เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1395 อ่านรายงานสรุปนิดหน่อย

บทที่ 1395 อ่านรายงานสรุปนิดหน่อย

บทที่ 1395 อ่านรายงานสรุปนิดหน่อย


บทที่ 1395 อ่านรายงานสรุปนิดหน่อย

ทั้งสองคนแยกย้ายกันไปรับอาหาร

เดิมทีสวีฉิงได้ตั้งขีดจำกัดความอดกลั้นไว้ในใจให้ตัวเองแล้ว

แต่ผลปรากฏว่าตอนที่ถือถาดเดินไปถึงร้านข้าวหน้าเป็ดย่าง ขีดจำกัดที่ว่านั้นก็ถูกหนังกรอบๆ มันวาวของห่านย่างเซินจิ่งพังทลายลงในพริบตา

เธอสั่งข้าวหน้าห่านย่างจานพูนๆ มาหนึ่งจานโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยน แถมยังหยิบซุปซี่โครงหมูถ้วยเล็กมาอีกหนึ่งถ้วย ตามด้วยฮะเก๋าที่ใสจนมองเห็นไส้กุ้งอีกสองชิ้น

สุดท้ายตอนเดินผ่านโซนของหวาน เห็นสาคูมะม่วงส้มโอแช่เย็น ก็คิดว่ามาถึงนี่แล้ว ก็เลยหยิบมาอีกหนึ่งถ้วย

ส่วนของเลขาจินนั้นเรียบง่ายกว่ามาก

มีปลาหม้อนึ่งหนึ่งที่ ผัดผักตามฤดูกาลหนึ่งจาน ข้าวสวยถ้วยเล็กหนึ่งถ้วย และน้ำอุ่นอีกหนึ่งแก้ว

เป็นอาหารรสอ่อนจนดูเหมือนนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาสาขาโภชนาการที่มาลงพื้นที่สำรวจในโรงอาหารยังไงยังงั้น

ทั้งสองคนเลือกนั่งในตำแหน่งที่ติดหน้าต่าง

สวีฉิงพยายามอย่างหนักที่จะควบคุมความเร็วในการกินให้อยู่ในระดับที่ "สาวออฟฟิศผู้สง่างาม" ควรจะเป็น ไปพร้อมๆ กับการหาจังหวะชวนคุยแทรกเป็นระยะๆ

น้ำเสียงดูเป็นกันเอง แต่ก็ยังคงรักษาระยะห่างไว้อย่างพอดี

แถมยังคอยโยน "คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ในการทำงาน" ของคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนให้เป็นระยะๆ

เลขาจินตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ และตอบรับกลับไปบ้างเป็นบางครั้ง

ท่าทีอ่อนโยนและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มอบคุณค่าทางอารมณ์ให้แบบจัดเต็ม

ดังน้้นสวีฉิงจึงพูดได้ลื่นไหลและพูดเยอะขึ้นเรื่อยๆ

ประกอบกับความมันของห่านย่างที่ละลายบนปลายลิ้น และความเย็นชื่นใจของสาคูมะม่วงส้มโอที่เข้ามาช่วยตัดรสชาติเค็มๆ มันๆ ได้อย่างลงตัว

รู้ตัวอีกที เธอก็เผลอคายข้อมูลส่วนตัวออกมาจนหมดเปลือก ทั้งเรื่องบ้านเกิดอยู่ที่ไหน ที่บ้านมีกันกี่คน ตอนเด็กๆ ชอบกินขนมอะไรมากที่สุด และทำไมถึงเลือกเรียนกฎหมาย

เลขาจินทำเพียงแค่นั่งฟังด้วยรอยยิ้ม ปลายตะเกียบคีบเนื้อปลานึ่งขึ้นมาคำหนึ่งด้วยท่วงท่าที่ไม่ช้าไม่เร็ว

บางครั้งก็ถามแทรกขึ้นมาในจังหวะที่เหมาะสม แต่กลับทำให้สวีฉิงพูดไหลไปตามบทสนทนา และหลุดรายละเอียดออกมาได้มากกว่าเดิมเสมอ

จนกระทั่งทั้งสองกินเสร็จแล้วลุกขึ้น ถือถาดเดินไปที่จุดคืนภาชนะ

อย่างน้อยสำหรับสวีฉิงแล้ว ค่าความประทับใจที่มีต่อ "เด็กใหม่ที่ว่านอนสอนง่ายและรู้ความคนนี้" ก็พุ่งทะลุปรอทไปจนเต็มหลอดแล้ว

สรรพนามที่ใช้เรียก ก็เปลี่ยนจาก "เลขาจิน" กลายเป็น "ซูซู" ไปอย่างเป็นธรรมชาติ

วินาทีที่เลขาจินได้ยินคำสองคำนี้ หางคิ้วเรียวยาวของเธอก็กระตุกขึ้นมาอย่างแนบเนียนสุดๆ

แต่สีหน้าของเธอกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย

เธอเพียงแค่เดินถือถาดตามหลังสวีฉิงไปเงียบๆ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่มีความหมายแฝงบางอย่าง

......

หลังจากช่วงพักเที่ยงสิ้นสุดลง ห้องทำงานประธานก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

ความวุ่นวายที่มีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาในตอนเช้าค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงพิมพ์คีย์บอร์ด เสียงคุยโทรศัพท์เบาๆ และเสียงรายงานที่ดังแว่วมาจากห้องประชุมเล็กเป็นระยะๆ

ในช่วงบ่ายถังซ่งยังไม่ได้จัดการประชุมอย่างเป็นทางการทันที เขาใช้พลังงานส่วนใหญ่ไปกับการจัดการอีเมลที่ค้างอยู่ และทำความคุ้นเคยเจาะลึกกับความคืบหน้าระดับพื้นฐานต่างๆ ของ [เซวียนจีกวงเจี้ย] ในช่วงเวลานี้

บนโต๊ะหินอ่อนตัวใหญ่ มีเอกสารทางกฎหมายที่รอการยืนยัน บันทึกการประชุมชั่วคราว และรายงานสรุปโครงการวางอยู่เป็นจำนวนมาก

เลขาจินยืนอยู่ข้างโต๊ะ เธอเข้าสู่จังหวะการทำงานอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว และค่อยๆ จัดหมวดหมู่เอกสารอันซับซ้อนเหล่านี้ใหม่ทีละฉบับๆ อย่างเงียบเชียบ

ฉบับที่อนุมัติแล้ววางไว้ฝั่งซ้าย ฉบับที่รอเซ็นวางไว้ฝั่งขวา ส่วนฉบับที่เสร็จสิ้นและรอการดำเนินการก็แยกเก็บเข้าแฟ้มต่างหาก

กระดาษโน้ตหลายแผ่นที่ถังซ่งสอดไว้ในหน้าเอกสารอย่างลวกๆ ก็ถูกเธอดึงออกทีละแผ่น แล้วนำไปแปะไว้ที่มุมซ้ายบนของปกเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องแต่ละฉบับ

บางสิ่งบางอย่าง เขาแทบไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากพูดออกมาเลย

เขาเพียงแค่หยุดสายตาอยู่ที่หน้าใดหน้าหนึ่งนานขึ้นหนึ่งวินาที เธอก็จะดึงเอกสารข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องออกมา แล้ววางไว้ใกล้มือเขาทันที

ถังซ่งเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกทึ่งอย่างสุดซึ้งในใจ

หลังจากเข้าสู่ดันเจี้ยนอย่างเป็นทางการ บัฟสนับสนุนแบบคูณสองจาก 【ออร่าด้านหน้าที่การงาน】 และ 【การทำงานร่วมกันกับเลขา】 ที่ซ้อนทับกัน ทำให้ความเข้าอกเข้าใจที่สอดประสานกันอย่างไร้รอยต่อระหว่างเขากับเลขาจิน ได้ทะลุขีดจำกัดความเข้าใจในคำว่า "การประสานงาน" ของเขาไปโดยสิ้นเชิงแล้ว

คำอธิบายที่แม่นยำที่สุดมีเพียงคำเดียวเท่านั้น— ไหลลื่น

ไหลลื่นมากๆ ไหลลื่นจนถึงขีดสุด ทุกๆ รายละเอียดล้วนไหลลื่นจนไม่มีความรู้สึกติดขัดเลยแม้แต่น้อย ไหลลื่นอย่างไร้ที่ติ

สายตาของถังซ่งเลื่อนต่ำลงตามเรือนร่างของเธอโดยไม่รู้ตัว ความคิดอดไม่ได้ที่จะล่องลอยไปไกล

ถ้าหากเอาความเข้าขากันและความสามารถในการประสานงานที่น่ากลัวขนาดนี้ ไปใช้บนเตียงล่ะก็......

เขาเกรงว่าแค่ขยับนิ้ว หรือส่งสายตาแค่ครั้งเดียว เลขาจินก็คงรู้แล้วว่าจังหวะต่อไปควรจะเปลี่ยนเป็นมุมไหน หรือต้องใช้แรงระดับไหนถึงจะตอบสนองเขาได้ใช่ไหม?

ไร้เทียมทานชัดๆ!

"กริ๊ก—"

หน้าจอสื่อสารภายในบนโต๊ะทำงานสว่างขึ้นเบาๆ

มีคำขอเข้าพบเด้งขึ้นมา

เลขาจินหลุบตามองแวบหนึ่ง น้ำเสียงราบเรียบและชัดเจน "ผู้อำนวยการเจียงโหย่วหรง จากสำนักงานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยีค่ะ"

"ให้เธอเข้ามาได้เลย"

"รับทราบค่ะ"

เลขาจินยกมือขึ้นแตะที่หน้าจอสัมผัสเบาๆ กลอนอิเล็กทรอนิกส์ก็ส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ ออกมา

ครู่ต่อมา ประตูไม้บานหนาของห้องทำงานก็ถูกใครบางคนผลักเข้ามาจากด้านนอกเบาๆ

เจียงโหย่วหรงเดินเข้ามา

วันนี้เห็นได้ชัดว่าเธอแต่งตัวมาอย่างตั้งใจสุดๆ

บนร่างสวมเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวครีมเนื้อดี ท่อนล่างเป็นกางเกงสแล็คเอวสูงสีดำ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยพรางให้ช่วงขาดูยาวขึ้นเท่านั้น แต่ยังขับเน้นส่วนโค้งเว้าของหน้าอกอันอวบอิ่มให้ดูโดดเด่นแทบจะทะลักออกมา

เส้นผมถูกรวบตึงไว้ด้านหลัง ดูประณีตและทะมัดทะแมง

เมื่อเทียบกับภาพลักษณ์ศาสตราจารย์หญิงที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นนักวิชาการในวันวานแล้ว วันนี้เธอดูมีอำนาจคุกคามมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

"ประธานถังคะ"

เจียงโหย่วหรงโค้งตัวเล็กน้อย น้ำเสียงยังคงนุ่มนวลและเหมาะสม

แต่ทันทีที่สายตาของเธอช้อนขึ้น ก็ไม่สามารถควบคุมได้เลย มันค่อยๆ เลื่อนไปตกลงบนเงาร่างที่ยืนอยู่ตรงด้านหน้าข้างโต๊ะทำงานของถังซ่งทีละนิดๆ

หัวใจก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างหนักหน่วงตามไปด้วย

ใบหน้านั้น มันช่างเหมือนกันมากเกินไปจริงๆ

เหมือนซะจนคนที่มองดูถึงกับแข้งขาอ่อนไปเลย

มองต่ำลงไปอีก ก็จะเห็นลำคอเรียวยาวที่งดงาม ไหล่กว้างตั้งตรง เอวคอดกิ่ว เรียวขายาวเหยียดตรงที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระโปรงทรงสอบสีดำ และบั้นท้ายรูปหัวใจอันกลมกลึง

ก่อนที่เธอจะมา ความจริงก็เตรียมใจมาพร้อมแล้ว

เช้าวันนี้เธอดื่มแค่กาแฟดำ มื้อเที่ยงก็ยอมทนหิวไม่ยอมกินข้าว ก็เพื่ออยากให้เส้นรอบเอวดูเล็กลงอีกนิด

แถมยังจงใจเลือกชุดที่เน้นสัดส่วนมากที่สุดชุดนี้มาใส่โดยเฉพาะเลยด้วย

แต่พอได้มาเจอตัวจริง เธอก็ได้ข้อสรุปที่ทำให้รู้สึกหมดกำลังใจอย่างรวดเร็ว

สู้ไม่ได้เลยสักนิด

ไม่ว่าจะเป็นโครงหน้า บุคลิก ท่วงท่ากิริยา หรือแม้แต่ความรู้สึกหรูหราที่แผ่ออกมาจากกระดูกซึ่งอธิบายไม่ถูกว่ามาจากไหน เธอล้วนถูกเทียบจนไม่ติดฝุ่นเลย

เธอถูกบดขยี้จนไม่เหลือซากภายในเสี้ยววินาที

ถ้าจะให้ดันทุรังหาข้อปลอบใจให้ตัวเอง ก็คงมีแค่หน้าอกที่ใหญ่กว่าอีกฝ่ายถึงสองคัพนี่แหละ

แต่ไม่เป็นไร ไม่ต้องตกใจไป

ศาสตราจารย์เจียงแอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ในใจอย่างเงียบๆ เพื่อให้กำลังใจตัวเอง

ถึงยังไงตัวเองก็เดินมาสายเทคนิคแบบฮาร์ดคอร์ หากินด้วยสมองและประสบการณ์วิชาการที่สั่งสมมานับสิบปี ไม่ได้มาแข่งสวยกับใครซะหน่อย!

"นี่คือเจียงโหย่วหรง" ถังซ่งยิ้มแล้วยกมือขึ้นผาย จากนั้นก็หันไปมองด้านข้างโต๊ะ "และนี่คือเลขาคนใหม่ของผม จินเหมยซู คุณน่าจะรู้ล่วงหน้าแล้วใช่ไหม?"

"ทราบแล้วค่ะ" เจียงโหย่วหรงพยักหน้า บังคับตัวเองให้ละสายตาจากใบหน้านั้น "สวัสดีค่ะ เลขาจิน"

"สวัสดีค่ะ ผู้อำนวยการเจียง" เลขาจินส่งยิ้มบางๆ ให้เธอ ท่าทางอ่อนโยน สงบเสงี่ยม และถึงขั้นมีความเขินอายในแบบของพนักงานใหม่แฝงอยู่นิดๆ

"ประธานถังคะ ที่ดิฉันมาในวันนี้ หลักๆ ก็เพื่อรายงานความคืบหน้าของการเตรียมความพร้อมด้านเทคนิคสองสามรายการให้คุณทราบค่ะ" เจียงโหย่วหรงกอดแฟ้มเอกสารแน่นขึ้นอีกนิด ดึงสติตัวเองให้กลับเข้าสู่โหมดการทำงาน "ซึ่งรวมถึงการเชื่อมต่ออินเทอร์เฟซระหว่าง XG-1 เวอร์ชันทดสอบกับระบบนิเวศซอฟต์แวร์ของบุคคลที่สาม และการจัดเตรียมเอกสารทางเทคนิคสำหรับฟอรัมนักพัฒนาค่ะ ส่วนไฟล์ดิจิทัลดิฉันได้ส่งเข้าอีเมลของคุณเรียบร้อยแล้วค่ะ"

"ดีครับ นั่งลงคุยกันเถอะ"

ห้องทำงานประธานห้องนี้ใหญ่มาก มีพื้นที่กว่าสามร้อยตารางเมตร

โซนทำงาน โซนรับแขก โซนประชุมภายใน และทิวทัศน์ของเมืองหลวงหลังกระจกบานใหญ่เต็มผนัง ถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วนอย่างเป็นธรรมชาติ

โต๊ะทำงานหลักที่ถังซ่งนั่งอยู่ตั้งอยู่กึ่งกลาง ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นโซนรับแขกสีโทนหม่น โซฟาสีเทาเข้ม พรมสีอ่อน โต๊ะข้างไม้วอลนัทสีดำ ดูมีรสนิยมในแบบฉบับของบริษัทใหญ่ยุคใหม่มาก

เดินไปนั่งที่โซนรับแขก

เจียงโหย่วหรงเปิดแฟ้มเอกสาร แล้วเริ่มรายงาน

ส่วนเลขาจินก็นำน้ำอุ่นสองแก้ว มาวางไว้ใกล้มือของทั้งสองคนตามลำดับ

ท่วงท่าสง่างามและแผ่วเบา ตอนที่แก้วน้ำวางลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง แทบจะไม่มีเสียงกระทบกันดังออกมาเลย

จากนั้น เธอก็ถอยไปยืนอยู่ด้านหลังเยื้องไปทางด้านข้างของถังซ่งอย่างเงียบๆ ในมือถือแท็บเล็ตที่ถูกเข้ารหัสไว้เครื่องหนึ่ง

ไม่ดูโดดเด่นแย่งซีน และก็ไม่ทำให้คนอื่นละเลยการมีอยู่ของเธอเช่นกัน

"ปัจจุบันอินเทอร์เฟซพื้นฐานของ XG-1 เวอร์ชันทดสอบและระบบนิเวศซอฟต์แวร์ของบุคคลที่สาม ได้ผ่านการเชื่อมต่อรอบแรกไปแล้วค่ะ โดยรวมไม่มีปัญหาใหญ่ แต่มีพันธมิตรสำคัญสามรายที่มีข้อเสนอแนะค่อนข้างตรงกัน หลักๆ ก็คือเรื่องการจัดตารางการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน และความล่าช้าในการตอบสนองในบางสถานการณ์..."

เจียงโหย่วหรงพูดมาถึงตรงนี้ ก็ชะงักไปกะทันหัน

หนึ่งในทีมงานต่างประเทศเหล่านั้น มีชื่อที่ค่อนข้างยาวและเรียกยาก

ในหัวของเธอจำได้แม่นยำแท้ๆ แต่พอมาถึงปาก กลับนึกไม่ออกขึ้นมาดื้อๆ เพราะความตื่นเต้นเมื่อครู่นี้

"ทีมที่รับผิดชอบด้านการปรับแต่งระบบประมวลผลเชิงพื้นที่ Arcturus Labs——ห้องปฏิบัติการอาร์คตุรุสค่ะ" เสียงภาษาอังกฤษที่นุ่มนวล ชัดเจน และออกเสียงได้อย่างเป็นมาตรฐานสุดๆ ลอยมาจากด้านหลังเยื้องๆ

เจียงโหย่วหรงอึ้งไปเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นโดยอัตโนมัติ

เลขาจินสบตาเธอ ยิ้มบางๆ ท่าทางถ่อมตัวและไม่มีพิษมีภัย "ขออภัยด้วยค่ะ ผู้อำนวยการเจียง พอดีช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดิฉันได้อ่านรายงานสรุปเบื้องต้นเกี่ยวกับการเชื่อมต่อระบบนิเวศในต่างประเทศล่วงหน้าไปบางส่วน ก็เลยจดจำเอาไว้บ้างนิดหน่อยค่ะ"

"ใช่ค่ะ..... ทีมนั้นแหละค่ะ"

เจียงโหย่วหรงพยักหน้ารับ แต่ในใจกลับดิ่งวูบลงไปอย่างแรง

ให้ตายสิ

ความจำนี้มันจะเวอร์เกินไปหน่อยไหม? แม้แต่ชื่อทีมเทคนิคที่ไม่คุ้นหูแบบนี้ เธอก็ยังสามารถจดจำได้ทันทีที่มองผ่านตาเนี่ยนะ?

แต่นี่ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นความตกตะลึงของเธอเท่านั้น

ในการรายงานหลังจากนั้น มีหลายครั้งที่เจียงโหย่วหรงเพิ่งจะเริ่มอธิบายถึงตรรกะทางเทคนิคที่ซับซ้อนบางอย่าง เลขาจินก็ชิงลงมือก่อนไปแล้วหนึ่งก้าว โดยการเลื่อนเอกสารข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้องไปไว้ใกล้มือถังซ่งเบาๆ

ตอนที่ถังซ่งถามถึงเวอร์ชันอัปเดตของเอกสารทางเทคนิคสำหรับฟอรัมนักพัฒนา เลขาจินก็ไม่จำเป็นต้องเปิดดูในแท็บเล็ตเลยด้วยซ้ำ เธอสามารถบอกหมายเลขไฟล์เวอร์ชันล่าสุดออกมาได้ทันที

ที่น่ากลัวที่สุดก็คือ ตอนที่ถังซ่งมองไปที่ผังขั้นตอนการสาธิตในงานเปิดตัว หัวคิ้วเพิ่งจะกระตุกเบาๆ อย่างแทบจะมองไม่เห็นเท่านั้น

เลขาจินที่ยืนอยู่ด้านหลังเยื้องๆ ของเขา ก็พูดเสริมขึ้นมาเสียงเบาว่า:

"ประธานถังคะ โค้ดพื้นฐานของการสาธิตการโต้ตอบด้วยท่าทางในส่วนที่สาม เมื่อเทียบกับตรรกะการโต้ตอบที่แสดงในวิดีโอโปรโมทสำหรับสื่อต่างประเทศแล้ว ในปัจจุบันดูเหมือนจะไม่สอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์ค่ะ ความล่าช้าในการตอบสนองของการจัดตารางการทำงานหลายอย่างพร้อมกันที่ผู้อำนวยการเจียงพูดถึงเมื่อครู่นี้ หากนำไปสาธิตจริงในงานเปิดตัว ก็น่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความลื่นไหลในส่วนนี้ด้วย ขอเสนอให้ฝ่ายเทคนิคทำแผนสำรองเพื่อลดระดับความซับซ้อนลงค่ะ"

สมองของเจียงโหย่วหรงอื้ออึงไปหมด ทั่วทั้งร่างชาหนึบ

บ้าเอ๊ย?!

นี่.... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?

เธอเพิ่งเรียนจบจากวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน (LSE) แล้วมาเป็นเลขาไม่ใช่เหรอ?!

แล้วทำไมเธอถึงสามารถพูดเสริมเรื่องตรรกะอินเทอร์เฟซของบุคคลที่สามของ XG-1, ทีมปรับแต่งระบบประมวลผลเชิงพื้นที่, ความล่าช้าในการตอบสนองของการจัดตารางการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน, รวมถึงความสอดคล้องของขั้นตอนการสาธิต ได้ทั้งหมดเลยล่ะ?!

เธอแค่ "อ่านรายงานสรุปนิดหน่อย" ในช่วงสุดสัปดาห์เนี่ยนะ?!

แล้วรองศาสตราจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศทางเทคโนโลยีอย่างฉัน จะมีค่าอะไรล่ะ?!

(°0°)

จบบทที่ บทที่ 1395 อ่านรายงานสรุปนิดหน่อย

คัดลอกลิงก์แล้ว