- หน้าแรก
- ติ๊กต็อกของผมเชื่อมต่อกับหมื่นราชวงศ์
- บทที่ 67 คำสารภาพของหวังหมั่งหลังพ่ายศึก!
บทที่ 67 คำสารภาพของหวังหมั่งหลังพ่ายศึก!
บทที่ 67 คำสารภาพของหวังหมั่งหลังพ่ายศึก!
ต้าฮั่น. หลิวปังในเวลานี้รู้สึกสับสนงุนงง ปฐมกษัตริย์แห่งตงฮั่น (ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก)? หมายความว่าอย่างไร? แซ่หลิวเหมือนกันหรือ? "เซียวเหอ บิดาชักจะเลอะเลือนแล้ว ต้าฮั่นนี้บิดาไม่ใช่คนก่อตั้งขึ้นมารึ?”
“แล้วตงฮั่นโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” เซียวเหอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวเสียงเรียบ: "ฝ่าบาททรงจำได้หรือไม่ ก่อนหน้านี้ที่มีบอกว่าหวังหมั่งช่วงชิงอำนาจต้าฮั่น? หากกระหม่อมเดาไม่ผิด กวงอู่ตี้ผู้นี้ก็น่าจะเป็นลูกหลานของฝ่าบาทเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ" เมื่อได้ฟังการวิเคราะห์ของเซียวเหอ หลิวปังก็กระจ่างแจ้งทันที พลันดีใจจนเนื้อเต้น "ฮ่าฮ่า... ลูกหลานของบิดายังคงดุดันไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ! มักจะมีบุคคลผู้เก่งกาจยืนหยัดขึ้นมาได้เสมอในยามที่ต้าฮั่นตกอยู่ในอันตราย"
...
ในขณะเดียวกัน เสียงบรรยายบนม่านแสงก็ดังขึ้น
[พูดถึงหลิวซิ่ว ก็อดไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงหวังหมั่ง ลูกรักนักทะลุมิติของพวกเราเสียหน่อย] [นักทะลุมิติคืออะไร ก็คือคนที่มาจากอีกมิติเวลาหนึ่ง ทะลุมิติไปสู่อนาคตหรืออดีต หรือแม้แต่มิติเวลาอื่น คนแบบนี้ผู้คนมักจะเรียกขานรวมๆ กันว่า 'นักทะลุมิติ'!] [ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงบอกว่าหวังหมั่งเป็นนักทะลุมิติน่ะหรือ นอกจากจะให้ภรรยาใส่กระโปรงสั้นกุดแล้ว ในสุสานของเขายังขุดพบสิ่งประดิษฐ์ที่คล้ายกับเวอร์เนียร์คาลิปเปอร์ในต้นศตวรรษที่ 17 อีกด้วย] [แถมเมื่อไม่นานมานี้ยังมี... อุลตร้าแมนทีก้าโผล่มาอีก... แต่ที่เด็ดที่สุดก็คือ การที่เขาสั่งไล่ล่าตามฆ่าคนชื่อหลิวซิ่วไปทั่วประเทศนี่แหละ!] [แน่นอนว่าก็มีบางคนมองว่าเขาเป็นพวกนิยมของโบราณ ตัวตนของเขายังคงเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้]
หวังหมั่งในยุคหลังพ่ายศึกเมื่อได้เห็นสิ่งที่ม่านแสงกล่าว ก็หน้าอาบไปด้วยน้ำตา แหงนหน้าตะโกนขึ้นฟ้า: "พี่น้องเอ๊ย... ข้าไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่จริงๆ นะ อุลตร้าแมนทีก้า... คือของดูต่างหน้าชิ้นสุดท้ายที่ข้าทิ้งไว้ให้พวกเจ้า”
“แสงสว่าง... พาข้ากลับไปทีเถอะ... โลกใบนี้มันซับซ้อนเกินไปแล้ว!”
“หลิวซิ่ว... ไอ้เด็กนี่มันใช้โปรโกง แถมยังเปิดโปรแบบไม่ยอมปิดอีก เหนื่อยแล้วล่ะ ทำลายโลกนี้ให้มันจบๆ ไปเถอะ...”
อีกมิติหนึ่ง. ยุคต้นราชวงศ์ซิน. หวังหมั่งมองดูสิ่งของไม่กี่ชิ้นบนม่านแสง ก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะพรืดออกมา "ฮ่าฮ่าฮ่า... พอนึกภาพตอนที่พวกนั้นขุดเจออุลตร้าแมน เจิ้นก็อยากจะขำให้ฟันร่วง!" เมื่อคิดได้ดังนั้น หวังหมั่งก็หยิบพู่กันขึ้นมาวาดรูปบนกระดาษ เพียงไม่นานก็วาดเสร็จ... อุปกรณ์แปลงร่างทีก้า! "ใครก็ได้... เอาแบบแปลนนี้ไปสร้างเจ้านี่ขึ้นมาให้เจิ้นที!”
“ฮี่ฮี่ เจิ้นล่ะตั้งตารอดูสีหน้าตอนที่พวกเจ้าขุดเจอของชิ้นนี้จริงๆ! ฮ่าฮ่า...”
[แม้ว่าหวังหมั่งจะเป็นนักทะลุมิติ แต่เขากลับเป็นนักทะลุมิติเถื่อนที่ไม่มีทะเบียนราษฎร์ รอมาทั้งชีวิตก็ยังไม่ได้รับ 'ระบบ' เสียที!] [แน่นอนว่าก็ไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ว่า... ระบบอาจจะถูกหลิวซิ่วชิงตัดหน้าเอาไปก่อนแล้วก็เป็นได้]
หวังหมั่งมองดูข้อความบนม่านแสง ใบหน้าเต็มไปด้วยความขุ่นข้องหมองใจ มารดามันเถอะ มิน่าล่ะ... ว่าทำไมตัวเขาถึงไม่มีระบบ ที่แท้ก็โดนไอ้บัดซบหลิวซิ่วนี่แย่งชิงไปแล้วรึ? แถมเขายังต้องมาตกอับกลายเป็นนักทะลุมิติเถื่อนอีกเนี่ยนะ? "เชี่ย... เชี่ยเอ๊ย... สวรรค์เฮงซวย แกจงใจเล่นงานข้าใช่ไหม?"
...
"ตอนนั้นข้าไม่ได้อยากจะมาสักหน่อย! ใครหน้าไหนมันส่งข้ามาวะ?" หวังหมั่งโกรธจนสบถด่าในใจไม่หยุด ในขณะที่หวังหมั่งกำลังครุ่นคิดว่าจะหาทำอะไรแผลงๆ อยู่นั้น ก็มีขุนนางเดินจ้ำอ้าวเข้ามาในท้องพระโรง "ฝ่าบาท เจอตัวหลิวซิ่วแล้วพ่ะย่ะค่ะ! หน้าตาคล้ายคลึงกับคนบนม่านแสงมากพ่ะย่ะค่ะ!" หวังหมั่งดีใจสุดขีด "จริงรึ?”
“จริงพ่ะย่ะค่ะ เป็นความจริงแท้แน่นอน และตอนนี้เขาก็กำลังอยู่ในเมืองฉางอันพ่ะย่ะค่ะ”
“ดี... ส่งคนไปจับตัวมันมาให้เจิ้น... พาคนไปเยอะๆ หน่อย ไอ้เด็กนี่มันมีอะไรแปลกๆ!”
“รับด้วยเกล้า!” เหล่าองครักษ์รับคำสั่งแล้วถอยออกไป หวังหมั่งเงยหน้ามองฟ้าด้วยความชะล่าใจ เลิกคิ้วขึ้น "หึ เป็นนักทะลุมิติเถื่อนแล้วมันทำไมล่ะ? ขอเพียงเจิ้นฆ่าหลิวซิ่วได้ เจิ้นก็คือโอรสสวรรค์ผู้กุมลิขิตฟ้าอย่างแท้จริง!"
...
หลังจากที่ทุกคนดูจบ ภายในใจก็มีข้อสงสัยเกิดขึ้น ปฐมจักรพรรดิแห่งต้าฉิน: "ในเมื่อบอกว่า... หวังหมั่งผู้นี้เป็นนักทะลุมิติ รู้เรื่องราวแนวโน้มในอนาคตเป็นอย่างดี แล้วทำไมถึงพ่ายแพ้ได้ล่ะ?" บิดาคือทายาทมังกรแดง: "บิดาก็สงสัยเหมือนกัน?" หมูป่าแห่งต้าฮั่น: "หวังหมั่ง... อยู่ในกลุ่มไหม? ถึงแม้เจ้าจะแย่งชิงแผ่นดินต้าฮั่นของเจิ้นไป แต่เจิ้นก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมเจ้าถึงพ่ายแพ้?" หลี่เอ้อแห่งต้าถัง: "สิ่งที่บันทึกไว้ในพงศาวดารนี้ช่างน่าตื่นตะลึงจริงๆ แต่โดยสรุปแล้วก็คงเป็นเพราะหวังหมั่งประมาทศัตรูเกินไป" บาตรใบเดียว: "บวกหนึ่ง ข้าก็ไม่ตัดประเด็นที่ว่าหวังหมั่งประมาทศัตรูทิ้งนะ!" มหาจักรพรรดิหย่งเล่อ: "หวังหมั่งล่ะ? ให้เขาออกมาอธิบายสักหน่อยเดี๋ยวก็รู้เรื่อง..." หวังหมั่งผู้ศรัทธาในแสงสว่าง: "อย่าพูดเลย... อย่าพูดอีกเลย คนแซ่หลิวแม่งเปิดโปรกันหมด ใครหน้าไหนมาก็เอาไม่อยู่หรอก" มหาจอมเวทหลิวซิ่ว: "ใครกำลังพูดอยู่รึ? ไม่ได้เปิดโปรสักหน่อย จะเอาอะไรมาปิดล่ะ?" หวังหมั่งคนเถื่อนผู้ลิขิตชะตาตัวเองไม่พึ่งฟ้า: "@หวังหมั่งผู้ศรัทธาในแสงสว่าง แกคือข้าในอนาคตรึ? ทำไมถึงได้ปอดแหกขนาดนี้? แล้วก็หลิวซิ่ว เจิ้นเพิ่งจะส่งคนไปจับตัวเจ้าแล้วคอยดู!" หวังหมั่งคนเถื่อนผู้ลิขิตชะตาตัวเองไม่พึ่งฟ้า: "@หวังหมั่งผู้ศรัทธาในแสงสว่าง นี่แกทำให้เหล่านักทะลุมิติต้องมาเสียหน้าเพราะแกใช่ไหม? (โกรธจัด)" หวังหมั่งคนเถื่อนผู้ลิขิตชะตาตัวเองไม่พึ่งฟ้า: "ยังจะมาบอกว่าใครหน้าไหนก็เอาไม่อยู่ ข้าจะบอกแกให้รู้ไว้ เจิ้นไม่เคยเชื่อในโชคชะตา ชะตาของข้า ข้าลิขิตเอง สวรรค์ไม่ได้กำหนด หากสวรรค์จะกดทับข้า เจิ้นก็จะทะลวงสวรรค์นี้ให้ทะลุ หากแผ่นดินจะบดขยี้ข้า เจิ้นก็จะกระทืบแผ่นดินนี้ให้แหลกสลาย @หวังหมั่งผู้ศรัทธาในแสงสว่าง" หวังหมั่งคนเถื่อนผู้ลิขิตชะตาตัวเองไม่พึ่งฟ้า: "จงรู้ไว้ซะหลิวซิ่ว เจิ้นต่างหากคือจ้าวแห่งใต้หล้านี้..."
...
มหาจอมเวทหลิวซิ่ว: "อ้อ... รู้แล้ว! พูดจบแล้วใช่ไหม?" หวังหมั่งในยุคหลังพ่ายศึกมองดูตัวเองในอดีตที่เบียวสุดๆ บนม่านแสง แทบอยากจะตบหน้าตัวเองสักสองสามฉาด เขารีบเพ่งจิตเข้าสู่กลุ่มสนทนาเพื่อเตือนตัวเองในอดีต หวังหมั่งผู้ศรัทธาในแสงสว่าง: "xxxxxxx หนีไปเร็วเข้า xxxxx." หวังหมั่งผู้ศรัทธาในแสงสว่าง: "xxxxxx" หวังหมั่งผู้ศรัทธาในแสงสว่าง: "xxxxxx" หวังหมั่งคนเถื่อนผู้ลิขิตชะตาตัวเองไม่พึ่งฟ้า: "หมายความว่าไง? หนี? หนีพ่องมึงสิ ไอ้ตัวปลอม!"
[สหายของท่าน "หวังหมั่งผู้ศรัทธาในแสงสว่าง" ได้ออกจากกลุ่มสนทนาอย่างถาวรแล้ว]
[พบว่า ID หวังหมั่งผู้ศรัทธาในแสงสว่าง มีพฤติกรรมสปอยล์เนื้อหาหลายครั้ง จึงถูกเตะออกจากกลุ่มสนทนา]
เวลานี้ หวังหมั่งในยุคหลังพ่ายศึกได้ยินเสียงเตือนจากเทียนเป่าในม่านแสง ก็ถึงกับยืนอึ้งกิมกี่ ตัวเขาในอดีตคนนั้น ยังจะมาถามเขาอีกว่าทำไม? แถมยังจะมาเบียวอะไรขนาดนี้อีก? ในอดีตเขาเป็นคนวอนโดนตื้บขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย? หาว่าเขาปอดแหก หาว่าเขาทำให้พวกนักทะลุมิติต้องเสียหน้า??? ยามนี้เขาอยากจะชี้หน้าตัวเองในอดีตแล้วถามจริงๆ เลยว่า คนปกติที่ไหนเขาทำศึกแล้วพกโปรอุกกาบาต โปรน้ำท่วม โปรฟ้าผ่า มาทำคอมโบสามคอมโบรวดบ้างวะ? หลิวซิ่วพาทหาร 3,000 นายกล้าพุ่งเข้าใส่กองทัพ 4.2 แสนนายของข้า มาทั้งอุกกาบาตทั้งสายฟ้าฟาดตลอดทาง แบบนี้จะให้เอาอะไรไปสู้? ตอบข้ามาสิ? สามเทพโปรโกงในประวัติศาสตร์ หลิวซิ่ว, หลี่เอ้อ, เถ้าแก่จู สามคนนี้เปิดโปรแบบไม่ยอมปิดเลยชัดๆ ในนิยายทะลุมิติ มีใครกล้าท้าชิงแผ่นดินกับพวกเขาสามคนบ้างไหมล่ะ? มีใครกล้าท้าดวลกับหลี่เอ้อที่ประตูเสวียนอู่บ้างไหม? มีใครที่เริ่มต้นจากชามขอทานแตกๆ ใบเดียวแล้วพลิกชีวิตคว้าสาวสวยรวยทรัพย์มาครอบครองได้เหมือนเถ้าแก่จูบ้างไหม? ตอบข้ามาสิ มองตาข้าสิ? มาพูดถึงหลิวซิ่วบ้าง ตอนที่แม่น้ำฮูถัวกำลังจะล้อมเขาไว้ได้อยู่แล้ว จู่ๆ น้ำในแม่น้ำก็กลายเป็นน้ำแข็งให้เขาขี่ม้าข้ามไปได้เฉย พอทหารข้าตามไปถึง น้ำแข็งแม่งก็ละลายหมด นี่มันถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ตรงไหนวะ? มีใครที่ไหนทำศึกแล้วพกอาวุธควบคุมสภาพอากาศกับการดัดแปลงพื้นผิวโลกมาด้วยบ้าง? เขาไปเดินเล่นแถวเหอเป่ยแค่รอบเดียว ก็รวบรวมกองทัพม้าทองแดงได้ตั้ง 3 แสนนาย ตอนเดินทัพขาดแคลนเสบียง ก็มีสัตว์ป่าหล่นจากฟ้าลงมาตุบในหม้อต้มซะงั้น ลองเปลี่ยนให้หานซิ่นหรือไป๋ฉี่มาบัญชาการรบ จะชนะได้ไหม? ตอบข้ามาสิ? มองตาข้าสิ? ในหน้าประวัติศาสตร์ เขาทั้งเรียกร้องอุกกาบาตล้างบาง เป็นมหาจอมเวท เป็นโอรสแห่งโชคชะตา สามอย่างรวมอยู่ในคนๆ เดียว! ในนิยายแฟนตาซี ตอนที่เขาเกิดมาก็มีแสงสีแดงพุ่งขึ้นฟ้า สามารถทำให้น้ำในแม่น้ำฮวงโหไหลย้อนกลับได้ แล้วแบบนี้ข้าจะเอาอะไรไปสู้? พูดมาสิ? ยังมีคนมาหาว่าข้าประมาทศัตรูอีก ในฐานะนักทะลุมิติ ข้าจะกล้าประมาทศัตรูได้ไง? ตอนที่มีคำทำนายว่า 'หลิวซิ่วจะได้เป็นโอรสสวรรค์' ข้าก็สั่งฆ่าคนชื่อหลิวซิ่วไปตั้งหลายคนไม่ใช่รึ? พอมาช่วงหลัง ข้าส่งทหารที่รวบรวมได้ทั้งหมดออกไป รวบรวมกองทัพตั้งสี่แสนสองหมื่นนายไปสู้กับทหารสามพันนายของมัน เจ้ายังจะมาหาว่าข้าประมาทศัตรูอีกรึ? ถ้าจะให้พูดจริงๆ ว่าข้าทำอะไรผิดพลาดไปล่ะก็! ข้าผิดก็ตรงที่ตอนนั้นไม่ได้เปลี่ยนชื่อตัวเองเป็นหลิวซิ่ว ข้าชื่อหลิวซิ่ว ผู้จะมากอบกู้ราชวงศ์ฮั่น! หวังหมั่งนั้นเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจ กะจะเตือนตัวเองในอดีตฟังสักหน่อย ผลสุดท้ายกลับถูกเตะออกจากกลุ่มสนทนาไปอย่างงงๆ... เฮ้อ! เหนื่อยใจเหลือเกิน! ยุคโบราณแม่งไม่น่าอยู่เลย ชาติหน้าข้าไม่มาเกิดแล้วโว้ย!