- หน้าแรก
- เกมจุติ สกิลของฉันไม่มีคูลดาวน์
- ตอนที่ 81 (ฟรี)ความแค้นที่ถูกแย่งคนรัก
ตอนที่ 81 (ฟรี)ความแค้นที่ถูกแย่งคนรัก
ตอนที่ 81 (ฟรี)ความแค้นที่ถูกแย่งคนรัก
ตอนที่ 81 ความแค้นที่ถูกแย่งคนรัก?
ณ กำแพงเมืองเทียนหนาน อินทรีทองขนาดยักษ์ตัวหนึ่งค่อยๆ ร่อนลงมา ตอนนี้ลูกพี่กิงเลเวล 240 แล้ว ความเร็วในการอัปเลเวลนี่มันน่ากลัวจริงๆ
ชวนมู่เฟิงกระโดดขึ้นไปบนหลังของลูกพี่กิงแล้วก็เริ่มบ่นทันที
“เซียวยั่นให้ฉันไปเมืองอู๋ซวงตอนนี้ มันจะมีประโยชน์อะไรวะเนี่ย? ถ้าขืนส่งฉันไปตายล่ะก็ ฉันคงตายตาไม่หลับแน่ๆ”
“ก็มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนี่นา เย่เฟยที่เป็นนักฆ่าระดับตำนานก็เพิ่งจะตายไปเมื่อเดือนที่แล้ว ตอนนี้มนุษย์เหลือนักฆ่าที่พอจะออกรบได้แค่นายคนเดียวแล้ว นายรับเงินมาอัปเกรดอาวุธตั้งเยอะแยะ คงไม่ได้คิดจะถอยหรอกใช่ไหม?”
“โม้ไว้ซะขนาดนั้นแล้ว จะให้ถอยได้ไงล่ะ”
ชวนมู่เฟิงก็แอบหวั่นใจอยู่เหมือนกัน ก่อนออกเดินทางเขาเลยลองไปหยั่งเชิงดูสักหน่อย ขนาดทุ่มสุดตัวเพื่อพุ่งชนกับบอสหลายร้อยตัวที่อยู่นอกอาณาเขตกิลด์ เขายังเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ขนาดต้องเผชิญหน้ากับบอสระดับล่างไม่กี่ร้อยตัวยังขนาดนี้ แล้วถ้าต้องไปอยู่ท่ามกลางค่ายบอสแสนตัว โอกาสรอดชีวิตคงจะลดลงเหลือศูนย์แน่ๆ
บอสที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกสีน้ำเงินทั้งหมด ล้วนไปรวมตัวกันอยู่นอกเมืองอู๋ซวงทั้งนั้น
“ชวนมู่เฟิง นายวางใจได้เลย เซียวยั่นคำนวณมาอย่างดีแล้ว เขาต้องมีวิธีรับประกันความปลอดภัยให้นายแน่นอน”
“ฉันเชื่อแกก็บ้าแล้ว”
“ชวนมู่เฟิง นายต้องมั่นใจในตัวเองหน่อยสิ มูหรงชิงเสวี่ยเคยบอกไว้นะ ว่าพรสวรรค์ในการต่อสู้ของนายน่ะ ถือว่าเป็นอันดับต้นๆ ของโลกสีน้ำเงินเลยนะ เริ่มฆ่าบอสข้ามเลเวลได้ตั้งแต่เลเวลสามสิบกว่าเนี่ย ในโลกสีน้ำเงินแทบจะหาคนทำแบบนี้ไม่ได้เลยนะ”
“ปากยัยผู้หญิงคนนี้นี่มันไม่มีหูรูดเลยจริงๆ”
ชวนมู่เฟิงก็แค่บ่นไปงั้นแหละ แต่พอถึงเวลาที่ต้องยืนหยัด เขาก็ไม่เคยลังเล “แต่ก่อนมาฉันก็แกล้งไปยั่วโมโหเซียวเฉินไว้หน่อยแล้ว ไม่รู้ว่าไอ้หมอนั่นจะฮึดสู้ขึ้นมาบ้างไหมนะ ถ้าจัดการบอสหลายร้อยตัวนั่นได้หมดล่ะก็ แม่งโคตรจะเจ๋งเลย”
“มูหรงชิงเสวี่ยก็เคยบอกเหมือนกัน ว่าเซียวเฉินคือดาวรุ่งแห่งความหวังในอนาคต”
“แม่มันเถอะ ฉันต้องหาวิธีปิดปากยัยนั่นให้ได้ กิลด์เทียนสิงอุตส่าห์มีตัวเต็งดีๆ อยู่แค่ไม่กี่คน ขืนถูกเซียวยั่นหมายตาไปหมดคงแย่แน่ ตอนที่มูหรงชิงเสวี่ยออกจากกิลด์เทียนสิงไป ฉันนี่ล่ะโคตรจะหัวเสียเลย”
การที่ชวนมู่เฟิงชอบด่าลูกพี่เซียวยั่นอยู่บ่อยๆ มันก็มีสาเหตุมาจากเรื่องนี้นี่แหละ
“นี่คงไม่ได้ถึงขั้นเป็นความแค้นที่ถูกแย่งคนรักหรอกใช่ไหม?”
“แกเป็นแค่นกตัวนึง จะมาคิดอะไรลึกซึ้งขนาดนั้นเนี่ย?”
บินไปได้ไม่นาน ชวนมู่เฟิงก็ได้รับข้อความจากเซียวยั่น:
“พวกนายเร่งความเร็วหน่อยสิ อย่าปล่อยให้เสียโอกาส”
“จะเร่งทำไมนักหนา ฉันยังฟื้นเลือดไม่เต็มเลยก็มาแล้วเนี่ย”
ยังเหลือเวลาอีกตั้งครึ่งเดือน มนุษยชาติอยากจะใช้ช่วงเวลานี้เพื่อชิงความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในอนาคต แน่นอนว่าเซียวเฉินไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอก เป้าหมายของเขาคือการป้องกันเมืองให้ดี แล้วก็รอฟังข่าวคราวชัยชนะจากลูกพี่
เขาฟาร์มมอนสเตอร์อยู่ที่ยอดเขาลูกนั้นอยู่พักหนึ่ง รอไม่นานนัก ก็มีตัวตนสุดพิเศษปรากฏตัวขึ้น เนื่องจากอีกฝ่ายดูพิเศษมาก เซียวเฉินจึงเลียนแบบวิธีของจ้าวอวี้ชิง โดยเปิดระบบบันทึกวิดีโอเอาไว้โดยสัญชาตญาณ
เซียวเฉินมองเห็นมนุษย์คนหนึ่ง เป็นมนุษย์ที่ดูไม่แตกต่างจากชาวโลกสีน้ำเงินเลยแม้แต่น้อย เขาถือคทาเวท สวมชุดคลุมสีดำ บินตรงมาหาเซียวเฉิน แวบแรกที่เห็น เซียวเฉินก็คิดว่าเขาเป็นมนุษย์เหมือนกัน ถ้าไม่ได้มีเนตรแห่งความจริง วันนี้ก็คงถูกหลอกอีกแล้วแน่ๆ
[พ่อมดวิญญาณชั่วร้าย, LV200!]
ข้อมูลที่เซียวเฉินมองเห็นมีเพียงเท่านี้ นอกนั้นไม่มีข้อมูลอะไรอีกเลย
ไม่ต้องเดาก็รู้ ว่านี่ต้องเป็นมอนสเตอร์สายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งปรากฏตัวแน่ๆ
เผลอๆ เซียวเฉินอาจจะได้เฟิร์สบลัดเลยด้วยซ้ำ เมื่อมองดูให้ดีๆ พ่อมดวิญญาณชั่วร้ายคนนี้ก็ดูเหมือนจะมีความแตกต่างจากมนุษย์อยู่บ้าง เพราะดวงตาของมันเปล่งประกายแสงสีเขียวเข้มออกมา เซียวเฉินฟาร์มมอนสเตอร์มานานหลายปี
สัญชาตญาณในการต่อสู้ของเขายอดเยี่ยมมาก ไม่ว่าจะเป็นบอสตัวไหน เขาจะไม่มีทางยอมให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ตัวได้ง่ายๆ เด็ดขาด
ดังนั้น ทันทีที่เห็นพ่อมดวิญญาณชั่วร้ายคนนี้ ในระยะห่างเจ็ดแปดร้อยเมตร เซียวเฉินก็เปิดฉากโจมตีทันที “ศรทะลวงฟ้าสิบคอมโบ!” สกิลที่ไม่มีคูลดาวน์นี่มันใช้แล้วสะใจจริงๆ
แค่เซียวเฉินนึกคิด การโจมตีทั้งสิบระลอกก็พุ่งออกไปแล้ว แทบจะในพริบตาที่เขาลงมือ เขาก็ได้รับประกาศเด้งขึ้นมา:
[ติ๊ง คุณถูกพ่อมดวิญญาณชั่วร้ายควบคุมจิตใจ!]
[ติ๊ง คุณปลิดชีพพ่อมดวิญญาณชั่วร้ายได้แล้ว การควบคุมจิตใจถูกยกเลิก กรุณาเพิ่มพลังจิตของท่านโดยด่วน เวลาที่ไม่มีความแข็งแกร่ง อย่าไปเดินเตร็ดเตร่ในป่าคนเดียวสิ!]
เมื่อเห็นประกาศจากระบบข้อความนี้ เซียวเฉินยังคิดว่าตัวเองตาฝาดไปเลย
ระบบนี่มันคือตัวอะไรกันแน่ ทำไมบางครั้งถึงรู้สึกเหมือนว่ามันมีความคิดเป็นของตัวเองเลยนะ?
[ประกาศมิติ: ผู้เล่นเซียวเฉินสังหารพ่อมดวิญญาณชั่วร้ายเป็นคนแรก ผู้เล่นทั้งหมดสถานะทั้งหมด +10]
[ยอดคิล +1, ประสบการณ์ +7.2 ล้าน, เหรียญทอง +400,000, แต้มสงคราม +1, แต้มผลงานกิลด์ +1 ล้าน, พละกำลัง +1]
[คุณได้รับเกราะศึกทองคำหลอม!]
[คุณได้รับคัมภีร์สกิลสาธารณะ: เสน่ห์ลวงจิต (ระดับอีพิค)]
หลังจากประกาศเด้งขึ้นมาเป็นชุด เซียวเฉินถึงเพิ่งจะตั้งสติได้
“แม่มันเถอะ เมื่อกี้เกือบจะโดนควบคุมแล้วเหรอเนี่ย? ถ้าโดนควบคุมเข้าจริงๆ ก็จะกลายเป็นหุ่นเชิดของมันไปเลยใช่ไหม?”
เมื่อนึกถึงความเป็นไปได้นี้ เหงื่อเย็นๆ ก็ผุดซึมเต็มแผ่นหลังของเซียวเฉินทันที
เขานึกถึงคำพูดที่ชวนมู่เฟิงเคยเตือนไว้ จุดอ่อนอย่างหนึ่งของเขาก็คือความสามารถในการรับมือกับการโจมตีทางจิตใจที่ค่อนข้างอ่อนแอ
“โชคดีนะที่ระยะโจมตีของฉันไกล โชคดีที่ลงมือได้เร็วพอ”
ถ้าช้าไปแค่วินาทีเดียว ก็คงได้ลงไปคุยกับรากมะม่วงแล้ว วินาทีเดียวชี้เป็นชี้ตาย คำนี้ไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด
ถึงจะไม่มีฉากการต่อสู้ที่ดุเดือดตื่นเต้นอะไรมากมาย แต่เซียวเฉินก็ได้เฉียดตายมาจริงๆ
“มอนสเตอร์พวกนี้มันรู้จักหาวิธีรับมือเก่งจริงๆ ถึงกับส่งตัวแพ้ทางมาจัดการเขาเลยนะเนี่ย”
มอนสเตอร์พวกนี้มีลูกเล่นแพรวพราว วันหลังจะมาทำตัวเป็นเหยื่อล่อไม่ได้อีกแล้ว เรื่องโง่ๆ แบบนี้ ทำครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว
เซียวเฉินรีบใช้ยันต์เคลื่อนย้ายแบบสุ่ม แล้วเผ่นหนีออกจากที่นั่นทันที หลังจากหนีออกมาได้แล้ว เซียวเฉินถึงได้มาดูของดรอปอย่างละเอียด
“อุปกรณ์ระดับทองคำ ให้หมามันยังไม่เอาเลย!”
เซียวเฉินโยนเกราะศึกทองคำหลอมเข้าคลังกิลด์ไปเลย
“มีคัมภีร์สกิลสาธารณะระดับอีพิคดรอปออกมาด้วยแฮะ เป็นเพราะได้เฟิร์สบลัดหรือเปล่านะ?”
เซียวเฉินลองเข้าไปเปิดดูในโรงประมูล ปรากฏว่าไม่พบคัมภีร์สกิลเล่มนี้เลย นั่นก็หมายความว่า เล่มที่อยู่ในมือเขาอาจจะเป็นเล่มเดียวที่มีอยู่ตอนนี้เลยงั้นเหรอ?