- หน้าแรก
- ตัวร้ายไม่ฆ่าใคร ข้าแค่ชวนเป็นพี่น้อง
- บทที่ 14: ผู้สืบทอดเซียนกระบี่โบราณ? พ่อแกอยู่นี่แล้ว! ลูกพี่ ไอ้โง่นี่ติดหนี้นอกระบบเหรอ?
บทที่ 14: ผู้สืบทอดเซียนกระบี่โบราณ? พ่อแกอยู่นี่แล้ว! ลูกพี่ ไอ้โง่นี่ติดหนี้นอกระบบเหรอ?
บทที่ 14: ผู้สืบทอดเซียนกระบี่โบราณ? พ่อแกอยู่นี่แล้ว! ลูกพี่ ไอ้โง่นี่ติดหนี้นอกระบบเหรอ?
"อะไรนะ?"
"ผมไม่ตกลงยอมความครับ!"
เหยียนสวี่กล่าวอย่างมีคุณธรรม
"ถ้างั้น พวกเราก็ต้องแจ้งให้ผู้ปกครองของคุณทราบนะ!"
เจ้าหน้าที่ตำรวจบอก
"ไม่ได้นะคะ!"
หลิวหรูเยียนส่ายหน้ารัว "อย่าแจ้งพ่อแม่ฉันเด็ดขาดเลยนะ!"
"ประการที่สอง ตามรายงานผลการตรวจร่างกาย เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัสกว่านะ!"
เจ้าหน้าที่ตำรวจหัวเราะหึๆ "เพราะงั้น คุณแน่ใจนะว่าจะไม่ยอมความ?"
"พวกเราทำไปเพื่อป้องกันตัว ป้องกันตัวต่างหาก!"
เหยียนสวี่รีบโวยวาย
"แต่จากคำให้การของพยานที่เห็นเหตุการณ์ การโจมตีมันหยุดลงไปแล้วนะ!"
"คุณหลิวหรูเยียนยังคงกำมีดพกไว้แน่น และตะโกนว่าจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตาย!"
"จากนั้นเธอก็ถูกกดลงกับพื้น แต่ถ้าเธอไม่ถูกกดลงกับพื้นล่ะก็ มันอาจจะบานปลายไปถึงขั้นมีคนตายได้เลยนะ!"
"แบบนี้ไม่เรียกว่าป้องกันตัวหรอกนะ มันคือการป้องกันตัวเกินกว่าเหตุต่างหาก!"
เจ้าหน้าที่ตำรวจยิ้มเยาะ
เหยียนสวี่กับหลิวหรูเยียนถึงกับอึ้ง
สรุปแล้ว อะไรคือการป้องกันตัว และอะไรคือการป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ!
แล้วอาชญากรรมมันจะสิ้นสุดลงตอนไหนกันแน่!
"คุณยอมความไหมครับ?"
เจ้าหน้าที่ตำรวจหันไปถามบอดี้การ์ด
บอดี้การ์ดหัวเราะเบาๆ "ผมแล้วแต่นายน้อยครับ!"
"นายเป็นตัวของตัวเองหน่อยสิ จะไปฟังคำสั่งคนอื่นได้ยังไง!"
หลิวหรูเยียนตะโกน "เย่เฉิงมันไม่ใช่คนดีหรอกนะ อย่าปล่อยให้มันหลอกใช้แล้วยังต้องมานั่งนับเงินให้มันอีก!"
บอดี้การ์ดแค่นเสียง "แล้วเธอเป็นคนดีนักหรือไง?"
"แน่นอนสิ ฉันเป็นคนดี!" หลิวหรูเยียนเชิดหน้า
"คนดีที่เอามีดมาแทงผมน่ะเหรอ!"
บอดี้การ์ดตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบสุดๆ
หลิวหรูเยียน: "..."
ความจริงแล้ว เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีดเล่มนั้นมาอยู่ในมือเธอได้ยังไง
เธอบอกไปแล้วว่ามันไม่ใช่มีดของเธอ แต่พวกตำรวจก็ไม่สนหรอกว่าเธอได้มันมาจากไหน
"ยอมความเถอะ!"
เย่เฉิงเดินล้วงกระเป๋าสบายอารมณ์เข้ามาจากข้างนอก "เดี๋ยวพอกลับไป ฉันจะขึ้นเงินเดือนให้นาย แล้วก็ให้ลางานแบบได้เงินเดือนสักเดือนนึงเป็นไงล่ะ?"
"ได้เลยครับนายน้อย ขอบคุณครับนายน้อย!"
บอดี้การ์ดยิ้มแฉ่ง
หลิวหรูเยียนกับเหยียนสวี่โกรธจนตัวสั่น
"หลิวหรูเยียน ลองคิดถึงพ่อแม่เธอให้ดีนะ ถ้าพวกเขารู้ว่าเธอต้องเข้าคุก..."
"เธอคิดว่าพวกเขาจะยังสนใจเธออยู่อีกไหม?"
"หึหึ!"
เสียงหัวเราะของเย่เฉิงช่างดูโรคจิตซะไม่มี
สามอาวุธสุดยอดของนางเอก...
การโดนตบที่เลี่ยงไม่ได้... อืม ฉันหลบพ้นเว้ย!
การรับมีดแทนจนบาดเจ็บ... ฉันไม่ต้องการให้ใครมารับมีดแทนฉันหรอกนะ!
ฉันไม่ได้รักนายแล้ว... ฉันก็ไม่เคยรักใครอยู่แล้วโว้ย!
จำไว้ซะ... ฉันมันก็แค่คนบ้าคนหนึ่ง!
ปล่อยให้มันสร้างปัญหาไปเถอะ ขอแค่ฉันบ้าพอ ก็ไม่มีใครหน้าไหนมาควบคุมฉันได้หรอก!
"เซ็นเอกสารยอมความแล้วก็กลับบ้านไปพักผ่อนซะ!"
เย่เฉิงหันไปสั่งบอดี้การ์ด "ลางานแบบได้เงินเดือน... ไม่ต้องห่วงเรื่องโรงพยาบาลนะ ฉันจัดการให้เรียบร้อยแล้ว"
เย่เฉิงขยิบตาให้
บอดี้การ์ด: รับทราบครับ!
ตรวจร่างกายให้ครบทุกแผนก ผลาญเงินให้กระจุยไปเลย!
"หลิวหรูเยียน อย่าลืมจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยล่ะ!"
เย่เฉิงดีดนิ้ว "เดี๋ยวบิลค่ารักษาออกเมื่อไหร่ ฉันจะไปเบิกกับเธอเองน้า~~~"
เย่เฉิงระเบิดเสียงหัวเราะลั่น ก่อนจะหันหลังเดินออกจากโรงพักไป
หลิวหรูเยียนกับเหยียนสวี่โกรธจนตัวสั่น
"วันนี้เป็นวันดีจริงๆ นึกอยากได้อะไรก็สมหวังไปซะหมด..."
เย่เฉิงฮัมเพลงเบาๆ ก่อนจะดึงตัวคนขับรถออกมาจากรถดื้อๆ
คนขับรถทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก
"นายเรียกแท็กซี่กลับไปเองก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะขับรถไปเที่ยวเล่นสักหน่อย!"
เย่เฉิงพูดปนรอยยิ้ม ก่อนจะสอดตัวเข้าไปนั่งในรถ เหยียบคันเร่ง แล้วพุ่งทะยานออกไป
คนขับรถเกาหัวแกรกๆ นายน้อยชอบขับพวกรถซูเปอร์คาร์ไม่ใช่เหรอ?
ม่ายยย!
คนขับรถยื่นมือออกไปราวกับเอ่อร์คังในหนังจีน
"นายน้อย กลับมาเถอะครับ!"
คุณขับรถเร็วเกินกำหนดไปตั้งร้อยยี่สิบเปอร์เซ็นต์... ใบขับขี่คุณถูกเพิกถอนไปแล้วนะ!
คุณไม่มีใบขับขี่!
แถมคุณมากับบอดี้การ์ดคนเดียว มากับบอดี้การ์ดแค่คนเดียวเนี่ยนะ!!!
...
การขับรถโรลส์-รอยซ์นี่มันช่างราบรื่นดีจริงๆ
รู้ตัวอีกที เย่เฉิงก็ขับมาโผล่ที่ถนนสายอาหารซะแล้ว
"เฮ้อ รวยแล้วแต่ใช้เงินไม่เป็นนี่มันน่าเศร้าจริงๆ!"
เย่เฉิงจอดรถ มองดูถนนสายอาหารที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน ความทรงจำจากชาติก่อนก็ตื่นขึ้นมา
"ฉันนี่มันเป็นพวกยาจกจริงๆ!"
เย่เฉิงตบหน้าผากตัวเองเบาๆ ส่ายหน้า ช่างเถอะ ในเมื่อมาถึงที่แล้ว ก็เดินเข้าไปหาอะไรกินหน่อยก็แล้วกัน!
หมาล่าทั่งจ๋า ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน!
เย่เฉิงเดินเข้าไปข้างใน เดินไปได้ไม่นาน จู่ๆ เขาก็หยุดชะงัก
ชายหนุ่มร่างสูงประมาณ 1.89 เมตร รูปร่างกำยำ กำลังนั่งซู้ดเส้นหมาล่าทั่งอยู่ในร้าน
"ไอ้บ้าเอ๊ย ไอ้ลูกหมาเอ๊ย!"
ความทรงจำมากมายผุดขึ้นมาในหัว เย่เฉิงหัวเราะหึๆ ก่อนจะผลักประตูเดินเข้าไป พนักงานเสิร์ฟกำลังจะอ้าปากถาม แต่เย่เฉิงก็โบกมือห้ามไว้
เขาเดินตรงดิ่งไปที่โต๊ะของชายหนุ่มคนนั้นแล้วทรุดตัวลงนั่ง
"ไอ้ลูกหมา!"
เย่เฉิงแค่นเสียง "กินอร่อยเลยสิมึง!"
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ ประกายแห่งความดีใจวาบขึ้นในดวงตาชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะก้มหน้าลงซู้ดหมาล่าทั่งต่อไป เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ดูซอมซ่อมาก
"บ้าเอ๊ย โจวเจี้ยน ไอ้ลูกหมา!"
เย่เฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "พ่อแกอยู่นี่แล้ว! แกกล้าเมินฉันเหรอฮะ?"
โจวเจี้ยนยังคงนิ่งเงียบ
เย่เฉิงขมวดคิ้ว ไอ้เด็กนี่ มันต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ๆ!
บ้าเอ๊ย ถ้ามีปัญหาทำไมไม่มาหาพ่อคนนี้วะ จะมานั่งหงอยเป็นหมาป่วยทำไม!
เย่เฉิงกำลังจะอ้าปากด่า แต่จู่ๆ ภาพตรงหน้าก็เริ่มกระพริบ
【ผู้สืบทอดเซียนกระบี่โบราณ!】
ภาพฉากต่างๆ แล่นผ่านเข้ามาในดวงตาของเย่เฉิง
นี่มันพระเอกนิยายแนวฝึกวิชาในยุคปัจจุบันนี่หว่า!
โจวเจี้ยนจะบังเอิญได้รับ...
มรดกตกทอดจากราชครูแห่งจักรพรรดิมนุษย์ เซียนกระบี่โบราณ กวงเฉิงจื่อ
อืม กวงเฉิงจื่อคนนี้ ไม่ใช่กวงเฉิงจื่อในเรื่องห้องสินหรอกนะ ไอ้นั่นในเรื่องห้องสินเอาแต่ใช้ตราประทับพลิกฟ้าไล่ทุบหัวคนอื่นไปวันๆ
กวงเฉิงจื่อในห้องสินได้ฉายาว่าเป็น 'นักฆ่าพระแม่'
เพราะเขาฆ่าพระแม่แห่งลัทธิเจี๋ยไปถึงสองคน
แต่กวงเฉิงจื่อในโลกนี้คือเซียนกระบี่โบราณ ราชครูแห่งจักรพรรดิมนุษย์
เขาผงาดขึ้นมาจากความว่างเปล่า กวาดล้างทั่วทั้งใต้หล้าด้วยกระบี่เพียงเล่มเดียว จนสุดท้ายก็ได้ก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของสวรรค์และปฐพี
ทว่า ภาพเหตุการณ์หลังจากนั้นมันเลือนลางเกินกว่าจะมองเห็นอะไรชัดเจน
เย่เฉิง: "..."
ไอ้ลูกหมานี่ เป็นผู้สืบทอดเซียนกระบี่โบราณงั้นเหรอเนี่ย?
อืม ดูเหมือนตอนนี้มันจะยังไม่ได้รับมรดกเซียนกระบี่ล่ะสิ
"ไอ้ลูกหมา!"
เย่เฉิงตบโต๊ะปัง "แกจะมาทำเป็นเก๊กต่อหน้าพ่อแกทำไมวะ!"
"พูดมา เกิดเรื่องอะไรขึ้น?"
เย่เฉิงถามเสียงเรียบ
นี่คือรูมเมทสมัยมหาวิทยาลัยของเขา ตอนที่อยู่มหาวิทยาลัย เจ้าของร่างเดิมดันอยากจะ 'สัมผัสชีวิต' ...
ก็เลยไปอยู่หอพักของมหาวิทยาลัยตอนปีหนึ่ง
แล้วก็...
อยู่ได้แค่สามเดือนก็เผ่นกลับบ้าน
แต่ความสัมพันธ์ของเขากับพวกรูมเมทก็ถือว่าซี้กันพอสมควร
เสียดายที่พอขึ้นปีสอง หลิวหรูเยียนก็เข้ามาในชีวิต แล้วเจ้าของร่างเดิมก็กลายร่างเป็นหมาแหงงไปในทันที
ตามต้อยๆ อยู่สามปี ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมห้องก็ค่อยๆ ห่างเหินกันไป
"นายไม่ได้ทำเรื่องดรอปเรียนไว้เหรอ?"
เย่เฉิงถาม "แล้วนายหายหัวไปไหนมาโดยไม่บอกไม่กล่าวฮะ?"
"พี่รอง มันไม่ใช่เรื่องของพี่หรอก!"
โจวเจี้ยนเงยหน้าขึ้น ถอนหายใจ "ผมกินอิ่มแล้ว ผมไปล่ะ!"
โจวเจี้ยนลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกไป
เย่เฉิงคว้าแขนเขาไว้แล้วกดให้เขานั่งลงบนเก้าอี้เหมือนเดิม "เจอหน้าพ่อแกทั้งที แกทำท่าแบบนี้เหรอ?"
"มันไม่เกี่ยวอะไรกับพี่จริงๆ!"
โจวเจี้ยนกล่าวเสียงเย็น "พี่รอง ผมมีธุระต้องไปทำ ไว้มีวาสนาค่อยพบกันใหม่!"
"อะไรวะ ความเป็นพี่เป็นน้องของเราแกไม่เอาแล้วใช่ไหม?"
เย่เฉิงตวาด
โจวเจี้ยนชะงัก กำหมัดแน่น ก่อนจะตัดสินใจก้าวเดินต่อไป!
ในเวลาเดียวกันนั้น ชายฉกรรจ์อีกเก้าคนก็พุ่งพรวดเข้ามาล้อมตัวโจวเจี้ยนเอาไว้
พวกมันแต่งตัวซอมซ่อ ย้อมผมสีสันแสบตา
สวมสร้อยคอทองคำเส้นเบ้อเริ่ม
เย่เฉิงมองปราดเดียวก็รู้เลยว่า ของปลอม!
"โจวเจี้ยน คิดจะหนีเหรอวะ!"
"มึงหนีไม่รอดหรอก!"
"เอาเงินมาคืนเดี๋ยวนี้!"
"เออ รีบเอาเงินมาคืนเลย!"
กลุ่มนักเลงตะโกนข่มขู่
โจวเจี้ยนมองพวกมันด้วยสายตานิ่งเฉย สีหน้าของเขาไร้ความรู้สึก ราวกับบ่อน้ำที่นิ่งสนิท
เย่เฉิงเอียงคอเล็กน้อย
ไอ้เด็กนี่ โจวเจี้ยน ไปกู้หนี้ยืมสินพวกแก๊งทวงหนี้นอกระบบมางั้นเหรอ?