- หน้าแรก
- เกมจุติ สกิลของฉันไม่มีคูลดาวน์
- ตอนที่ 100 (ฟรี)ต้องเรียนรู้อีกเยอะ
ตอนที่ 100 (ฟรี)ต้องเรียนรู้อีกเยอะ
ตอนที่ 100 (ฟรี)ต้องเรียนรู้อีกเยอะ
ตอนที่ 100 ต้องเรียนรู้อีกเยอะ
"โบร๋ว!"
เสียงหอนอันเป็นเอกลักษณ์ดังกังวานไปทั่วทั้งสมรภูมิ
แม้เสียงจะไม่ดังนัก แต่กลับทะลุทะลวงไปถึงเบื้องลึกของจิตใจ
แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง แต่ราชันหมาป่าก็ยังคงความองอาจและดุดันเอาไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม
เลี่ยเฟิงในสภาพโชกเลือดไปทั้งตัว ยืนตระหง่านอยู่บนซากกำแพงเมืองที่พังทลาย
เบื้องหน้าของมัน คือมอนสเตอร์จำนวนมหาศาลที่ฆ่าเท่าไหร่ก็ฆ่าไม่หมด
เพียงแค่เปล่งเสียงคำรามยาวเหยียด มอนสเตอร์หลายร้อยตัวที่อยู่เบื้องหน้าก็ล้มพับลงไปกองกับพื้นทันที
แน่นอนว่า ยังมีมอนสเตอร์อีกมากมายที่กรูกันเข้ามาเสริมทัพอย่างไม่ขาดสาย
เบื้องหลังของราชันหมาป่า คือพี่น้องร่วมสาบานที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมานานหลายสิบหลายร้อยปี
รูปแบบการต่อสู้ของเผ่าหมาป่าค่อนข้างจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มันดูเหมือนปลายมีดอันแหลมคม โดยมีเลี่ยเฟิงยืนหยัดอยู่ตรงปลายแหลมสุดของมีดเล่มนั้น
ความสามารถในการแพร่พันธุ์ของเผ่าหมาป่านั้นยอดเยี่ยมมาก อัตราการสูญเสียของพวกมันก็สูงกว่ามนุษย์มากเช่นกัน
แน่นอนว่า พวกที่เหลือรอดมาได้ก็คือเหล่านักรบที่ผ่านการเคี่ยวกรำมานานนับร้อยปี จนกลายเป็นยอดฝีมือระดับหัวกะทิ
เลี่ยเฟิงเลเวล 362 แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพลังการต่อสู้หรือระดับเลเวล ก็ล้วนจัดอยู่ในระดับแนวหน้าของโลกสีน้ำเงินทั้งสิ้น
เบื้องหลังของมัน มีนักรบเผ่าหมาป่าเลเวล 300 ขึ้นไปอีกหลายร้อยชีวิต
หลายร้อยปีที่ผ่านมา การต่อสู้แทบจะไม่เคยหยุดพักเลย
แม้แต่ราชันหมาป่าผู้เก่งกาจ ภายในใจก็ยังคงรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างสุดแสน
ทว่า วันนี้ในที่สุดก็จะได้หลุดพ้นเสียที
"ข้าคือราชันหมาป่า นามว่าเลี่ยเฟิง เข้ารับตำแหน่งราชันหมาป่ามาได้ 180 ปีพอดิบพอดี!"
"ข้าเคยให้คำสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพี่น้องร่วมเผ่าพันธุ์ทุกคน ว่าภายในร้อยปี ข้าจะทำให้เมืองหมาป่าสวรรค์กลายเป็นเมืองที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกสีน้ำเงินให้จงได้
ข้าเคยใฝ่ฝัน ว่าจะเพิ่มจำนวนพี่น้องในเผ่าพันธุ์ให้ถึงสิบล้าน หมื่นล้าน
ข้าอยากให้เผ่าหมาป่ากลายเป็นความภาคภูมิใจของโลกสีน้ำเงิน กลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่ทรงอำนาจที่สุดในโลกสีน้ำเงิน"
"ข้าอยากจะนำพาพี่น้องเผ่าหมาป่า ทะลวงผ่านช่องทางมิติต่างๆ เพื่อนำเอาเกียรติยศของเผ่าหมาป่าไปสู่โลกใบอื่นๆ"
"ใช่แล้ว คำสัตย์ปฏิญาณในวันนั้น ข้าไม่อาจทำให้เป็นจริงได้เลยสักอย่างเดียว
หลายร้อยปีที่ผ่านมา ข้านำพาพี่น้องในเผ่าพันธุ์ให้ต้องถอยร่นครั้งแล้วครั้งเล่า จนในที่สุดแม้แต่บ้านเกิดเมืองนอนก็ยังรักษาเอาไว้ไม่ได้"
"ใช่ ข้าพ่ายแพ้แล้ว พ่ายแพ้อย่างราบคาบ!"
"พี่น้องทั้งหลาย พวกเราคือเผ่าหมาป่า พวกเรามีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตัวเอง
แพ้ก็คือแพ้ เรารับได้ บ้านเมืองรักษาไว้ไม่ได้ การที่เราไม่อยากกลายเป็นหมาจรจัด มันก็ไม่ผิดเหมือนกัน"
"พี่น้องทั้งหลาย พวกเราได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วล่ะนะ ต่อให้ต้องตายกันหมดเผ่า ก็ถือว่าได้ทำหน้าที่อย่างสมเกียรติแล้ว"
"แต่ว่านะ เผ่าหมาป่าอย่างพวกเรา ก็มีวิถีแห่งความตายในแบบฉบับของพวกเราเอง
พี่น้องทั้งหลาย ขอจงเชิดหน้าขึ้นให้สง่างาม และให้ข้าได้ฟังเสียงคำรามอันกึกก้องของพวกเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายเถิด!"
อารมณ์ของเลี่ยเฟิงยิ่งฮึกเหิมขึ้นเรื่อยๆ นักรบเผ่าหมาป่าทุกคนต่างก็มีสีหน้าที่มุ่งมั่น เตรียมพร้อมที่จะเปล่งเสียงคำรามเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าประจัญบาน!
เผ่าหมาป่าทุกคนต่างก็รู้ดีว่าวันนี้ไม่มีทางรอดไปได้ แต่พวกมันก็ไม่อยากหยุดยั้ง
ขอเพียงได้ก้าวต่อไปข้างหน้าก็พอแล้ว จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย
ราชันหมาป่าไม่สนใจการโจมตีที่พุ่งเข้ามาจากทุกสารทิศ มันหันกลับไปมองเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ด้วยสายตาลึกซึ้งเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นก็แหงนหน้าขึ้น เตรียมพร้อมที่จะเปล่งเสียงคำรามก้องฟ้า
กองทัพหมาป่านับล้านตัวก็เตรียมพร้อมแล้วเช่นกัน พวกมันตั้งใจจะประสานเสียงคำรามให้ดังกึกก้องไปทั่วทั้งแผ่นดิน!
นี่คือพิธีกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของเผ่าหมาป่า ต่อให้ต้องพบกับจุดจบ ความขลังของพิธีกรรมก็ยังคงต้องมีอยู่
แม้บริเวณโดยรอบจะเต็มไปด้วยเวทมนตร์ต่างๆ ที่ถูกสาดซัดเข้าใส่กัน แต่ ณ ตำแหน่งที่เผ่าหมาป่ายืนอยู่ กลับให้ความรู้สึกที่เงียบสงัดอย่างน่าประหลาด
ในวินาทีนั้น เสียงรบกวนจากภายนอกราวกับถูกตัดขาดออกไปโดยอัตโนมัติ
ในเวลานั้นเอง ประกาศเตือนที่ไม่ค่อยจะเข้ากับสถานการณ์เท่าไหร่นักก็ดังขึ้น แทรกซึมเข้าไปในจิตใจของนักรบเผ่าหมาป่าทุกคน:
【ประกาศมิติ: ผู้เล่นเผ่าพันธุ์มนุษย์นามเซียวเฉิน ได้สังหารเจ้าเมืองเฮยเฟิงสำเร็จ ผู้เล่นทุกคนในโลกสีน้ำเงินได้รับสถานะทั้งหมด+20】
【ผู้เล่นทุกคนในเมืองหมาป่าสวรรค์ ได้รับสถานะทั้งหมด+100】
เลี่ยเฟิงถึงกับพูดไม่ออก อุตส่าห์บิลต์อารมณ์มาตั้งนาน ดันมาถูกประกาศเตือนบ้าๆ นี่ขัดจังหวะซะได้
แต่จะทำยังไงได้ล่ะ พิธีกรรมมันก็ต้องดำเนินต่อไป:
"พี่น้องทั้งหลาย เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรอก จุดจบของโลกสีน้ำเงินก็คงจะถูกกำหนดไว้แล้วล่ะ
โลกใบนี้จะเป็นยังไงต่อไป เราก็ไม่สนแล้วล่ะ
แต่โลกใบนี้ เราเคยได้มาเยือน แค่นั้นมันก็เพียงพอแล้ว!"
"ข้าเลี่ยเฟิง การที่ได้ร่วมเดินทางไปกับพวกเจ้าในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ถือว่าชาติที่เกิดมานี้ไม่เสียเปล่าแล้ว!"
"พี่น้องทั้งหลาย ขอเสียงคำรามให้ข้าได้ชื่นใจหน่อยสิ
แล้วเราค่อยพุ่งเข้าไป ลุยมันให้ราบเป็นหน้ากลองกันไปเลย!"
เลี่ยเฟิงเพิ่งจะแหงนหน้าขึ้น เสียงคำรามยังไม่ทันจะได้เปล่งออกมา ประกาศเตือนอีกข้อก็ดังขึ้นมาอีกแล้ว:
【ผู้เล่นเซียวเฉิน ได้สังหารเจ้าเมืองเฮยย่วนสำเร็จ ผู้เล่นทุกคนในโลกสีน้ำเงินได้รับสถานะทั้งหมด+20
ผู้เล่นในเมืองหมาป่าสวรรค์ได้รับสถานะทั้งหมด+100】
เลี่ยเฟิงถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว แม่มันเถอะ ทำไมจังหวะเวลามันถึงได้เป๊ะขนาดนี้เนี่ย?
เมื่อได้ยินประกาศแบบนี้ ภายในใจของราชันหมาป่ากลับไม่ได้รู้สึกดีใจอะไรมากมายนัก
"คิลเจ้าเมืองไปได้สักสองสามคน แล้วมันจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้งั้นหรือ?"
"เจ้าเมืองตายไปคนนึง เดี๋ยวก็มีเจ้าเมืองคนใหม่ขึ้นมาแทนที่อยู่ดีนั่นแหละ!"
แต่อย่างไรก็ตาม เซียวเฉินก็อุตส่าห์มาช่วยนี่นา
เผ่าหมาป่าแยกแยะบุญคุณความแค้นได้อย่างชัดเจน ในฐานะราชันหมาป่า มันก็ควรจะต้องพูดอะไรสักหน่อย
เลี่ยเฟิงมองหาไปรอบๆ แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของมนุษย์คนนั้นเลย
ทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องตะโกนบอกฟ้าบอกดินไปตามเรื่องตามราวนั่นแหละ:
"มนุษย์ที่ชื่อเซียวเฉิน การที่เจ้าดั้นด้นมาถึงเมืองหมาป่าสวรรค์ได้ เผ่าหมาป่าทุกคนขอขอบคุณจากใจจริง
แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องมาเหนื่อยเปล่าหรอก รีบไปจากที่นี่ซะเถอะ"
"ไปที่เมืองอู๋ซวงซะ ไปหาเซียวยั่น!
เมืองหลักอื่นๆ คงจะต้านทานเอาไว้ไม่อยู่หรอก
มีเพียงที่นั่นเท่านั้นแหละ ที่เจ้าจะมีโอกาสรอดชีวิต"
"คนเก่งๆ อย่างเจ้า ถ้าต้องมาตายอยู่ที่นี่ มันน่าเสียดายแย่เลยนะ!"
เซียวเฉินไม่ได้ตอบกลับเลี่ยเฟิง เพราะเขามีธนูคอยทำหน้าที่แทนอยู่แล้ว
【ผู้เล่นเซียวเฉิน ได้สังหารเจ้าเมืองเฮยเฟิงสำเร็จ ผู้เล่นทุกคนในโลกสีน้ำเงินได้รับสถานะทั้งหมด+20
ผู้เล่นในเมืองหมาป่าสวรรค์ได้รับสถานะทั้งหมด+100】
เมื่อได้ยินประกาศนี้ เลี่ยเฟิงก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปเลย
"นี่มันครั้งที่ห้าหรือครั้งที่หกแล้วนะเนี่ย ที่เจ้าเมืองเฮยเฟิงถูกคิลน่ะ?"
คิลได้ครั้งสองครั้งอาจจะฟลุก แต่คิลติดๆ กันห้าหกครั้งนี่มันก็มีความหมายอย่างอื่นแฝงอยู่แล้วล่ะ
"เซียวเฉิน ต่อให้เจ้าจะคิลไปอีกสักกี่ครั้ง แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ?
ถ้าเจ้ามาเร็วกว่านี้สักเดือนนึง หรือเร็วกว่านี้สักสิบวัน ก็คงจะยังพอมีความหวังอยู่บ้าง"
"แต่ตอนนี้ ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้วล่ะ"
เซียวเฉินก็ยังคงเงียบอยู่เหมือนเดิม
"เจ้าอยากจะทำอะไรก็เรื่องของเจ้าเถอะ!
เซียวเฉิน ฝากข้อความไปบอกเซียวยั่นให้ข้าทีนะ บอกเขาว่าเผ่าหมาป่าได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว
ข้าอาจจะไม่ค่อยยอมรับในตัวเขาเท่าไหร่นัก แต่ข้าก็หวังว่าเขาจะสามารถมีชีวิตรอดต่อไปได้นะ"
ก็ยังไม่มีใครตอบกลับมา และราชันหมาป่าก็ไม่ได้ยินประกาศการคิลมาสักพักแล้วด้วย
"ในที่สุดก็เสร็จแล้วสินะ?"
เลี่ยเฟิงเปล่งเสียงคำรามออกมา ระบายลมหายใจเฮือกใหญ่ มอนสเตอร์กลุ่มใหญ่เบื้องหน้าก็ล้มพับลงไปกองกับพื้นทันที
ตอนแรกมันกะจะพูดอะไรกับเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์อีกสักหน่อย แต่ก็พบว่าอารมณ์มันกระเจิดกระเจิงไปหมดแล้ว
ตอนนี้ตัวมันเองยังไม่รู้เลย ว่ากำลังรู้สึกยังไงอยู่!
ไม่ใช่แค่มันคนเดียวนะ กองทัพหมาป่านับล้านตัวที่อยู่ข้างหลังก็มีความรู้สึกที่สับสนปนเปไปหมดเหมือนกัน
ขนาดพวกมันเองยังยอมแพ้หมดหวังไปแล้ว แต่มนุษย์คนนึงกลับกำลังพยายามกอบกู้สถานการณ์อย่างสุดชีวิต นี่มันหมายความว่ายังไงกันฟะ?
ความจริงเผ่าหมาป่ายังมีกำลังพอที่จะต้านทานได้อยู่นะ เพียงแต่ยิ่งต้านทานต่อไปก็ยิ่งไร้ประโยชน์ก็เท่านั้นเอง
สิ่งที่เลี่ยเฟิงคิดไว้ก็คือ ขอใช้พลังเฮือกสุดท้าย โจมตีศัตรูให้ได้บาดแผลฉกรรจ์ที่สุดก็พอแล้ว
เผ่าหมาป่าจะไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองถูกบั่นทอนกำลังไปเรื่อยๆ จนตายหรอก ในตอนที่ยังมีลมหายใจอยู่ ก็ต้องขอสู้ยิบตากัดตอบโต้ให้จงได้
รอไปสักพัก ก็ยังไม่มีประกาศเตือนดังขึ้น เลี่ยเฟิงก็ค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย:
"เอาล่ะ พี่น้องทั้งหลาย ข้าจะไม่ขอพูดอะไรให้มากความแล้วนะ
ข้าจะนับถอยหลังห้าวิ พอสิ้นเสียงข้า ขอให้พี่น้องทุกคนสละรูปแบบการป้องกัน แล้วพุ่งเข้าไปลุยพร้อมกับข้าเลย!"
"พวกเจ้าวางใจได้ ข้าเลี่ยเฟิงขอเอาหัวเป็นประกันเลย ต่อให้ข้าจะต้องล้มลง ข้าก็จะเป็นคนสุดท้ายที่ล้มลง"
"พี่น้องทั้งหลาย ถ้าชาติหน้ามีจริง เรามาเป็นพี่น้องกันอีกนะ
วิญญาณหมาป่าไม่มีวันดับสูญ เผ่าหมาป่าจงเจริญ!"
【ห้า】
【สี่】
【ติ๊ง ผู้เล่นเซียวเฉิน ได้สังหารเจ้าเมืองเฮยเฟิงสำเร็จ ผู้เล่นทุกคนในโลกสีน้ำเงินได้รับสถานะทั้งหมด+20
ผู้เล่นในเมืองหมาป่าสวรรค์ได้รับสถานะทั้งหมด+100】
ที่คราวนี้ใช้เวลานานหน่อย ก็เพราะเซียวเฉินต้องเสียเวลาตามหาตัวเป้าหมายอยู่นิดหน่อยน่ะสิ
ศัตรูมันเจ้าเล่ห์สุดๆ พอรับตำแหน่งเจ้าเมืองปุ๊บ มันก็กะจะมุดหัวหนีทันทีเลย!
เลี่ยเฟิงถึงกับสติแตก:
"เซียวเฉิน แม่มันเถอะ แกจะเลิกได้ยังวะ?"
ใช่แล้วล่ะ ตอนนี้ราชันหมาป่ากำลังสติแตกแบบสุดๆ
ประกาศแต่ละครั้ง มันเปรียบเสมือนเสียงแห่งความหวัง
ประกาศแต่ละครั้ง มันเหมือนกำลังตอกย้ำว่าการตัดสินใจของเผ่าหมาป่านั้นมันโง่เขลาเพียงใด
เซียวเฉินคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ตัดสินใจตอบกลับไปสองสามประโยค:
"ราชันหมาป่า แกมันก็แค่คนขี้ขลาด!
ไม่ใช่แค่แกคนเดียวนะ แต่เผ่าหมาป่าทั้งเผ่าก็คือคนขี้ขลาดเหมือนกัน"
"แม่มันเถอะ สามสิบหก ต่อให้แกจะกัดแรงแค่ไหน ข้าก็จะพูดแบบนี้แหละ"
"เมื่อก่อนข้าเคยคิดว่าการดิ้นรนเอาชีวิตรอดมันเป็นเรื่องน่าละอาย แต่ตอนนี้ข้าเพิ่งจะรู้ ว่านั่นแหละคือสติปัญญาที่แท้จริง"
"จะไม่มีวันยอมแพ้จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย นี่คือคำตอบที่บรรพบุรุษได้มอบให้กับพวกเรา
แล้วพวกแกล่ะ มีกองกำลังระดับหัวกะทิเป็นล้านคน ในเมืองก็ยังมีเผ่าพันธุ์ของตัวเองอีกตั้งไม่รู้เท่าไหร่ ดันมาคิดยอมแพ้เอาดื้อๆ ซะงั้น"
ยังไงซะ เซียวเฉินก็ไม่ค่อยจะเข้าใจตรรกะข้อนี้เท่าไหร่นัก
"เซียวเฉิน เจ้าก็เห็นมอนสเตอร์พวกนี้แล้วนี่ เจ้าคิดว่าจะฆ่าพวกมันหมดเหรอ?
เจ้าอยากจะถูกพวกมันค่อยๆ กัดกินทีละคำ หรืออยากจะขอกัดพวกมันสักคำก่อนตายล่ะ?"
เรื่องแบบนี้มันยากที่จะตัดสินว่าใครถูกใครผิด คุณค่าของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันนี่นา
"ข้าจะไปรู้ได้ไงฟะ!
แต่สำหรับข้าแล้ว ขอแค่มีชีวิตรอด ข้าจะไม่มีวันหาเรื่องใส่ตัวเด็ดขาด
หมาป่าสามสิบหก เจ้าเองก็ฟังข้าไว้ให้ดีนะ คนอื่นจะตายยังไงข้าไม่สน แต่พวกเราต้องรอด"
เซียวเฉินไม่คิดจะพูดอะไรต่อแล้ว เพราะพูดไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร
ต่างคนก็ต่างมีเหตุผลของตัวเอง ตัดสินไม่ได้หรอกว่าใครถูกใครผิด แต่การคิลมอนสเตอร์นี่แหละคือของจริง
คิลได้แต่ละครั้งก็จะได้แต้มสงครามมาเป็นกอบเป็นกำ แถมยังมีอุปกรณ์กับแต้มสถานะอีก
เจ้าเมืองเฮยเฟิงตัวนี้ คิลแล้วมันสะใจจริงๆ นะเว้ย!
ถ้าคิลเจ้าเมืองเฮยเฟิงได้อีกสักหลายๆ ครั้ง ไม่รู้ว่าจะช่วยสร้างความหวาดกลัวให้กับพวกเจ้าเมืองตัวอื่นๆ ได้บ้างหรือเปล่านะ
เซียวเฉินไม่พูดอะไรต่อแล้ว แต่กลับมีคนให้คำตอบกับราชันหมาป่าแทน
"โฮก!"
เสียงคำรามอันดุดันและทรงพลังดังก้องไปทั่วทั้งสมรภูมิ พร้อมกับปรากฏเงาร่างของเสือโคร่งขนาดยักษ์ขึ้น
"เลี่ยเฟิง แกรีบยอมรับมาเถอะว่าแกมันขี้ขลาด!
แม่มันเถอะ แกช่วยมีความมั่นใจในเพื่อนร่วมรบของแกหน่อยไม่ได้หรือไงวะ?
เวรเอ๊ย เพื่อเห็นแก่พวกลูกหมาอย่างพวกแก ข้าต้องยอมสละชีพเจ้าเมืองคนนึงถึงจะได้มาที่นี่นะโว้ย"
เมื่อเลี่ยเฟิงเงยหน้าขึ้นไปมองเงาร่างที่คุ้นเคยนั้น มันก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ:
"ไอ้เสือ เมืองพยัคฆ์ขาวก็แตกแล้วเหรอ?"
ไม่อย่างนั้น ราชันพยัคฆ์จะโผล่มาที่นี่ได้ยังไงล่ะ?
"แกไสหัวไปให้พ้นเลย!
ต่อให้โลกสีน้ำเงินจะพินาศ เมืองพยัคฆ์ขาวก็จะไม่มีวันเป็นอะไรเด็ดขาด"
"แกนี่มันก็เริ่มจะหลอกตัวเองแล้วเหมือนกันนะเนี่ย!
แกรีบไสหัวกลับไปเลย สละเมืองพยัคฆ์ขาวทิ้งซะ แล้วพากำลังคนทั้งหมดไปรวมตัวกันที่เมืองอู๋ซวงเลย"
"เรื่องตลกอะไรกันเนี่ย แกคิดจะสู้ตายเพื่อป้องกันเมือง แต่ไป๋เย่อย่างข้าจะยอมถอยกลับไปง่ายๆ งั้นเรอะ?"
"ข้าคือราชาแห่งสรรพสัตว์ ข้าคือราชันพยัคฆ์ไป๋เยี่ย
พวกลูกหมาทั้งหลาย เผ่าพยัคฆ์มาช่วยแล้วโว้ย!"
เลี่ยเฟิงไม่เคยยอมก้มหัวให้เซียวยั่นฉันใด กับไป๋เยี่ยมันก็ไม่ยอมก้มหัวให้ฉันนั้น
แต่ครั้งนี้มันกลับไม่ยอมเถียงกลับแฮะ
ต่อให้จะมีเสือมาแค่ไม่กี่ตัว แต่ไป๋เยี่ยก็มาแล้ว
ไม่ว่ายังไง เผ่าหมาป่าก็เป็นหนี้บุญคุณครั้งใหญ่แล้วล่ะ
สถานการณ์ของเมืองพยัคฆ์ขาวก็ไม่ได้สู้ดีนัก แรงกดดันก็หนักหนาสาหัสไม่แพ้กัน
"ไป๋เยี่ย พวกแกกลับไปเถอะ จะได้สูญเสียพี่น้องน้อยลงหน่อย!"
"ข้าคือราชันพยัคฆ์ ข้าจะทำอะไรไม่ต้องให้แกมาสอนหรอก
พี่น้องทั้งหลาย คุ้มกันค่ายกลเทเลพอร์ตไว้ให้ดี!"
ถ้าค่ายกลเทเลพอร์ตถูกทำลาย เมืองหมาป่าสวรรค์ก็คงจะจบเห่ของจริงแล้วล่ะ
"พวกมอนสเตอร์นี่มันก็เจ้าเล่ห์จริงๆ นะเนี่ย แกล้งเหลือค่ายกลเทเลพอร์ตทิ้งไว้เพื่อล่อพวกเราออกมางั้นเหรอ?
ตีหัวแกสิ!
ตอนนี้ข้าก็มาแล้วไง แน่จริงก็มาตีข้าสิวะ?
เซียวเฉิน แกไปมุดหัวอยู่ที่ไหนฟะ ช่วยข้าสอยไอ้นกบ้าพวกนี้ร่วงหน่อยสิ ข้าเกลียดพวกมอนสเตอร์มีปีกที่สุดเลย"
ร่างของไป๋เยี่ยที่สูงใหญ่กว่าร้อยเมตร พุ่งทะยานเข้าใส่ดงมอนสเตอร์ที่อยู่เต็มท้องฟ้า ในพริบตาก็ถูกความมืดมิดกลืนกินไปจนหมดสิ้น
"ผู้อาวุโสวางใจได้เลย ข้าจะสอยพวกมนุษย์วิหคพวกนี้ให้ร่วงทีละตัวๆ เลยล่ะ!"
เซียวเฉินก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าไป๋เยี่ยจะปรากฏตัวขึ้นในเวลาแบบนี้
รู้ไหมว่า ก่อนหน้านี้เขาก็เคยคิดจะไปที่เมืองพยัคฆ์ขาวเหมือนกันนะ เพราะสถานการณ์ที่นั่นก็เลวร้ายไม่แพ้กันเลย
"ดูเหมือนว่า การที่ไป๋เยี่ยมาที่นี่ ก็คงจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้มากสินะ!"
เสือพวกนั้นก็แข็งแกร่งเอาเรื่องอยู่ น่าจะช่วยคุ้มกันค่ายกลเทเลพอร์ตไปได้อีกพักใหญ่ๆ เลยล่ะ
เดิมทีเลี่ยเฟิงกะจะพากองทัพบุกตะลุยไปแบบไม่ต้องมีห่วงอะไรแล้วเชียว แต่การที่วันนี้มีทั้งเซียวเฉินและเสือโคร่งอีกฝูงหนึ่งโผล่มา มันก็ทำให้เขาเริ่มจะปวดหัวขึ้นมาแล้วสิ
"ไอ้เสือ แกระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน อย่าเผลอทำตัวเองตายไปซะล่ะ
ข้าไม่อยากจะไปตามเช็ดตามล้างให้แกหรอกนะ!"
ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่เลี่ยเฟิงก็เริ่มจัดระเบียบขบวนทัพใหม่แล้วล่ะ
บางที ก่อนตายก็ต้องช่วยส่งไอ้เสือบ้าตัวนี้กลับไปให้ได้สินะ
ในเวลานั้นเอง ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากทางค่ายกลเทเลพอร์ต
"ราชันหมาป่าเลี่ยเฟิง มนุษย์เซียวยั่นมาแล้วโว้ย!
แม่มันเถอะ ไอ้เสือ แกชิงตัดหน้าข้ามาได้ยังไงฟะเนี่ย"
"ข้าขอสาดสกิลสักสองสกิลแล้วก็จะกลับแล้วนะ ดึงข้าเข้าปาร์ตี้หน่อยสิ ข้าจะช่วยปั่นเลเวลให้พวกแกสักสองสามเลเวล!"
เซียวยั่นไม่เคยทำให้ใครผิดหวังเลย ลูกพี่คนนี้เลเวลใกล้จะแตะ 400 เข้าไปทุกทีแล้ว
เซียวเฉินเคยเห็นรูปของเซียวยั่นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่เพิ่งจะเคยเจอตัวจริงก็คราวนี้แหละ
มองจากไกลๆ เซียวยั่นไม่ได้ดูเหมือนยอดอัจฉริยะเหนือโลกของเผ่าพันธุ์มนุษย์เลยสักนิด ดูเผินๆ ก็เหมือนพี่ชายข้างบ้านทั่วๆ ไปนี่แหละ
เป็นถึงสุดยอดฝีมือที่หาตัวจับยาก แต่กลับให้ความรู้สึกเป็นกันเองสุดๆ
รอยยิ้มของเซียวยั่น สามารถสร้างความหวังอันเปี่ยมล้นขึ้นมาท่ามกลางความสิ้นหวังได้เลยล่ะ
"เซียวยั่น แกปัญญาอ่อนหรือเปล่าเนี่ย?"
การที่ไป๋เยี่ยมาที่นี่ เขาก็ยังพอทนรับได้อยู่หรอก
แต่การที่เซียวยั่นโผล่มาเนี่ย เขาทนไม่ได้จริงๆ นะ
"แกเป็นถึงผู้นำของเผ่าพันธุ์มนุษย์เชียวนะ มีสมองแค่นี้เองเรอะ?
แกทิ้งเมืองอู๋ซวงมาเนี่ย แกไม่ห่วงความปลอดภัยของโลกสีน้ำเงินเลยหรือไงวะ ความหนักแน่นแค่นี้แกยังไม่มีเลยเรอะ?"
"รีบไสหัวไปให้พ้นเลย ไม่งั้นเดี๋ยวจะหนีไม่ทันเอาได้นะ!
เผ่าหมาป่าทุกคนในเมือง จงละทิ้งศัตรูทั้งหมด แล้วทุ่มเทกำลังทั้งหมดคุ้มกันเซียวยั่นให้ถอยร่นเดี๋ยวนี้"
"ไอ้เสือ แกก็เอาตัวรอดไปตามมีตามเกิดก็แล้วกันนะ!
พี่น้องทั้งหลาย ตามข้ามาตีฝ่าวงล้อมออกไป"
เซียวยั่นไม่ได้มาเพื่อคุ้มครองไป๋เยี่ยหรอก แต่เซียวยั่นมาเพื่อคุ้มครองเซียวยั่นเองนี่แหละ
เลี่ยเฟิงรู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าใครมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหน
"แม่มันเถอะ แกนี่มันเนรคุณชัดๆ!"
ไป๋เยี่ยสบถด่าพลางตบมอนสเตอร์ตายไปหลายตัว
เซียวยั่นกลับดูใจเย็นมาก:
"ราชันหมาป่า ข้าอุตส่าห์บอกให้พวกแกถอยร่นไปที่เมืองอู๋ซวงกันให้หมด แต่ก็ไม่ยอมฟังกัน
แล้วยังมาอ้างเหตุผลบ้าบออะไรเรื่องหมาจรจัดอีก สมองแกมีปัญหาหรือเปล่าเนี่ย?
ในเมื่อแกไม่อยากไป งั้นข้าเป็นฝ่ายมาหาแกเอง มันผิดตรงไหนล่ะฟะ?"
เอาเถอะ คำพูดของเซียวยั่นทำเอาราชันหมาป่าถึงกับเงียบกริบไปเลย
เมื่อเซียวเฉินได้ยินบทสนทนาของลูกพี่พวกนี้ เขาก็ถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว:
"ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าไม่มีใครปกติเลยสักคนนะ?"
ชื่อเสียงของเซียวยั่นนั้นโด่งดังมาก ทันทีที่เขาปรากฏตัว กองทัพมอนสเตอร์ก็เกิดความโกลาหลขึ้นมาทันที
"น้ำแข็งสกัดพันลี้!"
ระหว่างที่พูดคุยกัน สกิลเวทมนตร์สุดแกร่งก็ถูกปล่อยออกมาแล้ว
เกล็ดน้ำแข็งแผ่ซ่านจากรอบนอกสุด ตรงดิ่งมาจนถึงใต้เท้าของเผ่าหมาป่า
สกิลเดียว สามารถเปิดเส้นทางกว้างกว่าร้อยเมตรได้สำเร็จ คิลมอนสเตอร์ที่แท้จริงไปได้อย่างน้อยหลายหมื่นตัวเลยล่ะ!
เลี่ยเฟิงฉวยโอกาสนี้ นำทัพนักรบเผ่าหมาป่าพุ่งทะยานไปข้างหน้าทันที
นี่เป็นครั้งแรกที่เซียวเฉินได้เห็นเซียวยั่นลงมือ เขาก็ถึงกับตกตะลึงในพลังของอีกฝ่ายเลยล่ะ
"โอ้โห นี่มันจะเก่งเกินไปแล้วมั้งเนี่ย?"
มอนสเตอร์พวกนี้แข็งแกร่งกว่าพวกที่อยู่รอบๆ เมืองเทียนหนานตั้งเยอะ ส่วนใหญ่ก็เลเวลสามร้อยกว่ากันทั้งนั้น!
"นี่มันท่าโจมตีวงกว้างนี่นา!"
ศรทะลวงฟ้าของเซียวเฉินพลังโจมตีสูงปรี๊ดก็จริง แต่ก็โจมตีได้ทีละเป้าหมายเท่านั้นเอง
ยังมีมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งอีกหลายตัวที่เลือดลดฮวบจนใกล้จะตาย เซียวเฉินก็แค่สาดสกิลศรทะลวงฟ้าออกไปสิบกว่าดอก
ดอกเดียวตายเรียบ ล้วนเป็นมอนสเตอร์ระดับอีลีททั้งนั้น!
ยังมีอีกหลายตัวที่อยู่ไกลเกินไปจนเอื้อมไม่ถึง
มอนสเตอร์ระดับอีลีทสิบกว่าตัว ทำให้เลเวลของเซียวเฉินอัปขึ้นมาได้อีกหนึ่งเลเวล
ความเคลื่อนไหวของเซียวยั่นรวดเร็วมาก เขาปล่อยสกิลออกไปอีกหนึ่งท่า:
"น้ำแข็งสกัดพันลี้!"
เซียวเฉินกะจังหวะได้เหมาะเจาะ ก็เลยสอยคิลมาได้อีกหลายตัว!
"ทุกท่าน เซียวยั่นผู้นี้ขอลาล่ะนะ!
เอาไว้คราวหน้าถ้าคูลดาวน์เสร็จแล้ว และมีโอกาสเหมาะๆ ข้าจะกลับมาสาดสกิลใหม่อีกสักสองสกิลนะ!"
ถ้าบอกว่าจะมาปล่อยสองสกิล มันก็คือสองสกิลจริงๆ
เซียวยั่นมาแบบเท่ๆ จากไปแบบชิลๆ ไปกลับใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น
"ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าเจ้านี่มันขี้เก๊กจังเลยฟะ?"
หรือว่าลูกพี่เขาจะดูเท่แบบไม่ตั้งใจนะ?
คนคนเดียวคิลมอนสเตอร์ไปได้มากมาย เทียบเท่ากับที่เซียวเฉินทำมาทั้งเดือนเลยนะเนี่ย
ลูกพี่จากไปแล้ว ด้วยท่วงท่าที่สง่างาม ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองด้วยซ้ำ
หมอนั่นยังโบกมือลา แล้วก็กดออกจากปาร์ตี้ของเผ่าหมาป่าไปดื้อๆ
แต่ทว่า เซียวเฉินกลับได้ยินเสียงกระซิบผ่านกระแสจิตจากลูกพี่:
"น้องเซียวเฉิน ช่วยสกัดกั้นพวกที่ตามมาข้างหลังให้ข้าหน่อยสิ
แม่มันเถอะ ข้าก็กะไว้แล้วล่ะ ว่านี่มันต้องเป็นกับดักแน่ๆ"
"เรื่องนี้ต้องโทษแกเลยนะ ถ้าไม่ใช่เพราะแกเอาแต่โผล่ชื่อขึ้นประกาศมิติบ่อยๆ ข้าคงไม่ถ่อมาถึงนี่หรอก
น้องชาย อนาคตของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ความเป็นความตายของโลกสีน้ำเงิน ฝากไว้ที่แกแล้วนะ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น เซียวเฉินก็รู้สึกเหมือนฟ้าถล่มลงมาตรงหน้าเลยล่ะ
นี่มันหมายความว่ายังไงเนี่ย เขาเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า?
ฟ้าถล่มลงมา ก็ควรจะเป็นคนตัวสูงๆ ช่วยค้ำยันไว้ไม่ใช่เหรอ?
บ่าเล็กๆ ของเขา จะไปรับภาระอันหนักอึ้งขนาดนี้ได้ยังไงกัน?
"แล้วก็ แกช่วยเลิกบล็อกข้อความคนอื่นได้ไหม?
ในโลกสีน้ำเงินเนี่ย ตอนข้าจะส่งข้อความหาใคร ไม่เคยต้องทำตัวต่ำต้อยขนาดนี้มาก่อนเลยนะเว้ย"
เซียวเฉินบล็อกข้อความจริงๆ นั่นแหละ แต่เขาบล็อกเฉพาะคนแปลกหน้านี่นา!
เอาเถอะ เขาก็ไม่ได้แอดเฟรนด์กับเซียวยั่นซะหน่อย
"ไอ้เวรเฉินจั้นพวกนั้นก็เหมือนกัน แค่ส่งคอนแทคมาให้มันจะตายหรือไงฟะ?
ยังจะมาหวงก้างกลัวข้าจะแย่งคนไปอีก ข้าเซียวยั่นจำเป็นต้องทำแบบนั้นด้วยเรอะ?"
"เซียวเฉิน พวกเราก็แซ่เดียวกันนะเว้ย เมื่อห้าร้อยปีก่อนอาจจะเป็นครอบครัวเดียวกันด้วยซ้ำไป
ถ้าพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ พวกเราน่าจะสนิทกันมากกว่าซะอีก"
ลูกพี่บ่นกระปอดกระแปดทิ้งท้ายไว้ แล้วก็ชิ่งหนีไปเลย!
เซียวเฉินอยากจะตอบกลับสักประโยค แต่เขาใช้กระแสจิตไม่เป็นนี่สิ
เซียวยั่นเองก็รู้สึกเซ็งสุดๆ เหมือนกัน:
"นี่น่ะเหรอคนที่เฉินจั้นกับชวนมู่เฟิงปั้นมากับมือ?
นี่มันยังไม่ชัดเจนอีกเหรอฟะ แกไม่รู้หรือไงว่าต้องแอดเฟรนด์น่ะ?
จะให้ข้าเป็นฝ่ายแอดไปก่อน ข้าเซียวยั่นก็เสียฟอร์มแย่สิโว้ย?"
เซียวเฉินไม่ใช่เฉินจั้นซะหน่อย จะไปคิดอะไรได้ลึกซึ้งขนาดนั้นล่ะ?
ตอนนี้ เขากำลังรับความกดดันอย่างหนัก เพราะต้องเตรียมรับมือกับพวกที่ไล่ตามลูกพี่มา
ถ้าเซียวยั่นกลับไปไม่ได้ โลกสีน้ำเงินก็คงจะจบเห่แน่ๆ
พอนึกถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา เซียวเฉินก็ไม่สนเรื่องพรางตัวอะไรแล้ว รีบบินตรงดิ่งไปที่ค่ายกลเทเลพอร์ตทันที
"โลกสีน้ำเงินมีลูกพี่แบบนี้อยู่ จะมีอนาคตจริงๆ เหรอเนี่ย?
นี่มันโคตรจะเชื่อถือไม่ได้เลยนะเว้ย!"
การที่เซียวยั่นจะถอยร่นกลับไป ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว
มอนสเตอร์ทุกตัวต่างก็ไม่อยากให้เขากลับไปที่เมืองอู๋ซวง โอกาสงามๆ แบบนี้อาจจะมีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เซียวยั่น แกนี่มันโง่เง่าเต่าตุ่นจริงๆ ที่กล้าบากหน้ามาช่วยพวกมัน!"
"พวกเผ่าหมาป่าในเมืองหมาป่าสวรรค์มันไม่มีค่าอะไรหรอก เป้าหมายของพวกเราคือแกต่างหากล่ะโว้ย!"
"ถ้าไม่มีเซียวยั่น เมืองอู๋ซวงก็เป็นได้แค่เมืองร้างเท่านั้นแหละ"
งูเส้นเหล็กตัวหนึ่งบินทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า พุ่งตรงไปทางค่ายกลเทเลพอร์ต
เป็นถึงงูแท้ๆ ดันมีปีกบินได้ซะงั้น
"เจ้าเมืองเฮยเถี่ย แกกล้าดูถูกเผ่าหมาป่าของข้าเรอะ แน่จริงก็มาสู้กันสิวะ?"
"เลี่ยเฟิง แกมันไม่มีค่าพอให้ข้าต้องออกโรงหรอก เป้าหมายของข้าคือเซียวยั่นต่างหากล่ะ"
เซียวยั่นแทบจะไม่เหลือคราบของความเป็นลูกพี่เลย เขามัวแต่เรียกมนุษย์วารีธาตุออกมาช่วยป้องกัน พลางวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปทางค่ายกลเทเลพอร์ต
มอนสเตอร์ที่ตั้งใจจะสกัดกั้นเซียวยั่นไม่ได้มีแค่เจ้าเมืองเฮยเถี่ยเท่านั้น แต่ยังมีมอนสเตอร์ระดับขุนพลอีกเพียบที่กำลังมุ่งหน้าไปที่ค่ายกลเทเลพอร์ต
นอกจากพวกมอนสเตอร์ระดับขุนพลแล้ว มอนสเตอร์ระดับสูงจำนวนนับไม่ถ้วนก็กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มอนสเตอร์ระดับอีลีทก็มีไม่น้อยเลยล่ะ
มอนสเตอร์บางตัว ถึงกับใกล้จะวิ่งตามเซียวยั่นทันแล้วด้วยซ้ำ
"เป้าหมายของแกคือข้างั้นเรอะ?
ไอ้หน้าโง่ ลองดูสิว่าข้าจะสนใจแกหรือเปล่า"
ในขณะที่พูด เบื้องหลังของเซียวยั่นก็ปรากฏมนุษย์วารีธาตุขึ้นมาหลายร้อยตัวแล้ว
ความเร็วในการร่ายสกิลนี้ มันช่างดูเวอร์วังอลังการเหลือเกิน
นี่เป็นครั้งแรกที่เซียวเฉินได้เห็นอสูรอัญเชิญธาตุที่โคตรจะเทพขนาดนี้!
มนุษย์วารีธาตุแต่ละตัว มีเลือดเป็นสิบล้าน แถมยังมีพลังโจมตีเกือบสามล้านด้วยซ้ำ
พลังชีวิตและพลังโจมตีระดับนี้ มันช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ!
"เซียวเฉิน ข้าไปก่อนล่ะนะ เรื่องจัดการพวกที่ตามมาขอมอบหมายให้แกก็แล้วกัน"
เซียวเฉินมองดูหลอดเลือดของตัวเอง เจ็ดล้านนี่มันก็ดูจะน้อยไปหน่อยนะ
"แม่มันเถอะ เรื่องนี้ต้องพึ่งข้าแล้วสินะ!"
มอนสเตอร์ตัวอื่นยังพอรับมือไหว แต่นั่นมันงูเส้นเหล็กเลยนะเว้ย แถมยังเป็นถึงราชางูอีกต่างหาก!
ขืนสะท้อนดาเมจกลับมาทีนึง หลอดเลือดแค่นี้ของเซียวเฉินจะไปทนรับไหวได้ยังไงล่ะ?
【เจ้าเมืองเฮยเถี่ย, ราชางูเส้นเหล็ก, LV400, หลอดเลือด: 3.84 พันล้าน】
ต่อให้ไม่มีสกิลสะท้อนดาเมจ เซียวเฉินก็คงไม่มีทางสอยเจ้านี่ให้ร่วงได้หรอก ถึงจะสาดสกิลใส่ไปจนหมดแม็กแล้วก็ตาม!
"แม่มันเถอะ จู่ๆ ข้าก็รู้สึกว่าคนที่ชวนมู่เฟิงด่าไป น่าจะเป็นคนที่สมควรโดนด่าทั้งนั้นเลยล่ะมั้ง"
เซียวเฉินรู้สึกกดดันสุดๆ มอนสเตอร์ระดับเจ้าเมืองตั้งเยอะแยะขนาดนี้ จะให้ข้าไปขวางได้ยังไงฟะ?
"แม่มันเถอะ เห็นๆ อยู่ว่าเป็นกับดักที่ดักเล่นงานแก แล้วทำไมข้าต้องมารับเคราะห์แทนด้วยฟะเนี่ย?"
เซียวเฉินสบถด่าไปพลาง ก็วิ่งตามหลังลูกพี่ไปพลาง เผื่อจะพอช่วยเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้ได้บ้าง
เรื่องงูเส้นเหล็กนั่นเขาคงไม่กล้ายุ่งหรอก แต่มอนสเตอร์ตัวอื่นๆ เขาจะไม่ยอมปล่อยให้คลาดสายตาไปเด็ดขาด
"มัลติช็อตสิบศร ลุยเลยโว้ย"
"สตันให้ร่วงไปเลยพวกแก!"
เซียวเฉินหมดมุกแล้ว ถึงเวลาเข้าตาจนก็ต้องลุยแหลกแหละวะ!
เซียวยั่นมองดูท่าทีตื่นตระหนกของเซียวเฉิน แล้วก็หัวเราะออกมาดังลั่น!
"น้องชายเอ๋ย สงสัยคงต้องฝึกปรือฝีมืออีกเยอะเลยนะเนี่ย!"
เสียงของราชันพยัคฆ์ก็ดังขึ้นข้างหูของเซียวเฉิน:
"น้องชาย ไม่ต้องไปสนใจเจ้านั่นหรอก หมอนั่นมันก็แค่ไอ้เวรตะไลคนนึงนั่นแหละ!"
เซียวเฉินก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้เขาอยากจะสอยลูกพี่คนนี้ให้ร่วงไปซะจริงๆ เลย!
เซียวยั่นมองดูกองทัพมอนสเตอร์ที่ไล่ตามมาติดๆ แล้วก็หันมายิ้มให้เซียวเฉินพลางพูดว่า:
"เซียวเฉิน จะบอกเรื่องสำคัญให้ฟังเรื่องนึงนะ ต้องรู้จักพรางตัวให้มิดชิดล่ะ
อย่าปล่อยให้ใครรู้ไส้รู้พุงเราจนหมดสิโว้ย!"
ดูเหมือนว่าตอนนี้ ความสามารถของเซียวเฉินจะโดนศัตรูจับทางได้จนหมดเปลือกแล้วล่ะ
แต่เขาจะทำยังไงได้ล่ะ ขืนให้กั๊กความสามารถเอาไว้ เขาก็คงไม่มีไม้เด็ดอะไรเอาไว้ใช้แล้วล่ะ
"แม่มันเถอะ ข้าอุตส่าห์เก็บกดมาตั้งหลายร้อยปี ในที่สุดก็จะได้ปลดปล่อยสักทีแล้วโว้ย!"
"น่าเสียดาย ที่คราวนี้คงจะคิลเจ้าเมืองได้แค่ไม่กี่สิบตัวเท่านั้นเอง!"
ใครได้ยินประโยคนี้ก็คงอยากจะด่าเปิงกันทั้งนั้นแหละ โดยเฉพาะเซียวเฉินนี่แหละตัวดีเลย!
"ข้าคือเซียวยั่นแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ ข้าจะเป็นผู้ปกป้องเสรีภาพของโลกสีน้ำเงินเอง!"
"อัสนีเทพทำลายล้าง!"
เซียวยั่นที่ถือไม้เท้าเวทอยู่ในมือ ดูราวกับเทพเจ้าลงมาจุติ
เมื่อเขากล่าวคำพูดเหล่านั้นจบ สายฟ้าแห่งสวรรค์ก็ฟาดลงมาเป็นสายๆ สายฟ้าแต่ละเส้นล้วนพุ่งเป้าไปที่มอนสเตอร์อย่างแม่นยำ
"เจ้าเมืองเฮยเถี่ย แกจะสะท้อนสายฟ้าแห่งสวรรค์นี้ได้ไหมล่ะ?
ถ้าไม่ได้ล่ะก็ ข้าก็อยากจะขอลองทดสอบพลังของสายฟ้าแห่งสวรรค์นี้ดูสักตั้งหน่อยสิ!"
หลังจากสายฟ้าแลบแปลบปลาบไปหลายครั้ง เซียวเฉินก็ได้ยินประกาศมิติดังขึ้นมาเป็นชุดๆ เลยล่ะ!
ถ้าพูดถึงเรื่องความขี้เก๊ก ลูกพี่ก็ยังเหนือกว่าอยู่ดี
"เซียวยั่น สกิลของแกไม่ได้ชื่ออัสนีเทพม่วงทะลวงสวรรค์หรอกเหรอ?"
"ก็ข้าเพิ่งจะเปลี่ยนชื่อให้มันใหม่ไงเล่า!"
เซียวยั่นมาเยือนเมืองหมาป่าสวรรค์แค่ครั้งเดียว ปล่อยสกิลน้ำแข็งสกัดพันลี้ไปสองครั้ง ก็กวาดล้างมอนสเตอร์ไปได้ตั้งหลายหมื่นตัวแล้ว
แค่สายฟ้าแห่งสวรรค์ครั้งเดียว ก็สามารถส่งยอดฝีมือระดับขุนพลไปลงนรกได้ตั้งมากมาย
แค่สามสกิล ก็สามารถสร้างผลงานระดับตำนานที่คนอื่นอาจจะทำไม่ได้เลยทั้งชีวิต
"พลังทำลายล้างของสายฟ้าสวรรค์นี้ก็ถือว่าใช้ได้อยู่หรอกนะ แต่ไอ้คูลดาวน์ตั้งหนึ่งปีนี่มันใครเป็นคนคิดค้นขึ้นมาฟะ?"
"ระบบเฮงซวย โคตรจะปัญญาอ่อนเลยโว้ย!"
เมื่อเซียวเฉินได้ยินดังนั้น เขาก็ถึงกับอึ้งไปเลย: มีสกิลที่ต้องรอคูลดาวน์นานขนาดนี้ด้วยเหรอเนี่ย?
"น้องชาย ข้าโกหกพวกมันน่ะ ความจริงแล้วคูลดาวน์แค่เดือนเดียวเอง
เดี๋ยวข้าจะหาทางต้อนพวกเจ้าเมืองให้มารวมกันเป็นฝูง แล้วเดือนหน้าข้าจะมาสอยพวกมันอีก!"
เซียวเฉินยิ่งตกตะลึงหนักเข้าไปอีก เขาคงต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะจริงๆ สินะ!