- หน้าแรก
- เปิดเกมรุกวงการบันเทิงด้วยระบบระดับเทพ
- บทที่ 13 - กำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าไม่มีใครสอนลูกคอระแง้!
บทที่ 13 - กำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าไม่มีใครสอนลูกคอระแง้!
บทที่ 13 - กำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าไม่มีใครสอนลูกคอระแง้!
บทที่ 13 - กำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าไม่มีใครสอนลูกคอระแง้!
เช้าตรู่วันต่อมา หลังจากที่เย่เฉินและฟ่านเมิ่งหรูแต่งตัวและลงมาข้างล่างแล้ว ระบบที่ทรมานเขามาทั้งคืนก็ส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นมา
【ติ๊ง! ภารกิจเสร็จสิ้น!】
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับรางวัล: แต้มแลกเปลี่ยนในมอลล์*ห้า!】
ไม่มีการให้คะแนนเสียด้วย!
เย่เฉินใบหน้ามืดมน รู้สึกไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย
แต่อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฟ่านเมิ่งหรูก็ใกล้ชิดกันมากขึ้น ช่องว่างจากการเลิกราก่อนหน้านี้ก็ได้มลายหายไปสิ้น
ฟ่านเมิ่งหรูยังคงรักษาความเชื่อมั่นและรอคอยเย่เฉิน ส่วนเรื่องที่ว่าเย่เฉินพบเจอกับปัญหาอะไรกันแน่ ไม่ว่าเธอจะพยายามตะล่อมถามอย่างไร เขาก็ไม่ยอมปริปากบอก
ไม่มีทางเลือกอื่น เธอจึงต้องล้มเลิกความตั้งใจไป
หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายกันไป เวินเสวี่ยเองก็ไม่ได้รั้งใครไว้
ฟ่านเมิ่งหรูขับรถไปส่งเย่เฉินที่บ้าน ก่อนจะรีบแจ้นกลับไปรายงานตัวที่บ้านของตัวเอง
เมื่อคืนเธอปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ตลอดเลย!
น้องสาวของเธอนี่แหละ ตัวป่วนเลยล่ะ...
ถ้าไม่ใช่เพราะฝนตกหนัก คาดว่าคงจะบุกไปที่บ้านเวินเสวี่ยเพื่อดูให้เห็นกับตาไปแล้ว
เมื่อกลับถึงบ้านเธอก็พบกับสายตาจับผิดจากฟ่านเมิ่งเมิ่งที่จ้องมองเธอน่าดู
"พี่! เมื่อคืนพี่นอนที่บ้านพี่เวินเสวี่ยคนเดียวจริงๆ เหรอ?"
"ก็ใช่น่ะสิ แล้วฉันจะนอนกับใครได้ล่ะ?"
"ก็ไอ้เจ้าคนเจ้าชู้นั่นไง!"
"..."
ฟ่านเมิ่งหรูไม่ตอบโต้ เธอเพียงแค่ชำเลืองมองยัยเด็กน้อยคนนี้แล้วเดินเข้าห้องนอนไป ถ้าพูดมากไปกว่านี้เธอคงไม่มั่นใจว่าจะปิดบังความลับได้ตลอดรอดฝั่ง
ฟ่านเมิ่งเมิ่งเอนหลังพิงโซฟา มองดูหน้าแชทของเย่เฉินพลางขมวดคิ้ว
เมื่อคืนสองคนนี้ไม่ตอบข้อความของเธอเลย มีพิรุธแน่นอน!
เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหาวิธีต่างๆ มา "ล่อลวง" เย่เฉิน ขอแค่เขาพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว และให้โอกาสเธอได้พิสูจน์ว่าเขาคือคนเจ้าชู้ พี่สาวของเธอก็จะได้รับความช่วยเหลือทันที!
เธอวิ่งเข้าห้องนอนไปค้นหาตู้เสื้อผ้า...
ทางด้านเย่เฉิน เมื่อถึงบ้านในหัวของเขาก็มีเสียงแจ้งเตือนภารกิจเสร็จสิ้นดังขึ้น
【ติ๊ง! ภารกิจเสร็จสิ้น!】
【การประเมินภารกิจ: สมบูรณ์แบบ! (รางวัลคูณสอง!)】
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับรางวัล: แต้มแลกเปลี่ยนในมอลล์สอง, จำนวนการสุ่มรางวัลสอง!】
เขาเพิ่งจะรู้ตัวว่า ภารกิจก่อนหน้านี้นั้นเป็นเพราะเป็นภารกิจแรก ดังนั้นบนพื้นฐานของรางวัลคูณสองจึงมีการคูณสองซ้ำอีกครั้ง
ตอนแรกเขานึกว่าจะได้สุ่มรางวัลถึงสี่ครั้ง แต่ตอนนี้ได้มาแค่สองครั้งก็แอบผิดหวังเล็กน้อย ทว่าก็ยังดีกว่าไม่ได้เลย
แต้มแลกเปลี่ยนในมอลล์ของระบบก็กลายเป็นสิบสามแต้ม เย่เฉินกำลังพิจารณาว่าจะใช้จ่ายสักหน่อยดีไหม
เมื่อนึกถึงความหวาดกลัวจากการถูกระบบควบคุมเมื่อคืน ความคิดที่จะใช้จ่ายก็ถูกปัดทิ้งไปทันที
ต้องรักษาชีวิตให้รอดก่อน ถึงจะมีความสุขกับชีวิตได้...
ส่วนเรื่องวิชาการต่อสู้จีนโบราณเพื่อเสริมสร้างร่างกาย เขาก็ยังต้องแลกเปลี่ยนมา เย่เฉินไม่ลังเลเลยและเลือกแลกเปลี่ยนทันที
【ติ๊ง! แลกเปลี่ยนสำเร็จ แต้มแลกเปลี่ยนคงเหลือ: สิบเอ็ดแต้ม】
ความเจ็บปวดแปลบแล่นเข้าสู่สมอง เย่เฉินเอนตัวลงบนเตียง อดทนต่อความเจ็บปวดนั้นด้วยความยากลำบาก สายธารความจำอันมหาศาลไหลบ่าเข้ามา ทำให้มีเหงื่อซึมออกมาตามหน้าผาก
โชคดีที่ความเจ็บปวดไม่ได้คงอยู่นานนัก ไม่ถึงห้านาทีมันก็สิ้นสุดลง
หมัดแปดทิศ!
ฮ่า! เย่เฉินอึ้งไปเลย!
ขอแค่ไทเก๊กก็พอแล้ว จะให้หมัดแปดทิศมาทำไมกัน
นี่มันวิชาการต่อสู้เสริมสร้างร่างกายตรงไหนเนี่ย นี่มันวิชาฆ่าฟันเพื่อออกไปสู้ศึกชัดๆ
สิบปีไทเก๊กไม่กล้าออกจากบ้าน ปีเดียวหมัดแปดทิศซัดคนตาย!
คำกล่าวนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ พลังทำลายของหมัดแปดทิศนั้นถือเป็นอันดับต้นๆ ของวิชาการต่อสู้โบราณของจีนอย่างแน่นอน แต่มันไม่ใช่เพลงมวยเพื่อสุขภาพแต่อย่างใด
ถ้าว่างๆ รำไทเก๊ก อาจจะช่วยให้อายุยืนยาว แต่ให้หมัดแปดทิศมาเนี่ย เจ้าระบบมันหมายความว่ายังไง...
เย่เฉินไม่ได้คิดอะไรมาก เขารีบไปดูจำนวนการสุ่มรางวัลที่เหลืออีกสองครั้ง
"สุ่มเลย!"
เสียงแจ้งเตือนอันเย็นชาของระบบดังขึ้น พร้อมกับเสียงวงล้อที่หมุนวน
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับ: อายุขัยหนึ่งเดือน!】
ไอ้เจ้า @#¥%!
เย่เฉินใบหน้ามืดมน ก่นด่าระบบปัญญาอ่อนนี่ไปชุดใหญ่
เขายังจะขาดแคลนไอ้อายุหนึ่งเดือนนี่อีกเหรอ!
ล้อเล่นกันหรือไง...
"สุ่มต่อ!"
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับ: บ้านพักตากอากาศในหมู่บ้านจินซ่างเทียนหัวหนึ่งหลัง (ตกแต่งสมบูรณ์แบบ!)!】
ว้าว!
ในที่สุดคนดวงซวยอย่างเขาก็ได้สัมผัสความโชคดีกับเขาบ้างเสียที!
บ้านพักตากอากาศในหมู่บ้านจินซ่างเทียนหัวนั้นเป็นหนึ่งในย่านบ้านพักที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองเฟิงเฉิง ไม่ใช่เพียงเพราะตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมืองริมแม่น้ำเท่านั้น
แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เหล่าเทพบุตรและเทพธิดาเกือบทั้งวงการบันเทิงในเมืองเฟิงเฉิงต่างก็พักอาศัยอยู่ที่นี่!
รวมถึงหลี่เชี่ยนหย่าด้วย
ทว่า เมื่อนึกถึงนิสัยที่คาดเดาไม่ได้ของระบบ เย่เฉินก็มีความคิดประหลาดๆ ผุดขึ้นมาในใจ...
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นกะทันหัน ขัดจังหวะความคิดของเขา เย่เฉินรีบไปเปิดประตู เห็นกล่องกระดาษวางอยู่บนพื้น เขาจึงหยิบมันเข้าบ้านไป
"เดี๋ยวนี้ส่งพัสดุไม่ต้องโทรศัพท์ หรือส่งข้อความมาบอกกันแล้วเหรอ?"
เย่เฉินพึมพำเบาๆ ทันใดนั้นเขาก็ระลึกได้ว่าเขาไม่ได้ซื้ออะไรเลยนี่นา!
แต่ชื่อผู้รับบนกล่องนั้นเป็นชื่อของเขาจริงๆ
เมื่อเปิดออกมาเขาก็ถึงกับพูดไม่ออก
ระบบ นายเป็นถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ส่งของให้มันดูดีมีระดับกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง...
ยังจะส่งผ่านบริษัทขนส่งทั่วไปอีก! เพื่อประหยัดเงินเหรอ!
เมื่อเห็นกุญแจและโฉนดบ้านในกล่อง เย่เฉินก็รู้สึกพึงพอใจมาก
เขารีบลงข้างล่างแล้วโบกแท็กซี่ไปยังจินซ่างเทียนหัวทันที
ระหว่างทางเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถามหลี่เชี่ยนหย่าว่าการซ้อมเพลงใหม่เป็นอย่างไรบ้าง แต่ไม่รู้ด้วยสาเหตุใด เธอถึงไม่ตอบกลับมาทันที!
เมื่อลงจากรถ เย่เฉินก็ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขัดขวางไว้ เขาไม่ได้แสดงท่าทีโอ้อวดอะไร เพียงแค่หยิบโฉนดบ้านส่งให้เจ้าหน้าที่ดู จึงได้รับการอนุญาตให้ผ่านเข้าไปได้
เขาไม่ใช่คนที่มีรสนิยมประหลาดชอบไปโอ้อวดกับคนที่ด้อยกว่า ถ้าจะโวดต้องอวดกับคนที่เหนือกว่าสิถึงจะถูก!
ไม่มีความจำเป็นต้องไปหาเรื่องกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อีกอย่างในอนาคตก็ต้องเห็นหน้ากันไปอีกนาน ไม่มีความจำเป็นต้องทำแบบนั้นจริงๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาที่หมู่บ้านจินซ่างเทียนหัว เมื่อมองไปยังอาคารสูงด้านข้าง เย่เฉินจึงต้องเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ สิบนาทีต่อมา ในที่สุดเขาก็ถึงโซนบ้านพักตากอากาศ
ว่ากันว่าบ้านพักตากอากาศส่วนใหญ่ในจินซ่างเทียนหัวนั้นอยู่ในความครอบครองของบริษัทบันเทิง ไม่เพียงแต่เป็นสวัสดิการให้ศิลปินเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการสร้างแรงจูงใจภายในองค์กรไปในตัวด้วย
ขอแค่โด่งดัง ก็สามารถย้ายเข้ามาอยู่ในโซนบ้านพักตากอากาศ และเพลิดเพลินกับชีวิตที่หรูหราที่สุดได้
แต่ถ้ายังติดอยู่ในระดับแถวสองล่ะก็ เสียใจด้วยนะ ไปอยู่ตึกสูงนั่นเถอะ...
เขามองดูเลขที่บ้านบนโฉนดแล้วเดินวนหารอบหนึ่งจึงพบ มีคนไม่น้อยลอบมองและซุบซิบกัน ดูจากลักษณะของหมอนี่แล้ว น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งละมั้ง
แต่ต่อมาเมื่อเห็นเย่เฉินถือกุญแจเดินเข้าไปในประตูใหญ่ พวกเขาจึงรู้ตัวว่าคิดผิดถนัด
ลูกเศรษฐีคนไหนกันนะ ที่มาซื้อคฤหาสน์หรูราคาเป็นร้อยล้านหลังนี้?
หรือว่าซื้อเพื่อหลี่เชี่ยนหย่า?
บ้านพักตากอากาศที่อยู่ติดกับหลี่เชี่ยนหย่าเชียวนะ ฐานะเพื่อนบ้านนี่ก็ถือเป็นมูลค่าที่มองไม่เห็นอย่างหนึ่งเช่นกัน!
คนกลุ่มนั้นยังคงวิพากษ์วิจารณ์กันต่อไป จนกระทั่งหลี่เชี่ยนหย่าเดินออกมาจากห้องด้วยความรีบร้อน พวกเขาจึงหยุดคุย
"เชี่ยนหย่า บ้านข้างๆ เธอมีคนย้ายเข้ามาใหม่แล้วนะ เป็นหนุ่มหล่อด้วยล่ะ"
"จริงเหรอ? ขอเวลาหนึ่งนาที เดี๋ยวฉันไปดูหน่อย..."
"อ้าว เมื่อกี้มีข้อความเข้าในโทรศัพท์เธอนะ"
"เดี๋ยวค่อยกลับมาดู"
หลี่เชี่ยนหย่าเดินตรงไปยังบ้านของเย่เฉิน เธอเขย่งเท้าชะโงกมองสถานการณ์ภายใน เมื่อเห็นเย่เฉินเธอก็ยืนค้างอยู่กับที่
"เย่เฉิน?"
"ให้ตายสิ! ผมเดาไว้ไม่ผิดเลยว่าต้องอยู่ติดบ้านคุณ!"
เย่เฉินใบหน้ามืดมน เจ้าระบบขยะนี่มันจงใจบีบบังคับให้เขาต้องเปิดฮาเร็มชัดๆ!
"นายย้ายมาได้ยังไง? ฉันก็นึกว่าใครซะอีก!"
เมื่อหลี่เชี่ยนหย่าถามเขา เย่เฉินจึงรีบอธิบายทันที
"เงินที่ลงทุนไปได้กำไรกลับมาแล้วน่ะครับ เลยกะว่าจะหาความสุขให้กับชีวิตในช่วงสุดท้ายสักหน่อย"
"ยอดไปเลย ฉันกำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าไม่มีใครสอนลูกคอระแง้ให้เลย!"
"..."
(จบแล้ว)