- หน้าแรก
- วิถีเซียนเมืองหลวงกับหอคอยพกพาพลิกโลก
- ตอนที่ 82 บุกสำรวจตระกูลเกายามวิกาล (ตอนต้น)
ตอนที่ 82 บุกสำรวจตระกูลเกายามวิกาล (ตอนต้น)
ตอนที่ 82 บุกสำรวจตระกูลเกายามวิกาล (ตอนต้น)
สิ้นคำพูด หลินเทียนก็เพียงแค่เขยื้อนความคิด ร่างของทั้งสองก็กลับมาปรากฏตัวที่วิลล่า หลินเซี่ยวรีบพุ่งตัวเข้าไปในห้องน้ำทันที
สิบกว่านาทีต่อมา เขาก็เดินออกมาพลางสะบัดมือไปมา
"ลูกพี่ ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งสุดๆ ไปเลย ให้ต่อยวัวตายด้วยหมัดเดียวยังได้!"
"เอาล่ะๆ เลิกโม้ได้แล้ว" หลินเทียนโบกมือปัด
"คืนนี้ฉันวางแผนจะบุกเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลเกา นายเป็นแฮกเกอร์ไม่ใช่หรือไง? พอจะมีวิธีคัดลอกหลักฐานมัดตัวพวกมันในห้องลับของตระกูลเกาออกมาได้ไหม?"
หลินเซี่ยวหัวเราะร่วน
"ลูกพี่ เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อยมาก ลูกพี่ก็แค่ลอบเข้าไป ซื้อเครื่องปริ้นท์ เครื่องปั่นไฟ แล้วก็คอมพิวเตอร์สักเครื่อง จับผมยัดเข้าไปในมิติวิญญาณ จากนั้นก็รวบรวมข้อมูลมา พวกเอกสารที่เป็นกระดาษเดี๋ยวผมถ่ายเอกสารให้ ส่วนเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ก็ก๊อปปี้ลงคอมพิวเตอร์ของผมได้เลย"
หลินเทียนตบหัวหลินเซี่ยวพร้อมกับหัวเราะ
"ความคิดไม่เลว งั้นเราไปเหมาซื้อเครื่องปริ้นท์ คอมพิวเตอร์ เครื่องปั่นไฟ... เอาเป็นว่ากวาดมาให้หมดเท่าที่จะหาได้เลย มิติวิญญาณของฉันกว้างใหญ่ไพศาลมาก ต่อให้ยัดเมืองหางโจวเข้าไปทั้งเมืองก็ยังรับไหว!"
"ลูกพี่ อย่าหลอกให้ผมกลัวสิ ถ้าเราจับหางโจวยัดเข้าไปในมิติวิญญาณ มหาประเทศตะวันออกของเราก็แหว่งหายไปเมืองนึงเลยนะ แบบนั้นไม่ดีมั้ง!"
หลินเทียนนวดคลึงขมับ
"นายคิดบ้าอะไรอยู่? ต่อให้ตอนนี้ฉันมีพลังมากพอ ฉันก็ไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า พวกเราล้วนเป็นคนของมหาประเทศตะวันออกนะ เอาไว้รอฉันแข็งแกร่งพอเมื่อไหร่ ค่อยลองจับอาณาจักรซากุระยัดเข้าไปทั้งประเทศแทนดีไหมล่ะ?"
"ฮ่าๆๆ อันนี้น่าลองแฮะ! ถึงตอนนั้นขอตำแหน่งราชาซากุระให้ผมสักตำแหน่งด้วยนะครับ!"
ทั้งสองคนพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานขณะขับรถไปที่ห้างไอที พวกเขาจัดการเหมาคอมพิวเตอร์ เครื่องปริ้นท์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเครื่องปั่นไฟขนาดเล็ก จากนั้นก็ไปต่อที่ห้างเฟอร์นิเจอร์เพื่อซื้อโต๊ะและเก้าอี้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังแวะซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง กวาดซื้อเสบียงอาหารและของใช้จำเป็นมาตุนไว้เพียบ... เรียกได้ว่าแทบจะเหมาหมดซูเปอร์มาร์เก็ตเลยทีเดียว สรุปสั้นๆ คืออะไรที่ดูมีประโยชน์ พวกเขาซื้อเรียบ โชคดีที่พื้นที่ชั้นแรกของหอคอยโกลาหลเฉียนคุนนั้นกว้างขวางไร้ขีดจำกัด จึงสามารถกักเก็บของทั้งหมดได้อย่างสบายๆ
หลังจากช้อปปิ้งจนหนำใจ พวกเขาก็แวะกินมื้อค่ำก่อนจะกลับไปพักผ่อนที่วิลล่า
ยามดึกสงัด
เวลาตีสอง ทุกสรรพสิ่งตกอยู่ในความเงียบงัน
หลินเทียนนั่งขัดสมาธิอยู่ภายในห้อง เปลือกตาปิดลงเล็กน้อย ผ่านไปครู่หนึ่ง ร่างของเขาก็ค่อยๆ โปร่งแสง ก่อนจะเลือนหายไปในอากาศอย่างสมบูรณ์
วิชาพรางกายเมื่อฝึกฝนจนถึงระดับสูง เคล็ดวิชานี้จะสามารถปกปิดร่องรอยและลบล้างกลิ่นอายได้อย่างหมดจด ต่อให้เป็นยอดฝีมือก็ยังยากที่จะตระหนักรู้ได้
ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี ร่างล่องหนร่างหนึ่งพุ่งทะยานผ่านท้องถนน มุ่งหน้าตรงไปยังคฤหาสน์ตระกูลเกาด้วยความรวดเร็ว
เมื่อมาถึงทะเลสาบจำลอง เขาก็กระโจนลงไปในน้ำ ร่ายคาถาแหวกวารีแล้วดำดิ่งลงสู่ก้นทะเลสาบทันที
"นายท่าน ของวิเศษชิ้นนั้นอยู่ลึกลงไปประมาณสองเมตร แค่ปัดเป่าพวกดินโคลนกับทรายออกไป ท่านก็จะเห็นมันแล้ว"
เสียงของหลิงเอ๋อร์ดังขึ้นในหัวของหลินเทียน
หลินเทียนรับคำ จากนั้นจึงกางม่านพลังแยกส่วนขึ้นที่ก้นทะเลสาบ เขาขุดลึกลงไปสองเมตร และในที่สุดก็พบบาตรทองคำม่วง เพียงแค่เขยื้อนความคิด เขาก็เก็บมันเข้าไปในหอคอยโกลาหลเฉียนคุนโดยตรง จากนั้นก็กลบดินทรายกลับคืนสภาพเดิม แล้วแหวกว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำ
เขาเดินมุ่งหน้าไปยังลานเรือนด้านหลังของตระกูลเกา และมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องปีกเรือนที่ไม่สะดุดตาแห่งนั้น ประตูแง้มอยู่เล็กน้อย เขาจึงดันมันเปิดออกเบาๆ และแทรกตัวเข้าไปด้านใน
เขาเดินตรงไปยังมุมห้อง ใช้เท้าเหยียบลงบนกระเบื้องปูพื้นสามครั้ง ในขณะเดียวกันก็ร่ายม่านพลังกันเสียงกางกั้นเอาไว้
"ครืนนน..."
ปากทางเข้าประตูลับค่อยๆ เปิดออก
หลินเทียนเดินลงบันไดและก้าวเข้าสู่ห้องลับอันมืดมิด บนผนังมีช่องลับซ่อนอยู่หลายช่อง เขาจัดการเปิดมันออกทีละช่อง ภายในนั้นมีสมุดบัญชีและเอกสารกองพะเนินเทินทึก เขาหยิบขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ สองสามหน้า บันทึกที่เขียนไว้อย่างละเอียดยิบเหล่านั้นล้วนเป็นข้อมูลการค้าอวัยวะมนุษย์... ทั้งเวลา สถานที่ หมายเลขผู้บริจาค ข้อมูลผู้รับบริจาค และยอดเงินทำธุรกรรม ทุกอย่างถูกระบุไว้อย่างชัดเจนกระจ่างแจ้ง
ตรงมุมห้องมีช่องลับที่ไม่สะดุดตาอยู่อีกช่องหนึ่ง หลินเทียนเปิดมันออก ภายในนั้นมีแฟลชไดรฟ์สีดำอันหนึ่งวางอยู่ เขาจัดการเก็บแฟลชไดรฟ์ สมุดบัญชี และเอกสารข้อมูลทั้งหมดเข้าไปในมิติวิญญาณทันที แล้วส่งกระแสเสียงเข้าไป
"หลินเซี่ยว รีบจัดการให้เรียบร้อย ฉันยังไม่มีพลังมากพอที่จะบิดเบือนกฎเกณฑ์เวลาในมิติวิญญาณ ตอนนี้เวลาข้างในแทบจะเดินตรงกับโลกภายนอก ฉันให้เวลานายแค่หนึ่งชั่วโมง นายต้องจัดการให้เสร็จ"
หลินเซี่ยวรับคำและลงมือทำงานอย่างแข็งขันทันที
หลินเทียนทอดสายตามองไปยังทางเดินตรงใจกลางห้องลับ เขายกแผ่นหินสีเขียวอมเทาขึ้นแล้วก้าวเดินเข้าไป ขณะที่ก้าวเดิน เขาก็จดจ่อสมาธิเข้าไปในหอคอยโกลาหลเฉียนคุน เพื่อใช้กระจกส่องนภาตรวจสอบความเคลื่อนไหวของเกาเจิ้นหลงและพรรคพวก เมื่อแน่ใจว่าพวกเขายังคงหลับสนิท หลินเทียนจึงมุ่งหน้าลงลึกไปเรื่อยๆ
ยิ่งลงลึกมากเท่าไหร่ ไอหยินก็ยิ่งหนักอึ้งมากขึ้นเท่านั้น เมื่อมาถึงห้องลับใต้ก้นทะเลสาบจำลอง ไอความอาฆาตมาดร้ายที่ปราศจากการสะกดข่มจากบาตรทองคำม่วงก็แผ่ซ่านหนาแน่นเสียจนเกือบจะจับตัวเป็นก้อน
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของคนเป็น หมอกสีดำนับไม่ถ้วนก็พวยพุ่งออกมาจากรอยแยกของประตู ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนขณะพุ่งทะยานเข้าใส่หลินเทียน! ไอความอาฆาตเหล่านี้ก่อตัวเป็นรูปร่างแล้ว พวกมันโถมกระหน่ำเข้าใส่เขาราวกับฝูงหมาป่าหิวโซที่ได้กลิ่นคาวเลือดและก้อนเนื้อ!
หลินเทียนแค่นเสียงเย็นชาทางจมูก ก้าวเท้าเดินหน้าต่อไปโดยไม่คิดจะถอยร่นแม้แต่ก้าวเดียว
เขาพลิกฝ่ามือขวา ขวดสีม่วงใบเล็กก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ ขวดใบนี้มีขนาดกะทัดรัด ตัวขวดทอแสงสีม่วงประกายระยิบระยับ และถูกสลักลวดลายอักขระคาถาเอาไว้อย่างหนาแน่น มันคือขวดม่วงหลอมวิญญาณของวิเศษที่สามารถใช้กักเก็บวิญญาณร้ายและสิ่งชั่วร้ายได้
"เก็บ!"
หลินเทียนตวาดก้อง ขวดหลอมวิญญาณสาดแสงสีม่วงเจิดจ้า ไอสังหารที่พุ่งเข้าใส่คล้ายกับถูกมือที่มองไม่เห็นคว้าจับเอาไว้ พวกมันดิ้นรนขัดขืนอย่างบ้าคลั่ง แต่ท้ายที่สุดก็ถูกดูดกลืนเข้าไปในขวดจนหมดสิ้นในคราวเดียว
ทว่าไอความอาฆาตที่หลบซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในห้องลับกลับยิ่งพวยพุ่งทะลักทะลวงออกมา ระลอกแล้วระลอกเล่า ซ้อนทับกันจนแทบจะกลืนกินพื้นที่ทั้งหมด หลินเทียนยืนหยัดถือขวดวิเศษเอาไว้ แสงสีม่วงสาดส่องไปถึงที่ใด ไอความอาฆาตก็มลายหายไปราวกับหิมะที่ละลายเมื่อเผชิญกับเปลวเพลิง