เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 431 การขอความช่วยเหลือจากตู้เซีย

บทที่ 431 การขอความช่วยเหลือจากตู้เซีย

บทที่ 431 การขอความช่วยเหลือจากตู้เซีย


และในตอนที่พวกของซูหมิงกำลังมืดแปดด้านอยู่นั้นเอง

วิทยุสื่อสารบนตัวของผู้บัญชาการเกาก็ดังขึ้น คนที่พูดก็คือหัวหน้าทีมเหอที่รั้งอยู่ใต้คฤหาสน์เพื่อนำทีม 2 ทำหน้าที่เฝ้าระวัง

"จีเฒ่า จีเฒ่า! ฉันคือ H หากรับทราบแล้วโปรดตอบกลับ!"

ทั้งสองคนขี้เกียจจะตั้งรหัสเรียกขานอะไรให้วุ่นวาย ก็เลยใช้ตัวอักษรพินอินตัวแรกของนามสกุลตัวเองมาทำเป็นรหัสเรียกขานเสียเลย

จำง่ายแถมยังเรียกง่ายอีกด้วย

เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากหัวหน้าทีมเหอ ผู้บัญชาการเกาก็ขมวดคิ้วแล้วตอบกลับไปทันที

"รับทราบ! พูดมาได้เลย!"

"ตอนนี้ที่ชั้นล่างมีคนของกลุ่มทหารรับจ้างตู้เซียมาขอความช่วยเหลืออยู่สองสามคน เขาบอกว่าได้รับคำสั่งจากนาริคหัวหน้ากลุ่มของตัวเอง ให้มาขอการสนับสนุนที่นี่"

"เขาบอกว่านาริคมีข้อมูลสำคัญจะบอกพวกเรา นายอยากจะฟังดูหน่อยไหม?"

น้ำเสียงของหัวหน้าทีมเหอแฝงความหงุดหงิดอยู่เล็กน้อย เดิมทีเขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกดีๆ กับพวกแร้งสงครามที่เห็นแก่เงินพวกนี้อยู่แล้ว

แถมพวกตู้เซียยังเคยทรมาน 'จิ้งจอกครึ่งตัว' มาก่อนด้วย

ดังนั้น น้ำเสียงที่เขาพูดในเวลานี้จึงไม่ค่อยดีนัก

และลูกทีมตู้เซียที่อยู่ตรงหน้าเขา ย่อมมองออกเช่นกันว่าผู้รับผิดชอบงานเฝ้าระวังคนนี้ ไม่ได้มีความคิดที่จะช่วยเหลือพวกเขาเลย

ดังนั้นลูกทีมตู้เซียคนหนึ่ง จึงอาศัยจังหวะที่หัวหน้าทีมเหอกำลังรายงานเกาสงอยู่

แหกปากตะโกนสุดเสียงว่า: "คุณนาริคบอกว่า เขารู้เบาะแสเกี่ยวกับเซฟเฮาส์ของบาชาร์ ซาบา! ตอนนี้หัวหน้าชุดรักษาความปลอดภัยที่กำลังนำคนล้อมโจมตีพวกเขาอยู่ ก็คือคนสนิทของบาชาร์ ซาบา"

"คุณผู้ชาย.... จับตัวเขาให้ได้ เขาต้องรู้ตำแหน่งของเซฟเฮาส์อย่างแน่นอน!"

"อีกฝ่ายเหลือคนแค่สิบกว่าคนแล้ว! เห็นแก่พระเจ้าเถอะ! ช่วยพวกเราด้วย! ขอร้องล่ะ!"

เสียงของลูกทีมตู้เซีย ส่งผ่านวิทยุสื่อสารไปเข้าหูของผู้บัญชาการเกาที่อยู่ภายในคฤหาสน์อย่างชัดเจน

เกาสงที่กำลังปวดหัวอย่างหนัก จู่ๆ ดวงตาก็เบิกโพลง สว่างวาบขึ้นมาราวกับหลอดไฟสองดวงในพริบตา

เขาที่อยู่บนชั้นสอง รีบพุ่งตัวลงไปชั้นล่างทันที

แทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะได้พบกับคนที่ตู้เซียส่งมาขอความช่วยเหลือคนนี้

แต่สิ่งที่เร็วกว่าการเคลื่อนไหวของเขา ก็คือเจ้าร่างยักษ์ที่ยืนเงี่ยหูฟังอยู่ข้างกายเขามาตลอด

ซูหมิงขี้เกียจเดินลงบันได ดังนั้นเขาจึงเคลื่อนไหวอย่างเด็ดขาด ปีนออกไปทางหน้าต่างด้านข้างแล้วกระโดดลงไปโดยตรงเลย

น้ำหนักตัวที่เดิมทีก็สูงถึงสองร้อยกิโลกรัมอยู่แล้ว บวกกับเสื้อเกราะกันกระสุนอันหนาเตอะบนตัวของเขาอีก

น้ำหนักต้องเกินครึ่งตันอย่างแน่นอน

ได้ยินเพียงเสียงดังตึง

หัวหน้าทีมเหอกระทั่งยังรู้สึกได้ว่าพื้นดินกำลังสั่นสะเทือนเบาๆ

แต่ซูหมิงกลับไม่ได้แม้แต่จะผ่อนแรงกระแทกเลยด้วยซ้ำ

สมรรถภาพร่างกายระดับนี้ มันน่าสะพรึงกลัวจนถึงขั้นทำให้คนตกใจได้เลยจริงๆ

ส่วนชายหนุ่มที่สวมชุดรบเหมือนกัน แต่ที่หน้าอกติดตราสัญลักษณ์ของกลุ่มทหารรับจ้างตู้เซียเอาไว้ ดูแล้วอายุน่าจะประมาณยี่สิบห้ายี่สิบหกปี

เขาได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ก็พอดีกับที่หันหน้าไปมองซูหมิงที่หล่นตุบลงมาถึงพื้นพอดี

เมื่อสายตาของทั้งสองประสานกัน สีหน้าของชายหนุ่มที่เดิมทีก็หวาดผวาอยู่แล้ว ก็แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงไปอีกหลายส่วนในพริบตา

ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้ว ว่าผู้ชายที่มีรูปลักษณ์เป็น 'ปีศาจจากขุมนรก' ในคำบอกเล่าของเพื่อนร่วมทีมนั้น มีหน้าตาเป็นอย่างไร

แม้ว่าเพื่อนร่วมทีมจะพยายามอย่างเต็มที่แล้วในการอธิบายถึงอำนาจข่มขวัญของผู้ชายที่แทบจะใช้ตัวคนเดียว สยบกลุ่มทหารรับจ้างตู้เซียไปกว่าครึ่งกลุ่มได้

แต่ถ้าไม่ได้มายืนอยู่ตรงหน้าซูหมิงเพื่อสัมผัสด้วยตัวเอง ก็ไม่มีทางเข้าใจถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนั้นได้อย่างแน่นอน

นั่นแทบจะเป็นความหวาดกลัวตามธรรมชาติที่ฝังรากลึกอยู่ในสายดีเอ็นเอ ราวกับหนูที่ได้พบกับแมวก็ไม่ปาน

ทั่วทั้งร่างสั่นเทาไม่หยุด

"ไอ้หนู! แกกำลังบอกว่าคนที่กำลังนำคนล้อมฆ่าพวกแกอยู่ตอนนี้คือคนสนิทของบาชาร์ ซาบา และเขาก็ต้องรู้ตำแหน่งเซฟเฮาส์ของบาชาร์ ซาบาอย่างแน่นอนใช่ไหม?"

สายตาของซูหมิงดุดันเป็นอย่างยิ่ง คำถามที่มองลงมาจากมุมสูงนั้น ราวกับเสียงคำรามอันเกรี้ยวกราดของไทรันนอซอรัสเร็กซ์

กระแทกกระทั้นจนลูกทีมหนุ่มน้อยคนนี้ หูอื้ออึงไปหมด

ภายในหมวกกันน็อกราคาถูก ดูเหมือนจะมีเสียงสะท้อนกลับไปกลับมา

เมื่อเผชิญกับคำถามเช่นนี้ สมองของเขาก็ขาวโพลนไปหมด พูดไม่ออกเลยแม้แต่คำเดียว

ได้แต่พยักหน้าตอบรับโดยสัญชาตญาณ

"ตอนนี้นาริคอยู่ที่ไหน?!" ซูหมิงถามอย่างเร่งรีบด้วยความร้อนใจ เวลาไม่คอยท่า

ทุกหนึ่งนาทีที่พวกเขาอยู่ภายในคฤหาสน์นานขึ้น

ระดับความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

"อยู่ทางทิศใต้ครับ ตำแหน่งหาง่ายมาก คุณนาริคกำลังถูกล้อมโจมตีอยู่ แค่ตามเสียงปืนไปก็จะเจอครับ...."

ซูหมิงฟังไปพลาง ก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ไปพลาง

ถ้าเป็นการต่อสู้ในอาคาร ปืน M500 ในมือของเขาก็ยังถือว่าใช้งานได้ดีอยู่

แต่ถ้าเป็นสถานการณ์กลางแจ้ง ข้อเสียของปืนสั้นก็จะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว

หกนัดมันน้อยเกินไปจริงๆ

สิ่งนี้เป็นข้อจำกัดในการแสดงฝีมือความแม่นปืนของซูหมิงอย่างมหาศาล

แม้ว่าความเร็วในการเปลี่ยนกระสุนของเขาจะเร็วมาก แต่ถึงอย่างไรก็ยังต้องใช้เวลาอยู่ดี

บนสนามรบ ชั่วพริบตาก็ตัดสินความเป็นความตายได้แล้ว

หาปืนยาวสักกระบอกน่าจะเหมาะสมกว่า

และเพียงแค่ซูหมิงกวาดสายตามองแวบเดียว ไม่นานเขาก็มองเห็นอาวุธปืนที่ตัวเองค่อนข้างถูกใจจากในมือของลูกทีมปฏิบัติการลับ

"เอามานี่เถอะน่านาย!"

ซูหมิงแย่งปืนกลเบามาจากตรงหน้าซุนจวิ้นฉายที่หลบอยู่หลังที่กำบังด้วยรอยยิ้มทะเล้น

ขณะเดียวกันก็ถือวิสาสะหยิบเป้จ่ายกระสุนที่เขาวางไว้ข้างๆ ขึ้นมาด้วย ลองยกกะน้ำหนักดูคร่าวๆ กระสุนหกร้อยนัด คาดว่าข้างในน่าจะยังเหลือกะสุนอยู่อีกประมาณสองสามร้อยนัด

และในตอนที่ทุกคนกำลังสงสัย ว่าซูหมิงเอาปืนกลของซุนจวิ้นฉายไปทำไมนั้น ก็เห็นเจ้าร่างยักษ์คนนี้สับตีนแตกวิ่งหนีไปเลย

ไม่คิดจะอธิบายให้ใครฟังเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งวิ่งไปไกลแล้ว ในวิทยุสื่อสารก็มีเสียงทื่อๆ ของซูหมิงดังขึ้น

"ผู้บัญชาการเกา ผมจะไปดูสถานการณ์หน่อยนะ พวกท่านก็ค้นหาวิลล่าต่อไปเถอะ! ไม่ต้องมาสนับสนุนผมหรอก อีกฝ่ายน่าจะเหลือคนไม่กี่คนแล้วล่ะ...."

ไม่ต้องมาสนับสนุนนาย? อีกฝ่ายเหลือคนไม่กี่คนแล้ว?

เกาสงที่เพิ่งจะวิ่งพรวดพราดออกมาจากวิลล่าในเวลานี้ ยืนอยู่หน้าประตูมองดูเจ้าร่างยักษ์ที่หิ้วปืนกลวิ่งหูดับตับไหม้จนเหลือแต่เงา

เส้นเลือดดำบนหน้าผาก ปูดโปนขึ้นมาในพริบตา

เต้นตุบๆ อย่างไม่อาจควบคุมได้

แกแม่งคิดว่าฉันหูหนวกไม่ได้ยินหรือไง!

อีกฝ่ายมีกองกำลังติดอาวุธตั้งสิบกว่าคน! แกวิ่งไปสนับสนุนคนเดียวเนี่ยนะ!

คิดว่าลูกน้องของบาชาร์ ซาบาพวกนี้เป็นพ่อพระหรือยังไง?

ผู้บัญชาการเการู้สึกเหนื่อยใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

หากพูดถึงความสามารถ พูดถึงพลังการรบ ซูหมิงเพียงคนเดียวยังไม่ด้อยไปกว่าพวกจางอี้และอาวั่งรวมกันเลย

บนสนามรบยิ่งมีอำนาจปกครองอย่างเด็ดขาด

แต่ว่า!

เจ้านี่ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่ทำให้คนอื่นวางใจได้เลย!

เดิมทีผู้บัญชาการเกายังคิดจะแบ่งคนสักห้าหกคนไปสนับสนุนซูหมิงหน่อย แต่หลังจากที่ครุ่นคิดอย่างละเอียดแล้ว

ก็รู้สึกว่าแม้ซูหมิงจะดูเป็นคนรูปร่างใหญ่โตล่ำบึ้ก ท่าทางเหมือนคนหยาบกระด้างก็ตาม

แต่ขอเพียงแค่รู้จักเขาดีพอ ก็จะสามารถค้นพบกฎเกณฑ์อย่างหนึ่งได้

เจ้านี่ทำตัวหยาบกระด้างแต่แฝงไว้ด้วยความละเอียดอ่อน ในความบุ่มบ่ามก็ยังเจือปนไปด้วยความระมัดระวัง

หรือบางที อาจจะสามารถเชื่อใจซูหมิงได้สักครั้ง

ผู้บัญชาการเกาส่ายหน้าอย่างจนใจ แล้วพูดใส่วิทยุสื่อสารว่า: "ซูหมิง! ระวังตัวด้วยนะ!"

"วางใจเถอะครับ! ผู้บัญชาการเกา...."

เจ้าร่างยักษ์พูดตอบวิทยุสื่อสารไปพลาง ขณะเดียวกันฝีเท้าก็ไม่หยุดชะงัก วิ่งตะบึงหูดับตับไหม้มุ่งหน้าไปยังทิศใต้ของคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว

คฤหาสน์ของบาชาร์ ซาบากินพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลมาก

ไม่เพียงแต่มีสิ่งปลูกสร้างหลากหลายสไตล์เท่านั้น พืชพรรณต่างๆ ที่ถูกตัดแต่งอย่างวิจิตรงดงามภายในก็มีให้เห็นอยู่ดาษดื่น

ตลอดทาง ซูหมิงก็มองเห็นพนักงานบริการประปรายอยู่สองสามคน พวกเขาเมื่อเห็นซูหมิงหิ้วปืนวิ่งมา

แต่ละคนก็ถูกทำให้ตกใจกลัวจนตัวสั่น ยกมือขึ้นร้องขอชีวิต

แต่เมื่อเผชิญกับคนธรรมดาทั่วไปที่ดูปราดเดียวก็รู้ว่าไม่เคยผ่านการฝึกฝนทางทหารใดๆ มาก่อน

ซูหมิงก็ไม่ได้เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์อย่างส่งเดช แต่กลับทำเป็นมองไม่เห็นแล้ววิ่งผ่านพวกเขาไป

หลังจากวิ่งออกไปได้ประมาณไม่กี่ร้อยเมตร

เสียงปืนที่ดังรัวเป็นชุด ก็ชัดเจนเป็นอย่างยิ่งแล้ว

จบบทที่ บทที่ 431 การขอความช่วยเหลือจากตู้เซีย

คัดลอกลิงก์แล้ว