- หน้าแรก
- กำเนิดมือปราบผี คัมภีร์เทวะเก้าสุริยะ
- บทที่ 1200 ฝนตกอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศไม่ค่อยจะกลมเกลียวสักเท่าไหร่!!!
บทที่ 1200 ฝนตกอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศไม่ค่อยจะกลมเกลียวสักเท่าไหร่!!!
บทที่ 1200 ฝนตกอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศไม่ค่อยจะกลมเกลียวสักเท่าไหร่!!!
“สะ... สะสมยอดเงินรางวัลเหรอครับ?”
เซียวฉู่หนานกับเจียวทมิฬสบตากัน ต่างฝ่ายต่างก็เห็นความงุนงงในแววตาของอีกฝ่าย
แววตาของเจียวทมิฬเป็นประกายวาบ เหลือบมองปีศาจกระทิงแวบหนึ่ง: “พี่ผี ผมรู้แล้ว! เจ้านี่ดูท่าทางกำลังจะทะลวงด่าน เจ้านายเลยตัดใจฟันไม่ลง กะจะขุนให้อ้วนอีกสักหน่อยนี่เอง”
ชวนเอ๋อร์มองเจียวทมิฬด้วยความปลาบปลื้มใจ: “ต้าเฮย ยินดีด้วยนะ! นายรู้จักแย่งตอบคำถามเป็นแล้ว”
เซียวฉู่หนานยังคงไม่เข้าใจ จึงถามขึ้นว่า: “แต่ว่า...... คุณซูทำแบบนี้ มันมีความหมายอะไรเหรอครับ?”
ในความคิดของผู้ฝึกตนปกติ หากบังเอิญเจอปีศาจที่กำลังจะทะลวงด่าน แน่นอนว่าต้องรีบฟันให้ตายแต่เนิ่นๆ เพื่อตัดไฟเสียแต่ต้นลม
แต่คุณซูไม่เหมือนกัน ดันจะรอให้อีกฝ่ายทะลวงด่านให้ได้ ราวกับว่าถ้าฆ่าปีศาจระดับสูงตายแล้ว จะมีไอเทมดรอปออกมาอย่างนั้นแหละ
“ความหมายงั้นเหรอ?”
ชวนเอ๋อร์ปรายตามองเขาแวบหนึ่ง กล่าวว่า: “ไอ้หนุ่มรูปงาม! ไม่ใช่ทุกเรื่องหรอกนะ ที่ต้องไขว่คว้าหาความหมายที่เป็นรูปธรรมน่ะ”
“อย่างเช่นตอนนี้......”
ชวนเอ๋อร์แอบชี้ไปทางซูม่อ “เจ้านายชอบความท้าทาย ชอบปีศาจระดับสูง”
“พอฆ่าพวกมันได้...... เจ้านายก็มีความสุข นั่นไม่ใช่ความหมายที่ดีที่สุดหรือไง?”
ร่างกำยำของเซียวฉู่หนานสั่นสะท้าน มองไปทางชวนเอ๋อร์แล้วกล่าวว่า: “พี่ผี คิดไม่ถึงเลยว่าพี่จะลึกซึ้งขนาดนี้ เป็นผมเองที่วิสัยทัศน์คับแคบไป”
“มันแน่อยู่แล้ว......”
ชวนเอ๋อร์ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ กล่าวว่า: “ไม่ดูซะบ้าง ว่าฉันติดตามใคร! ฉันคือพนักงานหมายเลขหนึ่งระดับเทียน แห่งสำนักเงาจันทร์ ภายใต้สังกัดกุ่ยเจี้ยนโฉว(ผีเห็นผีครวญ)เชียวนะ”
ชวนเอ๋อร์แอบแซะเบาๆ หวังว่าไอ้เจ้าเจียวทมิฬนี่จะรู้ความบ้าง
มีแค่หนูน้อยหมวกแดงเท่านั้นแหละ ที่คู่ควรจะมาแย่งตำแหน่งนี้กับฉัน ส่วนคนอื่นน่ะเหรอ...... พี่ผีคนนี้ไม่ยอมรับหรอก
จะว่าไป......
ไอ้เจ้าหนูน้อยหมวกแดงนั่น ไม่มีข่าวคราวมาตั้งนานแล้ว ไม่รู้ว่าไปเกาะต้นขาใหญ่ (หาที่พึ่ง) ถึงไหนแล้ว
หน้าตาหล่อเหลาขาวใส แถมยังปากหวานแบบมัน ต้องเป็นที่โปรดปรานของพวกผีสาวๆ แน่นอน
อ้อ!
ไม่สิ พวกผีผู้ชายก็น่าจะชอบเหมือนกัน
ในใจชวนเอ๋อร์เกิดรสนิยมแย่ๆ ขึ้นมา ไอ้เจ้าหนูน้อยหมวกแดงนั่น คงไม่ได้ถูกลูกพี่ใหญ่แห่งประตูปิศาจจับไปทำสามีหรอกนะ?
เรื่องพรรค์นี้ ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นซะเมื่อไหร่
“พี่ผี สมกับเป็นพี่จริงๆ” เจียวทมิฬยกนิ้วโป้งให้ แสดงความนับถือ
ชวนเอ๋อร์หัวเราะหึๆ โบกมืออย่างถ่อมตัว: “ฉันก็แค่พูดไปงั้นแหละ...... ความคิดของเจ้านาย ใครจะไปเดาออกกันล่ะ?”
“ไม่แน่ว่า...... นี่อาจจะเป็นบททดสอบที่สำนักเบื้องหลังเจ้านายมอบให้เขาก็ได้นะ?”
“อย่างเช่น...... ทุกครั้งที่ฆ่าปีศาจได้หนึ่งตน รากฐานและทรัพยากรของสำนักก็จะถูกปลดผนึกออกมาส่วนหนึ่ง ใช่ไหมล่ะ?”
คำพูดนี้ของชวนเอ๋อร์ ไม่ใช่การเดาสุ่มมั่วๆ แต่มีตรรกะที่รัดกุม
เขาติดตามซูม่อมานานขนาดนี้ สรุปกฎเกณฑ์ออกมาได้แล้วว่า ความเร็วในการพัฒนาฝีมือของเจ้านายนั้นน่ากลัวมาก แถมยังไร้เหตุผลสุดๆ
ทุกๆ ครั้งที่ล่าสังหารปีศาจที่แข็งแกร่งได้ ฝีมือของเจ้านายก็จะก้าวกระโดดขึ้นไปอีกขั้น
นอกจากจะได้รับการสนับสนุนจากรากฐานของสำนักแล้ว ชวนเอ๋อร์ก็นึกเหตุผลอื่นไม่ออกเลย
เว้นเสียแต่ว่าเจ้านายจะใช้โปร(โกง)
ครืน ครืน ครืน——
ลมกระโชกแรงพัดมาวูบหนึ่ง เจียวทมิฬดีใจอยู่ลึกๆ ‘น้ำฝน’ ที่ตัวเองยืมมาเป็นครั้งที่สอง ในที่สุดก็มาถึงเสียที
ไม่ไกลออกไป ปีศาจกระทิงก็สัมผัสได้ถึงความชื้นในอากาศ พอเงยหน้ามองไปข้างหน้า สีหน้าก็ดีใจสุดขีด
พายุมังกรวารีอีกสายหนึ่ง มุ่งตรงมาทางนี้ การกวาดม้วนครั้งนี้ทำให้ชั้นเมฆละอองน้ำใหญ่ขึ้นและอิ่มตัวยิ่งกว่าเดิม ชั่วพริบตาก็พุ่งชนเหนือน่านฟ้ายอดเขา ก่อตัวเป็นวังวนละอองน้ำขนาดมหึมา
“หืม?”
ปีศาจกระทิงทั้งตกใจและดีใจ เมื่อกี้ตัวเองยังกังวลอยู่เลยว่า ถ้าน้ำฝนไม่พอที่จะละลายยอดเขา จะทำยังไงดี?
วินาทีต่อมา น้ำฝนก็มาเลย
นี่มันวาจาสิทธิ์ชัดๆ
ถึงแม้ในใจปีศาจกระทิงจะรู้สึกตะหงิดๆ ว่าเรื่องนี้มันดูแปลกๆ แต่ตอนนี้ก็ไม่มีเวลาไปคิดถึงความผิดปกติเหล่านั้นแล้ว
ขอแค่ทำลายตราผนึกได้ ขอแค่เสวียนจูออกมาได้ ทุกอย่างก็มีความหวัง
“แกช่วยตั้งใจทะลวงด่านหน่อยได้ไหม อย่ามัวแต่เหม่อ? บิดาจะทนไม่ไหวแล้วนะเว้ย”
เสียงที่หมดความอดทนของซูม่อดังขึ้น ปีศาจกระทิงดึงสติกลับมาทันที ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์อยู่นี่นา
ซ่า ซ่า ซ่า——
ห่าฝนที่เทกระหน่ำหนักยิ่งกว่าเดิม สาดซัดลงมาจากวังวนละอองน้ำบนฟากฟ้า
ฝนตกอย่างต่อเนื่อง
บรรยากาศไม่ค่อยจะกลมเกลียวสักเท่าไหร่
ปีศาจกระทิงยืนอยู่ตรงนั้น น้ำฝนสาดเปียกหัววัวของมัน ขนอ่อนกระจุกหนึ่งปรกตกลงมา บังดวงตาของมันไปข้างหนึ่ง
ทำเอาดูเหมือนเซียวฉู่หนานเลย