เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 898 ว่าที่พ่อตาขอฝากตัวเป็นศิษย์

บทที่ 898 ว่าที่พ่อตาขอฝากตัวเป็นศิษย์

บทที่ 898 ว่าที่พ่อตาขอฝากตัวเป็นศิษย์


“บุพเพสันนิวาสพญาหงส์ลิขิต คู่สร้างคู่สมสวรรค์ประทาน” โจวโม่โม่อ่าน ตาเป็นประกาย “นี่ให้คุณอาสะใภ้นี่นา!”

“อืม โม่โม่เข้าใจตาที่สุดเลย” เมิ่งฮั่นเหวินพยักหน้ายิ้ม ๆ

“ให้หนูเหรอคะ?” เจิงอันหรงทำหน้าตกใจ แต่ก็แฝงไปด้วยความประหลาดใจระคนดีใจอยู่ไม่น้อย

เมิ่งฮั่นเหวินมองเธอแล้วยิ้มบาง “ใช่ วีรกรรมการปกป้องประเทศชาติของสหายโจวเว่ยกั๋วทำให้คนซาบซึ้งใจ เรื่องราวของสหายเสี่ยวเจิงที่พยายามจนได้เป็นแม่ครัวจากการเป็นแค่เด็กยกอาหารก็จับใจไม่แพ้กัน พอได้ยินว่าพวกเธอสองคนจะแต่งงานกัน ฉันก็ดีใจมาก หวังว่าวันข้างหน้าพวกเธอจะรักใคร่กลมเกลียว ครองคู่กันไปจนแก่เฒ่านะ”

“ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะคะ” เจิงอันหรงรีบเอ่ยขอบคุณ

“มะรืนนี้จะไปร่วมงานแต่งงาน ไปมือเปล่าคงไม่ได้ เขียนให้คู่บ่าวสาวสักแผ่นก็แล้วกัน” เมิ่งฮั่นเหวินจรดพู่กันเขียนอีกแผ่นหนึ่ง

“ดอกท้อบานสะพรั่ง เปล่งประกายงามตา ดรุณีเตรียมวิวาห์ นำพาร่มเย็นสู่เหย้าเรือน”

ลงวันที่และชื่อ จากนั้นก็ประทับตราของตัวเองลงไป

เมิ่งฮั่นเหวินพยักหน้าน้อย ๆ รู้สึกพอใจมาก “ดีมาก พรุ่งนี้ค่อยเอาไปใส่กรอบ ถึงเวลาหิ้วไปร่วมงานแต่ง ก็ถือว่าไม่ได้ไปมือเปล่าแล้ว”

“คุณตาให้ของขวัญชิ้นใหญ่เลยนะครับเนี่ย” โจวเยี่ยนพูดด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ

เซี่ยเหยาเคยคุยกับเขามาก่อนว่า คุณตาของเธอเป็นปรมาจารย์ด้านภาพวาดและตัวอักษร มีความเชี่ยวชาญด้านศิลปะการเขียนพู่กันเป็นอย่างมาก ลายมือของท่านก็มีคุณค่าแก่การสะสมมากเช่นกัน

อาเหว่ยได้อักษรที่ขอมาแล้ว แต่ยังแอบงง ๆ อยู่ มองโจวเยี่ยนแล้วถามว่า “อาจารย์โจว อันนี้ต้องเก็บยังไงอ่ะครับ?”

โจวเยี่ยนค่อย ๆ รับตัวอักษรแผ่นนั้นมาจากมือเขาอย่างระมัดระวัง แล้วบอกว่า “เดี๋ยวฉันเก็บไว้ให้ก่อน รอให้นายสร่างเมาพรุ่งนี้ค่อยเอาไปก็แล้วกัน วันหลังถ้าว่างก็เข้าเมืองไปหาคนเอาไปใส่กรอบซะ แล้วค่อยเอาไปแขวนไว้ที่บ้าน จะได้ไม่เปื้อนง่าย”

“ได้เลย” อาเหว่ยพยักหน้า เอ่ยขอบคุณเมิ่งฮั่นเหวินอีกครั้ง “ขอบคุณครับท่านปรมาจารย์!”

“ไม่เป็นไร ไว้ถ้าเธอแต่งงานเมื่อไหร่ ฉันจะเขียนให้อีกแผ่นนะ” เมิ่งฮั่นเหวินหัวเราะพลางตบไหล่เขาเบา ๆ พ่อหนุ่มคนนี้ก็น่าสนใจดีเหมือนกัน

“ได้ครับ! ผมจะพยายามหาแฟนให้ได้เร็ว ๆ ครับ” อาเหว่ยรีบพยักหน้ารับ

เจิงอันหรงรับภาพไป แล้วก็เอ่ยขอบคุณเมิ่งฮั่นเหวินเช่นกัน

เธอไม่ค่อยเข้าใจถึงมูลค่าของตัวอักษรแผ่นนี้เท่าไหร่นัก แต่เธอเข้าใจถึงคำอวยพรที่งดงามจากผู้ใหญ่ ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความโรแมนติกนี้

เซี่ยหวาเฟิงเดินเข้ามาถามโจวเยี่ยนว่า “เสี่ยวโจว พรุ่งนี้ฉันจะมาเป็นลูกมือให้เธอ มาตอนกี่โมงดีล่ะ? ต้องเตรียมอะไรมาบ้างไหม?”

“คุณอาเซี่ย พูดจริงเหรอครับ?” โจวเยี่ยนมองเขา ตอนแรกนึกว่าวันนั้นเขาแค่พูดเล่นซะอีก

เซี่ยหวาเฟิงทำหน้าจริงจัง “เรื่องแบบนี้จะมีล้อเล่นด้วยเหรอ? วันที่แปดฉันต้องกลับหางโจวแล้ว ภายในสามวันนี้ต้องเรียนทำกับข้าวพวกนี้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นกลับไปคงไม่สบายใจแน่”

“ได้ครับ งั้นรอแป๊บนึงนะครับ เดี๋ยวผมไปเอาชุดพ่อครัวมาให้ พรุ่งนี้คุณอาเปลี่ยนชุดซะ จะได้ไม่เปื้อนเสื้อผ้าตัวเอง ซักยากแถมยังทำงานไม่ค่อยสะดวกด้วยครับ” โจวเยี่ยนบอก แล้วรีบเดินขึ้นไปชั้นบน ไม่นานก็หยิบชุดพ่อครัวลงมาให้หนึ่งชุด

เป็นชุดทำงานที่เขาเอาติดมือกลับมาจากตอนที่ไปทำงานแทนที่ภัตตาคารว่านซิ่วคราวก่อน โจวเยี่ยนใส่ไปไม่กี่ครั้ง แถมยังมีหมวกพ่อครัวมาให้ด้วย ดูเป็นมืออาชีพดี

เซี่ยหวาเฟิงรับชุดพ่อครัวไป สีหน้าดีใจสุด ๆ “แบบนี้ดีเลย ฉันเพิ่งจะเคยใส่ชุดพ่อครัวเป็นครั้งแรกนะเนี่ย”

“คุณอาเซี่ย พรุ่งนี้เช้าเจ็ดโมงผมจะไปถึงหมู่บ้านโจวนะครับ เพราะจำนวนโต๊ะค่อนข้างเยอะ ก็เลยต้องเตรียมตัวล่วงหน้า ถ้าคุณอาตื่นไม่ไหว จะมาสายหน่อยก็ได้นะครับ...”

เซี่ยหวาเฟิงตอบด้วยสีหน้าที่บอกว่ามันเป็นเรื่องปกติ “เจ็ดโมงทำไมจะตื่นไม่ไหวล่ะ! ตอนฉันทำงานที่หางโจว ฉันตื่นมาทำข้าวเช้าตอนหกโมงครึ่งทุกวัน เจ็ดโมงตรงก็ขี่จักรยานไปทำงานแล้ว ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันไปหาเธอที่หมู่บ้านโจวเลย”

“เดี๋ยวผมแวะไปเรียกคุณอาที่บ้านพักรับรองก็ได้ครับ ยังไงก็เป็นทางผ่านอยู่แล้ว” โจวเยี่ยนพยักหน้า ดูออกเลยว่าคุณอาเซี่ยตั้งใจกับการมาเป็นลูกศิษย์ครั้งนี้มาก

หลินจื้อเฉียงบอกกับโจวเยี่ยน “เสี่ยวโจว พรุ่งนี้พวกเราไม่ไปหมู่บ้านโจวนะ ฉันต้องกลับไปดูบริษัท จัดการธุระนิดหน่อย แล้วก็จะถือโอกาสล้างรถให้สะอาดด้วย มะรืนนี้แต่เช้าฉันจะขับรถไปที่หมู่บ้านโจว พาเจ้าบ่าวไปรับเจ้าสาวเอง”

“ได้ครับ รบกวนอาหลินด้วยนะครับ” โจวเยี่ยนรีบตอบ

เรื่องรถงานแต่ง หลินจื้อเฉียงเป็นคนเสนอมาเอง การใช้รถคราวน์เป็นรถงานแต่ง มันเท่กว่าใช้มอเตอร์ไซค์เยอะเลย รับรองว่าเป็นรถรับเจ้าสาวที่หรูหราที่สุดในเสฉวนแน่นอน

เซี่ยเหยากลับไปพร้อมกับพ่อแม่ของเธอ โจวเยี่ยนคืนนี้ต้องทำเนื้อเงาโคมไฟ ไม่มีเวลาไปเดินเล่นเป็นเพื่อนเธอจริง ๆ

“มาเถอะ วันหยุดปีใหม่จบลงก่อนกำหนดแล้ว คืนนี้ต้องทำงานแล้วสิ” โจวเยี่ยนสวมผ้ากันเปื้อน แล้วเดินเข้าไปในครัว

“อาปาอาปา...” ฤทธิ์เหล้าของอาเหว่ยเริ่มออกฤทธิ์แล้ว เขาลุกขึ้นตาม พยายามจะพูดอะไรบางอย่าง

เจิงอันหรงช่วยเปลี่ยนทิศทางให้เขา “นายไปนอนเถอะ เหล้าครึ่งเหลี่ยงทำเอาเมาเป็นหมาเลยนะเนี่ย”

“อาปาอาปา...” อาเหว่ยยังคงพยายามจะพูดอะไรอีก

“ไป เดี๋ยวฉันพานายขึ้นไปนอนเอง” สหายเหล่าโจวแบกเขาขึ้นบ่าแล้วเดินออกไป

เรื่องการประเมินปริมาณเหล้า โจวเยี่ยนถือว่าเชี่ยวชาญพอตัวเลยล่ะ

ถ้าให้อาเหว่ยดื่มเหล้าขาวหนึ่งเหลี่ยงนั่นเข้าไปจนหมด เขาคงร่วงลงไปกองใต้โต๊ะก่อนจะได้กินข้าวด้วยซ้ำ

เนื้อวัวนี้สหายเหล่าโจวซื้อมาเมื่อตอนเช้า ช่วงนี้อุณหภูมิที่เจียโจวใกล้จะถึงศูนย์องศา ทิ้งไว้ในครัวทั้งวันก็ยังสดใหม่อยู่เลย

ในบรรดาอาหารจานเย็นหกอย่าง ก็มีเนื้อเงาโคมไฟรวมอยู่ด้วย

นอกจากนี้ งานเลี้ยงกลางแจ้งของอาจารย์เขาในวันมะรืนนี้ก็ต้องใช้เนื้อเงาโคมไฟอีกหกสิบที่ คืนนี้ปริมาณงานไม่น้อยเลยทีเดียว

“อาจารย์ คุณเรียนทำหมูสับนึ่งไข่มาแล้วเหรอคะ?” เจิงอันหรงรับหน้าที่เอาเนื้อวัวที่โจวเยี่ยนแล่ไว้มาแผ่บนตะแกรง แล้วถามด้วยความอยากรู้

“ใช่ครับ เพิ่งเรียนมาได้ไม่นานน่ะ” โจวเยี่ยนพยักหน้า

“เก่งจังเลย เมนูนี้เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยในชุดอาหารเก้าชามใหญ่เลยนะ กรรมวิธีซับซ้อนมาก เมื่อก่อนที่ร้านอาหารชิงเสินมีพ่อครัวอาวุโสคนนึงทำเป็น แต่เขาไม่เคยสอนพ่อครัวคนอื่นเลย” เจิงอันหรงเอ่ยชม

โจวเยี่ยนพูดยิ้ม ๆ “เขาไม่สอน ผมสอนเอง คราวก่อนที่เหมยโจวพี่กลับไปก่อน ไม่ได้กินขาหมูตงพัวไม่ใช่เหรอ พรุ่งนี้มาเรียนพร้อมกันเลยสิ”

“ได้เลยค่ะ!” เจิงอันหรงพยักหน้ายิ้ม ๆ ก็ต้องเป็นอาจารย์ของตัวเองนี่แหละ อยากเรียนอะไรก็ยินดีสอนให้หมด

เนื้อวัวที่แล่เสร็จแล้ว ถูกนำไปใส่ในตู้อบอุณหภูมิคงที่สองตู้

ช่วงที่ผ่านมาความจริงแล้วโจวเยี่ยนก็ได้ลองผิดลองถูกดูบ้าง อย่างเช่นการปรับอุณหภูมิของตู้อบจากสามสิบหกองศาเป็นสี่สิบห้าองศา ประสิทธิภาพในการอบแห้งก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่ต้องใช้เวลาอบแห้งกว่าสิบชั่วโมง ก็ลดลงมาได้ประมาณครึ่งหนึ่ง

ส่วนเนื้อเงาโคมไฟที่ทำออกมา ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพที่ระบบประเมิน หรือรสสัมผัสตอนที่ชิม ก็ไม่ได้ด้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ยังคงรักษามาตรฐานระดับสมบูรณ์แบบเอาไว้ได้

เห็นได้ชัดเลยว่า เขาประสบความสำเร็จในการปรับปรุงกรรมวิธีการทำเนื้อเงาโคมไฟ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตได้อย่างเห็นผล

เนื้อวัวไม่เหมือนกับแป้งโดนี่นา ไม่มีส่วนผสมของยีสต์ที่ใช้หมัก ก็เลยไม่จำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ต่ำกว่าสามสิบแปดองศาอย่างเคร่งครัด

โจวเยี่ยนเฝ้าไฟจนถึงห้าทุ่ม แล้วก็ขึ้นไปนอน ความร้อนที่เหลืออยู่ก็พอจะอบเนื้อวัวให้แห้งได้เกือบหมดแล้ว รอพรุ่งนี้เย็นยุ่งเสร็จแล้วกลับมาทำขั้นตอนต่อไปก็พอ

...

ณ บ้านเก่าตระกูลโจว

คุณย่าเรียกลูกชายหลายคนมารวมตัวกัน เพื่อตรวจสอบขั้นตอนงานแต่งงานและการจัดเตรียมคนอย่างละเอียดอีกครั้ง

“เรื่องงานเลี้ยงกลางแจ้งมอบให้โจวเยี่ยนจัดการฉันวางใจแล้วล่ะ ส่วนเรื่องอื่น ๆ พวกแกต้องใส่ใจกันหน่อยนะ” คุณย่ามองไปที่โจวชิงและโจวเจ๋อ “เจ้าสามต้องไปรับลูกสะใภ้ วันงานเรื่องเยอะแยะคงดูแลไม่ไหวแน่ เจ้าใหญ่ เจ้ารอง หน้าที่ดูแลแขกก็ฝากพวกแกสองคนด้วยล่ะ ต้องดูแลแขกเหรื่อให้ดีนะ”

“ได้ครับ” โจวชิงและโจวเจ๋อรีบพยักหน้ารับ

“ดี งั้นก็รีบกลับไปพักผ่อนกันได้แล้ว พรุ่งนี้เช้าต้องตื่นมาเตรียมตัวแต่เช้าอีก” คุณย่าโบกมือ

ทุกคนถึงได้แยกย้ายกันไป

โจวเว่ยกั๋วเตรียมจะไปล้างหน้าล้างตา ก็โดนคุณย่าเรียกไว้ แกพูดยิ้ม ๆ ว่า “เว่ยกั๋ว ดูไม่ออกเลยนะเนี่ย ว่าจะมีฝีมือแบบวันนี้ ก่อนหน้านี้มัวแต่แกล้งโง่ตบตาแม่แกอยู่ล่ะสิ?”

“แม่ครับ แบบนี้เขาเรียกว่าพลิกแพลงตามสถานการณ์ ตัดสินใจเด็ดขาด เป็นคุณสมบัติพื้นฐานของทหารครับ” โจวเว่ยกั๋วตอบราวกับว่าเป็นเรื่องปกติ

“ชมเข้าหน่อยเดียว หางก็ชี้ขึ้นฟ้าซะแล้ว” คุณย่าหัวเราะ “พรุ่งนี้ก็ปล่อยให้พวกเขายุ่งกันไป ตอนเช้าแกพาแม่ไปที่ตำบลสุ่ยโข่วหน่อยนะ แม่จะไปหาซุนป้านเซียน ให้เขาช่วยดูดวงแกกับเสี่ยวเจิงหน่อย ว่าช่วงครึ่งปีแรกนี้มีวันไหนฤกษ์ดีบ้าง”

“ได้ครับ!” โจวเว่ยกั๋วรับคำ

“รีบจัดการงานแต่งให้เสร็จ จะได้รีบเตรียมตัวมีหลานเร็ว ๆ ด้วย”

“แม่ครับ เรื่องลูกเนี่ย ผมจะบอกแม่ให้นะครับ ผมต้องเคารพความคิดเห็นของเสี่ยวเจิงด้วย ก่อนปีใหม่ที่เธอมาขอให้ผมช่วยแกล้งเป็นแฟนเธอ ก็เพราะที่บ้านจะบังคับให้เธอไปดูตัว แล้วก็คงจะเร่งรัดให้รีบมีลูก ซึ่งเธอทำแบบนั้นไม่ได้เพราะกลัวจะเสียเวลาเรียนทำอาหารน่ะครับ” โจวเว่ยกั๋วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ถ้าผมแต่งงานกับเสี่ยวเจิง แล้วรีบเร่งให้เธอมีลูกทันที แบบนั้นเธอก็ฝากฝังชีวิตผิดคนแล้วไม่ใช่เหรอครับ?”

“อืม การที่แกคิดถึงเรื่องนี้ได้ ก็แสดงว่าไม่ได้ทื่อมะลื่อเป็นไม้กระดานไปซะทีเดียว” คุณย่าพยักหน้า

มุมปากของโจวเว่ยกั๋วค่อย ๆ ยกยิ้มขึ้น

คุณย่าพูดต่อ “แต่ว่า ที่เสี่ยวเจิงกังวลจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องแต่งงานมีลูกหรอกนะ แต่กังวลว่าพอกลับไปชิงเสินแล้วจะออกมาไม่ได้อีกต่างหาก ถ้าหาผู้ชายท้องถิ่นในชิงเสินแต่งงานด้วย พอมีลูกก็ต้องให้ลูกเรียนที่ชิงเสิน ก็เท่ากับว่าที่เพิ่งฝากตัวเป็นศิษย์กับอาจารย์ ปีนึงก็คงได้เจอหน้าไม่ถึงสองครั้ง แถมอาจจะไม่ยอมให้เธอเป็นแม่ครัวต่อด้วย”

“แต่ถ้าแต่งงานกับแกมันก็ไม่เหมือนกัน พอมีลูก อย่างมากก็เสียเวลาแค่ปีเดียว พอพวกแกเลี้ยงจนเดินได้ แม่ก็จะช่วยเลี้ยงต่อให้อีกสองปี แล้วค่อยส่งเข้าโรงเรียนอนุบาลเลย เสี่ยวเจิงก็กลับไปทำงานแล้วก็เรียนทำอาหารกับโจวเยี่ยนต่อได้ ไม่ทำให้เสียเวลาไปมากหรอก”

“ปีนี้แกอายุสามสิบหกแล้ว เสี่ยวเจิงก็ยี่สิบเจ็ด ถือว่าแต่งงานและมีลูกช้าแล้วนะ ผู้หญิงยิ่งอายุน้อย คลอดลูกแล้วก็ยิ่งฟื้นตัวเร็ว ถ้ารอไปอีกสองปี แกอายุขึ้นหลักสี่แล้วต้องมาเลี้ยงลูก งานแกก็คงยุ่งกว่าเดิม พละกำลังกับเรี่ยวแรงก็คงตามไม่ทัน ส่วนฉันเองก็คงช่วยพวกแกไม่ไหวแล้วล่ะ ถ้าปล่อยให้เสี่ยวเจิงต้องเลี้ยงลูกคนเดียว นั่นแหละถึงจะทำให้เธอไม่สามารถเป็นแม่ครัวต่อได้จริง ๆ”

โจวเว่ยกั๋วได้ยินดังนั้นก็อึ้งไป คิดตามคำพูดของคุณย่าอย่างละเอียด แล้วพยักหน้า “ที่แม่พูดก็มีเหตุผลนะครับ เดี๋ยววันหลังผมจะลองไปคุยเรื่องนี้กับเสี่ยวเจิงดู อยากรู้ว่าเธอจะมีความคิดเห็นยังไงบ้าง”

คุณย่าพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “แบบนี้แหละถูกแล้ว คนเราต้องมองให้ไกล ทำเรื่องที่ถูกในเวลาที่ควร ถ้าแกกับอันหรงคิดจะมีลูก ด้วยอายุของพวกแก ยิ่งมีเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี แต่ถ้าหล่อนมีความคิดเห็นและความตั้งใจของตัวเอง ในฐานะแม่สามีอย่างฉันก็พร้อมจะสนับสนุนหล่อนเหมือนกัน”

...

เจ็ดโมงตรง โจวเยี่ยนออกเดินทางจากบ้านตรงเวลา

ทิ้งจักรยานไว้ให้จ้าวเถี่ยอิงหนึ่งคัน รอให้โจวโม่โม่ตื่นนอนก่อน ค่อยพาจ้าวชิงเหอกลับไปที่หมู่บ้านพร้อมกัน

ส่วนคนอื่น ๆ ก็ออกเดินทางไปหมู่บ้านโจวกันอย่างพร้อมเพรียง

มอเตอร์ไซค์จอดลงที่หน้าบ้านพักรับรอง โจวเยี่ยนเพิ่งจะเตรียมตัวลงจากรถ เซี่ยหวาเฟิงในชุดพ่อครัวทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตสีดำก็รีบเดินออกมาแล้ว “มาแล้ว ๆ ฉันไม่ขับรถไปแล้วล่ะ ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เธอไปนี่แหละ ทิ้งรถไว้ให้จือหลาน วันนี้พวกหล่อนกะจะไปดูงิ้วเปลี่ยนหน้าเสฉวนที่เจียโจว แล้วก็จะแวะไปดื่มชาที่ริมแม่น้ำด้วย”

“ได้ครับ” โจวเยี่ยนตอบยิ้ม ๆ เรื่องนี้เหยาเหยาบอกเขาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

ในหมู่บ้านก็ไม่มีอะไรให้เที่ยวเล่นจริง ๆ นั่นแหละ วันนี้งานเขาก็แน่นเอี้ยดตั้งแต่เช้ายันค่ำ ไม่มีเวลาไปเป็นเพื่อนพวกเขาอยู่แล้ว สู้ให้พวกเขาไปจัดทริปเที่ยวที่เจียโจวกันเองสักวันดีกว่า

“คุณอาเซี่ย คุณอาจะไปเป็นคนหั่นวัตถุดิบเหรอครับ?” อาเหว่ยเห็นเซี่ยหวาเฟิงใส่ชุดพ่อครัวก็ตกใจนิดหน่อย

นี่ระดับผู้จัดการธนาคารที่หางโจวเลยนะ!

อาจารย์โจวให้กินยาเสน่ห์อะไรเข้าไปเนี่ย ถึงหลอกเขาไปเป็นคนหั่นวัตถุดิบได้?

อาเหว่ยคิดจนหัวแทบแตกก็ยังคิดไม่ออก ว่าอาจารย์โจวไปกุมความลับอะไรของเขาไว้เนี่ย?

เซี่ยหวาเฟิงพยักหน้ายิ้ม ๆ “ใช่ วันนี้เราสองคนทำงานตำแหน่งเดียวกัน ฉันจะมาเรียนรู้กับเสี่ยวโจวน่ะ”

“อ้อ——” อาเหว่ยพยักหน้าทำท่าครุ่นคิด “มาเรียนรู้งั้นเหรอ ถ้างั้นคุณอาก็เรียกเสี่ยวโจวไม่ได้แล้วนะ ต้องเรียกอาจารย์โจวเหมือนกับพวกเราสิ ถึงจะถูก”

“อาจารย์โจว?” เซี่ยหวาเฟิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า “มีเหตุผล งั้นก็เรียกอาจารย์โจวแล้วกัน”

“เฮ้ย ๆ ๆ ?” โจวเยี่ยนรีบโบกมือ “คุณอาเซี่ย อย่าไปฟังอาเหว่ยพูดมั่วซั่วเลยครับ ทำแบบนั้นได้ไงกัน”

“อาจารย์โจว เธอไม่ต้องมาเกรงใจหรอก วันนี้ฉันมาเป็นลูกศิษย์จริง ๆ นะ เธอสอนมาได้เต็มที่เลย พยายามให้ฉันได้เรียนรู้อะไรกลับไปหางโจวเยอะ ๆ หน่อย” เซี่ยหวาเฟิงทำหน้าจริงจัง “ฉันเข้าใจดี การเรียนวิชาน่ะ ถ้าอยากมีหน้ามีตาต่อหน้าคนอื่น ก็ต้องยอมลำบากซะก่อน เธอสอนมาได้เต็มที่เลย ฉันรับไหว”

“คุณอามีทัศนคติและจิตวิญญาณแบบนี้ ต้องเรียนสำเร็จแน่นอนครับ!” โจวเยี่ยนพยักหน้าด้วยความพลาบปลื้มใจ ก่อนจะโบกมือบอก “ขึ้นรถเลย เสี่ยวเซี่ย!”

“หา?” เซี่ยหวาเฟิงอึ้งไปเลย

“ขึ้นรถเลยครับคุณอาเซี่ย...”

จบบทที่ บทที่ 898 ว่าที่พ่อตาขอฝากตัวเป็นศิษย์

คัดลอกลิงก์แล้ว