- หน้าแรก
- เกมจุติ สกิลของฉันไม่มีคูลดาวน์
- ตอนที่ 24 ไม่ดูก็ช่างเถอะ
ตอนที่ 24 ไม่ดูก็ช่างเถอะ
ตอนที่ 24 ไม่ดูก็ช่างเถอะ
ตอนที่ 24 ไม่ดูก็ช่างเถอะ
"โอเค พวกเรากลับกันก่อน!"
เซียวเฉินไม่ค่อยชินกับการอยู่ตามลำพังกับผู้มีอาชีพหญิงเท่าไหร่ เขาเลยเดินนำหน้าคอยเคลียร์มอนสเตอร์ไปพลาง และสอดส่องหามอนสเตอร์อีลีทไปพลาง
"เซียวเฉิน นายมาลุยเดี่ยวในโซนเลเวล 40 นี่ตั้งใจมาล่าบอสเหรอ?"
"ใช่แล้วล่ะ ทั้งบอสทั้งมอนสเตอร์อีลีท ฉันกวาดเรียบไม่เลือกหรอก"
"นายช็อตเงินเหรอ?"
"โถ่ เธอพูดแบบนี้ ใครบ้างล่ะที่ไม่ช็อตเงิน?"
"จะให้ฉันช่วยฮีลให้ไหม ด้วยดาเมจของนาย พวกเราน่าจะพอตีมอนสเตอร์อีลีทเลเวล 50 ไหวอยู่นะ"
"ไม่ต้องหรอก ฉันคนเดียวก็เอาอยู่"
เซียวเฉินพูดความจริง การไปกันสองคนรังแต่จะทำให้ประสิทธิภาพต่ำลงเปล่าๆ
เขามีสกิลดูดเลือด แถมอยู่ในโซนเลเวลต่ำ จะมีฮีลเลอร์หรือไม่มีก็ไม่ต่างกันหรอก
ถ้าให้หลิวมานมาช่วย นอกจากจะติดหนี้บุญคุณกันโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังไปถ่วงความเจริญของเธออีกต่างหาก
"โอเค งั้นเรากลับเมืองด้วยกันนะ"
โดนปฏิเสธไป หลิวมานก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร
เส้นทางของแต่ละคนไม่เหมือนกันอยู่แล้ว
ระหว่างทางกลับเมือง เซียวเฉินเผลอไปดูสเตตัสของหลิวมานเข้า
แล้วเขาก็ถึงกับอยู่ไม่สุข:
"เดี๋ยวนะ เธอเป็นแค่ฮีลเลอร์ ทำไมเลือดถึงพุ่งทะลุแสนไปแล้วล่ะ?"
"ฉันเลเวลหกสิบกว่าแล้ว เลือดแค่นี้ก็ปกตินี่นา?"
"ปกติเหรอ?
เธอเป็นผู้มีอาชีพระดับไหนเนี่ย?"
"พรีสต์ระดับ B"
"โอเค งั้นก็คงปกติแล้วล่ะมั้ง"
คนที่สามารถสวมชุดเซตระดับเงินได้ทั้งตัว แถมเลเวลหกสิบก็มีอาวุธระดับทองใช้แล้ว แม่ยอดยาหยีคนนี้ต้องมีของดีซ่อนอยู่แน่ๆ
"สเตตัสรวมของเธอเท่าไหร่แล้วล่ะ?"
"หมื่นห้าพัน"
พอเห็นตัวเลขนี้ เซียวเฉินก็เริ่มจะทำใจได้
ถ้าเขาอัปถึงเลเวลหกสิบกว่าๆ แล้วได้สวมชุดระดับเงินทั้งตัว สเตตัสก็น่าจะประมาณนี้แหละ
"งั้นแอดเพื่อนกันไว้เถอะ"
"..."
"หรือว่า เพราะระดับฉันต่ำกว่า หรืออุปกรณ์ฉันกากกว่า เธอเลยไม่อยากแอดเพื่อน?"
"ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก เพื่อนในลิสต์ฉันส่วนใหญ่ก็เป็นผู้มีอาชีพระดับ E กับ F ทั้งนั้นแหละ"
เพียงแต่ คนพวกนั้นส่วนใหญ่ไม่อยู่แล้ว หลังๆ เลยไม่อยากจะแอดใครเพิ่มอีก
ระหว่างทางกลับเมือง เซียวเฉินก็เริ่มจัดการกับไอเทมในกระเป๋า
"ขาย มีดสั้นดารา (ระดับเงิน), ได้รับ 2800 เหรียญทอง"
"ขาย หมวกดารา (ระดับเงิน), ได้รับ 800 เหรียญทอง"
"ขาย แก่นวิญญาณห้วงลึก (ระดับเงิน), ได้รับ 15000 เหรียญทอง"
"ขาย สูตรปรุงยา กระแสน้ำวนมานา (นักปรุงยาเลเวล 60 เรียนได้), ได้รับ 5000 เหรียญทอง"
การฆ่าบอสเลเวล 60 หนึ่งตัว สร้างรายได้รวมถึง 23600 เหรียญทอง ถือว่ามหาศาลมาก
พูดได้เลยว่า นี่คือรายได้ที่เยอะที่สุดตั้งแต่เซียวเฉินเป็นผู้มีอาชีพมาเลยล่ะ
ความมั่งคั่งรวมของเซียวเฉินในตอนนี้: 33426 เหรียญทอง
"หลิวมาน เธอเพิ่งปลุกพลังมายังไม่ถึงปีใช่ไหม?"
"อืม เกือบปีแล้วล่ะ"
"ตอนนี้เธอมีเหรียญทองติดตัวอยู่เท่าไหร่ล่ะ?"
"ห้าหมื่นกว่าๆ"
ไม่ต้องสืบเลย แม่คนนี้ต้องเป็นพวกลูกหลานตระกูลใหญ่เหมือนหวังไห่แหงๆ
อย่าไปเอาตัวเองไปเทียบเรื่องความรวยกับพวกนี้เลย
"วันหลังเธอก็หาปาร์ตี้ที่ไว้ใจได้หน่อยเถอะ พรสวรรค์ระดับเธอถ้าเป็นอะไรไป มันคือความสูญเสียของเมืองเทียนหนานเลยนะ"
หลี่เฟยพอมาเจอผู้มีอาชีพแบบหลิวมาน คงปวดหัวน่าดู เพราะฆ่ายากฆ่าเย็นเหลือเกิน
ถ้าเป็นผู้มีอาชีพธรรมดาๆ โดนไปสองสามทีก็คงม่องเท่งไปแล้ว
"ฉันก็ยังต้องออกนอกเมืองไปฟาร์มมอนสเตอร์แหละ แต่คงต้องซ่อนชื่อตัวเองเอาไว้ให้ดีๆ หน่อย"
จะมาหยุดพัฒนาตัวเองเพราะกลัวโดนล้างแค้นก็คงไม่ได้ ยังไงก็ต้องเดินหน้าต่อไป
"เซียวเฉิน นายพูดถูก
การเป็นผู้มีอาชีพย่อมต้องเจออันตรายเป็นเรื่องธรรมดา เผ่าพันธุ์มนุษย์จะหลุดพ้นจากวิกฤตินี้ได้ ก็ต้องไม่มัวแต่หดหัวอยู่แต่ในกระดอง
เทียบกับคนรุ่นก่อนๆ แล้ว พวกเราโชคดีกว่าเยอะเลยนะ"
"โถ่เว้ย แค่คุยกันเฉยๆ อย่ามาทำเป็นพูดเรื่องปรัชญาสูงส่งได้ไหม"
"เซียวเฉิน จู่ๆ ฉันก็นึกขึ้นได้ ฉันเคยได้ยินชื่อนายมาก่อนนะ"
"หา? ฉันดังขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"ฉันเป็นเพื่อนกับหวังไห่น่ะ"
"โอเค!"
พวกพวกลูกคนรวยพวกนี้ก็อยู่ในสังคมเดียวกัน จะรู้จักกันก็ไม่แปลกหรอก
"สำหรับคนที่มีพื้นเพอย่างพวกเรา การอัปเลเวลน่ะมันง่ายจะตาย แต่โอกาสที่จะได้เผชิญหน้ากับความเป็นความตายจริงๆ น่ะมันมีน้อยมาก
วันนี้ ฉันได้เรียนรู้อะไรเยอะเลย
แล้วก็ ฉันขอขอบคุณนายจากใจจริงอีกครั้งนะ"
"ไม่ต้องหรอก ขอบคุณไปแล้วนี่"
ให้บอสเลเวลหกสิบมาทั้งตัว นี่มันจริงใจสุดๆ แล้ว
"ในกระเป๋าฉันมีสร้อยคอระดับทองอยู่เส้นนึง ถ้านายต้องการฉันจะยกให้ ถือว่าเป็นการตอบแทนที่ช่วยชีวิตฉันไว้"
สร้อยคอระดับทอง!
"เชี่ย ถ้าเธออยากจะขอบคุณอีกสักรอบก็เอาเลย"
อุปกรณ์ระดับทอง แถมยังเป็นสร้อยคอ ใครจะไปปฏิเสธลงล่ะ??
"โอเค นายรีบอัปเลเวลล่ะ ฉันหวังว่าจะได้เห็นนายตอนเลเวลแปดสิบ เก้าสิบนะ"
"ต้องได้เห็นแน่นอน ขอบคุณมากๆ เลยนะ
วันหน้านายมีอะไรให้ฉันช่วย ฉันก็จะช่วยเต็มที่เหมือนกัน"
รับสร้อยคอระดับทองมาฟรีๆ เซียวเฉินก็แอบรู้สึกเกรงใจอยู่เหมือนกัน
พอลองเทียบดูแล้ว ตอนที่เขาเตะเธอออกจากปาร์ตี้เมื่อกี้ มันดูแย่ลงไปถนัดตาเลยแฮะ
ถึงจะไม่เตะเธอออก เธอเองก็คงไม่เอาของดรอปพวกนั้นหรอกมั้ง?
จู่ๆ เซียวเฉินก็รู้สึกว่าตัวเองทำตัวไม่ค่อยแมนเท่าไหร่เลยแฮะ
"งั้น ฉันกลับเมืองก่อนนะ
รอฉันปั่นเลเวลถึงแปดสิบเมื่อไหร่ค่อยออกนอกเมืองมาลุยใหม่ คราวนี้ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะโดนฟันตายง่ายๆ"
ผู้มีอาชีพอย่างหวังเจิ้นกับหลิวเหมย ชาตินี้อาจจะไปไม่ถึงเลเวลแปดสิบด้วยซ้ำ
แต่สำหรับหลิวมาน การอัปเลเวลให้ถึงแปดสิบมันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย
"คุณหลิว คุณต้องเก่งขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนครับ"
"ทำไมจู่ๆ ถึงมาพูดจาสุภาพล่ะเนี่ย?"
"มันเป็นสิ่งที่สมควรทำครับ"
เซียวเฉินทำตัวสุภาพเรียบร้อยสุดๆ รอจนหลิวมานเดินลับสายตาไป เขาถึงรีบหามุมลับตาคนนั่งลงทันที
จริงๆ แล้ว ต่อให้อยู่ในที่คนพลุกพล่าน คนอื่นก็มองไม่เห็นของในกระเป๋าเขาหรอก
[สร้อยคอแห่งแสงเรืองรอง, ระดับทอง, เลเวลอุปกรณ์: ไม่มี
สถานะทุกอย่าง +100, พลังโจมตี +20%
เอฟเฟกต์ 1: มีโอกาส 10% หลบหลีกความเสียหาย]
โบนัสโคตรจะโหด สถานะโคตรจะเทพ
สร้อยคอระดับทอง ให้โบนัสมากกว่าสร้อยคอระดับเงินเกินเท่าตัว
นี่มันของระดับที่ยอดฝีมือเลเวลแปดเก้าสิบถึงจะมีกัน ราคาในตลาดการค้าแพงกว่าสร้อยคอระดับเงินถึงสิบเท่า
ของราคาสามหมื่นกว่าเหรียญทอง พูดคำเดียวก็ยกให้กันง่ายๆ เลยเนี่ยนะ
"ยังไงก็ถือว่าช่วยชีวิตเธอไว้นี่นา!"
พอลองคิดแบบนี้ เซียวเฉินก็เริ่มรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง
ตอนนี้ เซียวเฉินเองก็ต้องการของแบบนี้สุดๆ ไปเลยเหมือนกัน
"ยังมีเงินเหลืออีกสามหมื่นกว่าเหรียญทอง คงต้องเอาไปอัปเกรดให้เสี่ยวเฉียงบ้างแล้ว"
วันนี้ เป็นวันที่เซียวเฉินถลุงเงินไปเยอะที่สุดแล้ว
"เปลวเพลิงวิญญาณอมตะระดับทองแดงสองชิ้น, -5000 เหรียญทอง"
"คุณได้รับแก่นวิญญาณอมตะระดับเหล็กดำ 80 ก้อน, -1600 เหรียญทอง"
"คุณได้รับแก่นวิญญาณอมตะระดับทองแดง 100 ก้อน, -10000 เหรียญทอง"
คราวนี้เซียวเฉินเอาจริงแล้ว เขาตั้งใจจะอัปเกรดเสี่ยวเฉียงให้สุดทางไปเลย
[อสูรอัญเชิญของคุณอัปเกรดเป็นระดับเงิน, พลังชีวิต +20000, โจมตี +1000]
[อสูรอัญเชิญของคุณหลอมรวมกับแก่นวิญญาณอมตะ, พลังชีวิต +200]
[ใช้แก่นวิญญาณอมตะระดับทองแดง, พลังชีวิต +1000, โจมตี +100 ป้องกัน +50]
หลังจากมีประกาศเว่อร์วังเด้งขึ้นมาเป็นชุดๆ ร่างกายของเสี่ยวเฉียงก็ขยายใหญ่ขึ้นอีกสองเท่า
ถึงจะตัวใหญ่ขึ้น แต่มันกลับดูปราดเปรียวขึ้นไม่น้อย
[โครงกระดูกอมตะ: LV55 ระดับเงิน
พลังชีวิต: 156000 โจมตี: 13500 ป้องกัน: 1852
สกิล: อัญเชิญ (เลเวล 4) ร่างแยกแต่ละตัวสืบทอดสถานะของร่างต้น 40%
เงื่อนไขการอัปเกรด: เปลวเพลิงวิญญาณอมตะ (ระดับเงิน) 2 ชิ้น]
ผลาญเงินไปกว่าสามหมื่นเหรียญทอง ในที่สุดเสี่ยวเฉียงก็เริ่มจะอึดขึ้นมาบ้างแล้ว
"วันหลังถ้าเปลี่ยนชุดอุปกรณ์ระดับเงินให้มัน แล้วก็หาอาวุธดีๆ มาให้สักชิ้น มันก็น่าจะพึ่งพาตัวเองได้แล้วล่ะ"
เซียวเฉินเองก็อยากจะแค่โยนเสี่ยวเฉียงลงไปกลางวงมอนสเตอร์แล้วปล่อยให้มันฟาร์มเองบ้างเหมือนกัน
ลูกโครงกระดูกแต่ละตัวมีเลือดตั้งห้าหมื่นกว่า ซึ่งเยอะกว่าเลือดของร่างต้นแต่ก่อนเสียอีก
หลังจากสวมสร้อยคอระดับทอง พลังรบโดยรวมของเซียวเฉินก็พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ไป ไปฟาร์มลูกกระจ๊อกเลเวล 60 กันเถอะ!"
เพื่อความปลอดภัย เซียวเฉินไม่กลับไปที่เดิมแล้ว แต่เลือกที่จะวาร์ปกลับมาที่อาณาเขตกิลด์โดยตรง
เมื่อเดือนก่อน ด้วยฝีมือของเขา เขาไม่กล้าออกห่างจากระยะโจมตีของป้อมป้องกันเลย แต่ตอนนี้มันคนละเรื่องแล้ว
พอเซียวเฉินกลับมาที่อาณาเขตกิลด์อีกครั้ง เขาก็รู้สึกผูกพันอยู่ไม่น้อย
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่ทำไมคราวนี้กลับมา ทุกคนถึงได้ยิ้มแย้มทักทายเขากันหมดล่ะเนี่ย
เซียวเฉินไม่ค่อยมีเพื่อนเยอะ คนพวกนี้จำคนผิดหรือเปล่านะ?
"ลูกพี่ กลับมาแล้วเหรอครับ"
จู่ๆ ก็ได้ยินคนเรียกแบบนี้ เซียวเฉินก็นึกว่าตัวเองหูฝาดไปซะอีก
"ลูกพี่?"
ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่เขาไปเกี่ยวข้องกันคำนี้?
"ใช่แล้วครับ ลูกพี่เซียวเฉินไม่ต้องถ่อมตัวไปหรอก
การจัดการนักฆ่าเลเวลหกสิบกว่าได้เนี่ย คนธรรมดาทำไม่ได้หรอกนะครับ"
"นายรู้เรื่องนี้ได้ยังไงเนี่ย?"
"ในช่องกิลด์มีประกาศจากระบบแจ้งเตือนขึ้นมาน่ะสิครับ
แถมลูกพี่จางฟานยังไปป่าวประกาศในช่องกิลด์ซะยกใหญ่ ตอนนี้ใครๆ ก็รู้กันหมดแล้วล่ะครับ"
ได้ยินแบบนี้ เซียวเฉินแทบจะบ้าตาย:
"จางฟาน ฉันกับนายขอตัดขาดกัน!"
นี่มันหาเรื่องลากความเกลียดชังมาให้เขาชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอ?
เซียวเฉินรีบซ่อนชื่อ เลเวล และข้อมูลทุกอย่างของตัวเองทันที
"วางใจเถอะครับ ตอนนี้จางฟานโดนเฉินจั้นแบนไม่ให้พูดในช่องกิลด์ไปเรียบร้อยแล้ว"
"สมควรแล้ว"
"พอพูดในช่องกิลด์ไม่ได้ เขาก็เลยไปป่าวประกาศในช่องแชทเมืองแทนน่ะสิครับ"
ตอนนี้ คนกว่าครึ่งเมืองเทียนหนานรู้กันหมดแล้ว ว่าจางฟานมีเพื่อนสุดโหดคนหนึ่ง ที่สามารถจัดการผู้มีอาชีพบนกระดานค่าหัวแบบข้ามเลเวลได้ตั้งสิบเลเวล
ผลงานนี้มันเทพมากจริงๆ เผลอๆ จะดูเว่อร์วังไปด้วยซ้ำ
แต่มันเป็นแค่ความบังเอิญโว้ย! เขาแค่โชคดีรอดตายมาได้หวุดหวิดต่างหากล่ะ
เซียวเฉินไม่ได้ตั้งใจจะไปล่าค่าหัวเลยสักนิด เขาแค่เผลอไปเก็บคิลมาได้เฉยๆ!
"ดูเหมือนว่า การฆ่าคนบนกระดานค่าหัวเนี่ย จะส่งผลกระทบใหญ่โตเอาเรื่องเลยนะเนี่ย"
เซียวเฉินไม่ได้คุยกับเพื่อนมาเป็นปีแล้ว ตอนนี้ไอคอนเพื่อนทุกคนต่างก็กะพริบกันรัวๆ
ซูหมิง: "สมกับที่เป็นคนที่ฉันหมายตาไว้ ยอดเยี่ยมมาก!"
ซุนเจี้ยน: "เลเวลนายอาจจะไม่สูง แต่พลังรบนี่ไม่มีใครเทียบได้เลย"
จางฟาน: "รีบมาขอบคุณฉันสิ ฉันทำให้ชื่อเสียงนายดังกระฉ่อนเลยนะ"
หลี่ไห่หลาน: "พี่เซียวเฉิน คราวนี้พี่คงทำตัวเงียบๆ ไม่ได้แล้วล่ะค่ะ"
หวังเจิ้น: "ผมก็ว่าอยู่ ทำไมพี่ถึงไม่อัปเลเวลสักที ที่แท้ก็แอบไปทำเรื่องใหญ่อยู่นี่เอง"
เฉินจั้น: "สร้างชื่อเสียงให้กิลด์ มอบหนังสือสกิลระดับเหล็กดำให้เป็นรางวัลหนึ่งเล่ม"
ต้องคนกิลด์เดียวกันสิ ให้ของที่เป็นรูปธรรมแบบนี้ค่อยสำคัญหน่อย
หนังสือสกิลระดับเหล็กดำ ใช้ได้ทั้งหมดห้าเล่ม จะปลุกสกิลอะไรออกมาได้ก็ขึ้นอยู่กับดวงล้วนๆ
"ระยะโจมตีของคุณ +10!"
เอาเถอะ หนังสือสกิลนี่ไม่ใช้ก็ได้มั้ง