- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1515 ต้องไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้เด็ดขาด
ตอนที่ 1515 ต้องไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้เด็ดขาด
ตอนที่ 1515 ต้องไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้เด็ดขาด
เวลา 23 นาฬิกา
ชั้นหกของเนินสูง ภายในลานฝึกของหน่วยรบพิเศษภูติผี เวลานี้ยังคงสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ
ลี่เยว่ ลี่ลี่ และหยางปิง ทั้งสามคนสวมชุดเกราะภูติผี ส่วนมิอาสวมชุดเกราะทะยานเงา
เบื้องหน้าของพวกเธอมีหน่วยพิทักษ์เนินสูงสิบสองคนยืนอยู่ ทุกคนล้วนมีอาวุธครบมือ โล่ผ้าคลุมภูตผีทิ้งตัวอยู่ด้านหลัง
ลี่เยว่ชูแผ่นกระดาษในมือขึ้น พร้อมกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"ภารกิจในคืนนี้ คือการไปตรวจสอบคนที่มีรายชื่ออยู่ในเมืองอีหลี ต้องไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้เด็ดขาด"
"รับทราบ"
หน่วยพิทักษ์เนินสูงตอบรับโดยพร้อมเพรียงกัน
ต้าซูหันศีรษะไปมองเด็กสาวผมเงิน แล้วเอ่ยถาม
"ไปกัยเถอะ"
ลี่เยว่โบกมือ
หยางปิงกระโดดตัวลอยขึ้นไปบนหลังของอสูรเงาได้อย่างง่ายดาย
คนอื่น ๆ ก็ตามขึ้นไป นั่งขัดสมาธิบนหลังของอสูรเงา
"ว้าว เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่ได้นั่งเสี่ยวอ้านออกไปทำภารกิจ"
ลี่ลี่กล่าวอย่างตื่นเต้น
"ทุกคนจับให้แน่น ๆ ล่ะ"
หยางปิงเอ่ยกำชับ
"รับทราบ"
ทุกคนตอบรับพร้อมกัน
ลี่เยว่ตบหัวอสูรเงาเบา ๆ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นๆ
"เสี่ยวอ้าน ออกเดินทางได้"
"โฮก"
อสูรเงาส่งเสียงคำรามต่ำ สะบัดหัวมุดกลับเข้าไปในความมืดจนหายลับไป
วืด
ลี่ลี่เบิกตากว้าง พบว่าตัวเองกำลังอยู่ท่ามกลางความมืดมิด รอบด้านปรากฏภาพเลือนราง ภาพที่เห็นสว่างวาบผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้มองเห็นไม่ชัด
สิบกว่าวินาทีต่อมา ภาพรอบด้านก็เปลี่ยนไป อสูรเงาที่อยู่เบื้องล่างก็หยุดเคลื่อนไหวเช่นกัน
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ
อสูรเงากระพือปีกขนาดมหึมา ลอยตัวอยู่เหนือเมืองอีหลีที่ระดับความสูงห้าร้อยเมตร
มันซ่อนตัวอยู่ภายใต้ความมืดมิดของยามราตรี แม้ว่าจะมีคนบนพื้นดินแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ก็ไม่อาจมองเห็นตัวมันได้
"ลงไปเถอะ"
ลี่เยว่เอ่ยเสียงเบา
ร่างของอสูรเงากะพริบวาบแล้วหายไปอีกครั้ง เมื่อปรากฏตัวขึ้นมาใหม่ ก็เข้ามาอยู่ภายในเมืองชั้นในของเมืองอีหลีแล้ว
ที่นี่คือภายในลานกว้างขนาดใหญ่ รอบด้านมืดสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยการเคลื่อนไหวของผู้คน
อสูรเงายืนนิ่ง ลี่เยว่มองไปรอบ ๆ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนนอกแล้ว จึงกระโดดลงมาจากหลังของอสูรเงา
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว
หยางปิง ต้าซู และคนอื่น ๆ ก็ร่อนลงสู่พื้นเช่นกัน ก่อนจะกระจายตัวออกไปอย่างระแวดระวัง
ลี่เยว่ลูบใต้คางของอสูรเงาเบา ๆ แล้วกระซิบว่า
"เสี่ยวอ้าน กลับไปก่อนนะ"
อสูรเงาพยักหน้าอย่างรู้ความ ร่างกายกลืนหายเข้าไปในความมืดจนไร้ร่องรอย
"เริ่มปฏิบัติการได้"
ดวงตาคู่สวยของลี่เยว่ทอประกายวาบ
คนอื่น ๆ ไม่เอ่ยคำใด ทว่าใช้โล่ผ้าคลุมภูตผีปกปิดร่างกาย แล้วเร้นกายหายไปในความมืด
หยางปิง ลี่ลี่ มิอา และลี่เยว่แยกย้ายกันปฏิบัติหน้าที่ แต่ละคนจะพาหน่วยพิทักษ์เนินสูงไปสามนาย ส่วนต้าซูจะคอยติดตามลี่เยว่
"เราจะไปที่อยู่ของดยุคโม่ซางก่อนเหรอ?"
ต้าซูกระซิบถาม
"ใช่แล้ว"
ลี่เยว่พยักหน้าช้า ๆ
ในรายชื่อส่วนที่เธอได้รับมอบหมายนั้น มีชื่อของดยุคโม่ซางอยู่ด้วย
ต้าซูกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"งั้นก็ต้องระวังตัวให้มากขึ้นแล้วล่ะ"
ดยุคโม่ซาง จอมเวทธาตุลมระดับแปด มีพลังจิตและพลังวิญญาณแข็งแกร่งกว่ายอดฝีมือในระดับเดียวกัน
"แน่นอนอยู่แล้ว"
ลี่เยว่ตอบกลับอย่างจริงจัง
เธอชูมือขึ้นโบก
"ไปกันเถอะ"
"อืม"
ต้าซูดึงโล่ผ้าคลุมภูตผีที่อยู่ด้านหลังมาปกคลุมร่างกาย ก่อนจะเข้าสู่สถานะล่องหน
เพื่อให้ภารกิจในครั้งนี้ราบรื่น เด็กสาวผมเงินจึงให้เธอยืมโล่ผ้าคลุมภูตผีมาหนึ่งผืน
ทั้งสองคนพาหน่วยพิทักษ์เนินสูงสามนายออกจากลานกว้าง มุ่งหน้าไปยังจวนของดยุคท่ามกลางความมืดมิด
เมืองอีหลีในยามนี้เงียบสงบมาก ผู้คนส่วนใหญ่เข้าสู่ห้วงนิทรากันหมดแล้ว เหล่าอัศวินและองครักษ์ที่เข้าเวรก็พากันสัปหงก
พวกลี่เยว่มาถึงจวนดยุคโม่ซาง พวกเธอกระโดดข้ามกำแพงจวนในจุดที่ไร้ผู้คนเข้าไปด้านในได้อย่างง่ายดาย
ทุกคนอยู่ในสถานะล่องหนกันหมดแล้ว เพียงแค่ก้าวเดินให้แผ่วเบา ไม่ทำให้เกิดเสียงดังโครมคราม ก็ปลอดภัยแล้ว
ทั้งห้าคนทำงานกันอย่างรู้ใจ แยกย้ายกันไปค้นหาว่าดยุคโม่ซางพักอยู่ที่ไหน
ลี่เยว่ยังคงรักษาสถานะล่องหน เดินลัดเลาะผ่านทางเดินเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า จนมาถึงเรือนไม้ที่อยู่ลึกเข้าไปในจวนดยุค
เธอหยุดฝีเท้าลง ภายในเรือนไม้มืดสนิทไร้แสงสว่าง และไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวใด ๆ ภายในห้อง
บริเวณหน้าประตูเรือนไม้ มีองครักษ์ยืนเฝ้ายามอยู่สองคน เวลานี้พวกเขากำลังยืนพิงเสาสัปหงกอยู่
ลี่เยว่ก้าวเดินให้เบาลง หยิบขวดผลึกออกมาขวดหนึ่ง เปิดฝาออกแล้วสะบัดเบา ๆ ละอองเกสรมายาก็ลอยออกมาจากขวด และถูกองครักษ์สูดดมเข้าไปในร่างกายตามจังหวะการหายใจ
ผ่านไปไม่กี่นาที เธอก็ยื่นมือไปผลักหัวขององครักษ์ดู เมื่อพบว่าพวกเขาสลบเหมือดไปแล้ว เธอจึงเปิดใช้งานเครื่องเก็บเสียงอย่างเบาใจ จากนั้นก็ผลักประตูห้องเปิดออกไปอย่างไร้สุ้มเสียง
เมื่อเดินเข้าไปในเรือนไม้ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็คือความมืดมิด พอจะมองเห็นข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องชั้นล่างได้เลือนราง
ชั้นล่างมีห้องอยู่สามห้อง และมีทางเดินหนึ่งสาย สุดทางเดินคือบันไดที่ทอดยาวขึ้นไปยังชั้นสอง
ลี่เยว่หยุดฝีเท้าลง ใช้พลังผู้ตื่น ห้องที่อยู่ตรงหน้าก็กลายเป็นโปร่งใสทันที ทำให้มองเห็นสถานการณ์ภายในห้องได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
"ไม่ได้อยู่ที่นี่"
เธอพึมพำกับตัวเองอย่างไร้เสียง ก่อนจะหันหลังเดินไปยังอีกห้องหนึ่ง
ไม่ว่าดวงตาคู่สวยสีเงินวาววามจะกวาดผ่านไปทางไหน ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะกลายเป็นโปร่งใส
เธอกวาดตามองไปรอบ ๆ หนึ่งรอบ ก็ไม่พบคนต้องการตามหาอยู่ที่ชั้นล่างเลย
ดังนั้นเธอจึงเดินขึ้นไปยังชั้นสอง ระหว่างนั้นก็เปิดเครื่องเก็บเสียงเอาไว้ตลอดเวลา เสียงเอี๊ยดอ๊าดของบันไดไม้จึงไม่เล็ดลอดออกไป
ลี่เยว่ขึ้นมาถึงชั้นสอง ซึ่งยังคงมีห้องอยู่สี่ห้อง เธอเดินหาไปทีละห้อง จนในที่สุดก็พบเป้าหมายอยู่ในห้องที่อยู่มุมสุด
เธอยืนอยู่หน้าประตูห้อง จ้องมองชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงไม้ด้านใน
บนพื้นมีเสื้อผ้าตกกระจุยกระจายอยู่เต็มไปหมด เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนเพิ่งจะผ่านสมรภูมิรักกันมาก่อนที่จะเข้านอน
ลี่เยว่เคยเห็นหน้าดยุคโม่ซางมาก่อน จึงรู้ว่าตัวเองหาคนไม่ผิดแน่
เธอไม่ได้บุ่มบ่ามเข้าไปในห้อง แต่หยิบขวดผลึกออกมาสองขวด เปิดฝาออกแล้วโยนเข้าไปในห้องผ่านทางหน้าต่างเบา ๆ
ด้วยความช่วยเหลือของเครื่องเก็บเสียง ขวดผลึกที่ตกกระทบพื้นจึงไม่เกิดเสียงดังใด ๆ
ละอองเกสรมายาลอยออกมาจากขวด ไม่นานกลิ่นหอมของดอกไม้ก็ฟุ้งกระจายไปทั่ว อบอวลไปทั่วทั้งห้อง
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้น ลี่เยว่ก็ยังคงไม่เข้าไปในห้อง แต่ปิดเครื่องเก็บเสียง ก่อนจะยื่นมือไปเคาะหูฟังที่สวมอยู่บนศีรษะเบา ๆ
นี่คือเครื่องส่งเสียงที่จาลั่วเป็นคนประดิษฐ์ขึ้น มันสามารถส่งเสียงหากันได้แบบทันที แต่มีข้อจำกัดเรื่องระยะทาง
"ลี่เยว่ หาเจอแล้วเหรอ?"
เสียงของต้าซูดังออกมาจากเครื่องส่งเสียง
ลี่เยว่กดเสียงต่ำลงแล้วตอบกลับไป
"อืม อยู่ที่เรือนไม้ทางทิศเหนือ องครักษ์หน้าประตูถูกฉันรมยาสลบไปแล้ว ขึ้นมาหาฉันที่ชั้นสองได้เลย"
"ตกลง"
ต้าซูรับคำ
ผ่านไปไม่นาน เด็กสาวผมขาวและหน่วยพิทักษ์เนินสูงก็ตามหาจนเจอ
พวกเธอปรากฏร่างออกมาให้เห็น ก่อนจะสบตากันครู่หนึ่ง
"เข้าไปกันเถอะ"
ลี่เยว่พยักหน้า
"อืม"
ต้าซูยื่นมือออกไป ผลักประตูห้องเบา ๆ ก็พบว่าประตูไม่ได้ล็อค
ด้วยความช่วยเหลือของเครื่องเก็บเสียง เวลาเปิดประตูจึงไม่มีเสียงใด ๆ เล็ดลอดออกมาเช่นเคย
พวกเธอเดินเข้าไปในห้อง มุ่งหน้าไปยังเตียงนอนอย่างระแวดระวัง ดยุคโม่ซางยังคงนอนหลับสนิทโดยโอบกอดหญิงสาวเอาไว้ในอ้อมแขน
เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน ลี่เยว่จึงหยิบละอองเกสรมายาออกมาอีกสองขวด แล้วเทรดไปที่จมูกและปากของทั้งสองคนที่อยู่บนเตียงรวดเดียวจนหมด
ก่อนที่พวกเธอจะมาที่นี่ ล้วนได้กินยาต้านกันมาก่อนแล้ว จึงไม่ถูกละอองเกสรมายาทำให้สลบไปด้วย
"น่าจะเรียบร้อยแล้วล่ะ"
ลี่เยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"เริ่มกันเลย"
ต้าซูพยักหน้า นัยน์ตาสีขาวบริสุทธิ์ทอประกายเย็นเยียบ