- หน้าแรก
- ระบบสังหารมาร สับอสูรทะลวงสวรรค์
- บทที่ 250 - บุตรศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่สามผู้น่าสะพรึงกลัว
บทที่ 250 - บุตรศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่สามผู้น่าสะพรึงกลัว
บทที่ 250 - บุตรศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่สามผู้น่าสะพรึงกลัว
บทที่ 250 - บุตรศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่สามผู้น่าสะพรึงกลัว
เซียวจัวเพียงแค่ลังเลเล็กน้อย ก็กระตุ้นท่าร่างเทพมิติอีกครั้ง ความเร็วพุ่งทะยานขึ้นในพริบตา!
เส้นสีเงินสายหนึ่งทะลวงผ่านทะเลมิติระยะร้อยลี้ในชั่วพริบตา พุ่งตรงไปยังแก่นกลางสนามรบที่อบอวลไปด้วยปราณทัณฑ์สวรรค์
เซียวจัวบรรลุถึงจุดสูงสุดของว่าที่เซียนแล้ว แม้จะยังไม่ได้คิดค้นวิชาเฉพาะของมรรคาอิสระ ทว่าอาศัยคัมภีร์ทองคำไท่สื่อฮุ่นหยวนที่บรรลุถึงระดับสวรรค์ เส้นทางสู่การเลื่อนขั้นเป็นเซียนแท้จริงก็ถูกปูลาดไว้เรียบร้อยแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังครอบครองกายามรรคาอัสนี ซึ่งมีสัมผัสที่คุ้นเคยกับกฎเกณฑ์ธาตุสายฟ้ามาแต่กำเนิด
ทัณฑ์สวรรค์ ต่อให้เป็นทัณฑ์สวรรค์ก้าวสู่เซียน ขอเพียงแก่นแท้ยังคงเป็นทัณฑ์อัสนี เขาก็ไม่มีสิ่งใดต้องหวาดกลัว!
ผู้ที่กำลังเผชิญทัณฑ์สวรรค์อยู่ในสนามรบ ไม่ใช่คนของโลกมารโลหิตอย่างแน่นอน นี่ต้องเป็นแผนการของฝ่ายศัตรู
เขาต้องลงมือขัดขวาง
สถานการณ์ของเสวี่ยชิ่นเขารู้ดีแก่ใจ แผนการของอีกฝ่ายในครั้งนี้ แปดเก้าส่วนย่อมต้องมุ่งเป้ามาที่อาจารย์ในนามของเขาผู้นี้อย่างแน่นอน!
ระยะทางหมื่นลี้ พริบตาเดียวก็มาถึง
ทันทีที่เซียวจัวเข้าใกล้ ก็เห็นทัณฑ์อัสนีโกลาหลสายแรกกำลังจะฟาดผ่าลงมาดังกัมปนาท
เงาร่างที่กำลังรับทัณฑ์สวรรค์นั้นเขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ทว่าเค้าโครงของเมืองศึกอันสูงตระหง่านที่อยู่เบื้องล่างร่างนั้น เขากลับคุ้นเคยเป็นอย่างดี!
ในพริบตานั้น เขาก็มองทะลุถึงแผนการของอีกฝ่าย
ในเวลาเดียวกัน ห่างออกไปหลายร้อยลี้ กลิ่นอายของเสวี่ยชิ่นพลันปรากฏขึ้น เห็นได้ชัดว่าถูกทัณฑ์สวรรค์ก้าวสู่เซียนนี้บีบบังคับให้ออกจากเมืองศึกมา
มุมปากของเซียวจัวประดับด้วยรอยยิ้มขบขัน ถึงขั้นสามารถจินตนาการได้ถึงใบหน้าเขียวคล้ำของอาจารย์สาวผู้เย็นชาในยามนี้
ทว่าการเคลื่อนไหวของเขากลับไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย ร่างกายประดุจสายฟ้า พุ่งพรวดเข้าไปในอาณาเขตครอบคลุมของทัณฑ์สวรรค์ก้าวสู่เซียนอย่างห้าวหาญ!
ยามนี้ การเข่นฆ่าในเขตสนามรบระหว่างโลกทั้งหมดล้วนหยุดชะงักลงเพราะความพลิกผันอันน่าตื่นตะลึงนี้
ผู้บำเพ็ญเพียรนับไม่ถ้วนต่างมองขึ้นไปยังเหนือเมืองศึกด้วยความตกตะลึง จ้องมองเงาร่างชุดเทาที่แผ่แรงกดดันอันยิ่งใหญ่สายนั้น
บุคคลผู้นี้ถึงกับกระตุ้นทัณฑ์สวรรค์ก้าวสู่เซียนขึ้นเหนือเมืองศึก!
ปราณทัณฑ์สวรรค์ปกคลุมทั่วทั้งเมืองศึกมารโลหิตในพริบตา
แม้ว่าเสวี่ยชิ่นและผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงนับร้อยคนจะล่าถอยออกไปได้ทันเวลา ทว่าภายในเมืองยังคงมีผู้บำเพ็ญเพียรติดค้างอยู่อีกนับหมื่นคน
การกระทำเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการทำให้พลาอานุภาพของทัณฑ์เซียนเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ต่อให้เป็นตัวตนระดับนักพรตเทียนหลัว ก็มีความเป็นไปได้สูงยิ่งที่จะเผชิญทัณฑ์สวรรค์ล้มเหลว ร่างกายดับสูญมรรคาแหลกสลาย!
ยอดอัจฉริยะที่สามารถสัมผัสถึงธรณีประตูแห่งเซียนแท้จริง ผู้ใดจะมีความกล้าหาญถึงเพียงนี้ มิน่าเล่าคนเย่อหยิ่งอย่างเสวี่ยชิ่นถึงทำได้เพียงด่าทอคำว่า "คนบ้า" อยู่ในใจ แทนที่จะเป็นความโกรธแค้นเพียงอย่างเดียว
ในขณะที่จิตใจของทุกคนกำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ภาพที่ทำให้ผู้คนหวาดผวายิ่งกว่าก็บังเกิดขึ้น!
เงาร่างชุดสีเลือดสายหนึ่งเหยียบแสงสีเงิน ท่ามกลางสายตาของฝูงชน กลับพุ่งดิ่งเข้าไปในอาณาเขตปราณทัณฑ์สวรรค์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการทำลายล้าง!
ตามมาติดๆ ด้วยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่เหนือกว่านักพรตเทียนหลัวหลายเท่าตัวปะทุขึ้นดังกึกก้อง!
แม้กระทั่งทัณฑ์อัสนีโกลาหลที่กำลังจะฟาดผ่าลงมาก็ยังชะงักงันไปชั่วขณะ!
เมฆทัณฑ์สวรรค์ม้วนตัวพลิ้วไหวอย่างบ้าคลั่ง พลังอันยิ่งใหญ่กว่าเริ่มรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ดวงตาแห่งทัณฑ์สวรรค์ของทัณฑ์สวรรค์ก้าวสู่เซียนได้ตัดสินแล้ว พลังที่สะสมไว้ก่อนหน้านี้ ไม่เพียงพอที่จะลบล้างตัวตนที่กล้าฝืนลิขิตฟ้าก้าวสู่เซียนทั้งสองคนนี้ได้อย่างแน่นอน!
ผู้บำเพ็ญเพียร แย่งชิงชะตาชีวิตกับฟ้า
ยิ่งผู้บำเพ็ญเพียรแข็งแกร่งมากเท่าไร อำนาจมรรคาฟ้าที่ลอบขโมยมาก็ยิ่งหนักอึ้ง ทัณฑ์สวรรค์ก็คือบทลงโทษอันไร้ความปรานีที่มรรคาฟ้าประทานลงมาเพื่อขัดขวางมรรคา
มรรคาฟ้าแม้ไร้ความปรานี ทว่าก็ยังเหลือหนทางรอดชีวิตไว้สายหนึ่ง มักจะมียอดฝีมือไร้เทียมทานบางคนที่สามารถผ่านทัณฑ์สวรรค์หลุดพ้นไปได้
ทว่าภาพตรงหน้านี้... อานุภาพของเมฆทัณฑ์สวรรค์ยังคงพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง แทบจะกลายเป็นสภาวะมืดมนสิบตายไร้รอดไปแล้ว!
นักพรตเทียนหลัวเห็นภาพนี้ สีหน้าก็ดำทะมึนราวกับก้นหม้อไปนานแล้ว
เขาจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มที่มุมปากอมยิ้มอยู่ตรงหน้า น้ำเสียงเย็นเยียบเสียดกระดูก
"สหายเต๋ามีความกล้าหาญยิ่งนัก! เพียงแต่การบุกเข้ามาในยามนี้ เกรงว่าจะต้องมาตายไปพร้อมกับเปิ่นจั้วแล้ว!"
เซียวจัวปรายตามองผู้บำเพ็ญเพียรนิกายเต้าอีชุดเทาผู้นี้แวบหนึ่งอย่างไม่ยี่หระ
"ไม่เป็นไร สหายเต๋าดูแลตัวเองให้ดีก็พอ"
ยามนี้เขายังไม่คิดจะสังหารบุคคลผู้นี้
หากก่อนที่ทัณฑ์สวรรค์จะเริ่มต้น นักพรตเทียนหลัวตายตก อานุภาพของทัณฑ์สวรรค์ย่อมต้องลดฮวบลงอย่างแน่นอน
การมาของเซียวจัวในครั้งนี้ ไม่ได้มาเพื่อช่วยคลี่คลายวงล้อมให้แก่เมืองศึกเพียงอย่างเดียว
การกลืนกินทัณฑ์สวรรค์ก้าวสู่เซียนนี้ ต่างหากที่เป็นเป้าหมายที่แท้จริงของเขา!
นี่คือธรรมเนียมปฏิบัติในการขัดเกลาตนเองของเขามาตลอดทาง โอกาส "ดึงคนมาช่วยรับทัณฑ์สวรรค์" ระดับสูงเช่นนี้ หาได้ยากยิ่งในรอบพันปี!
นักพรตเทียนหลัวย่อมมองออกถึงความลึกล้ำยากจะหยั่งถึงของเซียวจัว
การลงมือกับเขาภายใต้ทัณฑ์เซียนไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย หากเกิดการต่อสู้ เกรงว่าเขาคงจะทนรับทัณฑ์สวรรค์ได้ไม่ถึงสามระลอกแรกด้วยซ้ำ
แม้เขาจะยอมเสี่ยงอันตราย ทว่าก็ไม่ได้อยากตายจริงๆ เพียงแค่คำนวณไว้แล้วว่ามารร้ายของโลกมารโลหิตจะไม่ยอมตายตกตามกันไปกับเขา ใครจะคาดคิดว่าจะมีตัวแปรเหนือความคาดหมายอย่างเซียวจัวโผล่มา!
เซียวจัวไม่สนใจนักพรตเทียนหลัวอีกต่อไป สัมผัสเทวะได้ส่งข้อความไปหาผู้บำเพ็ญเพียรที่ควบคุมเมืองศึกอยู่เบื้องล่าง สั่งให้หลบหนีออกจากอาณาเขตของทัณฑ์เซียนด้วยความเร็วสูงสุด เขาจะเป็นคนดึงรั้งนักพรตเทียนหลัวเอาไว้เอง
เมืองศึกพยายามหลบหนีมานานแล้ว ทว่ากลับถูกนักพรตเทียนหลัวติดตามมาอย่างกระชั้นชิดราวกับหนอนเกาะกระดูก
เขาไม่โจมตีม่านพลัง เพียงแค่ทำให้แน่ใจว่าเมืองศึกจะถูกเมฆทัณฑ์สวรรค์ปกคลุมอยู่ตลอดเวลา
ยามนี้เมื่อเซียวจัวเข้าสู่สนามเพื่อคีมจับนักพรตเทียนหลัวเอาไว้ ผู้บำเพ็ญเพียรในเมืองศึกก็ประดุจได้รับการอภัยโทษ รีบขับเคลื่อนเมืองยักษ์ให้ถอนตัวออกไปด้วยความเร็วสูงสุดทันที
นักพรตเทียนหลัวสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ เพิ่งจะขยับตัว แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้เขาขนลุกซู่ก็กดทับลงมาประดุจฟ้าถล่ม!
เมื่อเหลือบมองไป ใบหน้าของเซียวจัวก็คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
"สหายเต๋า อยู่นิ่งๆ จะดีกว่า มา 'เพลิดเพลิน' กับทัณฑ์เซียนนี้ไปพร้อมกับข้าเถอะ!"
นักพรตเทียนหลัวจิตใจสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ทำได้เพียงมองดูเมืองศึกมารโลหิตค่อยๆ หลุดพ้นจากเมฆทัณฑ์สวรรค์แห่งการทำลายล้างนั้นไปทีละนิ้ว
และในยามนี้ เมฆทัณฑ์สวรรค์เหนือศีรษะของทั้งสองก็ดำทะมึนประดุจน้ำหมึก เข้มข้นจนแทบจะกลืนไม่ลง
แสงเรืองรองแห่งความโกลาหลส่องสว่างอย่างรุนแรงอยู่ภายในนั้น ทุกครั้งที่สว่างและดับลงล้วนปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งการทำลายล้างที่ทำให้แทบหายใจไม่ออกออกมา
ดวงตาแห่งทัณฑ์สวรรค์ยังคงดูดซับพลังงานแห่งความโกลาหลในทะเลมิติอย่างตะกละตะกลาม อานุภาพของเมฆทัณฑ์สวรรค์ยามนี้เป็นห้าเท่าของก่อนที่เซียวจัวจะบุกเข้ามาแล้ว และยังคงพุ่งทะยานขึ้นไปอีก!
ความสิ้นหวังพวยพุ่งขึ้นมาในใจของนักพรตเทียนหลัวประดุจกระแสน้ำ ความหวาดผวาที่ไม่เคยมีมาตลอดหลายหมื่นปีเกาะกุมจิตใจของเขา
เขาจ้องเขม็งไปที่เซียวจัว
"สหายเต๋า! เจ้า... แท้จริงแล้วเจ้าเป็นใครกันแน่?!"
ยามนี้อารมณ์ของเซียวจัวค่อนข้างดี ท้ายที่สุดบุคคลผู้นี้ก็มอบโอกาสในการยกระดับกายามรรคาอัสนีให้แก่เขา จึงตอบกลับไป
"ข้าน้อยเสวี่ยไห่ รับตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่สามแห่งวังโลหิต"
"เจ้าก็คือเสวี่ยไห่งั้นหรือ?!" รูม่านตาของนักพรตเทียนหลัวหดเกร็งอย่างรุนแรง เห็นได้ชัดว่าเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน "เจ้ากลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าเสวี่ยชิ่นอีกงั้นหรือ?!"
เซียวจัวกลับไม่ตอบคำถามอีก สายตาทอดมองไปยังท้องฟ้าที่ม้วนตัวพลิ้วไหว เอ่ยเสียงเรียบ
"สหายเต๋า ดูแลตัวเองให้ดีเถอะ... มาแล้ว!"
"ครืน——เปรี้ยง!!!"
ทัณฑ์อัสนีโกลาหลระลอกแรก ในที่สุดก็ฟาดผ่าลงมา!
ไม่ใช่หนึ่งสาย แต่เป็นเก้าสาย! งูยักษ์อัสนีโกลาหลเก้าตัวที่บิดเบี้ยวและม้วนตัว ราวกับถูกหล่อหลอมขึ้นจากแก่นแท้ต้นกำเนิดโลกที่แตกสลายนับไม่ถ้วน หอบเอาเจตจำนงอันน่าสะพรึงกลัวที่จะบดขยี้สรรพสิ่งและกลับคืนสู่ความว่างเปล่า ฉีกกระชากความว่างเปล่า พุ่งตรงมายังคนทั้งสองที่อยู่ใจกลางเมฆทัณฑ์สวรรค์!
สีหน้าของนักพรตเทียนหลัวเคร่งเครียดดุจเหล็กไหล ได้นำของวิเศษประจำกายออกมานานแล้ว จานมรรคาแปดทิศอันเก่าแก่บานหนึ่งลอยอยู่เหนือศีรษะ
สองมือของเขาร่ายอาคม อักขระดวงดาวอันเจิดจ้าสว่างขึ้นรอบกายในพริบตา ปราการแสงดาวที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ปกป้องเขาไว้อย่างแน่นหนา
พลังเซียนอันยิ่งใหญ่ที่สะสมมานานนับหลายหมื่นปีพวยพุ่งออกมาอย่างไม่มีปิดบัง หมายจะต้านทานทัณฑ์อัสนีเบิกทางที่เหนือความคาดหมายนี้อย่างห้าวหาญ!
"อั่ก!" งูยักษ์อัสนีโกลาหลตัวแรกพุ่งชนปราการแสงดาวอย่างจัง! ปราการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงสว่างหม่นหมองลงไปกว่าครึ่งในพริบตา
ทั่วร่างของนักพรตเทียนหลัวสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เลือดสดๆ สีแดงฉานไหลซึมออกจากมุมปาก
อานุภาพนี้ รุนแรงกว่าตอนที่เขาคาดคิดไว้ว่าจะต้องเผชิญทัณฑ์สวรรค์เพียงลำพังเกินกว่าสิบเท่า!
ทว่าที่อยู่ข้างกายเขา ปฏิกิริยาของเซียวจัวกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว!
เมื่อเผชิญหน้ากับงูยักษ์อัสนีโกลาหลที่แผดเสียงคำรามพุ่งเข้ามา ในดวงตาของเซียวจัวไม่เพียงไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับลุกโชนด้วยไฟแห่งความตื่นเต้นอันร้อนแรง!
เขาถึงขั้นไม่เคยนำของวิเศษป้องกันใดๆ ออกมาเลยด้วยซ้ำ!
"มาได้ดี!"
เซียวจัวตวาดเสียงต่ำ กลับไม่ถอยแต่พุ่งทะยานไปข้างหน้า พุ่งเข้าหางูยักษ์อัสนีโกลาหลที่ลำตัวใหญ่ที่สุดตัวนั้น อ้าแขนทั้งสองออกอย่างกะทันหัน!
ต้นกำเนิดกายามรรคาอัสนี... กระตุ้น!
ผิวหนังทั่วร่างกลายเป็นสีทองม่วงเข้มในพริบตา ลวดลายอัสนีอันละเอียดอ่อนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น ทั้งร่างประดุจกลายเป็นเหล็กเทวะล่ออัสนีอันเก่าแก่!
กายาเทพกลืนกิน... ทำงาน!
แรงดูดอันน่าสะพรึงกลัวที่ไร้รูปร่างและราวกับจะกลืนกินฟ้าดินปะทุออกมาจากร่างกาย ก่อตัวเป็นวังวนโกลาหลขนาดเล็กที่หมุนวนด้วยความเร็วสูงอยู่ตรงหน้าอก!
งูยักษ์อัสนีโกลาหลที่มากพอจะทำให้ขอบเขตมหายานขั้นสูงสุดทั่วไปบาดเจ็บสาหัสหรือถึงขั้นถูกสังหารในพริบตาตัวนั้น ในวินาทีที่สัมผัสกับร่างกายของเซียวจัว กลับไม่ได้ปะทุแรงกระแทกที่ทำลายล้างฟ้าดินออกมา!
พลังงานอันบ้าคลั่งกว่าเจ็ดส่วน กลับประดุจแม่น้ำร้อยสายไหลลงสู่ทะเล ถูกวังวนโกลาหลนั้นกลืนกินและดูดซับไปอย่างบ้าคลั่ง!
"เปรี๊ยะ——หึ่ง!!!"
ร่างกายของเซียวจัวสั่นสะท้านอย่างรุนแรง แสงสายฟ้าบนผิวเรือนร่างพุ่งทะยานขึ้นดังกึกก้อง!
ลวดลายอัสนีสีทองม่วงกลายเป็นลึกล้ำและเจิดจ้ายิ่งขึ้น ราวกับถูกฉีดพลังชีวิตอันไร้ขีดจำกัดเข้าไป
เขาถึงกับส่งเสียงครางแผ่วเบาด้วยความสบายตัวอย่างถึงที่สุด ราวกับความแห้งแล้งยาวนานที่ได้พบกับฝนโปรยปราย!
พลังสายฟ้าที่หลงเหลืออยู่กลายเป็นประกายไฟฟ้าเล็กๆ กระโดดโลดเต้นอยู่บนร่างกายเทพมารที่เทียบได้กับว่าที่เซียนขั้นสูงสุดของเขา ทว่ากลับไม่ทิ้งรอยไหม้ไว้เลยแม้แต่น้อย
นักพรตเทียนหลัวแบ่งสมาธิหันมามอง ตกตะลึงจนอ้าปากตาค้าง ภายใต้การสูญเสียสติสัมปชัญญะ เกือบจะถูกงูยักษ์อัสนีตัวที่สองโจมตีเข้าใส่ ต้องใชัความทุลักทุเลอย่างมากถึงจะใช้จานมรรคาต้านทานเอาไว้ได้ ในใจเกิดคลื่นยักษ์ถาโถมขึ้นมานานแล้ว
"กลืนกิน... ทัณฑ์อัสนีของทัณฑ์สวรรค์ก้าวสู่เซียนงั้นหรือ?! เสวี่ยไห่ผู้นี้... แท้จริงแล้วเป็นสัตว์ประหลาดอันใดกันแน่?!"
ทัณฑ์อัสนีระลอกที่สองและที่สามตามมาติดๆ!
เมฆทัณฑ์สวรรค์ม้วนตัวประดุจทะเลน้ำหมึกที่เดือดพล่าน ทัณฑ์อัสนีโกลาหลที่ฟาดผ่าลงมายิ่งใหญ่โตและควบแน่นมากยิ่งขึ้น กฎเกณฑ์ทำลายล้างที่แฝงอยู่ก็ยิ่งชัดเจนและน่าสะพรึงกลัวมากยิ่งขึ้น ทัณฑ์อัสนีเก้าสายในแต่ละระลอก อานุภาพทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ!
นักพรตเทียนหลัวงัดไม้ตายออกมาจนหมดสิ้น จานมรรคาประจำกายแสงสว่างดับสลับกันไปมา ของวิเศษป้องกันแตกสลายอย่างต่อเนื่อง เลือดสดๆ ในปากไหลซึมออกมาไม่หยุด กลิ่นอายอ่อนล้าลงอย่างรวดเร็วประดุจเปลวเทียนกลางสายลม ในดวงตาเหลือเพียงความสิ้นหวังอันไร้ที่สิ้นสุด
นี่ไม่ใช่การเผชิญทัณฑ์สวรรค์อีกต่อไป แต่เป็นการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายภายใต้การบดขยี้ของอานุภาพสวรรค์
การดำรงอยู่ของเซียวจัว ได้ผลักดันทัณฑ์สวรรค์นี้ไปสู่หุบเหวแห่งความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด!
มองกลับมาที่เซียวจัว กลับยิ่งสู้ยิ่งห้าวหาญ!
เขาเหยียบย่ำความว่างเปล่า ทั่วร่างอาบไล้ไปด้วยแสงสายฟ้าอันบ้าคลั่ง ประดุจเทพเจ้าผู้ควบคุมสายฟ้าจุติลงมา!
เขาไม่พอใจกับการเป็นฝ่ายตั้งรับและดูดซับอีกต่อไป แต่เป็นฝ่ายพุ่งทะยานเข้าหาทัณฑ์อัสนีที่ฟาดผ่าลงมา!
กฎเกณฑ์มรรคาอิสระปรากฏขึ้น! กระแสความหมายแห่งมรรคาที่ไร้รูปร่างแผ่ซ่านออกไป เขาราวกับกลายร่างเป็นผู้ปกครองแห่งกฎเกณฑ์ธาตุสายฟ้าในฟ้าดินนี้!
ระหว่างที่ความคิดขยับเล็กน้อย ทัณฑ์อัสนีโกลาหลอันบ้าคลั่งและไร้ระเบียบในยามที่เข้าใกล้เขา กลับกลายเป็นเชื่องลงเล็กน้อยอย่างแปลกประหลาด
พลังสายฟ้าทำลายล้างที่แฝงอยู่ภายในถูกบังคับให้วิเคราะห์และแปรเปลี่ยน ก่อนจะถูกกายาเทพกลืนกินของเขาหลอมรวมและดูดซับไปด้วยประสิทธิภาพที่สูงยิ่งกว่าเดิม!
พลังงานทัณฑ์อัสนีอันยิ่งใหญ่ถูกชักนำ ขัดเกลากายเนื้อ ทารกวิญญาณ รวมไปถึงกฎเกณฑ์ธาตุสายฟ้าระดับกลางที่บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แบบมานานแล้วของเขาอย่างบ้าคลั่ง!
กลิ่นอายของเขาท่ามกลางการชำระล้างของสายฟ้าแห่งการทำลายล้างนี้ ไม่เพียงไม่เคยอ่อนแอลง กลับยิ่งควบแน่นและลึกล้ำมากยิ่งขึ้น มุ่งหน้าเข้าสู่ขีดจำกัดบางอย่างที่ไม่อาจพรรณนาได้อย่างมั่นคง!
ทัณฑ์อัสนีระลอกที่สามสิ้นสุดลง นักพรตเทียนหลัวก็เป็นเหมือนหน้าไม้ที่หมดแรง เสื้อคลุมสีเทาฉีกขาดรุ่งริ่ง หนวดเคราและเส้นผมไหม้เกรียมและหยิกงอ กลิ่นอายอ่อนล้าลงถึงขีดสุด
ตามมาติดๆ ด้วยทัณฑ์อัสนีระลอกที่สี่... จุติ!
ระลอกนี้ ไม่เพียงแต่แฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างโกลาหลที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทว่ายังแฝงไว้ด้วยอัสนีมารในใจที่ไร้สุ้มเสียงและพุ่งตรงเข้าโจมตีจิตใจมรรคา!
มังกรอัสนีโกลาหลเก้าตัวที่พันธนาการด้วยปราณสีดำอันแปลกประหลาด หอบเอาพลังอำนาจอันโหดเหี้ยมที่ทำให้จิตวิญญาณสับสนและดึงดูดมารในใจ แผดเสียงคำรามฉีกกระชากม่านฟ้า ทุบทะลวงลงมาดังกัมปนาท!
"ไม่——!!!" นักพรตเทียนหลัวแผดเสียงคำรามอย่างโหยหวนและสิ้นหวัง
ทัณฑ์อัสนีมารในใจจุดชนวนความหวาดกลัวและความเสียใจที่ลึกที่สุดในก้นบึ้งของจิตใจเขาในพริบตา
ความเป็นความตายของโลกเต้าอี ความคาดหวังอันแรงกล้าของศิษย์พี่นักพรตเทียนสิง ความหมกมุ่นนับหมื่นปีของตนเองที่ไม่สามารถทะลวงผ่านเป็นเซียนแท้จริงได้... พริบตาเดียวก็กลายเป็นภาพหลอนอันน่าเกลียดน่ากลัวและน่าสะพรึงกลัวนับไม่ถ้วน พุ่งชนและกลืนกินจิตวิญญาณของเขาอย่างบ้าคลั่ง!
การป้องกันที่สั่นคลอนจวนเจียนจะพังทลายอยู่แล้วของเขา พังทลายลงอย่างสมบูรณ์ในวินาทีนี้!
[จบแล้ว]