นเพราะเพื่อความปลอดภัย ทั้งผนัง พื้น และเพดาน ล้วนถูกสร้างขึ้นจากเหล็กเบาลายม่วง
มู่เหลียง กวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นกล่องไม้หลายใบวางซ้อนกันอยู่ที่มุมห้อง ส่วนริมผนังเป็นชั้นวางของที่สร้างจากเหล็กเบาลายม่วง ซึ่งบนนั้นก็มีกล่องไม้ขนาดเล็กใหญ่ตระเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบ
"ของดีไม่น้อยเลยนี่"
เขาเปิดกล่องไม้ใบหนึ่งออก ภายในบรรจุชิ้นส่วนสัตว์อสูรหายาก ซึ่งแผ่กลิ่นอายของระดับแปดออกมาจางๆ
มู่เหลียง ไม่เกรงใจ เขาสะบัดมือวูบ เก็บกล่องไม้เข้าไปในมิติเก็บของส่วนตัวทันที ก่อนจะเดินไปดูกล่องไม้อื่นๆ อย่างสบายใจ
กว่าเขาจะออกจากหอสมบัติของพระราชวัง เวลาล่วงเลยไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว
ตึก ตึก ตึก
เมื่อเดินออกมาจากพระราชวัง ก็เห็นเพียงร่างของกษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโป นอนอยู่บนพื้นดินที่ไหม้เกรียม ดวงตาของเขายังคงเบิกโพลงตายตาไม่หลับ
มู่เหลียง เดินเข้าไปใกล้ แม้รอบข้างจะมืดมิด แต่เขายังคงมองเห็นใบหน้าของกษัตริย์ได้อย่างชัดเจน
"รู้อย่างนี้แต่แรก ก็ไม่น่าทำตั้งแต่ต้น"
เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะก้าวข้ามร่างนั้นแล้วเดินจากไป
ในเวลานี้ เหลือเวลาอีกสามชั่วโมงกว่าจะฟ้าสาง แต่การต่อสู้ภายในเมืองอีหลี ได้ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว
อีกด้านหนึ่ง ภายในคฤหาสน์ของไวเคานต์โอวนีหยาง ข้าวของในห้องกระจัดกระจายเละเทะ แสงสลัวจากหินส่องสว่าง พอจะทำให้มองเห็นสภาพห้องได้เลือนราง
แค่ก แค่ก แค่ก
ไวเคานต์โอวนีหยาง นอนกระอักเลือดอยู่บนพื้น ใบหน้าซีดเผือดขณะดิ้นรนตะเกียกตะกาย
"ขอเตือนให้อยู่นิ่งๆ"
หยางปิงใช้เท้าเหยียบหน้าอกของเขาไว้ พร้อมกับเพิ่มแรงกดลงไปเรื่อยๆ
"ไว้ชีวิตด้วย ข้ายังไม่อยากตาย"
ไวเคานต์โอวนีหยาง รีบร้องขอชีวิต
เขาถูกหยางปิง ลากตัวขึ้นมาขณะกำลังหลับสนิท ระหว่างการต่อสู้ เด็กสาวผมม่วงได้หักแขนขาของเขา และใช้สันดาบฟาดจนเขาล้มลงไปกองกับพื้น
หยางปิง กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"วางใจเถอะ ฉันไม่ฆ่านายหรอก"
ตึก ตึก ตึก
ทหารรักษาเมืองพุ่งพรวดเข้ามา เมื่อเห็นหยางปิง ก็ทำความเคารพอย่างนอบน้อม
"หัวหน้า!! อัศวินในลานบ้านถูกจัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ"
"อืม มัดตัวเขาไว้"
หยางปิง พยักพเยิดหน้าสั่ง
"ขอรับ"
ทหารรักษาเมืองสามนายรีบเดินเข้าไป ใช้เชือกมัดตัวไวเคานต์โอวนีหยาง ไว้อย่างแน่นหนา
หยางปิง ปัดมือไปมา ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"พาคนไปยึดทรัพย์สินซะ"
"ขอรับ"
ทหารรักษาเมืองที่เหลือรับคำพร้อมกัน ก่อนจะพาคนหันหลังเดินออกไป
หยางปิง เดินออกไปข้างนอก ยังมีเป้าหมายอีกหลายคนที่ต้องจัดการ
อีกด้านหนึ่ง ลี่ลี่ ก็จัดการเป้าหมายในครั้งนี้จนหมอบกระแตไปแล้วเช่นกัน
"บารอนเต๋อหลุน นายมันอ่อนหัดเกินไปแล้ว"
ลี่ลี่ยกมือขึ้น มีดบินที่แทงทะลุแขนของบารอนเต๋อหลุน ก็ลอยกลับมาหาเธอ
บารอนเต๋อหลุน อายุเพียงยี่สิบห้าปี เป็นยอดฝีมือระดับหกขั้นต้น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเด็กสาวผมชมพู ย่อมพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย
เขากุมแขนทรุดนั่งลงบนพื้น ดวงตาที่มืดมนจ้องเขม็งไปที่เด็กสาวผมชมพู
เขาอยากจะหนี แต่ด้านหลังคือเตียงนอนอันอ่อนนุ่ม ไม่มีทางให้หนีอีกแล้ว
"จะยอมจำนน หรือจะยอมตาย?"
ดวงตาสวยงามของลี่ลี่ เป็นประกาย มีดบินหมุนคว้าง เล็งเป้าไปที่ลำคอและศีรษะของบารอน
เอื้อก...
ลูกกระเดือกของบารอนเต๋อหลุน ขยับขึ้นลง เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ยอมแพ้"
ลี่ลี่ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เธอหยิบขวดแก้วเคลือบออกมาจากอุปกรณ์เวท มิติเก็บของ แล้วโยนให้บารอนเต๋อหลุน
"เปิดมันสิ"
เธอเชิดหน้าขึ้นเป็นเชิงสั่ง
บารอนเต๋อหลุนสงสัย เขาใช้มือที่ยังคงสั่นเทาดึงจุกขวดออกด้วยความระแวดระวัง
เขาชำเลืองมองเด็กสาวผมชมพูแวบหนึ่ง เพิ่งจะอ้าปากถาม ก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะขึ้นมาอย่างกะทันหัน จากนั้นก็ตาเหลือกและสลบเหมือดไปในทันที
ลี่ลี่เก็บมีดบินกลับมาอย่างพอใจ เธอเดินไปหยิบขวดแก้วเคลือบขึ้นมา เพื่อกันไม่ให้ละอองเกสรหมอกมายาปลิวออกมาจนหมด
เพื่อความรอบคอบ เด็กสาวจึงไม่ได้เข้าไปใกล้บารอนเต๋อหลุน แต่ใช้ละอองเกสรหมอกทำให้เขาหมดสภาพการต่อสู้
ลี่ลี่เดินเข้าไป ใช้ปลายเท้าเชยคางของบารอนเต๋อหลุนขึ้น เมื่อแน่ใจว่าเขาไม่ได้สติแล้ว จึงหันหลังเดินออกจากห้องไป
ด้านนอก ทหารรักษาเมืองได้ทำการปิดล้อมองครักษ์ที่บารอนเต๋อหลุนเลี้ยงดูไว้หมดแล้ว
"ท่านบารอนของพวกแกพ่ายแพ้แล้ว ทางที่ดีจงวางอาวุธแล้วยอมจำนนซะ มิฉะนั้นจะถูกฆ่าล้างโคตรให้หมด"
ลี่ลี่ตะโกนเสียงดัง
"ฉันยอมแพ้"
องครักษ์ที่ขวัญหนีดีฝ่ออยู่แล้วรีบร้องตะโกนทันที
เมื่อมีคนแรก ก็ย่อมมีคนที่สอง องครักษ์ที่ไร้ทางสู้ต่างทิ้งอาวุธในมือลง
"เอามือกุมหัว แล้วนั่งยองๆ ลงให้หมด"
ทหารรักษาเมืองตะคอกสั่ง
เหล่าองครักษ์ทำตาม พวกเขาเอามือกุมหัวแล้วนั่งยองๆ ลงไป
"อย่าประมาท มัดพวกมันไว้ให้หมด"
ลี่ลี่กำชับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ในห้องยังมีอีกคนหนึ่ง เฝ้าดูไว้ให้ดีเป็นพิเศษล่ะ"
"ขอรับ"
บรรดาทหารรักษาเมืองรับคำพร้อมกัน
"คนที่เหลือไปยึดทรัพย์สิน อะไรที่มีค่าขนไปให้หมด"
ลี่ลี่โบกมือออกคำสั่ง นิสัยอันเป็นเลิศนี้ได้รับการถ่ายทอดมาจากมู่เหลียงโดยตรง
"ขอรับ"
ทหารรักษาเมืองตาเป็นประกาย พวกเขาพากันพุ่งพรวดเข้าไปในส่วนลึกของคฤหาสน์อย่างตื่นเต้น
ลี่ลี่ยืนดูอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อแน่ใจว่าพวกทหารรักษาเมืองจะไม่ก่อเรื่องวุ่นวาย จึงยกมือขึ้นเปิดใช้งานอุปกรณ์สื่อสารที่สวมอยู่ที่หู
"ฮัลโหล มีใครอยู่ไหม?"
เธอถามพลางหาวหวอด
ครู่ต่อมา ถึงมีเสียงของคนอื่นดังออกมาจากอุปกรณ์สื่อสาร
"ลี่ลี่ เป้าหมายฝั่งเธอจัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?"
เสียงราบเรียบของหยางปิงดังขึ้น
"ใช่ เพิ่งจับบารอนเต๋อหลุนได้ ส่วนไวเคานต์อีกสามคนก็จัดการหมดแล้ว"
ลี่ลี่ชำเลืองมองเข้าไปในห้อง บารอนเต๋อหลุน ถูกพวกทหารรักษาเมืองมัดร่างไว้แล้ว
เธอถามด้วยความเป็นห่วง
"แล้วพวกเธอเป็นยังไงบ้าง ไม่ได้รับบาดเจ็บใช่ไหม?"
"เป้าหมายฝั่งฉันก็จัดการเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน"
หยางปิงตอบกลับ
เสียงหอบหายใจของลี่เยว่ดังขึ้น
"ฉันกำลังไล่ตามคนสุดท้ายอยู่ เขาขุดอุโมงค์ไว้ในบ้าน หวังว่าจะยังหนีไปได้ไม่ไกลนะ"
"ต้องการให้ฉันช่วยไหม?"
หยางปิงถาม
"ไม่ต้องหรอก เหมือนฉันจะเห็นตัวเขาแล้ว แค่นี้ก่อนนะ"
เสียงของลี่เยว่แผ่วลง
"ระวังตัวด้วยนะ"
ลี่ลี่เอ่ยเตือน
"อืม"
ลี่เยว่รับคำสั้นๆ แล้วก็เงียบไป
เบื้องล่างคฤหาสน์ของเคานต์ปาไซตัน มีอุโมงค์ใต้ดินสูงสองเมตร กว้างหนึ่งเมตรซ่อนอยู่
เคานต์ปาไซตันเป็นชายวัยล่วงเลยครึ่งร้อย เวลานี้เขากำลังก้มหน้าก้มตาวิ่งหนีสุดชีวิตอยู่ภายในอุโมงค์
ลี่เยว่ไล่ตามมาจนพบเขา เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ปาไซตัน เลิกหนีได้แล้ว แกหนีไม่พ้นหรอก"
"ฮึ่ม ไม่หนีแล้วจะให้อยู่รอความตายหรือไง?"
ปาไซตันกล่าวอย่างทุลักทุเล
เขาเป็นเป้าหมายคนสุดท้ายในภารกิจครั้งนี้ของลี่เยว่ และเป็นถึงยอดฝีมือระดับเจ็ด
ลี่เยว่รู้สึกหงุดหงิด อีกฝ่ายเป็นถึงยอดฝีมือระดับเจ็ดแท้ๆ ทำไมถึงไม่กล้าสู้กับเธอสักตั้ง?
อุโมงค์ไม่ได้กว้างขวางนัก ทำให้วิ่งไม่ค่อยสะดวก ที่นี่จึงไม่เหมาะที่จะต่อสู้กันอย่างเต็มรูปแบบ
ลี่เยว่ไม่อยากวิ่งไล่ตามแบบนี้อีกต่อไป เธอจึงหยิบหน้าไม้ทหารและลูกศรระเบิดที่สร้างจากโรงงานยุทธภัณฑ์วิญญาณ ขึ้นมา ก่อนจะบรรจุลูกศรอย่างคล่องแคล่ว
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว
ลี่เยว่ยังคงวิ่งต่อไป เธอเล็งหน้าไม้แล้วเหนี่ยวไก ลูกศรระเบิดพุ่งทะยานออกไปในพริบตา
ปาไซตันที่กำลังวิ่งอยู่รู้สึกตัว จึงรีบเบี่ยงตัวหลบหารู้ไม่ว่าลูกศรระเบิดไม่ได้เล็งไปที่เขาเลยแม้แต่น้อย แต่กลับพุ่งไปกระทบกับผนังอุโมงค์ด้านข้างแทน
ตู้มมม
ท่ามกลางเสียงระเบิดดังกึกก้อง อุโมงค์ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของปาไซตันก็พังทลายลงมา ดินและหินถล่มลงมาฝังร่างของเขาเอาไว้จนมิด เหลือเพียงครึ่งหัวที่โผล่พ้นดินขึ้นมา
ลี่เยว่ยกมือขึ้นปิดปากและจมูก รอจนฝุ่นควันจางลงเล็กน้อย จึงใช้พลังของเธอมองไปยังปาไซตันที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินหิน
"แค่กๆ ฉันไม่อยากตาย..."
ปาไซตันหน้าซีดเผือด เพิ่งจะอ้าปาก ดินก้อนเล็กก้อนน้อยก็ร่วงเข้าไปเต็มปาก
เขารู้สึกอัดอั้นตันใจอย่างมาก เมื่อไม่นานมานี้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุ มิฉะนั้นเขาคงไม่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนอย่างน่าสมเพชเช่นนี้
ลี่เยว่เดินเข้าไปใกล้ แล้วใช้หน้าไม้ทหารฟาดเคานต์ปาไซตันจนสลบเหมือดไปในทันที
"ภารกิจเสร็จสิ้น"
เธอพ่นลมหายใจออกมาอย่างช้าๆ