- หน้าแรก
- ไร้พ่ายในใต้หล้า ภรรยาผู้จุติมาขอรับมรดกสืบทอด!
- ตอนที่ 21 อัจฉริยะวิทยายุทธ!
ตอนที่ 21 อัจฉริยะวิทยายุทธ!
ตอนที่ 21 อัจฉริยะวิทยายุทธ!
ตอนที่ 21 อัจฉริยะวิทยายุทธ!
"เขาฝึกวิชาเทพอะไรกันเนี่ย?"
เจ้าอาวาสวัดจินกวงเหลือบไปเห็นภาพอันน่าสยดสยองนี้ หัวใจก็ถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง
เมื่อมองไปทั่วบริเวณวัด ราวกับถูกปกคลุมด้วยทัณฑ์สวรรค์ แรงกดดันจากสายฟ้าที่กลิ้งตัวไปมา ครอบคลุมพื้นที่หลายสิบลี้ จนบดบังท้องฟ้าและแสงอาทิตย์จนมิด
เฉินอวี้หนิงไม่ถอยหนีแม้แต่น้อย ทั่วร่างแผ่ซ่านคลื่นพลังชีวิตโบราณออกมา ในรูม่านตาค่อยๆ ปรากฏเค้าโครงของต้นไม้ใหญ่ทะลุฟ้าขึ้นมา
เหยียนเจี๋ยผู้โด่งดังเรื่องการควบคุมพลังสายฟ้า ก็เหมือนกับชื่อของเขา
พญายมแห่งโลกมนุษย์ หายนะแห่งฟ้าดิน
เฉินอวี้หนิงไม่เคยประมาทเขาเลย เมื่อหลายปีก่อนบนลานประลองอัจฉริยะแห่งดาวเมืองหลวง เธอเคยเสมอกับเขามาแล้วครั้งหนึ่ง
เวลาผ่านไปหลายปี แม้จะไม่มีความมั่นใจเต็มร้อยว่าจะชนะ แต่ก็ไม่มีความกลัวเลยแม้แต่น้อย
"พันธนาการมรณะ!"
มือเรียวสวยร่ายรำ รูม่านตาสะท้อนแสงสีมรกต
เส้นผมสีดำสนิทเปลี่ยนเป็นสีเขียวในพริบตา และงอกยาวขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ละเส้นขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นเถาวัลย์ที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ปลายแหลมพุ่งแทงออกไปอย่างดุดัน ขณะเดียวกันก็ม้วนตัวเข้าพันธนาการเหยียนเจี๋ย
เหยียนเจี๋ยตาขวางด้วยรังสีอำมหิต ยกมือขึ้นเรียกสายฟ้าฟาดลงมา ปะทะเข้ากับวิชาของเฉินอวี้หนิงอย่างรุนแรงในทันที
อีกด้านหนึ่ง พรรคพวกคนสุดท้ายของเหยียนเจี๋ย ก็ลงมือกับเสิ่นเจ๋ออวี่และผู้ข้ามมิติระดับ A อีกสองคนโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
วัดจินกวงกลายเป็นสนามรบ เสียงระเบิดของวิชาเหนือธรรมชาติและพลังลมปราณดังกึกก้องไปทั่วขุนเขาและป่าไม้
เมื่อเจ้าอาวาสเห็นภาพนี้ ภายในใจย่อมถูกสั่นคลอนอย่างสุดจะพรรณนา
กลุ่มคนที่มาจากตะวันตกพวกนี้ แข็งแกร่งมากจริงๆ
เมื่อเห็นเฉินอวี้หนิง เสิ่นเจ๋ออวี่ และคนอื่นๆ เลือกที่จะยืนอยู่ข้างวัดจินกวงอย่างไม่ลังเล แววตาของเขาก็เผยความซับซ้อนออกมา
"สีกาทั้งหลาย วันนี้วัดจินกวงต้องพบกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ เกรงว่าคงจะกอบกู้สถานการณ์ไม่ได้แล้ว อย่ามาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เลย รีบหนีไปเถอะ!"
เจ้าอาวาสตะโกนบอกเฉินอวี้หนิงและเสิ่นเจ๋ออวี่ ขณะที่ต้องล่าถอยจากการโจมตีอย่างหนักหน่วงของอวี๋อวิ๋นเซวียน
ในสายตาของเขา เหล่าอรหันต์ทยอยล้มตายลงเรื่อยๆ
พายุสายฟ้าที่ปกคลุมอยู่เหนือหัว ได้เปลี่ยนวัดจินกวงทั้งวัดให้กลายเป็นสระอัสนีแห่งนรก
เจดีย์สมบัติถูกโจมตี ค่ายกลสั่นคลอนจวนจะพังทลาย รอจนอรหันต์ทั้งหมดถูกติงซิวฆ่าตาย การใช้พลังของเขาเพียงคนเดียวเพื่อต่อต้านศัตรูที่แข็งแกร่งถึงสองคน จุดจบก็เป็นที่แน่ชัดแล้ว
เฉินอวี้หนิงไม่ได้ตอบรับ เธอยังคงต่อสู้กับเหยียนเจี๋ยต่อไป
ส่วนเสิ่นเจ๋ออวี่ก็ถอยร่นไปพลางพยายามทำความเข้าใจวิชาดรรชนีเทียนจู้แห่งแดนทุรกันดารไปพลาง
"แหล่งกำเนิดพลังทุกอย่างบนโลก สามารถเปลี่ยนจากสิ่งไม่มีรูปร่างให้มีรูปร่างได้ แม้ฉันจะไม่เคยฝึกฝนพลังลมปราณ แต่ขอแค่ฉันอาศัยพลังสายเลือดระดับ A ในตัว ฉันก็สามารถดึงอานุภาพของกระบวนท่านี้ออกมาได้เหมือนกัน"
"ต่อให้ได้แค่สามหรือสี่ส่วนก็ยังดี แต่... แต่ว่า จุดชีพจรพวกนี้มันอยู่ตรงไหนกันล่ะเนี่ย?"
เธอมีสีหน้าร้อนรน ภายใต้การโจมตีอันหนักหน่วงของผู้ข้ามมิติระดับ S เธอยังสามารถแบ่งสมาธิมาทำความเข้าใจเคล็ดวิชาได้ครึ่งหนึ่ง
ตัวเธอเองก็ยังไม่ทันสังเกต ว่าพรสวรรค์ของเธอนั้นยอดเยี่ยมอยู่แล้ว
ที่ด้านหน้า มีเสียงร้องฮึมด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น
ในที่สุดเจ้าอาวาสวัดจินกวงก็สู้หลบการโจมตีของอวี๋อวิ๋นเซวียนไม่ได้ ถูกกระแทกถอยหลังไปกว่าสิบเมตร ล้มลงกระอักเลือดสีแดงฉานออกมาคำโต
พลังลมปราณของเขาแตกซ่านอย่างเห็นได้ชัด พลังปราณคุ้มกายก็ถูกตีจนแหลกละเอียด
ทางด้านอวี๋อวิ๋นเซวียน ถึงแม้จะได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ซี่โครงถูกเจ้าอาวาสหักไปหลายซี่ หน้าอกยุบไปหลายจุด แต่ก็ยังเป็นฝ่ายได้เปรียบ
"ไอ้โล้นเอ๊ย ต่อให้เวลาแกฝึกอีกสักสิบๆ ปี ฉันก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าแกจะเป็นคู่มือฉันได้"
อวี๋อวิ๋นเซวียนถ่มเลือดทิ้ง เมื่อเห็นเศษฟันสองซี่ปลิวออกไป เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
อาการบาดเจ็บที่เกือบจะเสียโฉมนี้ ทำให้ดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยรังสีอำมหิตที่รุนแรงยิ่งขึ้น
เขาก้าวพุ่งออกไปอีกครั้ง บุกประชิดตัวเข้าไปหมายสังหาร
เฉินอวี้หนิงเห็นภาพนี้ ก็แอบถอนหายใจในใจ
ในฐานะยอดฝีมือที่ติดอันดับหลายร้อยในทำเนียบสวรรค์ การที่เจ้าอาวาสวัดจินกวงสู้ไม่ได้ ก็อยู่ในความคาดหมายของเธออยู่แล้ว
ในแผ่นดินตงหยวน มีเพียงขั้นเทวะตอนปลายเท่านั้น ถึงจะสามารถกดดันผู้ข้ามมิติระดับ S ได้
ลังเลอยู่ชั่วพริบตา สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจลงมือ เถาวัลย์ขนาดยักษ์กวาดออกไป ฟาดเข้าที่กลางหลังของอวี๋อวิ๋นเซวียนอย่างจังโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว
"อั่ก!"
อวี๋อวิ๋นเซวียนร้องด้วยความเจ็บปวด กระดูกสันหลังราวกับถูกฟาดจนหัก เลือดสาดกระเซ็นไปไกลกว่าเจ็ดฟุต
"สู้กับฉัน เธอยังกล้าแบ่งสมาธิอีกเหรอ?"
เสียงเย็นชาไร้ความปราณีดังขึ้น เหยียนเจี๋ยก้าวฉับๆ มาอยู่ตรงหน้าเฉินอวี้หนิงด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
สายฟ้าในมือคำรามลั่น ฟาดเข้าใส่เฉินอวี้หนิงอย่างไม่ทันตั้งตัว
แม้การป้องกันของเถาวัลย์จะช่วยสลายพลังไปได้ส่วนใหญ่ แต่ก็ยังสั่นสะเทือนจนร่างบางของเธอสั่นสะท้าน ถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้าซีดเผือดลงในพริบตา
แสงสีมรกตในดวงตาก็หม่นหมองลงเล็กน้อยเช่นกัน
"ถอย!"
เฉินอวี้หนิงตะโกนสั่งการด้วยความจนใจ
ผู้ข้ามมิติระดับ A ทั้งสองคนทนรับการโจมตีระดับ S ไม่ไหวตั้งนานแล้ว
เมื่อได้ยินคำสั่งถอย ต่างก็มองเหล่าอรหันต์ที่ยังคงต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายด้วยสายตาที่เศร้าสร้อย
"เดี๋ยวก่อน อีกนิดเดียว ฉันเหมือนจะทำสำเร็จแล้ว"
เสิ่นเจ๋ออวี่ร้อนใจจนตาแดงก่ำ ความสามารถในการหยั่งรู้ของเธอพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เธอเข้าสู่สภาวะลึกลับบางอย่าง พลังสายเลือดในร่างกายกำลังโคจรไปตามเส้นทางของวิชาดรรชนีเทียนจู้แห่งแดนทุรกันดารอย่างช้าๆ
"หนี? เธอคิดว่าจะหนีรอดงั้นเหรอ?"
เหยียนเจี๋ยตาขวางด้วยรังสีอำมหิต เขามีหลักการอย่างหนึ่งมาโดยตลอด
ถ้าไม่ลงมือก็แล้วไป แต่ถ้าลงมือก็ต้องไม่เหลือรอด
หลายปีมานี้ ผู้ข้ามมิติที่ตายด้วยน้ำมือเขา มีจำนวนเท่าไหร่เขาก็จำไม่ได้แล้ว
ต่อให้ฆ่าเฉินอวี้หนิงไม่ได้ ก็ต้องส่งพวกระดับ A ทั้งสามคนนั่นไปลงนรก!
ในเมื่อเป็นอุปสรรคในโลกเวียนว่าย ก็สมควรถูกกำจัดทิ้ง
"ร่างแปลงอัสนี!"
ครืน—
เหยียนเจี๋ยดึงพลังสายฟ้าเข้าสู่ร่างกาย เปลี่ยนร่างตัวเองให้กลายเป็นสายฟ้า และโจมตีเฉินอวี้หนิงอย่างโหดเหี้ยมทารุณยิ่งกว่าเดิม
"รีบไป!"
เฉินอวี้หนิงกัดฟัน ยืนหยัดรับมือ
ผู้ข้ามมิติระดับ A ทั้งสองคนหน้าซีด เตรียมจะหลบหนีออกจากสนามรบ
แต่พรรคพวกคนที่สี่ของเหยียนเจี๋ย ไม่คิดจะปล่อยพวกเธอไปง่ายๆ กรงเล็บกระดูกสีเลือดปัดเป่าของวิเศษของพวกเธอจนแตกกระจายอย่างต่อเนื่อง
"น่าเสียดาย ถ้าไม่ใช่เพราะคำสั่งของลูกพี่ ฉันคงได้สนุกกับพวกเธอแล้ว"
เขามองผู้ข้ามมิติระดับ A อย่างเสียดาย ไร้ซึ่งความสงสารต่อสตรีเพศใดๆ
แต่แล้วในวินาทีต่อมา ความรู้สึกขนลุกซู่ที่ยากจะบรรยายก็ผุดขึ้นมาในใจอย่างกะทันหัน
พร้อมกันนั้น เขาก็เห็นเสิ่นเจ๋ออวี่ก้าวเดินเข้ามาหา
ราวกับเกิดภาพลวงตาหรือภาพหลอน เขาเหมือนจะเห็นร่างของมังกรยักษ์ดึกดำบรรพ์ที่ลืมตาอันเย็นชาขึ้นมาด้านหลังของเสิ่นเจ๋ออวี่
ตูม!
ดรรชนีเทียนจู้แห่งแดนทุรกันดารแหวกอากาศฟาดลงมาตรงหน้า
ในพริบตานั้น เลือดเนื้อสาดกระจาย ร่างกายซีกหนึ่งระเบิดออก ทั่วทั้งวัดจินกวงราวกับมีเสียงมังกรคำรามดังกึกก้อง กลิ่นอายสังหารที่ดุดันทำให้ทุกคนในที่นั้นขนลุกซู่
สายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงหลายสิบคู่ต่างหันมามอง อาณาจักรพายุสายฟ้าของเหยียนเจี๋ยถูกฉีกขาดเป็นช่องโหว่ เกล็ดสีดำบนร่างของติงซิวถูกถากหลุดไปเป็นแถบ
ผู้ข้ามมิติระดับ A ทั้งสองคนตกใจจนตัวแข็งทื่อ
เฉินอวี้หนิงรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ เธอมองดูเสิ่นเจ๋ออวี่ที่หน้าซีดเผือดไร้สีเลือด พลังในร่างกายถูกสูบไปจนหมด กำลังหอบหายใจอย่างหนักหน่วงด้วยความตะลึงงัน
และผู้ข้ามมิติระดับ S ที่อยู่ตรงหน้าเธอคนนั้น ของวิเศษป้องกันตัวทั้งหมดถูกทำลาย ร่างกายครึ่งท่อนล่างถูกกระแทกจนเละ กำลังเบิกตาโพลงด้วยความงุนงง
สนามรบตกอยู่ในความเงียบงันราวกับความตาย
เหยียนเจี๋ยราวกับถูกสะกด สีหน้าแข็งค้าง
อวี๋อวิ๋นเซวียนและติงซิวหยุดหายใจ เจ้าอาวาสวัดจินกวงที่นอนอยู่บนพื้น จ้องมองภาพนี้ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เขาสามารถจำได้ทันที ว่านี่คือรูปแบบเริ่มต้นของดรรชนีเทียนจู้แห่งแดนทุรกันดาร!
"แม้จะยังไม่แตกฉาน แต่ก็มีเค้าโครงแล้ว ใช้เวลาเพียงสั้นๆ ก็สามารถหยั่งรู้ความหมายแฝงได้บางส่วน... สีกาท่านนี้ ช่างเป็นอัจฉริยะด้านวิทยายุทธจริงๆ!"
เจ้าอาวาสวัดจินกวงร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น