- หน้าแรก
- เปิดเกมรุกวงการบันเทิงด้วยระบบระดับเทพ
- บทที่ 7 - มือซ้ายไทเก๊ก มือขวาแทงกระบี่?
บทที่ 7 - มือซ้ายไทเก๊ก มือขวาแทงกระบี่?
บทที่ 7 - มือซ้ายไทเก๊ก มือขวาแทงกระบี่?
บทที่ 7 - มือซ้ายไทเก๊ก มือขวาแทงกระบี่?
ทั้งสองคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็ก หลี่เชี่ยนหย่าจ้องมองเย่เฉิน ก่อนจะเอ่ยปากพร้อมรอยยิ้ม
"มีเรื่องลำบากอะไรก็บอกมาเถอะ เป็นผู้ชายอกสามศอก ทำเป็นมิดเมี้ยนไปได้..."
เย่เฉินหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ วันนี้พวกเขาสองคนเพิ่งจะเจอกันเป็นครั้งแรก เธอกลับยอมให้เขายืมเงินซะอย่างนั้น ทำให้เขาประหลาดใจจริงๆ
"คุณไม่กลัวผมหลอกเอาเหรอ?"
เย่เฉินถามพลางสำรวจมองเธอ
"จะกลัวอะไรล่ะ? อีกอย่าง คุณก็บอกเองไม่ใช่เหรอว่าจะช่วยแต่งเพลงให้ฉัน ฉันก็ไม่ขาดทุนหรอก..."
"โอเคครับ"
แหม ช่างกล้าพูดนะว่าไม่ขาดทุน!
เขาไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับหลี่เชี่ยนหย่ามากนัก แต่ดูจากกระแสตอบรับในคอนเสิร์ตของเธอ เธอกำลังดังเป็นพลุแตกเลยทีเดียว
ส่วนเรื่องแต่งเพลง เขายังไม่มีไอเดียอะไรเลย เขาเคยฟังแค่เพลง 'ร้อยวิธีตายของแฟนเก่า' ของหลี่เชี่ยนหย่า เพลงอื่นไม่เคยฟังเลยจริงๆ!
หรือจะจัดเพลง หมาป่าดิสโก้ ให้เธอดี?
ไม่ได้ๆ สไตล์เพลงไม่เข้ากัน!
ดูจากการแต่งตัวปกติของหลี่เชี่ยนหย่า เธอน่าจะมาสายขายเสียง แต่ถ้าวัดจากระดับการแสดงในคอนเสิร์ตเมื่อครู่นี้ เพลงในคลังสมองของเขาบางเพลงที่ต้องใช้พลังเสียงหนักๆ เธออาจจะเอาไม่อยู่
เมื่อนึกถึงเพลงแฟนเก่าก่อนหน้านี้ เย่เฉินก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา
《ลงเขา》
เพลงประกอบคลิปสั้นที่ดังระเบิดระเบ้อในต่างโลก เนื้อเพลงแปลกแหวกแนว สดใสหลุดพ้นจากความจำเจ สไตล์เพลงสนุกสนาน ท่วงทำนองก็ยอดเยี่ยม บวกกับเนื้อเสียงของหลี่เชี่ยนหย่า คิดว่าน่าจะมีกลิ่นอายที่น่าสนใจไม่น้อย
ที่สำคัญที่สุดคือ มันมีความเป็นสไตล์จีน!
เมื่อมีไอเดียแล้ว เย่เฉินก็หยิบสมุดที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมาเริ่มเขียนร่างลงไป ผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็ส่งให้เธอ
หลี่เชี่ยนหย่าประหลาดใจ เธอขมวดคิ้วรับมันมา
"สัญญากู้เงินเหรอคะ?"
"..."
สัญญาบ้าบออะไรล่ะ! เย่เฉินรีบอธิบาย
"เนื้อเพลงครับ ผมว่ามันเหมาะกับคุณดีนะ สนใจอยากจะลองดูไหมล่ะ?"
หลี่เชี่ยนหย่ามองเนื้อเพลงบนสมุดด้วยความสงสัยในชีวิต!
นี่มันอะไรเนี่ย!
มือซ้ายฉันร่ายรำไทเก๊ก?
มือขวาฉันแทงกระบี่ไปเบื้องหน้า?
"เดี๋ยวนะ คุณแน่ใจนะว่านี่คือเนื้อเพลง?"
หลี่เชี่ยนหย่าถามเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
"ผมจะหลอกคุณทำไมล่ะ ที่บ้านผมก็ไม่มีเครื่องดนตรีอะไรด้วย คุณน่าจะรู้จักห้องอัดเสียงใช่ไหม พวกเราไปกันตอนนี้เลยดีกว่า ทั้งเนื้อร้องและทำนองเดี๋ยวผมช่วยจัดการให้ ลองดูว่าได้หรือไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที"
เย่เฉินอธิบาย หลี่เชี่ยนหย่าฟังแล้วก็ลุกขึ้นตามเขา รีบเดินทางไปที่ห้องอัดเสียง
เมื่อเห็นรถเต่าที่จอดอยู่ใต้ตึก กับการแต่งตัวของหลี่เชี่ยนหย่าที่อยู่ข้างๆ ที่สวมทั้งหน้ากากอนามัยและแว่นตาดำ 'ปิดบัง' เสียมิดชิด ในช่วงหน้าร้อนที่อากาศอบอ้าวขนาดนี้ เขาอยากจะถามเธอสักประโยคจริงๆ
พี่สาว คุณไม่ร้อนบ้างเหรอ?
อีกอย่าง แถวที่เขาพักอยู่ส่วนใหญ่ก็มีแต่คนแก่ ไม่น่าจะมีใครรู้จักเธอหรอกมั้ง
ความคิดเพิ่งจะแล่นเข้ามา หลี่เชี่ยนหย่าก็ดึงแขนเขาให้รีบขึ้นรถทันที
"เป็นอะไรไป?"
"ฉันถูกจับได้แล้ว!"
"หา?"
เย่เฉินมองตามสายตาเธอไป ไม่ไกลนักมีคุณลุงที่เพิ่งเดินลงมาจากตึกกำลังชี้มาที่พวกเขาสองคน!
แม่งเอ๊ย!
ตกได้ทั้งคนแก่คนหนุ่มเลยเว้ย!
"เดี๋ยวนะ คุณมีแฟนคลับรุ่นเดอะด้วยเหรอ!"
"อืม ฉันดังมาจากเพลง 'ร้องให้พ่อของฉัน' น่ะสิ มีน้อยคนนักแหละที่จะไม่รู้จัก"
เย่เฉินถอนหายใจด้วยความจำนน เขาประเมินพลังของแฟนคลับต่ำไปจริงๆ ดูท่าทางแล้วขอแค่มีความสามารถ เรื่องชื่อเสียงก็คงไม่ใช่ปัญหา
หลี่เชี่ยนหย่าสตาร์ทรถ รถเต่าสีแดงค่อยๆ ขับเคลื่อนออกจากเขตที่พักอาศัย
เสียงระบบเครื่องจักรกลดังแจ้งเตือนขึ้นในหัว
【ติ๊ง ภารกิจกระตุ้นถูกส่งมอบแล้ว】
【ติ๊ง ภารกิจกระตุ้น: ทำเพลงใหม่ของหลี่เชี่ยนหย่าให้เสร็จสมบูรณ์】
【ติ๊ง รางวัลภารกิจ: แต้มแลกเปลี่ยนร้านค้า *1!】
แต่ทว่ารางวัลของภารกิจกระตุ้นครั้งนี้ดูเหมือนจะมีแค่แต้มแลกเปลี่ยน 1 แต้มเท่านั้น แถมยังไม่มีระบบประเมินผลอีก เทียบกับรางวัลภารกิจก่อนหน้านี้ไม่ได้เลย ดูท่าคงต้องรอให้ระบบเป็นฝ่ายมอบภารกิจหลัก ถึงจะสามารถสะสมแต้มแลกเปลี่ยนได้เร็วขึ้น
ทั้งสองคนมาถึงห้องอัดเสียง ซึ่งตั้งอยู่บนตึกสูงในย่านธุรกิจ เมื่อเดินเข้าไปในห้องและเห็นวัสดุกันเสียงหนาเตอะ เย่เฉินก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างพึงพอใจ
แค่การตกแต่ง ก็ถือว่าอยู่ในระดับท็อปแล้ว!
ห้องอัดเสียงกำลังว่างพอดี หวังเหล่ยเห็นหลี่เชี่ยนหย่าพาเย่เฉินเดินเข้ามา ตอนแรกเขาก็ขมวดคิ้ว แต่แล้วก็ยิ้มพลางเอ่ยถาม
"อ้าว ว่าไง คนสวย มาอัดเพลงเหรอ?"
"อืม พอดีเพื่อนฉันเขาแต่งเพลงให้น่ะ ถือโอกาสตอนที่เขาว่าง ก็เลยมาอัดสักรอบนึง"
หวังเหล่ยไม่ได้คิดอะไรมาก เขาหันไปมองเย่เฉิน
เดี๋ยวนะ คลิปที่ดังระเบิดระเบ้อเมื่อกี้นี้!
ผู้ชายในคอนเสิร์ตของหลี่เชี่ยนหย่า ก็คือเขานี่เอง
"โอ้โหๆ เชิญนั่งๆ!"
นี่มันแขกวีไอพีเลยนะเนี่ย! แค่สิ่งที่แสดงออกมาในคลิปวิดีโอ ก็บ่งบอกแล้วว่าเขาคือตัวตนระดับเทพอย่างแท้จริง
เมื่อนึกถึงความโดดเดี่ยว! ความเศร้าสร้อย! ความรันทด! ของผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าในคลิปวิดีโอ!
หวังเหล่ยก็รู้สึกเลื่อมใสจากก้นบึ้งของหัวใจจริงๆ!
แถมทักษะในการควบคุมเพลงทั้งเพลง ก็ถือว่าเป็นระดับแนวหน้าของวงการ ถึงเขาจะอยู่ในวงการมานานหลายปี แต่นักร้องที่มีความสามารถขนาดนี้ ก็หาตัวจับยากจริงๆ
ในอนาคตจะต้องกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในวงการแน่ๆ เพื่อนคนนี้ เขาหวังเหล่ยต้องคบหาไว้ให้ได้!
"ยังไม่ทราบเลยว่า จะให้เรียกคุณว่าอะไรดีครับ?"
"รับเครื่องดื่มอะไรไหมครับ?"
เย่เฉินตกใจกับความกระตือรือร้นนี้ เขารีบโบกมือปฏิเสธ
"เรียกผมเย่เฉินก็พอครับ เครื่องดื่มยังไม่ต้องหรอกครับ ขอบคุณมาก"
"เกรงใจไปได้ครับ ผมไม่คิดเลยจริงๆ ว่าคุณที่เพิ่งจะดังเปรี้ยงปร้างเมื่อเช้า บ่ายนี้จะมาเยือนห้องอัดเสียงของผม ช่างเป็นเกียรติจริงๆ ครับ!"
เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ?
เย่เฉินไม่มีเวลามานั่งดูข่าวหน้าหนึ่งอะไรพวกนี้เลย ทำไมจู่ๆ ถึงดังเป็นพลุแตกได้ล่ะเนี่ย
หลี่เชี่ยนหย่าที่อยู่ข้างๆ รีบพูดแทรกขึ้น
"เย่เฉิน เราไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก มาทำเพลงกันก่อนเถอะ!"
หวังเหล่ยยิ้มเจื่อนๆ มองดูเย่เฉินถูกหลี่เชี่ยนหย่าลากตัวไปที่โซนทำงาน พลางทอดถอนใจ
ดูจากทรงแล้ว หลี่เชี่ยนหย่าที่กำลังดังเป็นพลุแตก น่าจะไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเย่เฉินคนนี้เข้าแล้ว...
เมื่อนึกถึงเรื่องที่เย่เฉินกำลังจะช่วยทำเพลงใหม่ให้เธอ เขาก็รีบเดินตามไป เขาเองก็อยากจะใช้โอกาสนี้ดูความสามารถของเย่เฉินเหมือนกัน!
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หวังเหล่ยก็ถึงกับช็อกตาตั้ง! หลี่เชี่ยนหย่าเองก็มีสภาพไม่ต่างกัน
พวกเขามองดูเย่เฉินที่กำลังเรียบเรียงดนตรีบนคอมพิวเตอร์อย่างคล่องแคล่ว ทั้งสองคนมองหน้ากันด้วยความรู้สึกทึ่งสุดๆ
โปรแกรมทำเพลง DAW แบบดั้งเดิม เมื่อมาอยู่ในมือของเย่เฉิน กลับถูกใช้งานได้อย่างสะอาดสะอ้านและเฉียบขาด หวังเหล่ยถามตัวเองในใจ เขารู้ดีว่าตัวเองทำแบบนี้ไม่ได้ แม้เขาจะเป็นนกเฒ่าในวงการดนตรีมากว่ายี่สิบปี ก็ยังเรียนรู้ทักษะนี้ไม่ได้เลย
"เย่เฉิน นายเล่นดนตรีมากี่ปีแล้วเนี่ย?"
"หืม? เล่นอะไรเหรอครับ?"
"ก็ดนตรีน่ะสิ ดูจากฝีมือนายแล้ว ถ้าไม่เรียนมาสักห้าปีทำไม่ได้หรอกนะ"
"อ้อ พรสวรรค์น่ะครับ"
พรสวรรค์บ้าบออะไรล่ะ!
หวังเหล่ยนี่แหละที่พรสวรรค์ห่วยแตก สุดท้ายก็ทำได้แค่หากินกับห้องอัดเสียงไปวันๆ คำพูดประโยคเดียวของเย่เฉินทิ่มแทงทะลุกลางใจเขาเข้าอย่างจัง เขามองเย่เฉินที่กำลังง่วนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ด้วยความอิจฉาตาร้อน
ยังหนุ่มยังแน่น แถมยังมีพรสวรรค์ เทียบไม่ติดจริงๆ...
เย่เฉินชี้ไปที่คอมพิวเตอร์ แล้วพูดกับหวังเหล่ย
"ตรงนี้ต้องใส่เสียงประสานด้วย ผมยังไม่ใส่ลงไปนะ เดี๋ยวคงต้องอัดเสียงร้องเข้าไปเอง"
"แล้วก็นะ พี่ช่วยโหลด Ardour มาลงทีสิ ใช้โปรแกรมนี้ทำเพลง มันช้าเกินไปแล้ว"
เมื่อเผชิญกับคำบ่นของเย่เฉิน หวังเหล่ยก็ไม่กล้าพูดอะไร โปรแกรมทำเพลงส่วนใหญ่ในคอมพิวเตอร์ของเขาก็อยู่ในโฟลเดอร์นั่นแหละ เพียงแต่ไอ้หมอนี่ไม่ได้เปิดดูแค่นั้นเอง
และถ้าฟังจากที่เย่เฉินพูด ถ้าเปลี่ยนโปรแกรมทำเพลงล่ะก็ เวลาที่ใช้ทำเพลงหนึ่งเพลงคงจะสั้นกว่านี้อีก!
น่ากลัวโคตรๆ!
นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องของความไวของนิ้วมือแล้ว แต่มันคือการผสมผสานระหว่างพรสวรรค์และแรงบันดาลใจเลยต่างหาก!
ต้องมีทั้งทำนองและเนื้อร้องอยู่ในหัวอย่างสมบูรณ์แบบเท่านั้น ถึงจะทำแบบนี้ได้
เย่เฉินจัดการทุกอย่างเสร็จก็เดินเข้าไปในห้องอัดเสียง แล้วสวมหูฟัง
"เริ่มกันเลยดีกว่า ผมยังไม่ได้กินข้าวเลย..."
เหอะ!
มิน่าล่ะ หมอนี่ตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องอัดเสียงถึงได้ดูรีบร้อนไปซะทุกอย่าง ที่แท้ก็หิวนี่เอง ทำไมไม่บอกแต่แรกล่ะ!
หวังเหล่ยลองหยั่งเชิงถามเขาดู
"ที่นี่มีของกินนะ นายจะกินอะไรรองท้องก่อนไหม?"
"ไม่เป็นไรครับ ขออัดรอบนึงก่อน ให้เธอได้ทำความคุ้นเคย"
"โอเค งั้นเริ่มเลยนะ?"
"อืม"
(จบแล้ว)